ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 327 วันนี้ข้าวปั้นน้อยเก่งมาก
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 327 วันนี้ข้าวปั้นน้อยเก่งมาก
เพื่อให้ลูกสุนัขเหล่านี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เฮ่อจือหร่านจึงยอม
จ่ายแพงเพื่อซื้อพวกมันจากแผงขาย
ใช้เวลาเพียงห้าวัน ลูกสุนัขเหล่านั้นก็จะโตจนมีขนาดเท่าตัวเต็ม
วัย ถึงตอนนั้นก็สามารถปล่อยออกไปเฝ้าบ้านและคอยคุ้มกันได้แล้ว
แค่คอกกระต่ายเพียงอย่างเดียว คงไม่จ าเป็นต้องใช้สุนัข
มากมายขนาดนี้ไปเฝ้า เฮ่อจือหร่านจึงได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
ในอนาคต ทรัพย์สินในบ้านจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างฝูงวัว
ฝูงแกะที่นางต้องการจะเลี้ยง รวมถึงพวกสัตว์ปีกบางชนิดด้วย
พืชผลที่ปลูกไว้ในไร่ พอถึงเวลาเก็บเกี่ยว ก็จ าเป็นต้องมีการเฝ้า
ระวัง อย่างเช่นสวนแตง การเลี้ยงสุนัขไว้จะช่วยลดความยุ่งยากใน
การสร้างโรงเรือนและจ้างคนมาเฝ้า
เมื่อเห็นสัตว์ใหม่ ๆ มากมายปรากฏตรงหน้า ข้าวปั้นน้อยก็ดีใจ
จนกระโดดโลดเต้น
มันคอยสั่งการให้ลูกสุนัขจัดแถว พร้อมกับท าท่าทางน่ารัก ๆ
เพื่อเอาใจเจ้าของไปด้วย
เดิมทีเฮ่อจือหร่านก็ทนการออดอ้อนของข้าวปั้นน้อยไม่ไหวอยู่
แล้ว ยิ่งเห็นมันควบคุมลูกสุนัขด้วยความจริงจัง ความพึงพอใจที่เกิด
จากความสุขก็ท่วมท้นขึ้นทันที่
“ข้าวปั้นน้อย ข้าอยากให้เจ้าสอนวิธีเฝ้าดูแลให้พวกมัน”
ข้าวปั้นน้อยได้ยินเจ้าของออกค าสั่ง ก็เอียงหัวน้อย ๆ มองด้วย
แววตาสงสัย มันส่งเสียงออดอ้อนก่อนจะหันไปมองลูกสุนัขเหล่านั้น
ทันที่
แค่เห็นอุ้งเท้าเล็ก ๆ ที่ปกคลุมด้วยขนฟูของข้าวปั้นน้อยโบกไป
มาสองสามที่ ลูกสุนัขที่เดิมเรียงกันอย่างเป็นระเบียบก็พุ่งตัวไปทาง
ฝูงแกะที่ก าลังเล็มหญ้าอย่างสบายใจ พร้อมกับเห่าเสียงแหลมดังลั่น
จนท าให้ฝูงแกะแตกตื่น วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศทาง
แต่ไม่ทันที่แกะจะหนีไปได้ไกล ข้าวปั้นน้อยก็ออกค าสั่งต่อไป ลูก
สุนัขรีบปรับเปลี่ยนการเคเลื่อนไหว พวกมันวิ่งล้อมฝูงแกะอย่าง
รวดเร็ว ตีวงล้อมแคบลงเรื่อย ๆ จนแกะไม่สามารถหนีไปไหนได้
ลูกสุนัขร้อยตัวล้อมฝูงแกะเอาไว้อย่างแน่นหนา หากมีแกะตัว
ไหนคิดจะหนีแม้แต่น้อย ก็จะมีลูกสุนัขคอยขวางเอาไว้ทันที่
เฮ่อจือหร่านมองภาพตรงหน้าอย่างใจเย็น นางรู้ว่านี่เป็นเพียง
ขั้นตอนแรกในการฝึกฝนของข้าวปั้นน้อย จึงเฝ้ามองการกระท าของ
พวกมันต่อไปเงียบ ๆ
ไม่นานนัก หลังจากข้าวปั้นน้อยส่งเสียงร้องแปลก ๆ ออกมาอีก
ครั้ง พฤติกรรมของลูกสุนัขก็เปลี่ยนไป พวกมันเริ่มเห่าหอนและพุ่ง
เข้าหาฝูงแกะอย่างดุร้าย
ขณะที่เฮ่อจือหร่านเริ่มกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของฝูงแกะ
ข้าวปั้นน้อยก็ออกค าสั่ง พวกลูกสุนัขก็กลับมายังจุดเดิมอย่างว่าง่าย
ฝูงแกะจึงรู้สึกปลอดภัยไร้อันตรายอีกครั้ง
ข้าวปั้นน้อยฝึกลูกสุนัขเหล่านั้นซ ้าไปซ ้ามานับครั้งไม่ถ้วน จน
