ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 348 ไม่มุ่งเป้ามาที่ข้า
เฟ่ยหนานอวี่รอมานานแล้ว เมื่อได้ยินเสียงหน้าต่างถูกเลื่อน
ออก ก็รีบเดินเข้าไป
“คุณชายเก้า ท่านมาแล้วหรือ”
โม่จิ่วเยี่ย กระโดดเข้ามาในห้องหนังสือ
“คุณชายเฟ่ยเตรียมการเป็นอย่างไรบ้าง”
เฟ่ยหนานอวี่ปิดหน้าต่างลงพลางเชื้อเชิญให้โม่จิ่วเยี่ยนั่งลงที่
โต๊ะ
“เรื่องทุกอย่างข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปร่วมงาน
เลี้ยงวันเกิดพร้อมกับหนานฉี ส่วนท่านก็ให้ปลอมตัวเป็นองครักษ์เข้า
ไปในจวนอ๋องเก้าด้วยกันกับข้า”
เดิมทีโม่จิ่วเยี่ยก็คิดเช่นนั้น เมื่อเห็นว่าเฟ่ยหนานอวี่จัดเตรียมทุก
อย่างเรียบร้อยแล้ว จึงเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณคุณชายเฟ่ยที่ช่วยเหลือ”
“ไม่จ าเป็นต้องเกรงใจหรอกคุณชายเก้า อีกสักพักข้าจะเรียก
องครักษ์คนหนึ่งมา ท่านแค่ท าให้เขาสลบไปก็พอ”
โม่จิ่วเยี่ยย่อมเข้าใจความหมายของเฟ่ยหนานอวี่
“ตกลง”
เฟ่ยหนานอวี่มองสีของท้องฟ้าภายนอก จากนั้นจึงผลักประตู
แล้วตะโกนไปยังพื้นที่โล่งว่า “อิ่งจือ เข้ามา”
ขณะเดียวกัน โม่จิ่วเยี่ยก็หลบไปด้านหลังประตูอย่างรวดเร็ว แล้ว
กลั้นลมหายใจ
เพียงพริบตาเดียว ชายชุดด าก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องหนังสือ
ชายชุดด ายังไม่ทันได้รู้ตัวก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงท้ายทอย ร่างทั้ง
ร่างล้มลงกับพื้น
เวลาเดียวกัน เฟ่ยหนานอวี่ก็รีบปิดประตูห้องอย่างรวดเร็ว
เขามองชายชุดด าที่นอนอยู่บนพื้น แววตาเต็มไปด้วยความดู
แคลน
แน่นแนว่าเขาก็ไม่ได้ปิดบังความหมายนี้ต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย
“ในบรรดาองครักษ์ของข้า มีอยู่สองคนที่เป็นสายสืบที่หนานฉี
ส่งมา เขาคนนี้เป็นหนึ่งในนั้น”
โม่จิ่วเยี่ยนั้นช านาญกับการท าให้ผู้อื่นสลบเป็นอย่างยิ่ง เขา
สามารถยืนยันได้ว่าสันมือของเขาเมื่อครู่นี้ จะท าให้อิ่งจือสลบไป
อย่างน้อยสองชั่วยาม
ดังนั้นการสนทนาระหว่างเขากับเฟ่ยหนานอวี่จึงไม่จ าเป็นต้อง
กังวลสิ่งใดอีก
“หนานฉีผู้นี้ช่างเป็นผู้ขี้ระแวงยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด แม้จะได้รับ
ความไว้วางใจมากแค่ไหน หากเวลาผ่านไปนานวันเขาก็จะคิดสงสัย
อยู่ดี ทว่าเขาเองก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือความสงสัยของเขามักจะไม่
กินเวลานานนัก”
ระหว่างที่พูด โม่จิ่วเยี่ยก็ก้มลงมองอิ่งจือที่นอนแน่นิ่งราวกับคน
ตายบนพื้น ก่อนจะกล่าวต่อว่า
“อย่างเช่น ถ้าเขาส่งคนมาจับตาดูท่าน พอเวลาผ่านไปนานวัน
เข้า หากไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ เขาย่อมจะยิ่งวางใจมากขึ้น พอถึง
ตอนนั้น คุณชายเฟ่ยก็จะสามารถลงมือได้อย่างเต็มที่”
แม้เฟ่ยหนานอวี่ผู้นี้จะเฉลียวฉลาด แต่เพราะไม่ได้อยู่กับหนานฉี
มานานเท่าโม่จิ่วเยี่ย ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยจึงท าให้เขาเห็นความหวัง
อันร าไร
เดิมทีเขาก็ติดตามหนานฉีมาด้วยจุดประสงค์แอบแฝง หาก
จะต้องถูกคนคอยจับตามองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนไม่กล้าท าอะไร
เช่นนี้ แล้วเมื่อไหร่ที่ความปรารถนาของเขาจะเป็นจริงได้?
