ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 360 พิษในหัวใจ
สิ่งที่พี่หกเห็นคือปรมาจารย์ซือเหมิงยังคงอยู่ในสภาพหลับใหล
เขาถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย “น้องเก้า เกิดอะไรขึ้นกับ
จิ้งจอกเฒ่าคนนี้หรือ”
แม้ว่าเมื่อครู่เขากับพี่ห้าจะควบคุมแรงแล้ว แต่ก็ยังกังวลอยู่บ้าง
ว่าตนเองอาจลงมือหนักเกินไป จนส่งจิ้งจอกเฒ่าขึ้นสวรรค์ไปเสีย
แล้ว
“พี่หก ท่านไม่ต้องกังวล ข้าคิดวิธีจัดการกับจิ้งจอกเฒ่านี่ได้
แล้ว” โม่จิ่วเยี่ยอธิบาย พี่หกได้ยินดังนั้น ความกลัดกลุ้มในใจก็
เหมือนจะหายไปทันที่
แม้ว่าเขากับน้องเก้าจะไม่ได้พบหน้ากันมาหลายปี แต่จากการ
พูดคุยในช่วงนี้ ท าให้เขาพบว่าน้องเก้าไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสาคน
เดิมอีกต่อไปแล้ว
อาจเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวที่ผ่านมา น้องเก้า
จึงไม่เพียงกลายเป็นคนหนักแน่น แม้แต่สติปัญญาก็มากจนพี่น้อง
คนอื่นไม่อาจเทียบได้
ดังนั้นไม่ว่าน้องเก้าพูดอะไร เขาก็จะเชื่อโดยไม่มีเงื่อนไข
“ดี ข้าจะไปหาที่เงียบ ๆ เดี๋ยวนี้”
บทสนทนาระหว่างพวกเขาไม่ได้หลุดเล็ดรอดพี่ห้าไปได้
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เอ่ยแทรกการสนทนา แต่ในใจก็รู้สึก
เช่นเดียวกับน้องหก ในเมื่อน้องเก้าบอกว่าคิดวิธีได้แล้ว ก็ต้องเป็นวิธี
ที่ไร้ช่องโหว่แน่นอน
สามพี่น้องขับรถม้าไปยังป่าลับตาคนและมีพื้นที่ราบเรียบ พี่หก
รีบดึงบังเหียนหยุดม้า
“น้องเก้า ข้าว่าตรงนี้เหมาะสมแล้ว”
ความจริงโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เพียงแต่ค านึงถึงว่า
พวกเขาพี่น้องมีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษ อีกทั้งยังพาปรมาจารย์ซือเห
มิงมาด้วย จึงอยากจะหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด
เขาเปิดประตูรถม้าและตรวจสอบดูรอบ ๆ
“พี่หก ต าแหน่งนี้ดีมาก เอาตรงนี้แหละ”
เรื่องนี้ไม่ควรรอช้า เขาตั้งใจจะเอาเลือดจากหัวใจของ
ปรมาจารย์ซือเหมิงก่อนที่อีกฝ่ายจะตื่น
“พี่หก ท่านช่วยเฝ้าอยู่ข้างนอกให้พวกข้าที่ ถ้ามีอันตรายก็ให้
รีบจัดการ พี่ห้า ท่านขึ้นมาช่วยข้าหน่อยเถอะ”
พี่ห้ากับพี่หกพยักหน้า แล้วต่างคนต่างท าหน้าที่ของตนเอง
พี่ห้าเข้ามาด้านในรถม้า แล้วถามอย่างใจร้อน “น้องเก้า เจ้า
ต้องการให้ข้าท าอะไร?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้อธิบายทันที่ แต่หยิบมีดผ่าตัดสองเล่มที่ภรรยาให้
เขาออกมา
“พี่ห้า ท่านช่วยถอดเสื้อตัวบนเขาออกที”
พี่ห้าไม่รู้ว่าน้องเก้าต้องการท าอะไรกันแน่ แต่เขาเพียงชะงักงัน
ไปชั่วขณะ ก่อนจะเริ่มลงมือท า
แม้ว่าจะไม่ต้องท าขั้นตอนฆ่าเชื้อ แต่แสงสว่างส าหรับการผ่าตัด
ก็ยังคงต้องการความสว่างมาก อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้อง
เอาชีวิตปรมาจารย์ซือเหมิง โม่จิ่วเยี่ยจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจ าใจ
หยิบไฟฉายขนาดเล็กและขวดกระเบื้องสีขาวใบเล็กออกมาจากห่อ
ผ้า
นอกจากนี้ เมื่อค านึงถึงเลือดจากหัวใจของปรมาจารย์ซือเหมิงที่
มีพิษร้ายแรง เขาก็ไม่อาจเอาชีวิตของตัวเองและพี่ชายมาเสี่ยง
โม่จิ่วเยี่ยจึงหยิบถุงมือทางการแพทย์ให้ตัวเองและพี่ห้าคนละคู่