ในที่สุดมันก็ยอมหยุดพัก
มันวิ่งเตาะแตะไปหาเจ้าของ ราวกับต้องการจะอวดผลงาน พร้อม
ส่งเสียงอืออาในล าคอไม่หยุด
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่านี่คือสัญญาณที่บอกว่าเจ้าตัวน้อยท าภารกิจ
ของมันส าเร็จแล้ว
ตอนนี้ท้องของนางเริ่มใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัด นางจึงเอียงตัว
เล็กน้อย นั่งลงบนพื้นหญ้า แล้วลูบหัวกลม ๆ ที่ปกคลุมด้วยขนฟูฟ่อง
ของข้าวปั้นน้อย
“วันนี้ข้าวปั้นน้อยเก่งมาก ข้าจะให้ของอร่อยเป็นรางวัลเจ้านะ”
ขณะก าลังพูดอยู่นั้น เฮ่อจือหร่านก็นึกขึ้นได้ว่าเตรียมนมซึ่งเป็น
ของโปรดของข้าวปั้นน้อย รวมถึงหน่อไม้อ่อนจ านวนมาก และ
แอปเปิลลูกเล็ก ๆ เอาไว้ให้มันแล้ว
เมื่อเห็นอาหารอันโอชะตรงหน้า สัตว์เลี้ยงตัวน้อยก็รู้สึกว่า
เจ้าของไม่น่าสนใจอีกต่อไป มันจึงวิ่งไปกินอย่างมีความสุข
แน่นอนว่าลูกสุนัขที่เพิ่งมาใหม่เหล่านั้น จะเป็นก าลังส าคัญของ
นางในอนาคต จึงไม่อาจละเลยพวกมันได้เด็ดขาด
เฮ่อจือหร่านหยิบวัตถุดิบบางอย่างจากโรงเก็บของมา แล้วแปร
รูปมันบนโต๊ะท างานให้เป็นอาหารส าหรับสุนัขที่มีทั้งสารอาหารและ
ความอร่อย
ไม่ใช่แค่นั้น นางยังค านึงถึงว่าลูกสุนัขเหล่านั้นก าลังอยู่ในช่วง
เติบโต จึงสั่งซื้อวิตามินส าหรับสัตว์เลี้ยงและอาหารเสริมต่าง ๆ
จ านวนมากจากเถาเป่า
พอเห็นอาหาร บรรดาลูกสุนัขก็วิ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น กิน
ตะกละตะกลามอย่างที่ข้าวปั้นน้อยไม่อาจเทียบได้
ตอนนี้เรื่องคนเฝ้าบ้านและปกป้องพื้นที่ไร่นาก็ได้รับการแก้ไข
แล้ว เหลือเพียงรออีกห้าวันให้ลูกสุนัขกลุ่มนี้โตมากขึ้น ค่อยหา
โอกาสพาพวกมันออกไปก็พอ
เฮ่อจือหร่านดูเวลา นางอยู่ในพื้นที่มิติมาพักใหญ่แล้ว จึงจัดการ
เก็บกวาดเล็กน้อยแล้วโผล่มาในห้องของตัวเอง
แค่เงาร่างของนางปรากฏ โม่จิ่วเยี่ยก็กลับมาพอดี
ทั้งยังมาพร้อมกับหนานรุ่ยด้วย
นับตั้งแต่หนานรุ่ยมาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง เขาก็อาศัยอยู่ในบ้านเก่า
ตรงเชิงเขามาตลอด หากไม่ใช่เพราะต้องการให้นางช่วยตรวจ
ร่างกายของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงให้ อีกฝ่ายก็แทบจะไม่ปรากฏตัว
ต่อหน้าผู้คนเลย
วันนี้จึงค่อนข้างแปลกใจที่เขาตามโม่จิ่วเยี่ยกลับมาที่บ้าน
ผู้มาเยือนล้วนถือเป็นแขก เฮ่อจือหรานย่อมไม่ลืมมารยาท
“คารวะองค์ชายหนานรุ่ย”
หนานรุ่ยโบกมือทันที่ “ฮูหยินเก้าอย่าได้มากพิธี ข้าไม่ใช่องค์
ชายแล้ว ในโลกนี้ไม่มีหนานรุ่ยอีก ต่อไปหากพบเจอกัน ให้เรียกข้า
ว่าอารุ่ยก็พอ”
เดิมทีเฮ่อจือหรานก็ไม่ใช่คนถือตัว ยิ่งไม่ชอบพิธีรีตองมากมาย
อยู่แล้ว
เมื่อหนานรุ่ยเอ่ยเช่นนั้น นางจึงตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ
“เช่นนั้นต่อไปข้าจะไม่เรียกท่านว่าองค์ชายแล้ว”
การมาของหนานรุ่ยในครั้งนี้ ก็เพราะมีเรื่องส าคัญที่ต้องพูดคุย
เดิมทีเขาตั้งใจจะรอคุยกับโม่จิ่วเยี่ยเป็นการส่วนตัว แต่เต๋อเฟย
