ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 354 พบพ่อตา
มีคนเห็นพวกเขาเดินมา และจ าได้ทันทีว่าเป็นใต้เท้าเฮ่อ
เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่
คนผู้นั้นรีบเข้ามาต้อนรับและกล่าวว่า “ใต้เท้าต้องการเปลี่ยน
เสื้อผ้าหรือขอรับ?”
เฮ่อเยวียนหมิงไม่พอใจ “เหอะ พวกบ่าวรับใช้ในจวนนี้ช่างไร้
มารยาท ท าให้เสื้อผ้าของข้าเปียกไปหมดแล้ว”
ชายที่ดูเหมือนจะเป็นพ่อบ้าน รีบเข้ามาประจบและชี้ไปยังห้อง
ด้านหน้า พลางกล่าวว่า”ข้าต้องขออภัยใต้เท้าจริง ๆ ขอรับ ใต้เท้า
โปรดรออยู่ตรงนั้นสักครู่ ข้าน้อยจะไปหาเสื้อผ้ามาให้ท่านทันที
ขอรับ”
เมื่อพูดจบ เขายังจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยอย่างดุดัน ราวกับก าลังเตือน
ว่า หลังแขกจากไปแล้ว เขาจะต้องรับผลกรรมแน่นอน
โม่จิ่วเยี่ยแกล้งท าเป็นตกใจจนหดคอ รีบก้มหน้าลงทันที่
การกระท าเช่นนี้ไม่เพียงไม่ดึงดูดความสนใจของพ่อบ้าน แต่ยัง
แสดงให้เห็นว่าเขาตกใจกับเรื่องนี้มาก
เฮ่อเยวียนหมิงกับโม่จิ่วเยี่ยเดินตามกันไปยังห้องที่พ่อบ้านชี้บอก
โม่จิ่วเยี่ยรีบปิดประตูห้องให้เรียบร้อย จากนั้นก็คุกเข่าลงต่อหน้า
เฮ่อเยวียนหมิงและโขกศีรษะสามครั้ง
“คารวะท่านพ่อตา”
เฮ่อเยวียนหมิงรีบช่วยพยุงเขาขึ้นมา
แต่เมื่อเผชิญกับใบหน้าที่ดูแปลกตาไปบ้าง เขายังคงรู้สึกไม่
แน่ใจ
ก่อนที่จะถาม โม่จิ่วเยี่ยก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ใช้เช็ดคอเสื้อเฮ่อเย
วียนหมิงออกมา แล้วรีบเช็ดใบหน้าของตนเองอย่างรวดเร็วสองสาม
ครั้ง จนใบหน้ากลับคืนสู่รูปโฉมเดิมเกือบทั้งหมด
เฮ่อเยวียนหมิงได้พบลูกเขยของเขาหลายครั้งแล้ว แม้ว่าอีกฝ่าย
จะคอยไปออกรบอยู่ห่างไกลก็ตาม
บัดนี้ด้วยใบหน้าของคนตรงหน้า หากไม่ใช่ลูกเขยของเขาแล้ว
จะเป็นใครได้อีก?
“ลูกเขย เป็นเจ้าจริง ๆ หรือ? แล้วหร่านหร่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อพูดถึงบุตรสาวของตน น ้าตาของเฮ่อเยวียนหมิงก็ไหลพราก
อย่างห้ามไม่อยู่
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเห็นพ่อตาเป็นห่วงภรรยาของ
ตนเช่นนี้ ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เขาพยุงเฮ่อเยวียนหมิงให้นั่งลงบนเก้าอี้
“ท่านพ่อตา หร่านหร่านต้องทนล าบากมากมายเมื่อมาอยู่กับข้า
แต่ตอนนี้พวกเราตั้งรกรากที่ซีเป่ยแล้ว ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นทุกวัน
ยามนี้นางตั้งครรภ์แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะคลอด”
ส่วนเรื่องที่เฮ่อจือหร่านตั้งครรภ์แฝด โม่จิ่วเยี่ยคิดจะปิดบังเอาไว้
ก่อน
เพราะทุกคนต่างเชื่อว่าการคลอดลูกแฝดมีโอกาสคลอดยาก
เพื่อไม่ให้ครอบครัวของฝ่ายภรรยาต้องกังวลโดยไม่จ าเป็น
เมื่อได้ยินว่าลูกสาวตั้งครรภ์ น ้าตาของเฮ่อเยวียนหมิงก็ไหล
ออกมาอีกครั้ง ไม่อาจควบคุมได้ “หร่านหร่านถูกข้าและแม่ของนาง
ตามใจจนเสียคนมาตั้งแต่เด็ก นางไม่กลัวความล าบาก ขอเพียงคน
ยังปลอดภัยดีก็พอ”
โม่จิ่วเยี่ยมาพบพ่อตาก็เพื่อเตือนให้เขาระวังการกระท าของท่าน
อ๋องเก้า เขารู้ว่าพ่อบ้านคนนั้นจะส่งเสื้อผ้ามาให้ในไม่ช้า เรื่องที่เขา
ต้องพูดจึงไม่อาจล่าช้าเด็ดขาด
“ท่านพ่อตา ข้าเพิ่งพบว่าท่านอ๋องเก้าสมคบกับผู้ใช้กู่คนหนึ่ง