เมื่อพี่ห้าเห็นเขาหยิบของแปลก ๆ ออกมามากมาย ดวงตาก็เริ่ม
ฉายแววสับสนมึนงง
“น้องเก้า สิ่งนี้คืออะไรหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยคิดไว้แล้วว่าเมื่อน าสิ่งเหล่านี้ออกมาต่อหน้าพี่ชาย ย่อม
ต้องถูกสงสัยแน่นอน
เขากล่าวเสียงเรียบนิ่งว่า “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของที่ชาวต่างชาติ
มอบให้ข้า แต่เดิมข้าคิดว่าพวกมันไม่มีประโยชน์ แต่น้องสะใภ้ของ
พวกท่านช่างใส่ใจนัก นางเป็นห่วงว่าพวกเราอาจต้องใช้ระหว่างทาง
จึงยัดใส่ห่อผ้าของข้ามา”
เมื่อพูดถึงชาวต่างชาติ พี่ห้าก็เชื่อโดยไม่สงสัยอีก
มันไม่ใช่เพียงของสิ่งนี้ แม้แต่กระจกที่ใช้สร้างบ้านให้คนใน
ครอบครัว เขาก็ได้ยินน้องแปดบอกว่า เป็นของที่น้องเก้าและภรรยา
ซื้อมาจากชาวต่างชาติด้วย
กระทั่งกระจกที่พิเศษขนาดนั้นชาวต่างชาติยังมีให้ แล้วของเล็ก
ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะนับเป็นอะไร!
โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าพี่ห้าก าลังคิดอะไรอยู่ เขารู้ดีว่าค าอธิบายของตน
นั้นคลุมเครือเกินไป ทว่าการมีข้ออ้างก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
ยามนี้เขาเข้าสู่สภาวะสมาธิจอจ่อเต็มที่แล้ว
การผ่าตัดของเขาไม่ได้เชี่ยวชาญเหมือนเฮ่อจือหร่าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขายังไม่อาจท าให้ปรมาจารย์ซือเหมิงเสียชีวิตได้
ดังนั้นตอนนี้อารมณ์ของเขาจึงตึงเครียดที่สุด
เขาพยายามนึกถึงภาพตอนภรรยาผ่าตัดให้คนอื่น ค้นหา
ต าแหน่งที่ถูกต้อง แล้วมีดผ่าตัดคมกริบก็กรีดเนื้อของปรมาจารย์
ซือเหมิงอย่างรวดเร็ว
พี่ห้ามองการเคลื่อนไหวของน้องเก้า ในใจก็ก าลังลุ้น
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะเข้าใจหลักการบางอย่าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้
ลงมือปฏิบัติจริง การเคลื่อนไหวของเขาจึงดูเก้งก้างไปบ้าง
โชคดีที่ทุกอย่างด าเนินไปตามที่เขาคิดไว้ ไม่มีความ
คลาดเคลื่อนใดเกิดขึ้น
พี่ห้าที่จ้องมองการเคลื่อนไหวของโม่จิ่วเยี่ยอย่างใกล้ชิด แล้วจู่ ๆ
ก็ได้ยินน้องชายพูดอย่างเร่งรีบว่า “พี่ห้า เตรียมเก็บเลือดได้แล้ว”
เขาคล าหาต าแหน่งเส้นเลือดแดงใหญ่ตรงกลางหัวใจของ
ปรมาจารย์ซือเหมิงอย่างรวดเร็ว นั่นคือต าแหน่งที่เลือดหัวใจอยู่
พี่ห้ารีบน าขวดกระเบื้องมาวางในต าแหน่งที่เหมาะสม แล้วเปิด
จุกขวดออก
เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดพิษจากหัวใจกระเด็น การเคลื่อนไหวของ
โม่จิ่วเยี่ยจึงระมัดระวังยิ่งขึ้น
ชายหนุ่มใช้คีมค่อย ๆ ยึดเส้นเลือดให้แน่น จากนั้นดึงส่วนหนึ่ง
ให้ตรงกับปากขวด
เขายกมีดขึ้นอีกครั้ง เลือดจากหัวใจของปรมาจารย์ซือเหมิงไหล
เข้าสู่ขวดกระเบื้องอย่างราบรื่น
เขาจัดการได้อย่างเหมาะสม ไม่มีร่องรอยของเลือดพิษกระเด็น
เลยแม้แต่น้อย โม่จิ่วเยี่ยจึงรู้สึกโล่งอก
เลือดจากหัวใจที่ค่อย ๆ ไหลออกมามีสีด าสนิท พี่ห้ารองไว้เกือบ
ครึ่งขวด จนกระทั่งสีของเลือดค่อย ๆ กลับสู่สีปกติ
เป็นเพราะโม่จิ่วเยี่ยรู้เรื่องนี้จากในหนังสือแล้ว เขาจึงไม่รู้สึก
ตกใจมากนัก
อย่างไรก็ตาม พี่ห้ากลับต่างออกไป เลือดหัวใจสีด าเกือบเต็ม
ขวดนี้ อยู่เหนือความเข้าใจของเขามาก ๆ
“น้องเก้า นี่คืออะไร?”
