ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 444 ข้าจะไปจัดการทันที่
หลังโม่จิ่วเยี่ยกล่าวเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกว่าไม่จ าเป็นต้อง
คิดมากแล้ว
“ได้ พรุ่งนี้ท่านพาข้าขึ้นเขา แล้วซื้อบ้านเคลื่อนที่กัน”
ไม่ใช่แค่เท่านั้น เฮ่อจือหร่านยังวางแผนจะใช้โอกาสนี้ซื้อของใช้
ประจ าวันที่พวกเขาอาจต้องใช้ทั้งหมด เช่น ผ้าห่ม หม้อ ชาม
กระบวน และอุปกรณ์ท าอาหารต่าง ๆ
การพาเฮ่อจือหร่านขึ้นเขา โม่จิ่วเยี่ยไม่ค่อยสบายใจหนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองท้องที่ใหญ่ของนาง ความรู้สึกผิดใน
ใจของโม่จิ่วเยี่ยก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เขาคิดว่าหลังจากตั้งรกรากที่ซีเป่ยแล้ว ภรรยาของตนจะได้ใช้
ชีวิตดีขึ้น แต่กลายเป็นว่านางต้องท้องโตและยังต้องกังวลเรื่องงานที่
บ้านทุกวัน
ยิ่งพรุ่งนี้เขาต้องพานางขึ้นภูเขาไปด้วย ต้องรู้ไว้ว่าที่พักของ
เหล่าทหารนั้นไม่ได้อยู่แค่กลางเขาหรือในเส้นทางใกล้ ๆ
หากเขาไม่ใช้วิชาตัวเบา การเดินเท้าให้ไปถึงก็ต้องใช้เวลา
มากกว่าหนึ่งชั่วยาม
แต่เรื่องแบบนี้ จะไม่พาภรรยาไปด้วยก็ไม่ได้อีก
เพราะหากออกจากพื้นที่มิติ โทรศัพท์จะไม่สามารถซื้อของใน
แอปเถาเป่าได้
เฮ่อจือหร่านมองออกถึงความลังเลของเขา จึงลุกขึ้นยืนและเดิน
วนไปมาสองสามรอบต่อหน้าสามี
“ท่านอย่ากังวลไปเลย ท่านดูสิ ถึงท้องข้าจะโตขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้
เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว แค่ระหว่างทางท่านต้องคอยดูแลข้า
ให้มากหน่อย ก็รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอนแล้ว”
ความจริงเฮ่อจือหร่านก็ไม่รู้สึกว่าการตั้งครรภ์เป็นปัญหาอะไร
ในชาติก่อน นางเคยเห็นหญิงท้องแก่ใกล้คลอดยังออกไปท างานมา
มาก
ท าไมสิ่งที่คนอื่นท าได้ นางจะท าไม่ได้เล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวนางเองก็เป็นหมอ ไม่มีใครจะเข้าใจสภาพ
ร่างกายของนางได้ดีไปกว่านางอีกแล้วทารกน้อยทั้งสองในท้องนาง
ยังคงแข็งแรงสมบูรณ์ และร่างกายของนางก็ไม่มีปัญหาอะไร
การขึ้นภูเขาแค่นี้ หากระมัดระวังสักหน่อยก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยก็คิดว่าการพาภรรยาขึ้นเขาไปครั้งนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง
ไม่ได้ แต่ตราบใดที่เขาอยู่ด้วย ชายหนุ่มย่อมไม่ยอมให้นางกับลูก ๆ
เป็นอันตรายแน่นอน
สามีภรรยาพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าเวลาดึกมากแล้ว จึงเข้า
ไปพักผ่อนในพื้นที่มิติ
วันรุ่งขึ้น โม่จิ่วเยี่ยออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เรียกคนงาน
บางส่วนไปช่วยงานในไร่แตง
พอถังหมิงรุ่ยขนแตงโมหลายคันรถออกไปด้วยความพอใจ เขา
จึงกลับมาที่บ้าน
แต่เดินมาถึงหน้าประตูบ้านของบิดามารดา เขาก็ถูกพี่หกเรียก
ตัวไว้
“น้องเก้า น้องแปดเพิ่งกลับมาและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้
ท่านพ่อท่านแม่ฟังแล้ว ตอนนี้ทุกคนก าลังรอเจ้ามาปรึกษาหา
ทางแก้ไขด้วยกันอยู่”
ปรึกษาหาทางแก้ไข?
