ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 419 เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ในครอบครัวคนธรรมดา ใครที่มีวัวไว้ไถนา หรือเลี้ยงหมูอ้วนๆ
สักตัวสองตัว ก็ถือว่าเป็นครอบครัวที่ร ่ารวยแล้ว
อย่างเช่นตระกูลชุยในหมู่บ้านซีหลิ่งที่เคยร ่ารวย ก็มีเพียงบ้าน
ของผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่เลี้ยงวัวไถนาตัวหนึ่ง
ในช่วงฤดูเพาะปลูกก็ใช้มันไถนา ยามปกติก็ใช้ลากเกวียนหา
เงิน
แต่ตอนนี้พวกเขาเห็นอะไร?
คนสกุลโม่กลับต้อนวัวเข้ามาในหมู่บ้านนับร้อยตัว ในจ านวนนี้มี
วัวสีเหลืองที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่เพียงสิบกว่าตัว ที่เหลือเป็นวัวสีด า
ขาว แตกต่างจากวัวไถนาที่อยู่ในความคิดของพวกเขาโดยสิ้นเชิง
แล้วยังมีแกะอีกเป็นร้อยตัว หมูตัวอ้วน ๆ อีกเป็นร้อย…
ที่จริงแล้ว ชาวบ้านไม่รู้ว่าวัวสีด าขาวเหล่านั้นคือวัวนม
เป็นเพราะราชวงศ์ต้าซุ่นมีกฎหมายควบคุมเรื่องวัวอย่างเข้มงวด
ชาวบ้านครอบครัวใดที่มีวัวไถนาจะต้องแจ้งกับทางการ กล่าวคือ วัว
ไถนาในราชวงศ์ต้าซุ่นนั้นมีทะเบียน การฆ่าโดยพลการถือเป็นเรื่อง
ผิดกฎหมาย
เฮ่อจือหร่านไม่อยากท้าทายนโยบายของประเทศเพื่อหาเงิน
ไม่ใช่เพราะนางขี้ขลาด แต่เพราะนางคิดว่าการละเมิดกฎหมายเพื่อ
เงินจ านวนไม่มากนักนั้นไม่คุ้มค่า
ดังนั้น วัวที่เลี้ยงในไร่ของสกุลโม่จึงเป็นวัวนมเป็นหลัก
วัวนมที่นางมาจากพื้นที่มิติให้น ้านมมากกว่าวัวนมทั่วไป น ้านม
ในยุคสมัยนี้ก็มีค่ามาก และยังสามารถน าไปแปรรูปเป็นอาหารอร่อยๆ
ได้อีกด้วย
พอคิดแบบนี้แล้ว ก าไรจากการเลี้ยงวัวนมย่อมไม่น้อยไปกว่าวัว
เนื้อ
ฝูงวัว แกะ และหมูถูกต้อนไปทางเชิงเขา ตามหลังมาด้วยเกวียน
อีกสิบกว่าเล่ม ซึ่งบรรทุกไก่ เป็ด และห่านเต็มคัน
ชาวบ้านไม่เคยเห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้มาก่อน พวกเขา
ต่างพากันรุมล้อมโม่จิ่วเยี่ย
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเดินน าหน้าชาวบ้านคนอื่นมา
“เหล่าจิ่ว เจ้ารวยแล้วหรือ? ถึงได้ซื้อสัตว์เลี้ยงมามากมายขนาด
นี้”
เส้นทางในหมู่บ้านเป็นเส้นทางที่โม่จิ่วเยี่ยต้องผ่าน เขา
คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าการเดินผ่านไปแบบนี้ต้องท าให้ชาวบ้าน
ฮือฮาแน่ ๆ
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังสัตว์เหล่านี้ อีกทั้งก็ไม่
มีความจ าเป็นต้องท าเช่นนั้นด้วย
พื้นที่เลี้ยงสัตว์ถูกสร้างขึ้นตรงเชิงเขา ติดกับทุ่งนาของพวกเขา
ที่นาทั้งหมดจ้างคนมาดูแล ทุกคนรู้ดีว่าข้าง ๆ คือพื้นที่เลี้ยงสัตว์
ของสกุลโม่
“ลุงจ้าว พวกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น พวกเราเป็นชาวบ้าน
จะท ามาหากินได้อย่างไรถ้าไม่มีที่ดินและสัตว์เลี้ยงเหล่านี้”
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านจ้าวและชาวบ้าน
ตระหนักถึงสถานะของคนสกุลโม่โดยเร็ว
บัดนี้สกุลโม่ของพวกเขาไม่ใช่ขุนนางผู้มีอ านาจอีกต่อไป แต่
เป็นชาวบ้านที่หาเลี้ยงชีพด้วยการท าไร่ไถนาเหมือนกับพวกเขา
ในขณะเดียวกัน เขาก็หวังว่าครั้งหน้าเมื่อขนส่งสัตว์เหล่านี้
กลับมา จะไม่ก่อให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายเช่นนี้อีก
อีกทั้งก็ค านึงถึงว่าในอนาคตอาจจะขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น และ
จะต้องน าสัตว์เข้ามาในหมู่บ้านอีก เขาจึงหวังว่าชาวบ้านจะท าใจให้
ชิน
น่าเสียดายที่โม่จิ่วเยี่ยประเมินความสามารถในการยอมรับของ
ชาวบ้านสูงเกินไป
พวกเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องสถานะปัจจุบันของสกุลโม่เลย ส าหรับ
พวกเขา สกุลโม่ก็เป็นแค่ครอบครัวที่ร ่ารวย ครอบครัวที่ร ่ารวยอย่าง
แท้จริง
สุภาษิตกล่าวไว้ว่า อูฐผอมตายยังใหญ่กว่าม้า สกุลโม่ได้ให้
ความหมายของประโยคนี้อย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกเนรเทศมาที่นี่ แต่ก็ยังใช้ชีวิตอย่างมั่งคั่งห
มือนเดิม
ลองคิดดูสิ สัตว์เลี้ยงมากมายขนาดนี้จะมีราคาเท่าไหร่กัน
ไม่ต้องพูดถึงจ านวนมากมาย แค่ให้พวกเขามีวัวหรือแกะสักตัว
ชาวบ้านก็จะมองว่าพวกเขาเป็นครอบครัวที่ร ่ารวยที่สุดแล้ว
“อะไรนะ เจ้าบอกว่า… นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นหรือ”
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวพูดด้วยสีหน้าเกินจริง ปากของเขาอ้าค้าง ไม่
อาจหุบลงได้
ชาวบ้านคนอื่นก็เช่นกัน พวกเขาต่างสนใจอยู่ที่ประโยค “เป็น
เพียงส่วนหนึ่ง” ของโม่จิ่วเยี่ย หลังจากผู้ใหญ่บ้านจ้าวถามออกมา
พวกเขาก็จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยและรอคอยค าตอบจากเขา
เมื่อเผชิญหน้ากับชาวบ้านที่แสนซื่อเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกจน
ปัญญา ไม่ใช่ว่าเขาต้องการโอ้อวด แต่การขนสัตว์กลับมาอีกครั้งนั้น
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสายตาของพวกชาวบ้านได้ เขาคิดว่าการบอก
ล่วงหน้าจะช่วยให้คนเตรียมใจไว้ก่อน แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม
เสียอย่างนั้น
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังพยักหน้าตอบ “ถูกต้อง นี่เป็นเพียงส่วน
หนึ่งเท่านั้น วันหน้าอาจจะมีสัตว์อีกมากที่ถูกพากลับมา”
พื้นที่เลี้ยงสัตว์มีขนาดใหญ่มาก แต่สัตว์ปีกและสัตว์ที่มีอยู่ตอนนี้
ยังไม่เพียงพอ
อีกอย่างหนึ่ง สกุลโม่ไม่เพียงต้องเลี้ยงดูคนในบ้านที่มากขึ้น
เท่านั้น แต่ยังมีพวกเถาหราน รวมถึงครอบครัวของอีกฝ่ายที่มาตั้ง
รกรากอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งด้วย แม้ว่าพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งที่ดิน
ท ากินจากตระกูลชุยไปบ้าง แต่นั่นก็เพียงพอแค่ประทังชีวิตเท่านั้น
การจะยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เถาหรานและคนอื่น ๆ ล้วนเป็นคนมีศักดิ์ศรี พวก
เขาไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากสกุลโม่โดยเปล่าประโยชน์
ปัจจุบัน พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านซี
หลิ่งเท่านั้น เหตุการณ์การบุกรุกของชนเผ่าหมานอี๋ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่
นานมานี้ เตือนให้คนสกุลโม่ไม่อาจประมาท และต้องเตรียมพร้อม
