ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 325 เขาคงไม่มีโอกาสแล้วกระมัง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 325 เขาคงไม่มีโอกาสแล้วกระมัง
เห็นโม่หานเยี่ยปฏิเสธหลายครั้ง แม้แต่ถังหมิงรุ่ยที่ผ่านโลกมา
มากก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วน
มือที่ถือถุงเงินของเขายื่นไปข้างหน้า ไม่รู้จะวางลงดีหรือไม่
ขณะนั้นเอง ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินออกมาจากในห้อง
นางได้ยินเสียงสนทนาที่ลานบ้าน หลังจากแอบดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็
ตัดสินใจออกมาช่วยบุตรสาวให้พ้นจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้
แต่ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เมิ่งไห่หนิงที่เงียบมาตลอดก็
เดินมาหยุดตรงหน้านาง
เมิ่งไห่หนิงมีท่าทีสุภาพนอบน้อม โค้งค านับให้ฮูหยินผู้เฒ่า
“สวัสดีขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่า”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างใจดี “วันนี้ใต้เท้าเมิ่งมีเวลาว่างมา
เยี่ยมบ้านหลังน้อยของข้าด้วยหรือ?”
สองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเมิ่งไห่หนิงก าแน่นแล้วคลาย
ออก คลายออกแล้วก าแน่นอยู่ครู่หนึ่ง
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าอยากแต่งงานกับแม่นาง
โม่ และขอสาบานว่าชาตินี้จะมีนางเป็นภรรยาเพียงคนเดียว แม้ไร้
บุตรก็จะไม่มีอนุภรรยาเด็ดขาด”
เมิ่งไห่หนิงต้องใช้ความกล้าหาญมากเพียงใดในการพูดประโยค
เช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ฟ้าดินเป็นพยานได้
แท้จริงแล้วเขาตั้งใจว่าจะท าความคุ้นเคยกับโม่หานเยี่ยให้มาก
ขึ้น ให้นางมีความรู้สึกดี ๆ ต่อตนมากขึ้น จากนั้นค่อยเขียนจดหมาย
ส่งถึงครอบครัว ขอให้พี่สะใภ้ของเขามาช่วยสู่ขอ ด้วยวิธีนี้จึงจะ
แสดงให้เห็นถึงใจจริงของเขาที่มีต่อโม่หานเยี่ยได้
ทว่าวันนี้เขากลับเห็นถังหมิงรุ่ยแสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว หาก
เขายังคงนิ่งเฉยต่อไป เกรงว่าภรรยาคงจะถูกผู้อื่นแย่งไปเสียก่อน
เท่าที่ฮูหยินผู้เฒ่ารู้จักเมิ่งไห่หนิง เขาไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังมองออกว่า ชายหนุ่มคนนี้ก าลังจะส่งคนมา
สู่ขอบุตรสาวนางแล้ว
ค าพูดของเมิ่งไห่หนิงครั้งนี้ ท าให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ทันได้เตรียมตัว
จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อนางเห็นด้วยกับการแต่งงานระหว่าง
บุตรสาวกับเมิ่งไห่หนิงอยู่แล้ว จึงไม่อาจปฏิเสธได้
“หากใต้เท้าเมิ่งมีความตั้งใจเช่นนี้ พวกเราก็สามารถนั่งพูดคุย
กันได้” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเช่นนี้ ถือเป็นการให้ความมั่นใจกับเมิ่งไห่ห
นิงมากแล้ว
เมิ่งไห่หนิงรีบค านับทันที่ “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดให้เวลาข้าสามวัน
ข้าจะเตรียมของหมั้นให้พร้อม แล้วเชิญแม่สื่อที่ดีที่สุดในเมืองมาสู่ขอ
บุตรสาวท่านอย่างเป็นทางการ”
เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด การเชิญพี่สะใภ้ของเขามาคงไม่ทัน
การณ์ การหาแม่สื่อที่ดีที่สุดในเมือง ก็น่าจะไม่ท าให้โม่หานเยี่ยต้อง
ผิดหวัง ยิ่งกว่านั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่าต้องตีเหล็กตอนก าลังร้อน ในเมื่อ
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ปฏิเสธทันที่ ก็แสดงว่านางไม่ได้รังเกียจเขา
เช่นนี้แล้ว เขาจะไม่ให้คนสกุลโม่มีโอกาสเปลี่ยนใจเด็ดขาด
ตอนที่เมิ่งไห่หนิงพูดเมื่อครู่ เขายังแอบมองโม่หานเยี่ยแวบหนึ่ง
หญิงสาวในยามนี้อายจนต้องหลบไปอยู่ด้านหลังบรรดาพี่สะใภ้
แล้ว แม้จะรู้ว่าตนเองไม่ควรอยู่ที่นี่ตอนที่มีการพูดคุยเรื่องเช่นนี้ แต่
นางก็ไม่อยากจากไป นางอยากฟังเรื่องราวทุกอย่าง
ส่วนถังหมิงรุ่ยได้แต่ยืนงงงันอยู่กับที่
เกิดอะไรขึ้น?