ทางแก้ไขอะไรกัน?
มันคงเป็นอย่างที่เขาพูดกับภรรยาเมื่อคืน แค่เพียงพี่เจ็ดน าคน
กลับมาจากหนานเจียงในเร็ววันนี้ หลังกองก าลังถูกสร้างขึ้นมา
แม้แต่กองทัพนับพันนับหมื่นคนของจักรพรรดิซุ่นอู่ก็ไม่ต้องหวั่นเกรง
โม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในห้องของผู้อาวุโสทั้งสอง นอกจากพี่เจ็ดที่ไป
หนานเจียงแล้ว พี่น้องที่เหลือต่างนั่งเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบสอง
ด้าน
ภาพนี้เหมือนกับตอนที่อยู่ชายแดนในอดีต เวลาท่านแม่ทัพเรียก
ทุกคนมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนการรับมือศัตรูอย่างจริงจัง
โม่จิ่วเยี่ยแสดงความคิดเห็นของตน ทุกคนรวมถึงโม่ฉิงไม่มีใคร
คัดค้าน
อย่างไรก็ไม่มีใครคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้ได้
ในที่สุดโม่ฉิงก็เอ่ยปาก
“นับจากวันนี้ไป พวกเราคนสกุลโม่จะต้องผลัดกันลาดตระเวน
หากพบเห็นใครหรือสิ่งใดที่น่าสงสัย ต้องให้ความส าคัญและรายงาน
ทันที่ อย่าให้มีใครฉวยโอกาสได้”
โม่อวิ๋นเฟิงลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก
“ท่านพ่อ ข้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ข้าจะไปจัดการทันทีขอรับ”
เวลานี้ ในสกุลโม่ไม่ขาดแคลนก าลังคนจะใช้งาน พวกเหลียง
ห่าวรวมกับกลุ่มของโอสถมนุษย์ที่ช่วยมาอีกกว่าสามสิบคน สามารถ
ผลัดเปลี่ยนกันลาดตระเวนได้โดยไม่มีปัญหา
ฝั่งพี่ห้ายังคงพาคนสร้างระเบิดต่อไป ตอนนี้พวกเขาคุ้นเคยกับ
กระบวนการทั้งหมดแล้ว การท าระเบิดจึงเร็วขึ้นมาก
เชื่อว่าตอนที่โม่หยวนเช่อน ากองก าลังกลับมา จะสามารถรับรอง
ได้ว่าทุกคนจะได้รับระเบิดไปอย่างน้อยคนละสองลูก
แน่นอนว่าหลังจากนี้พวกเขาก็ยังคงท าต่อไป จนกว่าจ านวน
ทั้งหมดจะเพียงพอต่อการใช้งานถึงจะหยุดมือ
ขณะเดียวกัน โม่ชูหานก็ได้บอกข่าวจากที่ว่าการ เมิ่งไห่หนิง
สอบสวนทั้งคืน และคดีนี้ก็ได้เปิดเผยความจริงทั้งหมดแล้ว
เป็นไปตามที่โม่จิ่วเยี่ยคาดการณ์ไว้ เซวียฝานไม่ได้โง่พอจะ
สารภาพถึงจุดประสงค์แท้จริงในการมาซีเป่ย ค าให้การที่เขาบอก
กับเมิ่งไห่หนิงคือต้องการขัดขวางการค้าเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน
ของโรงเตี๊ยมถังจี้ ถึงได้ลงมือท าเช่นนี้
เขาไม่ได้ท าเพื่อช่วยสกุลโม่ปกปิดอะไร แต่หวังว่าโทษของ
ตนเองจะเบาลงบ้าง
ขอเพียงยังไม่ถูกฆ่า ทางเมืองหลวงที่ได้รับข่าวก็จะส่งคนมาช่วย
เขาทันที่
ผลคือเขาค านวณพลาดไป หลังจากถูกคุมขังในคุก ตอน
กลางดึกเขาก็ถูกโม่ชูหานส่งไปพบยมบาลโดยไม่มีใครล่วงรู้ ส่วนเมิ่ง
ไห่หนิงก็ท าเป็นมองข้าม ประกาศต่อคนภายนอกว่าเซวียฝาน
เสียชีวิตกะทันหันในห้องขัง
โชคดีที่โม่ชูหานลงมือด้วยความช านาญ จึงไม่มีใครสามารถ