จากหนานเจียง ผู้ใช้กู่คนนั้นได้มอบหนอนกู่ให้อ๋องเก้าเป็นจ านวน
มาก วันนี้อ๋องเก้าจะฉวยโอกาส ใส่หนอนกู่ลงบนร่างของเหล่าขุน
นางคนส าคัญในราชส านัก เพื่อควบคุมสถานการณ์”
เมื่อได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อเยวียนหมิงก็เก็บน ้าตาทันที่
เขาถามลูกเขยกลับอย่างไม่อยากเชื่อ “อะไรนะ? เจ้าว่าท่านอ๋องเก้า
ร่วมมือกับผู้ใช้กู่ชาวหนานเจียงหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าจริงจัง
“ขอรับ เรื่องนี้ข้าเห็นกับตาตนเอง เป็นความจริงแท้แน่นอน ข้า
เสี่ยงอันตรายมาที่นี่ก็เพื่อจะเตือนท่านพ่อตาโดยเฉพาะ ท่านอย่าได้
หลงกลอ๋องเก้าเป็นอันขาด อีอย่าง เรื่องการแต่งงานของพี่ชาย ท่าน
พ่อตาวางใจเถอะ ตอนนี้ท่านหญิงอวี้ผู้นั้นตายไปแล้ว ถึงแม้จวนอ๋อง
เก้าจะไม่ถูกเปิดโปงเรื่องในวันนี้ แต่นางก็ไม่มีทางแต่งเข้าตระกูลเฮ่อ
ได้อีกแล้ว”
ได้ฟังข่าวมากมายเช่นนี้ เฮ่อเยวียนหมิงตกตะลึง
ไม่คิดว่าเพียงลูกเขยมาเยือนเมืองหลวงครั้งหนึ่ง ก็ช่วยเขา
คลี่คลายวิกฤตได้ถึงสองเรื่อง
แต่ในใจเขายังมีข้อสงสัยที่ต้องการถาม
“ลูกเขย ท่านอ๋องเก้ามีใจคิดคดทรยศ ผู้ใช้กู่ชาวหนานเจียงคน
นั้นก็คือหลักฐานที่ดีที่สุด ตอนนี้คนผู้นั้นอยู่ที่ใด? อีกอย่าง การตาย
ของท่านหญิงอวี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหรือไม่?”
บุตรสาวอันเป็นที่รักของท่านอ๋องเก้าสิ้นชีพ หากถูกค้นพบย่อม
ก่อให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ ถ้าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลูกเขยจริง ๆ
เขาก็ต้องหาวิธีช่วยอีกฝ่ายหลบหนีให้ได้
“ท่านพ่อตา ข้าเป็นผู้สังหารท่านหญิงอวี้เอง สตรีเจ้าชู้เช่นนาง
ไม่คู่ควรกับพี่ชายแม้แต่น้อย และจุดประสงค์ที่ข้าเดินทางมาเมือง
หลวงครั้งนี้ก็คือการจับกุมผู้ใช้กู่คนนั้น ยามนี้ข้าจับตัวเขาส าเร็จแล้ว
พี่ชายของข้าได้พาตัวเขาออกไปจากเมืองหลวงเรียบร้อย”
โม่จิ่วเยี่ยรู้จักนิสัยใจคอของเฮ่อเยวียนหมิงพอสมควร มิเช่นนั้น
เขาคงไม่ตกลงแต่งเฮ่อจือหร่านเข้าบ้านตั้งแต่แรก
บุรุษสกุลโม่เช่นเขาเมื่อถึงคราวจะแต่งภรรยา ไม่ได้เรียกร้องเรื่อง
คุณสมบัติของชาติตระกูลสูงส่งนัก สิ่งส าคัญคือความประพฤติของ
ครอบครัวฝ่ายหญิงเป็นหลัก
เฮ่อเยวียนหมิงรับราชการในราชส านักมาหลายปี เช่นเดียวกับ
สกุลโม่ของเขา อีกฝ่ายรักษาความยุติธรรมเท่าเทียมมาโดยตลอด
ไม่เข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อีกทั้งพ่อตาของเขาก็ท างานอย่าง
ซื่อสัตย์สุจริต อาจกล่าวได้ว่าท าคุณประโยชน์ให้แก่ราชวงศ์ต้าซุ่น
ไม่น้อย
ตอนนี้เขาไม่ได้รับผลกระทบจากสกุลโม่แล้ว ทั้งยังอยู่ใน
ต าแหน่งขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเพียงพอจะพิสูจน์ถึงสิ่งเหล่านี้ได้
ทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเชื่อว่าพ่อตารักและเอ็นดูหร่านหร่านมาก
กระทั่งเพื่อหร่านหร่าน เขาก็จะไม่พูดถึงเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา
แน่นอนว่าพอเฮ่อเยวียนหมิงได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดถึงพี่ชาย เขาก็
ตกใจ
“ลูกเขย เจ้าเพิ่งพูดถึงบรรดาพี่ชายของเจ้าหรือ?”