ท าไมหญิงสาวที่เขาพึงใจถึงถูกคนอื่นมาสู่ขอไปเสียแล้ว
เขายังเห็นท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าที่ยิ้มเอ็นดูและเห็นด้วยกับเรื่องนี้
มาก
ถ้าอย่างนั้น…เขาคงไม่มีโอกาสแล้วกระมัง?
ทว่าถึงแม้เป็นเช่นนั้น ถังหมิงรุ่ยก็ยังคงไม่ยอมแพ้ การพ่ายแพ้
โดยไม่สู้แม้แต่ครั้งเดียวไม่ใช่นิสัยของเขา
หลังจากจัดระเบียบความคิด ถังหมิงรุ่ยก็ก้าวไปข้างหน้าอย่าง
องอาจ ยืนข้าง ๆ เมิ่งไห่หนิง
ขณะก าลังจะเอ่ยปาก เขาก็เห็นสายตาขัดเขินของโม่หานเยี่ยที่
ก าลังมองเมิ่งไห่หนิงอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าถังหมิงรุ่ยจะอยากต่อสู้เพื่อตนเอง แต่พอเห็นแววตาของโม่
หานเยี่ยแล้ว เขาก็ได้แต่ถอยกลับ
มันคือแววตาแห่งความรัก น่าเสียดายที่มันไม่ได้มอบให้เขา
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ หากเขายังดึงดันบุกเข้าไป ก็คง
เป็นการหาเรื่องใส่ตัวเสียเปล่า
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนค าพูดเสียใหม่ “ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้า
เมิ่งและแม่นางโม่ด้วย”
เมิ่งไห่หนิงเห็นสถานการณ์เช่นนั้น จึงยิ้มบางแล้วกล่าวว่า
“ขอบคุณคุณชายถังส าหรับค าอวยพร”
โม่หานเยี่ยเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ก็รู้ว่าทุกอย่างได้ข้อสรุป
แล้ว จึงค่อย ๆ แยกตัวออกจากกลุ่มคน
ถังหมิงรุ่ยก็รู้ความ พอเห็นโม่หานเยี่ยจากไป จึงน าห่อผ้าที่ใส่
เมล็ดโสมกลับเข้าไปในอกเสื้อเงียบ ๆ ท าราวกับว่าวันนี้ไม่มีอะไร
เกิดขึ้น
จุดประสงค์หลักที่เขามาในวันนี้คือมารับสินค้า วันนี้คนสกุลโม่
ไม่เพียงท าเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานจ านวนมาก แต่ยังมีจี้รูป
กระต่ายหูยาวอีกกว่าร้อยชิ้น
นอกจากนี้ยังมีกระต่ายอีกยี่สิบกว่าตัวของโม่หานเยี่ย ซึ่งเขาจะ
น าไปด้วยทั้งหมด
ถังหมิงรุ่ยรู้จักปล่อยวาง ในเมื่อเขากับโม่หานเยี่ยไม่มีโอกาส
สานสัมพันธ์ต่อไป ก็ไม่คิดจะอยู่นานกว่านี้อีก
เมิ่งไห่หนิงหวังจะอยู่กับคนสกุลโม่ให้นานกว่านี้ จึงสะสางเรื่อง
ทั้งหมดที่ศาลเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน แต่เพราะเขาเอ่ยปากสู่ขอโม่หาน
เยี่ย จึงต้องรีบกลับไปเตรียมของหมั้นและจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้
เรียบร้อย
ดังนั้นหลังจากถังหมิงรุ่ยจากไปไม่นาน เมิ่งไห่หนิงจึงรีบกล่าวลา
และเดินทางกลับไปเช่นกัน
พอเมิ่งไห่หนิงไป ฮูหยินผู้เฒ่าก็เรียกคนในครอบครัวให้มาพบที่
ห้อง ในใจของทุกคนต่างทราบดีว่าการแต่งงานของโม่หานเยี่ยเป็น
เรื่องใหญ่ จึงต่างเงียบรอฟังฮูหยินผู้เฒ่าพูด
“หานเยี่ยอายุไม่น้อยแล้ว ถึงวัยออกเรือน อีกทั้งเหมือนนางกับ
