ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 342 เหตุใดไม่รีบไปที่จวนอ๋องเก้าเพื่อตามหาคน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 342 เหตุใดไม่รีบไปที่จวนอ๋องเก้าเพื่อตามหาคน
“เสี่ยวไป๋ เรื่องนี้จะส าเร็จหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
เหมือนเสี่ยวไป๋จะเข้าใจค าพูดของเจ้าของ มันส่งเสียงร้องเบา ๆ
เป็นการตอบรับ
พี่ห้ากับพี่หกต่างไม่เข้าใจการกระท าของน้องเก้า พวกเขาไม่
เชื่อว่าการที่เสี่ยวไป๋แค่ร้องแบบนี้จะถือเป็นการตอบรับแล้วหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่เชื่อว่าเสี่ยวไป๋ที่เห็นว่าเป็นสัตว์เลี้ยง
ของปรมาจารย์ซือเหมิงชัด ๆ จะถูกข้าวปั้นน้อยฝึกฝนเพียงเล็กน้อย
ก็กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของน้องเก้าได้?
สุดท้ายแล้วสิ่งมีชีวิตตัวเล็กนี้ก็ติดตามปรมาจารย์ซือเหมิงมา
นาน หากได้พบหน้ากับเจ้านายคนเก่าเข้า ก็เกรงว่ามันจะกลับไป
ภักดีต่อเขาอีกหน
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าพวกพี่ชายก าลังกังวลเรื่องอะไร เพราะตอนนี้
จิตใจของเขาก าลังค านวณเรื่องเวลา
พวกเขารีบออกเดินทางจากซีเป่ยมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ใช้เวลา
ทั้งสิ้นครึ่งเดือน
หากชาวหนานเจียงทั้งสองเดินทางไปถึงซีเป่ยและพบกับเสี่ยวไป๋
อย่างราบรื่น พวกเขาย่อมต้องเร่งเดินทางกลับมาเมืองหลวงโดยเร็ว
ที่สุดเช่นกัน
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เขาค านวณจากระยะเวลาที่สั้นที่สุด
ชายชาวหนานเจียงสองคนนั้นมาถึงซีเป่ยแล้ว แม้ทุกอย่างจะ
ราบรื่น แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะพบกับเสี่ยวไป๋ทันที่ ดังนั้นเขาจึง
ตั้งใจจะเลื่อนเวลาออกไปอีกสักหน่อย เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเกิดความ
สงสัย
“พี่ห้า พี่หก ช่วงสองสามวันนี้พวกเราหยุดลงมือชั่วคราวก่อน
เถอะ หาที่พักตั้งหลักและสังเกตความเคลื่อนไหวของจวนอ๋องเก้าไป
พลางก่อน”
เห็นได้ชัดว่าพี่หกไม่ได้คิดมากเท่าโม่จิ่วเยี่ย
“น้องเก้า ในเมื่อพบเบาะแสแล้ว เหตุใดไม่รีบไปที่จวนอ๋องเก้า
เพื่อตามหาคนเล่า?”
โม่จิ่วเยี่ยบอกเล่าแผนการในใจของเขาให้พี่ชายทั้งสองฟัง พี่ห้า
จึงเห็นด้วยและกล่าวว่า “สิ่งที่น้องเก้าพูดนั้นมีเหตุผล พวกเราได้
เบาะแสมาอย่างยากล าบาก จึงห้ามประมาท”
ในที่สุดสามพี่น้องก็ตัดสินใจร่วมกันว่าจะซ่อนตัวอยู่ในเรือนของ
ชาวหนานเจียงพวกนั้นไปก่อน
อย่างไรเสียพวกเขาก็ตายไปแล้ว คงไม่มีวันกลับมาได้อีก ที่นี่จึง
เป็นสถานที่ปลอดภัยกว่าการออกไปเผชิญหน้าผู้คนเพื่อหาโรงเตี๊ยม
หรือเช่าบ้านอยู่มากนัก
พวกเขาก็ต้องระแวดระวัง เผื่อว่าจะมีสายลับของปรมาจารย์
ซือเหมิงมาสืบหาถึงที่ พยายามไม่ออกไปข้างนอกหรือเคลื่อนไหวให้
น้อยที่สุด
พี่น้องสกุลโม่ล้วนมีรูปโฉมงดงาม รูปร่างสูงใหญ่ก าย า ท่ามกลาง
ฝูงชนย่อมเด่นสะดุดตาผู้อื่น
ยิ่งไปกว่านั้น คนเมืองหลวงล้วนรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี การเก็บ
ตัวเงียบจึงเป็นสิ่งที่จ าเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเวลาออกไปซื้อวัตถุดิบ ก็สามารถส่งคนออกไปได้
เพียงคนเดียว
ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยออกจากบ้าน เฮ่อจือหร่านได้เตรียมเครื่องมือ
แต่งหน้าให้เขาไว้ชุดหนึ่ง ถึงแม้ฝีมือของเขาจะยังไม่ช านาญถึงขั้น