หรือว่าบุตรชายสกุลโม่จะยังไม่ได้ตาย?
โม่จิ่วเยี่ยเล่าให้กระชับ “ระหว่างทางไปซีเป่ย ข้าโชคดีได้พบว่า
พี่ชายของข้ายังมีชีวิตอยู่ ด้วยความช่วยเหลือของหร่านหร่าน ตอนนี้
ข้าพบเจอพี่ชายหกคนแล้ว ส่วนบิดาและพี่ชายคนอื่น ๆ พวกข้าก็ได้
พบเบาะแสของพวกเขาแล้วเช่นกัน”
“ชาวหนานเจียงที่มอบหนอนกู่ให้อ๋องเก้า คือตัวการส าคัญที่ท า
ร้ายบุรุษสกุลโม่ ตอนนี้เขาคือเบาะแสส าคัญในการตามหาบิดาและ
พี่ชายแล้ว ดังนั้นจึงไม่อาจปล่อยคนผู้นี้ให้ท่านพ่อตาใช้เขาเป็น
พยานในการกล่าวโทษอ๋องเก้าได้”
เฮ่อเยวียนหมิงตั้งใจรับฟังอย่างละเอียด
หากเป็นค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย เขาก็รู้สึกดีใจแทนคนสกุลโม่
ส่วนเรื่องที่ลูกเขยบอกว่าหร่านหร่านช่วยเหลือนั้น เขาก็คิดเพียง
ว่าลูกเขยพูดด้วยความสุภาพ ไม่ได้คิดอะไรมาก
บุตรสาวของตนมีความสามารถแค่ไหน เขาซึ่งเป็นบิดาย่อมรู้
ดีกว่าใคร
เฮ่อจือหร่านไม่เหมือนสตรีตระกูลใหญ่คนอื่น ๆ ที่ใช้เวลาทั้งวัน
ท างานฝีมือของสตรีเพื่อฆ่าเวลา นางชอบอ่านต าราแพทย์พวกนั้น
เพียงอย่างเดียว
การเรียนรู้จากต าราแพทย์มันง่ายดายขนาดนั้นเชียวหรือ?
เพียงแค่อาศัยหนังสือไม่กี่เล่ม ก็สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
โดยไม่ต้องมีคนสอนสั่ง
ทว่าทั้งเขาและภรรยาต่างก็ตามใจบุตรสาว ไม่ว่านางจะเข้าใจ
หรือไม่ พวกเขาก็ปล่อยให้นางท าไปตามใจชอบ
หากไม่ใช่เพราะบุตรสาวของเขาท าเรื่องวุ่นวายตอนแต่งงานกับ
โม่จิ่วเยี่ย จนหีบต าราแพทย์ถูกทิ้งไว้ที่บ้าน ต าราแพทย์เหล่านั้นก็คง
จะกลายเป็นสินสอดติดตามนางไปด้วย
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ เฮ่อเยวียนหมิงก็ยิ่งคิดถึงบุตรสาว
อย่างไรก็ตาม ในใจเขารู้ดีว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเศร้าโศก
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะหาวิธีอื่นเพื่อหาหลักฐานการคิดคดต่อ
แผ่นดินของท่านอ๋องเก้าเอง ข้าจะไม่ยอมให้คนเช่นนี้มาสร้างความ
วุ่นวายในราชส านักอย่างแน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าด้วยนิสัยของท่านพ่อตา อีกฝ่ายจะต้องพยายาม
ต่อต้านอ๋องเก้าอย่างสุดก าลัง
เพื่อให้เขาเข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้ โม่จิ่วเยี่ยจึงกล่าว
เสียงเบาอีกว่า
“ยังมีเรื่องหนึ่งที่ข้าหวังว่าท่านพ่อตารับรู้ และเข้าใจได้อย่างถ่อง
แท้”
“เรื่องอะไรหรือ?” ตอนนี้เฮ่อเยวียนหมิงรู้สึกสับสนวุ่นวายใจ
ลูกเขยเพิ่งจะปรากฏตัวก็น าข่าวใหญ่ที่น่าตกใจมาให้เขามากมาย
ขนาดนี้แล้ว
เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังจะบอกต่อจากนี้ น่าตกตะลึง
ยิ่งกว่าสิ่งที่เล่ามาก่อนหน้าเสียอีก
ความจริงทั้งสองได้เข้ามาอยู่ในห้องสักพักแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงไม่
กล้าประมาท
เขาเดินไปที่ประตูก่อนและมองออกไปข้างนอก เมื่อเห็นว่าไม่มี
ผู้ใดน่าสงสัยผ่านไปมา จึงเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง