ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 409 ของขวัญทักทายนี้ล ้าค่าเกินไป
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 409 ของขวัญทักทายนี้ล ้าค่าเกินไป
เพื่อให้ค าพูดของตนเองน่าเชื่อถือมากขึ้น เฮ่อจือหร่านจึงพูดต่อ
“ตอนที่ข้ากับสามีออกไปข้างนอก บังเอิญไปพบกับสตรีที่ก าลัง
ตั้งครรภ์แฝด ตอนนั้นสถานการณ์ของนางอันตรายมาก ข้าใช้วิธีที่
ได้เรียนรู้มาช่วยชีวิตนางและลูกในท้องเอาไว้ได้”
เมื่อพูดถึงต าราแพทย์ที่เฮ่อจือหร่านอ่าน เฮ่อฮูหยินก็ไม่มีข้อ
โต้แย้ง
บุตรสาวของนางมีความสนใจเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก
ให้นางเรียนพิณ หมากรุก เขียนอักษร วาดภาพ นางก็เพียงท า
อย่างขอไปที่ ให้นางเรียนรู้การเย็บปักถักร้อย นางก็ไม่ได้สนใจเลย
แต่พอพูดถึงวิชาแพทย์ อาจกล่าวได้ว่านางหลงใหลมันมาก
บางครั้งหากนางเห็นต าราแพทย์ที่ชอบ นางก็ถึงกับลืมกินลืมนอน
เลยทีเดียว
แต่เฮ่อฮูหยินไม่เคยรู้เลยว่าบุตรสาวที่อ่านต าราแพทย์มา
มากมายนั้น มีความรู้ความสามารถระดับใดกันแน่
ท้ายที่สุดแล้ว นางกับเฮ่อเยวียนหมิงก็ไม่ได้ห้ามเฮ่อจือหร่าน
อ่านต าราแพทย์ เพราะแค่คิดว่านางสามารถใช้มันฆ่าเวลา ไม่เคยคิด
เลยว่าบุตรสาวจะใช้วิชาแพทย์ได้ส าเร็จ
แต่เมื่อครู่นางกลับได้ยินบุตรสาวบอกว่าได้ช่วยชีวิตหญิง
ตั้งครรภ์แฝดเอาไว้
สิ่งนี้เกินความเข้าใจของเฮ่อฮูหยินมาก
เพื่อให้แม่ยายสบายใจ โม่จิ่วเยี่ยนิ่งเงียบมานานจึงเดินเข้ามา
“ท่านแม่ยาย สิ่งที่หร่านหร่านพูดเป็นความจริง นางเคยช่วยหญิง
ตั้งครรภ์แฝดคลอดลูกได้อย่างราบรื่นมาแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยกล้าออกมาพูดแทนเฮ่อจือหร่านเพราะเขามั่นใจ
นับตั้งแต่ที่รู้ว่าภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์ลูกแฝด เขาก็ศึกษาการ
ผ่าตัดคลอดอย่างละเอียดทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยลงมือท ามาก่อน แต่ก็จ าทฤษฎีจนได้ขึ้นใจ
แล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น เฮ่อจือหร่านยังช่วยเขาซื้อวิดีโอสอนจากเถาเป่า
ด้วย หลังจากโม่จิ่วเยี่ยได้ดูและผนวกกับทฤษฎีที่ตนเรียนรู้มา เขาก็
มั่นใจว่าสามารถท าให้การผ่าตัดส าเร็จได้
พอเฮ่อฮูหยินเห็นโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกโมโห
เพราะเขาเป็นตัวการที่ท าให้บุตรสาวชองนางต้องตั้งครรภ์แฝด
อย่างไรก็ตาม ด้วยการอบรมสั่งสอนที่ดี ท าให้นางไม่อาจแสดง
ความไม่พอใจออกมาได้
“ในเมื่อพวกเจ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็อยากไปดูหญิงตั้งครรภ์แฝดที่ห
ร่านหร่านช่วยชีวิตไว้เสียหน่อย”
นางรู้ว่าบุตรสาวชอบอ่านต าราแพทย์ แต่ไม่เคยเห็นบุตรสาวลง
มือรักษาใครมาก่อน เฮ่อฮูหยินได้ฟังค าพูดของพวกเขาทั้งสองคน
แล้วจึงยังกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
การคลอดลูกแฝดของบุตรสาวไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นางจ าเป็นต้อง
