ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 383 ท่านพ่อ
ขณะที่หลายคนหาไม่พบและเริ่มรู้สึกผิดหวัง โม่จิ่วเยี่ยก็หยุดการ
เคลื่อนไหวกะทันหัน
“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่หก ถ้าข้าเดาไม่ผิด ตรงนี้น่าจะมีทางเข้า”
เมื่อได้ยินเสียงของโม่จิ่วเยี่ย ทุกคนก็ล้อมเข้ามา
โม่จิ่วเยี่ยชี้ไปยังจุดที่มือของตนสัมผัสแล้วกล่าวว่า “ตรงนี้ไม่ได้
เรียบลื่นเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับผนังด้านอื่นแล้ว มันจะเว้าเข้าไป
เล็กน้อย”
เหล่าพี่ชายยื่นมือออกไปสัมผัสต าแหน่งนั้น รู้สึกเหมือนกันกับ
โม่จิ่วเยี่ยจริง ๆ
“น้องเก้า เจ้าลองผลักดูสิ” พี่หกเสนอ
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า แล้วเริ่มออกแรงผลักจุดนั้นเบา ๆ
เดิมทีคิดว่าจะต้องใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่ แต่ไม่คาดคิดว่า
โม่จิ่วเยี่ยเพียงผลักเล็กน้อย แผ่นหินก็ขยับ
เสียงก้องกังวานดังขึ้นภายในห้องใต้ดินที่เงียบสงบ
เหล่าพี่น้องเห็นแผ่นหินตรงหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ปรากฏ
ต่อหน้าพวกเขาคือทางเดินเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟส่องสลัว
โม่จิ่วเยี่ยเดินน าเข้าไปก่อน ก็ยังคงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เผื่อว่า
จะมีกับดักหรือสิ่งอันตรายซ่อนอยู่
ทางเดินกว้างขวางมาก พอให้คนสองคนเดินคู่กันได้
พี่หกเดินมาอยู่ข้างกายโม่จิ่วเยี่ยอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งท่า
ระแวดระวังเช่นกัน
ทางเดินยาวประมาณครึ่งวาและราบเรียบตลอดทาง
แต่ไม่น่าเชื่อว่า ขณะที่พวกเขาพี่น้องเดินไปจนสุดทาง กลับไม่
พบกับดักใด ๆ
สิ่งเดียวที่แตกต่างคืออุณหภูมิที่ลดต ่าลงเรื่อย ๆ
หากกล่าวว่าอุณหภูมิเมื่อครู่เป็นฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
มาถึงตอนนี้ก็ให้ความรู้สึกราวกับก าลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว
แม้จะยังไม่ถึงขั้นลมหนาวเสียดแทงกระดูก แต่ก็ท าให้ผู้คนอยาก
ถูมือเพื่อให้ความอบอุ่นโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม พวกเขาล้วนเป็นผู้มีวรยุทธ์ เพียงรวบรวมก าลัง
ภายในเล็กน้อย ก็สามารถขับไล่ความหนาวเหน็บนี้ได้
เมื่อก้าวออกจากทางเดิน ภาพเบื้องหน้าก็สว่างไสวขึ้นมาทันที่
ไม่ใช่ว่าพวกเขาเดินขึ้นมาบนพื้นดินแล้ว แต่เป็นเพราะด้านหน้า
สามารถบรรยายได้ว่าสว่างไสวราวกับกลางวัน
แสงนี้ไม่ได้มาจากตะเกียงน ้ามัน แต่มาจากไข่มุกราตรีเจ็ดดวงที่
แขวนอยู่เหนือศีรษะ
ไข่มุกราตรีทั้งเจ็ดเม็ดนี้มีขนาดเล็กกว่าไข่มุกที่โม่จิ่วเยี่ย
กับเฮ่อจือหร่านน ามาจากท้องพระคลังของราชวงศ์ต้าซุ่นเล็กน้อย
แต่แสงที่เปล่งออกมานั้นสว่างพอ ๆ กับหลอดไฟในห้องนอนของ
ภรรยาในพื้นที่มิติ
เนื่องด้วยแสงสว่างนี้ ท าให้เหล่าพี่น้องมองเห็นภาพเบื้องหน้าได้
อย่างชัดเจน
