ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 374 ข้าจะบอกที่อยู่ของโม่ฉิง
โม่จิ่วเยี่ยเปิดจุกขวดอย่างรวดเร็ว แล้วเทยาลงบนบาดแผลที่ขา
ของปรมาจารย์ซือเหมิง
เพียงไม่กี่วินาที่ บาดแผลของปรมาจารย์ซือเหมิงก็เริ่มเน่าเปื่อย
ทีละน้อยต่อหน้าต่อตา
เลือดหนองเริ่มไหลออกมาจากแผลที่ยังติดกับเนื้อ ปรมาจารย์
ซือเหมิงตกใจจนเหงื่อท่วมตัว เมื่อรวมกับอาการคันแปลก ๆ ทั่ว
ร่างกาย ตอนนี้เขาอยากจะกระแทกหัวตัวเองตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะอีกครั้ง ยกขวดกระเบื้องในมือขึ้นมา ท าท่า
จะเทลงบนบาดแผลที่อื่นของปรมาจารย์ซือเหมิง
ปรมาจารย์ซือเหมิงพยายามส่ายหัวไปมาอย่างแรง พร้อมกับส่ง
เสียงที่ไม่มีใครเข้าใจ
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าทนไม่ไหวแล้ว
เป้าหมายของเขาคือการถามเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมา
จากปากของปรมาจารย์ซือเหมิง ในเมื่ออีกฝ่ายมีท่าทียอม
ประนีประนอม เขาจึงให้โอกาสศัตรูได้พูด
อย่างไรเสีย ตอนนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงก็อยู่ในมือของเขาแล้ว
การจะทรมานเขาเพื่อแก้แค้นให้บิดาและพี่ชายก็ไม่จ าเป็นต้องรีบ
ร้อน
ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงเก็บขวดเล็กไว้ แล้วดึงผ้าที่ผิดปากปรมาจารย์
ซือเหมิงออก
“คิดให้ดีก่อนจะพูด ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเผชิญกับการทรมานที่
รุนแรงยิ่งกว่าเดิม”
ปรมาจารย์ซือเหมิงหอบหายใจใหญ่ ในใจก าลังคิดหาวิธีจะ
หลอกลวงให้ตัวเองรอดพ้นจากสถานการณ์นี้
ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเตือนตรง ๆ ว่าหากเขาไม่แสดงความจริงใจ
ออกมา พายุลูกต่อไปจะยิ่งรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
“เจ้าอยากรู้อะไรก็ถามมา!”
โม่จิ่วเยี่ยไม่พูดพร ่าท าเพลง “ท่านพ่อกับพี่ชายทั้งสองของข้า
ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
แม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะถูกทรมานร่างกาย แต่สติปัญญาของ
เขาก็ไม่ได้สูญเสียไปเพราะเหตุนี้
ในขณะเดียวกัน เขาก็ตระหนักว่าตอนนี้ตนตกอยู่ในมือของพี่
น้องสกุลโม่ ย่อมไม่มีทางรอดแล้ว
แต่เขายังไม่ยอมแพ้ การแก้แค้นให้คนที่เขารักยังไม่ส าเร็จ หาก
ตายและลงไปใต้พิภพก็รู้สึกละอายต่อนางนัก
ทว่าถ้าเขาไม่พูด การจะตายก็เป็นเรื่องที่ดีเกินไปส าหรับเขา
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าเขายังไม่ยอมเอ่ยปาก ก็รู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าคนนี้
ก าลังคิดหาทางออกอยู่ในใจ
เมื่อเผชิญหน้ากับคนเช่นนี้ เขาไม่ควรให้โอกาสอีกฝ่ายได้
หายใจแม้แต่น้อย
ดังนั้น ขณะที่ปรมาจารย์ซือเหมิงยังคงครุ่นคิดอยู่ โม่จิ่วเยี่ยจึง
เปิดจุกขวดอีกครั้ง แล้วเทยาลงบนบาดแผลอีกแห่งของอีกฝ่าย
ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้สึกเจ็บปวดทั่วร่าง สติกลับคืนมาทันที่
“อย่า…อย่าทรมานข้า ข้าจะบอกที่อยู่ของโม่ฉิงให้”
“พูดมา”
“เขาอยู่ที่ชายแดนตะวันตก”
“ชายแดนตะวันตก ที่ไหนกัน?”