ใต้เท้าเมิ่งจะมีใจให้กัน ข้าในฐานะแม่ย่อมสนับสนุนเต็มที่ พวกเจ้า
คิดเห็นเช่นไรบ้าง”
เฮ่อจือหร่านก้มหน้าแต่แอบหัวเราะอยู่ในใจ
‘ท่านเห็นด้วยไปแล้ว พวกนางจะกล้าขัดได้หรือ’
การกระท าของฮูหยินผู้เฒ่าในวันนี้แม้จะดูแปลกส าหรับเฮ่อจือห
ร่าน แต่ส าหรับพี่สะใภ้คนอื่นกลับรู้สึกคุ้นเคย
ครั้งหนึ่งตอนอยู่ที่เมืองหลวง จวนฮู่กั๋วกงก็เป็นตระกูลใหญ่ที่มี
ชื่อเสียง ฐานะของฮูหยินผู้เฒ่าย่อมต้องมีความน่าเกรงขามเป็น
ธรรมดา
นางดูแลจวนหลังนี้มาหลายปี นับตั้งแต่ถูกเนรเทศมา นางก็เก็บ
ง าด้านที่เข้มงวดของตัวเองเอาไว้
กระทั่งวันนี้บรรยากาศที่เคยมีในจวนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เห็นได้
ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่าให้ความส าคัญกับการแต่งงานของบุตรสาวมาก
เพียงใด
พี่สะใภ้ใหญ่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนกล่าวว่า “หานเยี่ยกับใต้เท้าเมิ่งต่าง
ก็มีใจให้กัน พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะสม การแต่งงานดี ๆ เช่นนี้หาได้
ยาก สายตาของท่านแม่มองคนแม่นย าเสมอ ข้าเชื่อว่าชีวิตในวัน
หน้าของทั้งคู่จะต้องราบรื่นและมีความสุขแน่นอนเจ้าค่ะ”
พี่สะใภ้เจ็ดก็ลุกขึ้นเห็นด้วย “ใช่แล้วท่านแม่ หานเยี่ยมีบุญ
วาสนา พวกข้าพี่สะใภ้คงจะต้องเริ่มเตรียมของขวัญกับสินเดิมให้นาง
แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นลูกสะใภ้ทั้งสองพูดเช่นนั้นก็ยิ้มขึ้นมาทันที่
“ดี ๆ สกุลโม่ของพวกเรามีเรื่องน่ายินดีให้ครึกครื้นกันบ้างแล้ว”
นางหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “วันนี้ข้าเรียกพวกเจ้ามา ก็เพื่อจะ
ปรึกษาเรื่องวันแต่งงานของหานเยี่ย”
พอพูดประโยคนี้ ทุกคนรวมถึงพี่น้องสกุลโม่ต่างก็สงสัย
พี่ห้าลุกขึ้นถาม “ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าวันแต่งงาน ฝ่ายชายจะเป็นคน
เลือกหรอกหรือ? อีกอย่างหานเยี่ยก็ยังเป็นสาวอยู่เลย ท าไมต้องรีบ
ร้อนขนาดนั้นด้วยขอรับ?”
ทุกคนต่างคิดไม่ออก หลังจากพี่ห้าถามแล้ว สายตาทั้งคู่ก็จ้อง
มองไปทางฮูหยินผู้เฒ่า
ในราชวงศ์ต้าซุ่น หลังจากตกลงเรื่องการแต่งงานของชายหญิง
แล้ว ฝ่ายชายจะน าดวงชะตาของทั้งสองฝ่ายไปให้คนดูดวงชะตาแปด
อักษร จากนั้นจึงเลือกวันแต่งงานตามดวงชะตาของทั้งสองคน
เรื่องพวกนี้ล้วนให้ฝ่ายชายเป็นคนจัดการ ส่วนฝ่ายหญิงแค่รอ
ให้ฝ่ายชายเลือกวันมงคลแล้วแจ้งมาก็พอ
แต่ท าไมมารดาของเขาถึงได้พูดถึงวันแต่งงานของน้องสาวกับ
คนในบ้านเล่า?
“ท่านแม่ ท่านคิดว่าตอนนี้สกุลโม่ของเราตกต ่าลงแล้ว จึงกลัวว่า
ใต้เท้าเมิ่งจะเปลี่ยนใจ แล้วต่อไปหานเยี่ยจะไม่ได้เจอคนดี ๆ แบบนี้
อีกหรือ?”
นอกเหนือจากนี้ โม่จิ่นเหนียนก็นึกไม่ออกว่ามารดามีเหตุผล
อะไรถึงท าเช่นนี้