โลงศพไม้ทาสีขนาดใหญ่วางอยู่กลางลานโล่ง
มุมทั้งสี่ของโลงศพมีกระดิ่งเงินห้อยอยู่ แต่เนื่องจากที่นี่ไม่มีลม
กระดิ่งจึงแค่ห้อยอยู่อย่างนั้น
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือรูปแกะสลักของหงส์ทะยานบินและลิงเทพที่
ดูเหมือนจริงบนฝาโลง
แม้ว่าโลงศพที่หรูหราเช่นนี้จะดึงดูดความสนใจของเหล่าพี่น้อง
ได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถสนใจมันได้
เพราะตรงหน้าโลงศพมีคนที่ผอมแห้งราวกับโครงกระดูกคุกเข่า
อยู่
เสื้อผ้าของชายคนนั้นแทบไม่แตกต่างจากตอนที่พบเจอพี่ใหญ่
และพี่รองเลย มีเพียงค าว่าขาดรุ่งริ่งเท่านั้นที่จะบรรยายได้
ผมสีเงินของเขาพันกันยุ่งเหยิง
ยิ่งกว่านั้น เมื่อมองชายผู้นี้เพียงแวบแรก อีกฝ่ายก็ดูราวกับศพ
แห้ง ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
ในมือของเขายังคงก าเงินกระดาษอยู่ ข้างหน้ามีอ่างทองแดง
ภายในนั้นมีขี้เถ้าจากเงินกระดาษที่ถูกเผา
เห็นได้ชัดว่าคนคนนี้นั่งคุกเข่าอยู่ที่นี่เพื่อเผาเงินกระดาษให้กับ
คนที่อยู่ในโลง
พวกเขารู้สึกหายใจไม่ออกอย่างน่าประหลาด รีบกรูกันเข้าไป
โม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ ปัดผมสีเงินที่ปิดบังใบหน้าของชายคนนี้ออก
เมื่อเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ทุกคนต่างก็น ้าตาคลอเบ้า
“ท่านพ่อ”
“เป็นท่านพ่อจริง ๆ”
พี่ใหญ่ท าท่าจะยื่นมือไปสัมผัสโม่ฉิง แต่ถูกโม่จิ่วเยี่ยห้ามไว้
เมื่อถูกขัดขวาง พี่ใหญ่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจ เขาเห็นว่าน้องเก้า
ในตอนนี้ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก การที่เขาขัดขวางไว้ย่อมมีเหตุผล
แน่นอน
หลังจากขวางพี่ใหญ่แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ยื่นมือออกไปอย่าง
ระมัดระวังและวางไว้ใต้จมูกของโม่ฉิงเพื่อตรวจสอบลมหายใจของ
เขา
มองจากสีหน้าที่ดูไม่ดีของเขา ก็สามารถบอกได้ว่าอาการของ
บิดาไม่ค่อยดีนัก
พี่รองถามอย่างร้อนใจว่า “น้องเก้า ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบทันที่ แต่กลับเลียนแบบท่าทางที่เฮ่อจือหร่าน
เคยท า วางมือลงบนหลอดเลือดแดงบนคอของบิดา ก่อนจะเห็นเขา
ถอนหายใจโล่งอก
“ยังดี ท่ายพ่อยังมีลมหายใจอยู่”
เมื่อได้ยินว่าบิดายังมีลมหายใจ พี่หกรีบเข้าไปใกล้ทันที่
“พวกเรารีบพาท่านพ่อออกไปจากที่นี่เถอะ”
พูดจบ เขาก็เตรียมจะแบกบิดาที่ไร้สติขึ้นหลัง
โม่จิ่วเยี่ยกลับส่ายหัว “อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายท่านพ่อเลย อาการ
ของท่านไม่ค่อยดีนัก หากขยับเคลื่อนย้ายอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ได้”
เมื่อได้ยินน้องชายพูดเช่นนี้ พี่หกก็หยุดมือที่ก าลังจะยกคน
ขึ้นมาทันที่
“แล้วพวกเราจะท าอย่างไรเล่า? พวกเราไม่มีใครรู้วิชาแพทย์เลย
จะช่วยรักษาท่านพ่อได้อย่างไร?” พี่หกถาม
นี่ก็เป็นสิ่งที่พี่ใหญ่และพี่รองก าลังกังวลเช่นกัน