ขณะตอบค าถามของโม่จิ่วเยี่ย ปรมาจารย์ซือเหมิงก็คอยสังเกต
สีหน้าท่าทางของชายหนุ่มไปด้วย
เขามั่นใจว่าโม่จิ่วเยี่ยกระตือรือร้นอยากจะช่วยโม่ฉิงและพี่ชาย
ทั้งสองคนออกมา
“ในโลกนี้ มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ที่อยู่ของโม่ฉิง ข้าสามารถช่วยให้
ครอบครัวของพวกเจ้าได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง แต่ข้ามี
เงื่อนไขหนึ่งข้อ”
ส าหรับคนที่ข่มเหงคนในครอบครัวของเขาเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่
คิดจะตามใจอีกฝ่ายเลย
เขาลุกขึ้นเล็กน้อย แล้วเตะไปที่แผลเหวอะหวะบนขาของ
ปรมาจารย์ซือเหมิง
“ใกล้ตายอยู่แล้ว ยังจะมาต่อรองกับข้าอีก เจ้าช่างฝันหวานจริง
ๆ”
การเตะครั้งนี้ของโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้เบาแรงเลย ปรมาจารย์ซือเหมิง
เจ็บจนร้องครวญครางออกมา
“อย่า…อย่าตีข้าอีก…”
โม่จิ่วเยี่ยย่อมต้องรู้จักควบคุมก าลังดีอยู่แล้ว จิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ถูก
พวกเขาพี่น้องทรมานมาไม่น้อย อีกทั้งอีกฝ่ายเพิ่งผ่านการผ่าตัดเอา
เลือดพิษออกมา สภาพร่างกายถือว่าบอบช ้าหนัก หากใช้แรงมาก
เกินไปก็อาจสิ้นใจไปเสียก่อน ซึ่งมันไม่คุ้มค่า
โม่จิ่วเยี่ยหยุดมือ จ้องมองเขาอย่างมาดร้าย
“บอกมา ท่านพ่อและพี่ชายข้าอยู่ที่ไหนกันแน่?”
แม้ปรมาจารย์ซือเหมิงจะร้องขอความเมตตา แต่ก็ก็ยังต้องการ
แก้แค้น
“ตราบใดที่เจ้าสัญญากับข้า ว่าจะให้ข้าตายสบายสักหน่อย ข้า
ก็จะบอกความจริงกับเจ้า”
ส าหรับศัตรูตัวฉกาจของครวบครัว โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่ยอมท าเป็น
เฉย
เขาเปิดจุกขวดอีกครั้ง เทยาลงบนบาดแผลอีกแห่งหนึ่งของ
ปรมาจารย์ซือเหมิง
“ไม่ต้องมาต่อรองกับข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์”
ปรมาจารย์ซือเหมิงเห็นการกระท าของเขา จึงอยากจะเอ่ยปาก
ห้าม แต่ก็สายเกินไปแล้ว
“อย่า…อย่าใช้มัน ข้าบอกเจ้าแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ลังเล เทยาลงบนบาดแผลของปรมาจารย์ซือเหมิงอีก
หน
ปรมาจารย์ซือเหมิงเจ็บจนเหงื่อเย็นไหลไม่หยุด อีกทั้งอาการคัน
ทั่วร่างกายก็ท าให้รู้สึกราวกับจะหมดสติไป
แต่ในใจเขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางสลบได้ ได้แต่ทนรับความ
เจ็บปวดด้วยสติที่ยังแจ่มชัด
“ข้าไม่ต่อรอง ไม่ต่อรอง!”
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จงหยวนจ้องมองเขาเงียบ ๆ
“พูดมา!”