รับมืออยู่เสมอ
ตอนนี้พวกเถาหรานต้องรับหน้าที่ นอกจากช่วยท างานใน
ครอบครัวของตัวเองแล้ว พวกเขายังท าหน้าที่ลาดตระเวนและ
เฝ้ายามอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงวางแผนที่จะจ่ายเงินให้พวกเขาเป็นราย
เดือนเหมือนกับที่อยู่ชายแดน แต่เถาหรานและคนอื่น ๆ ไม่ยอมรับ
เถาหรานบอกว่าชีวิตของพวกเขาล้วนเป็นของคุณชายเก้า แม้
ชาตินี้จะต้องท างานหนักเยี่ยงวัวเยี่ยงม้าให้กับสกุลโม่ก็จะไม่บ่น แล้ว
พวกเขาจะยอมรับเงินจากคุณชายเก้าได้อย่างไร
ไม่ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะพูดเหตุผลอย่างไร บอกว่าครอบครัวของพวก
เขาก็ต้องมีความเป็นอยู่ที่ดี อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมรับ
บรรดาอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาต่างบอกว่า สกุลโม่ให้ที่อยู่อาศัย
และที่ดินท ากินแก่พวกเขาก็ถือว่ามากพอแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันของสกุลโม่ไม่ค่อยดีนัก
พวกเขาถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งเนรเทศ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา
จะดีไปกว่าเจ้านายได้อย่างไร
พวกเขาเต็มใจจะติดตามสกุลโม่ เพราะความผูกพันที่ฝ่าฟัน
ความเป็นตายในปีนั้น แต่ไม่ต้องการเป็นภาระให้คนสกุลโม่
แต่ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เรื่องนี้มีความหมายแตกต่างออกไป
พวกเถาหรานต่างจงรักภักดีต่อเขาและพี่ชาย โดยเฉพาะ
หลังจากที่ผ่านการเป็นโอสถมนุษย์และรอดชีวิตมาได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงยิ่ง
เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามากขึ้น
อย่าว่าแต่ให้ที่อยู่และที่ดินท ากินเลย แม้จะต้องเลี้ยงดูลูกหลาน
ของพวกเขาไปตลอดชีวิต ชายหนุ่มก็ยินดี
การกระท าของโม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่การท าเกินตัวแต่อย่างใด เงินจาก
ท้องพระคลังของต้าซุ่นและท้องพระคลังของหนานเจียงอยู่ในพื้นที่มิติ
ของภรรยาทั้งหมด อย่าว่าแต่เลี้ยงดูพวกเขาตลอดชีวิตเลย แม้แต่
เลี้ยงดูคนทั้งเมืองเขาก็ท าได้
น่าเสียดายที่เขาพูดเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ ไม่ได้ จ าต้องหาวิธีอื่น
เพื่อช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างเห็นพ้องกันว่า การเลี้ยงสัตว์เหล่านี้
ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือพวกเขา
เถาหรานและคนอื่นล้วนเป็นผู้มีวรยุทธ์ ในอนาคตพวกเขา
จะต้องเข้าร่วมกองก าลังลับแน่นอน แต่พวกเขาก็มีครอบครัวที่ต้อง
ดูแล
การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แม้แต่เด็กที่โตหน่อยก็สามารถ
ไปเลี้ยงวัวได้ ส่วนสตรีก็สามารถเลี้ยงไก่ เป็ด และห่านได้ แม้แต่ผู้
อาวุโสที่ร่างกายยังแข็งแรงก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
ดังนั้น เรื่องพื้นที่เลี้ยงสัตว์ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านได้ปรึกษา
และตัดสินใจ ว่าจะมอบหมายให้ครอบครัวของเหล่าอดีต
ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นคนดูแล