เปลี่ยนรูปแปลงโฉมได้อย่างสมบูรณ์ แต่การปลอมตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ
ชายหนุ่มก็ยังท าได้
สามพี่น้องไม่ได้เดินเข้าทางประตูใหญ่ แต่ใช้วิชาตัวเบากระโดด
ข้ามก าแพงเข้าไปในลานบ้าน
อาศัยแสงจันทร์ส่องทางจึงเห็นว่าในลานบ้านนั้นไม่ได้ใหญ่โต
แต่สะอาดสะอ้านมาก ตรงกลางมีบ่อน ้าหนึ่งบ่อ ตรงข้ามกับประตู
ใหญ่มีบ้านสองหลัง
ด้านตะวันออกและตะวันตกต่างก็มีห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งว่างเปล่า
ส่วนอีกห้องเป็นห้องครัว
พี่ห้ากับพี่เจ็ดผลักประตูห้องทั้งสองบานออกพร้อมกัน การจัด
วางสิ่งของในห้องทั้งสองนั้นเหมือนกัน ตรงข้ามกับประตูห้องคือเตียง
ตรงกลางห้องมีโต๊ะกลม ด้านข้างเป็นตู้เสื้อผ้า
เพราะเกรงว่าจะถูกพบเห็น พวกเขาจึงไม่ได้จุดตะเกียง แต่ใช้
แสงจันทร์ส่องน าทางเข้าไป
หลังจากตรวจสอบและพบว่าไม่มีอันตราย พี่ห้าจึงเอ่ยขึ้นว่า
“น้องเก้า เจ้าพักห้องนี้เถอะ ข้ากับน้องหกจะพักอีกห้องหนึ่งก็แล้ว
กัน”
“ตกลง”
การเดินทางมาหลายวันท าให้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเหนื่อยล้า เขาตอบ
รับค าพูดพี่ชาย แล้วสามพี่น้องก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
โม่จิ่วเยี่ยนอนอยู่บนเตียง แต่ก็ไม่ได้หลับตาในทันที่
เขาก าลังครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนถึงเรื่องการเข้าไปสืบข่าวในจวน
อ๋องเก้า
ตามค าพูดของชายชาวหนานเจียง พวกเขาไม่เคยพบหน้ากับ
ปรมาจารย์ซือเหมิง ซึ่งก็หมายความว่าพวกเขาไม่รู้จักหน้าค่าตาของ
ปรมาจารย์ซือเหมิงด้วย
ทว่าปรมาจารย์ซือเหมิงลอบใช้คนสองคนท างานให้ ย่อมต้อง
แอบสังเกตการณ์อยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเป็นไปได้มากว่า
ปรมาจารย์ซือเหมิงจะรู้จักหน้าตาของคนทั้งสองเป็นอย่างดี
หากเป็นเช่นนั้น แม้พวกเขาจะส่งเสี่ยวไป๋ไปยังจวนอ๋องเก้า ก็คง
ถูกคนจับได้แน่นอน
แม้ว่าเขาจะพยายามเปลี่ยนรูปลักษณ์เพียงใด แต่รูปร่างก็
แตกต่างจากชาวหนานเจียงโดยสิ้นเชิง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่จ าเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว
หากคนของจวนอ๋องเก้าออกมารับตัวเสี่ยวไป๋ พวกเขาก็จะหา
โอกาสแอบเข้าไปในจวน แต่ถ้าปรมาจารย์ซือเหมิงมาเอง พวกเขาก็
จะสู้ตายเพื่อจับตัวปรมาจารย์ซือเหมิงให้ได้
แน่นอนว่าอิทธิพลของจวนอ๋องเก้านั้นก็ไม่ธรรมดา การที่อ๋อง
เก้าสมคบคิดกับปรมาจารย์ซือเหมิงได้ แสดงว่าอ๋องเก้าไม่ได้เรียบ
ง่ายอย่างที่เห็นภายนอก
แต่อ๋องเก้าก็อาจจะเป็นเหมือนหนานรุ่ยที่ถูกปรมาจารย์ซือเหมิง
จับจุดอ่อน จนท าให้ต้องยอมท าตามแต่โดยดี
ไม่ว่าอย่างไร เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องในราชส านักของราชวงศ์
การแก่งแย่งชิงดีกันของผู้ที่อยู่เหนือคนพวกนั้น ตราบใดที่ไม่ท าลาย
ผลประโยชน์ของชาวบ้านกับคนสกุลโม่ พวกเขาก็จะไม่สนใจ
บางทีอาจเป็นเพราะไม่ได้พักผ่อนเต็มที่มานาน ยิ่งโม่จิ่วเยี่ยคิด
มากเท่าไหร่ สมองก็ยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายเขาก็ค่อย ๆ
เผลอหลับไป
โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาโดยตลอด เมื่อแสงสลัวส่อง
ลอดผ่านกระดาษหน้าต่างเข้ามาเพียงเล็กน้อย เขาก็รู้สึกถึงเสียง
ฝีเท้าเบา ๆ
เขาผุดลุกขึ้นนั่งทันที่ เอ่ยถามด้วยน ้าเสียงต ่าว่า “ใคร”
ระหว่างที่พูด โม่จิ่วเยี่ยก็เปิดประตูห้องออกอย่างรวดเร็ว
“น้องเก้า เป็นข้าเอง”
“พี่ห้า ท่านตื่นเช้าเช่นนี้มีเรื่องอะไร?”