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกกังวลเช่นกัน แต่หลังจากที่ติดตามภรรยา
มานาน เขาก็มีความรู้วิชาแพทย์บ้าง
เขารู้ดีว่าไม่ควรเคลื่อนย้ายโดยพลการก่อนจะเข้าใจ
สถานการณ์อย่างถ่องแท้ เพราะอาจท าให้คนเสียชีวิตเร็วขึ้น
อีกทั้งเขายังรู้ชัดอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือช่วงเวลาในการควบคุมของ
กู่หุ่นเชิด
จากการบีบบังคับปรมาจารย์ซือเหมิงให้บอกความจริง กู่หุ่นเชิด
ที่อยู่ในตัวบิดาก็คือกู่คู่กายของอีกฝ่ายนั่นเอง
ปรมาจารย์ซือเหมิงถูกพวกเขาพี่น้องจับตัวไว้กว่าครึ่งเดือนแล้ว
และช่วงเวลาควบคุมของกู่หุ่นเชิดนั้นไม่แน่นอน อย่างน้อยที่สุดคือ
สิบวันหรือครึ่งเดือนที่ต้องควบคุมหนึ่งครั้ง ด้วยวิธีนี้จึงจะท าให้ร่าง
ของกู่ลูกสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับหุ่นเชิด หรือก็คือรักษาการมี
ชีวิตอยู่ของร่างอาศัย
นี่จึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาพี่น้องรีบเร่งมาที่นี่ทั้งวันทั้งคืน
ดูจากสภาพตอนนี้ของบิดา โม่จิ่วเยี่ยวิเคราะห์ได้ว่าเขาน่าจะ
หลุดพ้นจากการควบคุมจากกู่แม่แล้ว ท าให้สูญเสียการกระท าที่
จ าเป็นต่อการด ารงชีวิตไปมาก ส่งผลให้บิดามีสภาพเช่นนี้
พูดง่าย ๆ สาเหตุข้อใหญ่ที่สุดก็คือบิดาของเขาไม่ได้กินอาหาร
มานาน ประกอบกับอากาศในห้องที่หนาวเย็น ท าให้บิดามีสภาพ
อย่างที่เห็น
คิดได้ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงรีบปลดถุงน ้าตรงเอวออกมาทันที่
เขาเทน ้าลงบนจุกถุงน ้า จากนั้นค่อย ๆ เปิดปากของบิดาออก
แล้วเทน ้าเข้าไปทีละนิด
โม่จิ่วเยี่ยท าเช่นนี้อยู่หลายครั้ง พอเห็นว่าบิดาไม่มีท่าทีขัดขืน
จึงส่งจุกและถุงน ้าให้พี่หกป้อนน ้าบิดาต่อไป
ส่วนตัวเขาหยิบยากระตุ้นหัวใจที่ภรรยาให้มาออกมา
ด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายของบิดาในตอนนี้ เขาจึงไม่สนใจว่า
สิ่งของชิ้นนี้เหมาะสมจะน าออกมาหรือไม่
ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดส าคัญไปกว่าชีวิตของบิดาแล้ว
แน่นอนว่าหากภายหลังพี่ชายย่อมสงสัย เขาก็จะรับผิดชอบเรื่อง
ที่มาของสิ่งของชิ้นนี้ ไม่มีทางเปิดเผยความลับของภรรยาเด็ดขาด
โม่จิ่วเยี่ยรีบฉีดยากระตุ้นหัวใจเข้าไปในกล้ามเนื้อของโม่ฉิง
จากนั้นก็มองพี่หกป้อนน ้าให้บิดาต่อไป
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป พอลองตรวจสอบลม
หายใจและชีพจรของโม่ฉิงอีกครั้ง ก็พบว่าเริ่มดีขึ้นแล้ว
แม้ว่าบิดาจะยังอ่อนแอมาก แต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนที่พวกเขาพี่น้อง
มาเจอ
สิ่งที่ควรท าก็ท าไปหมดแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เหล่าพี่น้องท าได้ก็คือรอ
ให้บิดาตื่นขึ้นมา
สภาพร่างกายของโม่ฉิงยามนี้ยังไม่เหมาะจะถอนพิษ เพราะเขา
ยังอ่อนแอเกินไป
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….