ดูท่าว่าต่อไปนี้ เขาจะต้องแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าสายลับที่
หนานฉีส่งมาให้มากขึ้น เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจโดยเร็ว
“ขอบคุณคุณชายที่เตือนสติ ต่อไปข้าจะระวังตนให้มากขึ้น”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านของเฟ่ยหนานอวี่ ในใจก็อด
เป็นกังวลแทนเขาไม่ได้
“แต่ว่า พวกเราท าให้คนผู้นี้สลบไปแบบนี้แล้ว ท่านจะอธิบายกับ
หนานฉีว่าอย่างไร”
พูดถึงเรื่องนี้ เฟ่ยหนานอวี่ก็ท าอะไรไม่ได้
“พรุ่งนี้ข้าต้องไปอวยพรวันเกิดท่านอ๋องเก้าที่จวนกับหนานฉี
หนานฉีบอกให้อิ่งจือปลอมตัวเป็นผู้ติดตามของข้า ด้วยสถานะของ
ข้าที่ตอนนี้เป็นเพียงขุนนางผู้อยู่ใต้เขา หากไม่ไปกับเขา ก็คงจะเข้า
ประตูจวนอ๋องเก้าไม่ได้ด้วยซ ้า การที่ยอมให้พาผู้ติดตามเข้าไปด้วย
คนหนึ่งก็ดีมากแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงท าได้เพียงเริ่มต้นจากอิ่งจือ
เท่านั้น”
กล่าวจบ เฟ่ยหนานอวี่ก็ก้าวไปข้างหน้า พลิกร่างของอิ่งจือที่
นอนคว ่าอยู่บนพื้นให้หงายขึ้น
“คุณชายเก้าดูเถอะ อิ่งจือผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาธรรมดา อีกทั้งผิว
ของเขาก็ยังคล ้ากว่าคนทั่วไป และจุดเด่นที่สุดของเขาคือรอย
แผลเป็นบนใบหน้า การแปลงโฉมของท่านให้เหมือนเขานั้นคงไม่ใช่
เรื่องยาก”
“ยิ่งไปกว่านั้น รูปร่างของพวกท่านก็คล้ายคลึงกันถึงแปดเก้า
ส่วน ตราบใดที่หนานฉีไม่เข้ามาใกล้ ๆ ก็จะไม่มีปัญหาในการตบตา
หลอกลวงได้แน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่าจะอธิบายกับหนานฉีอย่างไรนั้น
ข้าคิดหาวิธีรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว หลังพวกเรามุ่งหน้าไปยังจวนอ๋อง
เก้าแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดคุยกับท่านหรือไม่ อย่างน้อยพวกท่านก็ถือว่า
ได้พบหน้ากันแล้ว”
“ส่วนข้าอยู่กับหนานฉีตลอดเวลา ไม่ได้ท าอะไรให้น่าสงสัย พอ
ออกมาจากจวนอ๋องเก้า อิ่งจือผู้นี้ก็จะหายตัวไปกะทันหัน เช่นนั้น
หนานฉีก็จะยิ่งสงสัยในความภักดีของอิ่งจือผู้นี้ และจะไม่มุ่งเป้ามาที่
ข้าอย่างแน่นอน”
พอได้ฟังถ้อยค าของเฟ่ยหนานอวี่แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกวางใจ
ขึ้นมาบ้าง
ไม่ใช่ว่าเขาใจอ่อน แต่เพราะเฟ่ยหนานอวี่ช่วยเหลือเขามากมาย
ถึงเพียงนี้
เขาเองก็ซาบซึ้งนัก ไม่อาจปล่อยให้เฟ่ยหนานอวี่ต้องมาล าบาก
เพราะเขาได้
“เช่นนั้น ข้าจะพยายามจากไปอย่างแนบเนียนที่สุด ไม่ให้
หนานฉีสงสัยคุณชายเฟ่ย”
ขณะเอ่ย โม่จิ่วเยี่ยก็พิจารณารูปโฉมของอิ่งจืออย่างละเอียด
ผิวของอิ่งจือค่อนข้างคล ้า คิ้วหนากว่าเขา ทั้งยังมีหนวดเครารก
รุงรังอยู่รอบกรอบหน้า
สิ่งเหล่านี้ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยล้วนไม่ใช่เรื่องยากเย็น ขณะที่เขา