ตรวจพบได้ว่าเซวียฝานถูกฆ่า
เพราะวิธีการของโม่ชูหานนั้นพิเศษมาก เขาใช้เข็มเงินแทงเข้า
ไปที่จุดตายบนศีรษะของเซวียฝานเพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยใด ๆ
หลังจากเซวียฝานสิ้นลมแล้ว เขาก็ดึงเข็มเงินออกมา
วิธีการฆ่าเช่นนี้ แม้แต่แพทย์นิติเวชที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่อาจตรวจ
พบความผิดปกติได้
ส าหรับนักฆ่าคนนั้นเขาก็ใช้วิธีเดียวกัน เพียงแต่ไม่มีใครสนใจ
ว่านักฆ่าจะเป็นหรือตาย ยิ่งไม่มีใครสืบสวนอะไรทั้งนั้น ส่วนพวก
นักเลงที่อาศัยอ านาจของคนอื่นข่มเหงรักแกคน ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้
มีส่วนร่วมในเรื่องนี้จริง ๆ จึงถูกตัดสินจ าคุกสามปีแล้วปล่อยตัว
ส่วนเฉินอู่ แม้จะถูกใช้ประโยชน์แต่ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนร่วม
ถูกตัดสินจ าคุกหนึ่งปี
แม้ว่าหวังหลินจะท าเรื่องนี้เพราะถูกคนใช้ครอบครัวข่มขู่ แต่เขา
ก็ลงมือฆ่าคนด้วยตัวเอง
เมิ่งไห่หนิงพิจารณาว่าเขาถูกบีบบังคับให้ท า จึงไม่ได้ตัดสินโทษ
ประหาร แต่ถูกสั่งเนรเทศให้ไปใช้แรงงานที่ชายแดนตะวันตก ไม่
อนุญาตให้ออกจากที่นั่นชั่วชีวิต
โม่จิ่วเยี่ยฟังค าตัดสินของคนเหล่านี้ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร แต่พวก
นักเลงเหล่านั้นก็เป็นคนของตระกูลเซวียอยู่ดี
หากตระกูลเซวียรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาจะต้องส่งคนมา
สืบแน่
ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการปิดปาก
พี่น้องสกุลโม่ไม่ใช่คนสนุกฆ่า การสังหารคนของตระกูลเสวีย
และนักฆ่าไม่กี่คนนั้นก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
แม้ว่าพวกนักเลงจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่พวกเขาพี่น้องก็ไม่ได้ลง
มือเอาชีวิตพวกเขา
สุดท้ายโม่จิ่วเยี่ยก็ขอยาที่ท าให้คนกลายเป็นคนโง่จากเฮ่อจือห
ร่าน น ามาให้แปดพี่
พี่แปดเดิมทีกลับมาพักผ่อนหลังจากยุ่งอยู่ที่ศาลตลอดทั้งคืน
เพราะเมิ่งไห่หนิงบอก
แต่เมื่อคิดถึงภัยคุกคามที่ซ่อนตัวอยู่ของสกุลโม่จากคนพวกนั้น
พี่แปดจึงไม่คิดจะพักแม้แต่อีดใจเดียว เขาถือห่อยากลับไปที่ที่ว่าการ
ทันที่
หลังจากปรึกษาเรื่องในบ้านเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงพาเฮ่อจื
อหร่านขึ้นเขาไปด้วยกัน โดยบอกกับเฮ่อฮูหยินและคนอื่นว่าออกไป
เดินเล่น
เฮ่อฮูหยินดีใจที่ลูกสาวและลูกเขยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
นางเห็นด้วยมากกว่าใครที่คู่สามีภรรยาหนุ่มสาวจะออกไปด้วยกัน
ตลอดทาง โม่จิ่วเยี่ยจับมือเฮ่อจือหร่านแน่น เดินด้วยความเร็วที่
เหมาะสมกับภรรยา