พี่หกที่คอยเฝ้าอยู่นอกรถม้า ได้ยินเสียงสนทนาของพี่น้อง ก็
รู้สึกอยากรู้อยากเห็นสถานการณ์ภายในรถม้าเหมือนกัน
หากไม่ใช่ว่าเขาต้องท าหน้าที่ให้ดี ป่านนี้เขาคงไปสอบถามด้วย
ตัวเองแล้ว
การน าเลือดหัวใจของปรมาจารย์ซือเหมิงมาแก้ไขวิกฤตที่อยู่
ตรงหน้า โม่จิ่วเยี่ยย่อมจ าเป็นต้องอธิบายให้พี่ชายเข้าใจ
ดังนั้น เขาจึงจัดการเย็บแผลให้ปรมาจารย์ซือเหมิงพลางเล่าสิ่งที่
ตนเองรู้
เมื่อเหล่าพี่ชายได้ฟังค าบอกเล่าของน้องเก้า พวกเขาถอน
หายใจด้วยความโล่งอกพร้อมกับรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
หากไม่ใช่เพราะน้องเก้าตอบสนองรวดเร็ว ปรมาจารย์ซือเหมิ
งคงจะกระตุ้นกู่คู่กายให้ฆ่าตัวตาย แล้วจากนั้นก็จะท าให้พิษในเลือด
หัวใจระเบิดออกมา ถึงตอนนั้นแล้ว อย่าว่าแต่จะช่วยบิดาและพี่ชาย
เลย แม้แต่พวกเขาสามพี่น้องก็อาจจะต้องตายไปก่อนด้วยซ ้า
ไม่คิดเลยว่า น้องเก้าจะมีความรู้กว้างขวางถึงเพียงนี้ และยัง
เข้าใจเรื่องพวกนี้ได้อีกด้วย
โดยเฉพาะพี่ห้าที่ได้เห็นกับตาตัวเองว่าน้องชายสามารถดึงเลือด
จากหัวใจของปรมาจารย์ซือเหมิงออกมาได้ส าเร็จ ความชื่นชมที่มี
ต่อน้องชายของเขานั้น ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นค าพูดได้แล้ว
ในขณะที่โม่จิ่วเยี่ยอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้กระจ่าง เขาก็
จัดการบาดแผลของปรมาจารย์ซือเหมิงเรียบร้อย
พี่ห้าปิดฝาขวดกระเบื้องให้แน่นหนา เก็บรักษามันอย่าง
ระมัดระวัง แล้วช่วยใส่เสื้อผ้าให้ปรมาจารย์ซือเหมิง
เพื่อป้องกันไม่ให้เขาหนี สองพี่น้องจึงมัดเขาอย่างดีอีกครั้ง
โม่จิ่วเยี่ยน าขวดกระเบื้องที่บรรจุเลือดพิษจากหัวใจมา แล้วค่อย
ๆ เทลงในขวดที่มีกู่คู่กายของปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่เล็กน้อย
ภายใต้แสงโคม เขาเห็นว่ากู่คู่กายในขวดดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ขณะสัมผัสกับเลือดพิษจากหัวใจของเจ้าของ มันไม่ได้หนีออกมา
จากขวดกระเบื้องเลย
นี่แสดงว่าวิธีการของโม่จิ่วเยี่ยนั้นถูกต้อง ตราบใดที่กู่คู่กายตัวนี้
สามารถสัมผัสกับเลือดหัวใจของเจ้าของได้ตลอดเวลา มันก็จะมีชีวิต
อยู่ต่อไป และแม้ว่าเจ้าของจะควบคุมให้มันฆ่าตัวตาย มันก็จะไม่ท า
ตามแล้ว
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….