ก าลังจะปลอมโฉมตามอย่างอิ่งจือ เฟ่ยหนานอวี่กลับเปิดตู้ใบหนึ่งใน
ห้องหนังสือเสียก่อน
เขาหยิบขวดโหลหลายใบออกมาจากตู้ รวมถึงสิ่งของที่มีขน
ปุกปุยคล้ายกับหนวดปลอมที่ภรรยาเคยท าให้เขา
“คุณชายเก้า ข้าจะช่วยแปลงโฉมให้ท่านเอง”
โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดว่าเฟ่ยหนานอวี่จะมีความสามารถเช่นนี้ด้วย
ในเมื่ออีกฝ่ายร้องขอ เขาก็เลือกที่จะปิดบังความสามารถของตน
ต่อไป
เครื่องประทินที่เฟ่ยหนานอวี่ใช้แม้ว่าจะไม่ดีเท่าของภรรยา แต่
หลังจากแต่งให้แล้ว หากไม่สังเกตอย่างละเอียด เขาก็แทบจะไม่ต่าง
จากอิ่งจือเลย
โดยเฉพาะงตอนนี้ที่เขากับอิ่งจือต่างสวมชุดด า หากปิดบัง
หน้าผากเล็กน้อยก็ยิ่งไม่ต่างกัน
เฟ่ยหนานอวี่พอใจกับฝีมือการปลอมตัวของตนเองมาก เขาจ้อง
มองโม่จิ่วเยี่ย พอเห็นว่าเขาแทบไม่ต่างไปจากอิ่งจือที่นอนอยู่บนพื้น
จึงโยนเครื่องประทินทั้งหมดลงในอ่างทองแดง จากนั้นก็จุดไฟเผา
ขณะเดียวกัน เขาก็อธิบายให้โม่จิ่วเยี่ยฟังว่า
“ข้าท างานไม่ชอบให้ใครมาจับผิดได้ สิ่งของเหล่านี้เผาเสียอีก
ว่าถึงจะปลอดภัย”
พอเห็นการกระท าของเฟ่ยหนานอวี่ โม่จิ่วเยี่ยรู้ก็สึกนับถือจาก
ใจจริง
คนที่มีจิตใจละเอียดรอบคอบเช่นนี้ ไม่แปลกที่จะกลายเป็น
จักรพรรดิผู้ปราดเปรื่องในอนาคต
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขา เขาเพียงแค่นับ
ถืออีกฝ่ายเท่านั้น
หลังจากจัดการกับเครื่องประทินเสร็จแล้ว เฟ่ยหนานอวี่ก็หันหลัง
กลับ ก้มลงมองอิ่งจือ
“คนผู้นี้ไม่อาจเก็บไว้ได้อีก”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าเฟ่ยหนานอวี่นั้นไม่มีวรยุทธ์ การจัดการกับอิ่งจือ
จึงต้องเป็นเขาที่ลงมือเอง
“ท่านคิดจะท าเช่นไร”
เฟ่ยหนานอวี่ส่ายหน้าจนใจ “คนผู้นี้คอยติดตามและใส่ร้ายป้าย
สีข้ามาตลอด วันนี้ข้าจะส่งมันไปที่ปรโลกเอง”
เพียงค าพูดนั้นจบลง เขาก็หยิบกริชที่ส่องประกายออกมาจาก
ลิ้นชัก แล้วแทงเข้าไปที่หน้าอกของอิ่งจืออย่างรวดเร็ว
เดิมทีอิ่งจือก็หมดสติไปแล้ว ไม่แม้แต่จะส่งเสียงครวญครางก็
สิ้นใจเสียก่อน
เฟ่ยหนานอวี่มองโม่จิ่วเยี่ย
“คงต้องรบกวนคุณชายเก้า ช่วยจัดการศพด้วยแล้ว”
พูดจบ เขาก็ผลักหน้าต่างด้านหลังของห้องหนังสือออก
“วันนี้ข้าสั่งให้คนที่คอยเฝ้ายามออกไปหมดแล้ว ที่นี่จึงปลอดภัย
ดี”
เรื่องเช่นนี้โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่
เฟ่ยหนานอวี่ก าจัดอิ่งจือก็เพื่อเขา ถึงแม้จะเป็นการตอบแทน เขาก็
ควรจะช่วยเหลืออีกฝ่ายบ้าง
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย ยกศพของอิ่งจือขึ้น ก่อนจะกระโดด
ออกไปทางหน้าต่าง
ที่นี่โม่จิ่วเยี่ยสามารถจัดการกับศพได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่เขา
ไม่ต้องการทิ้งปัญหาไว้ให้เฟ่ยหนานอวี่ในภายหลัง