เห็นกับตาตัวเองก่อนถึงจะเชื่อ
ในตอนนี้ จางซานขึ้นขี่ม้าแล้ว
“ฮูหยิน ข้าจะรีบไปเมืองหลวงเดี๋ยวนี้ขอรับ” เขากล่าว
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ไม่ได้
ขัดขวาง
โดยเฉพาะเฮ่อจือหร่าน ด้วยความทรงจ าของเจ้าของร่างเดิม
นางเข้าใจนิสัยของเฮ่อฮูหยินเป็นอย่างดี
หากขัดขวางจางซานไม่ให้เขากลับไปเมืองหลวงเพื่อเชิญหมอ
ต าแยชื่อดังมา เกรงว่ามารดาจะยิ่งกระวนกระวายทั้งวันทั้งคืน สู้ปล่อย
ให้นางมีความหวังบ้าง ยังดีกว่าให้นางต้องกังวลใจทุกวัน
เมื่อเห็นจางซานขี่ม้าจากไป เฮ่อฮูหยินก็รู้สึกโล่งอกขึ้น นางเชื่อ
ว่าหากสามารถเชิญหมอต าแยมาได้ บุตรสาวของนางจะต้องคลอด
บุตรได้อย่างราบรื่นแน่นอน
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าหมอต าแยที่เฮ่อฮูหยินกล่าวถึงคือผู้ใด แต่
นางก็ไม่กล้าดูถูกทักษะวิชาแพทย์ของคนโบราณเช่นกัน
ทุกคนล้วนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และคนที่ถูกเรียกว่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวชวิทยาต้องมีความสามารถทางการแพทย์ที่ไม่
ธรรมดา
หากสามารถเชิญคนคนนั้นมาได้จริง ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
เลยทีเดียว
แต่เดิมโม่จิ่วเยี่ยยังต้องการหาข้ออ้างเพื่อปลอบประโลมแม่ยาย
ของเขา แต่เมื่อเห็นว่านางเบนความสนใจไปที่การจากไปของจาง
ซานแล้ว เขาจึงตัดสินใจไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม และรอจนกว่าแม่
ยายของเขาจะเอ่ยปากถามเอง
ทันใดนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็รีบร้อนมาถึงพร้อมกับโม่หานเยี่ย
ฮูหยินผู้เฒ่าเคารพเฮ่อฮูหยินอย่างจริงใจที่เลี้ยงดูบุตรสาวที่ดี
เช่นนี้มา และให้แต่งงานเข้าสกุลโม่
แม้จะยังไม่ทันได้เข้ามาในลานบ้าน เสียงของนางก็ดังขึ้นแล้ว
“แม่สะใภ้มาถึงแล้วหรือ”
ตอนอยู่ที่เมืองหลวง เฮ่อฮูหยินกับฮูหยินผู้เฒ่าเคยพบกันหลาย
ครั้ง จึงคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างดี
นางรีบเดินไปทางประตู
“แม่เขย ข้าคิดถึงบุตรสาวมาก จึงคิดจะรีบมาอยู่เป็นเพื่อนนาง
ตอนคลอด หลังจากนี้อาจจะต้องรบกวนอยู่สักพัก ขออภัยท่านด้วย”
ขณะที่ก าลังคุยกัน ทั้งสองก็ได้พบหน้ากันแล้ว
โม่หานเยี่ยค านับเฮ่อฮูหยินอย่างนอบน้อม
อย่างไรทั้งสองก็ต่างเป็นสตรีสูงศักดิ์จากเมืองหลวง มารยาทและ
ธรรมเนียมปฏิบัติจึงไร้ที่ติ
เฮ่อฮูหยินรีบส่งสัญญาณให้สายใช้ที่มาด้วยกัน ไม่นานนัก สาว
ใช้ก็หยิบถุงผ้าออกมาจากรถม้าแล้วยื่นให้โม่หานเยี่ย
โม่หานเยี่ยเป็นบุตรสาวคนเล็กสุดของสกุลโม่และยังไม่ได้ออก
เรือน เฮ่อฮูหยินก็เพิ่งได้พบกับนางเป็นครั้งแรก ของขวัญแรกพบ
ย่อมไม่อาจขาดได้
เมื่อเห็นโม่หานเยี่ยก าลังจะปฏิเสธ เฮ่อฮูหยินจึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ว่า “พวกเราเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก ให้ถือว่านี่เป็นของขวัญทักทาย