เหนียงเหนียงรู้ดีว่าผู้มีอ านาจตัดสินใจที่แท้จริงในสกุลโม่คือภรรยา
ของโม่จิ่วเยี่ย เขาจึงมาหาโม่จิ่วเยี่ยก่อนและบอกว่ามีเรื่องที่ต้อง
ปรึกษากับพวกเขาสองคน
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คิดมาก เรื่องที่สามารถปรึกษากับภรรยาได้ ส่วน
ใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการรักษาคน
ช่วงนี้เฮ่อจือหรานจะไปตรวจร่างกายให้เต๋อเฟยเหนียงเหนียงทุก
ๆ สองสามวัน เมื่อได้พูดคุยกันมากขึ้น พวกเขาก็พบว่าแม่ลูกหนาน
รุ่ยไม่ได้มีความคิดที่จะท าร้ายสกุลโม่จริง ๆ ความระแวงที่มีต่อพวก
เขาทั้งสองจึงค่อย ๆ ลดลงไปมาก
“อารุ่ยตั้งใจจะให้ภรรยาของข้าช่วยรักษาโรคหรือ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากให้การมาของหนานรุ่ยรบกวนเวลาพักผ่อน
ของภรรยา จึงถามออกไปตรง ๆ
เดิมทีหนานรุ่ยก าลังคิดว่าจะเอ่ยปากอย่างไร จึงฉวยโอกาสนี้
กล่าวว่า “ข้ากับท่านแม่พักอยู่ที่นี่มาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว พวกข้า
ชอบสภาพแวดล้อมของที่นี่มาก จึงคิดว่าจะตั้งรกรากกันที่นี่”
“ตั้งรกรากที่นี่หรือ” นี่เป็นสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยไม่คาดคิดมาก่อน
ในดินแดนต้าซุ่น ซีเป่ยถือเป็นดินแดนแห้งแล้ง อีกทั้งสภาพ
อากาศก็ไม่ดีเท่าเมืองหลวง โดยเฉพาะหมู่บ้านซีหลิ่ง ที่แม้แต่ใน
ท้องถิ่นก็ถือว่าไม่ใช่สถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมดีนัก เขาจึงไม่เข้าใจ
ว่าท าไมหนานรุ่ยถึงเลือกจะตั้งรกรากที่นี่
ที่ส าคัญ เขาไม่เชื่อว่าองค์ชายที่เคยลิ้มรสความรุ่งเรืองและความ
มั่งคั่งมาก่อน จะสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตของคนธรรมดาทั่วไป
แบบนี้ได้
หนานรุ่ยเห็นเขาสงสัยก็ไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
“ข้ากับท่านแม่เดิมไม่ได้คิดว่าจะตั้งรกรากเป็นหลักแหล่ง แต่
เพราะได้มาพักอยู่ที่นี่ จึงรู้สึกว่าผู้คนนิสัยเรียบง่าย ท่านแม่ของข้าก็
คุยกับฮูหยินผู้เฒ่าถูกคอ ทุกวันก็ไม่ได้รู้สึกเงียบเหงา ข้าจึงอยากจะ
อยู่ที่นี่ไปนาน ๆ”
เห็นหนานรุ่ยพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง
หมู่บ้านซีหลิ่งไม่ได้เป็นของสกุลโม่ หากหนานรุ่ยต้องการพาเต๋อ
เฟยเหนียงเหนียงมาอยู่ที่นี่ ก็แค่เลือกซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้าน หรือจะ
ซื้อบ้านที่เหมาะ ๆ จากพวกชาวบ้านก็ได้ เหตุใดต้องมาปรึกษาเขา
ด้วย
หลังโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบสนองค าพูดของเขาเสียที่ หนานรุ่ยจึง
พูดต่อว่า “ข้าเห็นว่าบ้านของสกุลโม่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี และรู้ด้วย
ว่าเป็นหูชงที่ช่วยจัดการให้ วันนี้ที่ข้ามาหาท่านทั้งสอง ก็เพื่อถามว่า
พอจะขอให้หูชงช่วยมาสร้างบ้านเช่นนั้นให้ข้าสักหลังได้หรือไม่
แน่นอนว่าที่ดินส าหรับสร้างบ้านข้าสามารถหาซื้อจากทางการเอง
ได้”