“โม่ฉิงอยู่ที่ภูเขาเสี่ยวชิวในเขตชายแดนตะวันตก”
เมื่อพูดถึงภูเขาเสี่ยวชิว สองพี่น้องต่างก็คุ้นเคยดี
พวกเขาเคยไปภูเขาเสี่ยวชิวตอนที่รักษาการณ์อยู่ชายแดน
ตะวันตก
ภูเขาเสี่ยวชิวอยู่ไม่ไกลจากชายแดน เหตุผลที่เรียกว่าภูเขาเสี่ยว
ชิวก็เพราะภูเขานี้ประกอบด้วยเนินเขาเล็ก ๆ มากมาย
เนินเขาเล็ก ๆ เหล่านี้ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เชื่อมต่อกันเป็นยอด
เขาที่ดูสูงใหญ่
ที่นั่นมีสัตว์ป่าชุกชุม แทบไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปในป่าลึก
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จงหยวนประจ าการณ์อยู่ที่นั่นไม่นาน พวกเขา
เพียงเดินอยู่รอบนอกของภูเขา ไม่เคยเข้าไปในป่าจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม สองพี่น้องรู้ดีว่าภูเขาเสี่ยวชิวมีพื้นที่กว้างใหญ่
มาก เพียงปรมาจารย์ซือเหมิงบอกชื่อภูเขา ก็ใช่ว่าจะหาบิดาและ
พี่ชายได้ง่าย ๆ
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปคว้าคอเสื้อของปรมาจารย์ซือเหมิง แล้วถาม
เสียงเย็น “บอกต าแหน่งที่แน่นอนบนภูเขาเสี่ยวชิวมา”
ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้ดีว่าตนไม่อาจหลบเลี่ยงได้ จึงกลอกตาไป
มาแล้วบอกต าแหน่งส่ง ๆ
“ขึ้นไปบนเขาจากบริเวณใกล้ชายแดนตะวันตก อยู่ในถ ้าบน
ไหล่เขา”
เมื่อได้ยินค าพูดของปรมาจารย์ซือเหมิง สองพี่น้องต่างแค่น
หัวเราะออกมาพร้อมกัน
ไม่ว่าจะเป็นภูเขาอะไร บนภูเขาล้วนมีถ ้านับไม่ถ้วน การที่อีก
ฝ่ายพูดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าก าลังพูดแก้ตัวไปเรื่อย
เห็นได้ชัดว่า จิ้งจอกเฒ่าไม่ต้องการบอกต าแหน่งที่แท้จริงของ
บิดาและพี่ชายของพวกเขา
คราวนี้โม่จงหยวนก้าวออกมา คว้าเส้นผมสีขาวยุ่งเหยิงของ
ปรมาจารย์ซือเหมิง แล้วออกแรงดึงจนร่างของอีกฝ่ายลอยขึ้นมา
“จิ้งจอกเฒ่า เจ้าคิดว่าเพียงพูดสถานที่ใดมา พวกข้าก็จะเชื่อ
หรือ?”
ในความทรงจ าของปรมาจารย์ซือเหมิง บุรุษสกุลโม่มักมีภูมิหลัง
เป็นขุนพลที่มีเพียงความกล้าหาญของนักรบเท่านั้น ส่วนในด้านการ
ต่อสู้ด้วยไหวพริบ ตนเองอาจจะยังเหนือกว่าพวกเขาอยู่บ้าง
ไม่คาดคิดว่าหลังจากแต่งเรื่องสถานที่อย่างละเอียดแล้ว แต่กลับ
ถูกจับได้
ทว่าหากตอนนี้เขาเปลี่ยนค าพูด แม้จะพูดความจริงออกมา อีก
ฝ่ายก็คงไม่มีทางเชื่อ
แทนที่จะเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ต้องยืนกรานค าพูดเดิม
“ข้าไม่ได้โกหกพวกเจ้า โม่ฉิงอยู่ในที่ที่ข้าบอกจริง ๆ”
เห็นเขายังคงพูดเช่นนั้น พี่ห้าจึงผ่อนแรงมือลงบ้าง แล้วโยนร่าง
เขาลงบนพื้นรถม้า “จิ้งจอกเฒ่า ยังคิดจะหลอกพวกข้าอีกหรือ?”
ขณะที่พูด พี่ห้าได้ชักมีดสั้นออกมา แล้วจ่อล าคอของ
ปรมาจารย์ซือเหมิง
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงรีบเข้าไปห้ามปราม
เขาไม่ได้กังวลว่าพี่ห้าจะพลาดมือฆ่าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ แต่เห็นได้
ชัดว่าปรมาจารย์ซือเหมิงตอนนี้ตั้งใจจะตาย หากอีกฝ่ายใช้แรงพุ่ง
เข้าหามีดสั้น เขาก็สามารถพรากชีวิตตัวเองได้ง่าย ๆ
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาจะถามที่อยู่ของบิดาและพี่ชายได้
อย่างไร?
“พี่ห้า ให้ข้าจัดการเองเถอะ”