จากป้าเฮ่อเถอะ”
ทันทีที่โม่หานเยี่ยได้รับถุงผ้านั้น นางก็ใช้มือบีบดู พบว่าข้างใน
ไม่ใช่เงินหรือตั๋วเงิน แต่เป็นรูปร่างของเมล็ดพืชเล็ก ๆ
นางคุ้นเคยกับสิ่งนี้เป็นอย่างดี มันคือเม็ดแตงทองค า
ตอนนี้นางต้องท างานทุกวัน จึงเข้าใจถึงความยากล าบากในการ
หาเงิน และรู้ดีว่าเม็ดแตงทองค าเหล่านี้มีมูลค่ามาก
ของขวัญอันล ้าค่าเช่นนี้ นางรับไว้ไม่ได้
“ขอบคุณท่านป้าเฮ่อที่เมตตา แต่ของขวัญทักทายนี้ล ้าค่า
เกินไป หานเยี่ยรู้สึกละอายใจที่จะรับไว้เจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นท่าทางของโม่หานเยี่ยที่สง่างามและมีมารยาท เฮ่อฮูหยิน
จึงรู้สึกสงสารอีกครั้ง
หญิงสาวที่ดีเช่นนี้ เหมือนกับหร่านหร่านของนางไม่มีผิด แต่
กลับต้องมาทนทุกข์ในดินแดนแห้งแล้งแห่งนี้
หากความรุ่งเรืองของสกุลโม่ยังอยู่ บุตรสาวของสกุลโม่ที่
เพียบพร้อมแบบนี้ คงมีคนมาสู่ขอไม่ขาดสาย
เฮ่อฮูหยินไม่รู้ว่าโม่หานเยี่ยได้หมั้นหมายกับคนดี ๆ ไว้แล้ว นาง
จึงรู้สึกสงสารหญิงสาวจากใจจริง
นางจับมือของโม่หานเยี่ยที่ถือถุงผ้าแล้วตบเบา ๆ
“เด็กดี ป้าอยากให้เจ้ารับไว้ พวกเราเป็นญาติกัน ไม่ต้องเกรงใจ
กันขนาดนั้นหรอก”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองออกว่าเฮ่อฮูหยินอยากจะมอบให้บุตรสาวให้ได้
“หานเยี่ย นี่เป็นของขวัญจากเฮ่อฮูหยิน เจ้ารับไว้เถอะ”
เมื่อเห็นมารดาพูดเช่นนั้น โม่หานเยี่ยจึงโค้งค านับเฮ่อฮูหยิน
ด้วยความสุภาพ
“เช่นนั้น ขอบคุณท่านป้าเจ้าค่ะ”
“ดีมาก” เฮ่อฮูหยินพูด
ในฐานะเจ้าบ้าน ฮูหยินผู้เฒ่าจึงผายมือเชิญเฮ่อฮูหยินเข้าไปนั่ง
ข้างใน
ตอนนี้ เฮ่อฮูหยินไม่ได้รู้สึกแย่เหมือนตอนที่ได้เจอเฮ่อจือหร่าน
โดยเฉพาะหลังจากนางส่งจางซานไปเมืองหลวงเพื่อเชิญหมอต าแย
มาแล้ว อารมณ์ของนางก็ดีขึ้นเล็กน้อย
นางเดินเคียงฮูหยินผู้เฒ่าเข้าไปในลานบ้าน ขณะเดียวกันก็
ส ารวจสภาพแวดล้อมโดยรอบไปด้วย
การมองส ารวจของนางไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนภาพที่เห็นจะท า
ให้นางประหลาดใจ
ลานบ้านเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและเรียบร้อย มีอิฐปูพื้นเรียบ ๆ มุม
ตรงตะวันตกเฉียงเหนือของลานบ้าน มีซุ้มองุ่นอยู่ ใต้ซุ้มมีโต๊ะหินและ
เก้าอี้จัดวาง
โครงสร้างของบ้านค่อนข้างแปลกตา แต่ดูสบายตามาก
ที่ส าคัญ หน้าต่างของพวกเขาเหมือนจะท าจากแก้ว…
แม้ว่าแก้วจะเป็นของหายากในยุคนี้ แต่ในฐานะภรรยาของท่าน
เสนาบดี นางก็พอจะมีความรู้อยู่บ้าง
ย้อนกลับไปตอนจักรพรรดิซุ่นอู่ทรงจัดงานเฉลิมพระชนมหกสิบ
พรรษาให้กับพระพันปี นางได้ติดตามหญิงสาวจากตระกูลใหญ่ไปยัง
ต าหนักฉางโซ่วซึ่งเป็นที่ประทับของพระพันปี
ในต าหนักฉางโซ่วมีเรือนเล็ก ๆ หลังหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่
พระพันปีจะทอดพระเนตรชมหิมะในช่วงฤดูหนาว
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….