พี่ห้ายกถังน ้าในมือขึ้น
“ข้านอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาตักน ้าท าอาหาร เห็นว่าในครัวมี
เสบียงอยู่บ้าง พวกเราท าของง่าย ๆ กินกันเถอะ”
เดิมทีโม่จิ่วเยี่ยยังคิดจะนอนต่ออีกหน่อย แต่พอเห็นพี่ห้าตื่นแล้ว
จึงล้มความคิดนั้นไป ช่วยกันเตรียมอาหารเช้า
ในสกุลโม่ โม่จิ่วเยี่ยเป็นบุตรชายคนเล็ก บรรดาพี่ชายต่างดูแล
เอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ไม่เคยปล่อยให้เขาต้องลงมือท างานอะไร
พี่ห้ายังคงมีท่าทีเช่นเดิม
“น้องเก้า เจ้าอย่าเพิ่งท าเลย เดี๋ยวข้าท าเองได้”
ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกโม่จิ่วเยี่ย เพียงแต่ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยออกเรือนไป
แล้ว หากให้เขาจัดการเรื่องราวภายนอกยังพอท าได้ แต่เรื่องงานบ้าน
งานเรือนเช่นนี้ เกรงว่ายิ่งช่วยจะยิ่งยุ่ง
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ความคิดของพี่ห้า เขาไม่ได้ฟังพี่ชายแล้วกลับไป
พักผ่อน แต่เข้าไปในครัวเตรียมท าอาหารเช้าต่อ
ภายในครัวมีข้าวสารอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ผักกวางตุ้งที่กองอยู่ตรง
มุมห้องนั้นเน่าไปหมดแล้ว นอกจากนั้นก็ไม่มีผักชนิดอื่นอีก
โชคดีที่บนขื่อยังมีเนื้อเค็มตากแห้งแขวนอยู่หลายชิ้น ขนาดเท่า
ฝ่ามือ และหัวไชเท้าดองอีกหนึ่งพวง
ยามนี้โม่จิ่วเยี่ยเรียนรู้ที่จะรอบคอบ ก่อนท าอาหารก็น าเครื่องมือ
ตรวจสอบสารพิษขนาดเล็กที่ภรรยามอบให้ น ามาตรวจสอบวัตถุดิบ
ทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากมั่นใจว่าไม่มีปัญหา จึงเริ่มลงมือ
ท าอาหาร
พี่ห้าคิดว่าน้องเก้าเพียงแค่เกรงใจเขา เมื่อเข้าไปในครัวก็คงจะ
ไม่ได้ลงมือท าอะไร
ทว่าตอนเขาผ่าฟืนเสร็จและเดินเข้ามา กลับพบว่าโม่จิ่วเยี่ยล้าง
ข้าวสารและใส่ลงหม้อเรียบร้อยแล้ว
ทั้งหัวไชเท้าดองและเนื้อเค็มตากแห้งก็ถูกแช่น ้าไว้ทั้งหมด
ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากพูดอะไร โม่จิ่วเยี่ยก็หยิบฟืนที่เขาผ่าไว้ใส่
เข้าไปในเตาและจุดไฟอย่างรวดเร็ว
“พี่ห้า วันนี้ข้าจะท าอาหารเช้าเอง”
พี่ห้าเห็นท่าทางของเขาคล่องแคล่วก็ตาค้างไปเล็กน้อย
แต่เพื่อไม่ให้ท าลายความกระตือรือร้นของน้องเก้า เขาจึงเตรียม
ใจจะกินอาหารรสชาติแปลกประหลาดนี้แล้ว
ไม่ว่าสิ่งที่น้องเก้าท าออกมานั้นจะกินได้หรือไม่ เขาก็จะต้องกิน
มันให้หมด…