ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 463 ข้าผู้เป็นมารดายินดีสละอายุขัยสิบปี
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 463 ข้าผู้เป็นมารดายินดีสละอายุขัยสิบปี
ครั้งนี้ที่ช่วยเฮ่อจือหร่านปรับต าแหน่งทารก เขาก็คิดล่วงหน้าไว้
แล้วว่าหากน้องสาวทนเจ็บไม่ไหว เขาก็จะท าเพียงปรับต าแหน่งทารก
ให้ส าเร็จเท่านั้น
แต่สิ่งที่เฮ่อซื่อหมิงคาดไม่ถึงก็คือเฮ่อจือหร่านกลับแข็งแกร่งถึง
เพียงนี้ ตลอดขั้นตอนที่เขาช่วยปรับต าแหน่ง เฮ่อจือหร่านแทบไม่ส่ง
เสียงครวญครางแม้แต่ครั้งเดียว
และเพราะเหตุนี้จึงท าให้เฮ่อซื่อหมิงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะช่วยนาง
ขยายช่องคลอด
เฮ่อจือหร่านร้องเจ็บหลังจากที่เฮ่อซื่อหมิงเริ่มช่วยขยายช่อง
คลอดให้นาง ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนได้จริง ๆ
สิ่งที่ท าให้เฮ่อซื่อหมิงรู้สึกวางใจคือแม้น้องสาวจะล าบากอยู่บ้าง
แต่การขยายช่องคลอดก็ส าเร็จแล้ว พอถึงเวลาคลอดนางก็จะคลอด
ได้ไม่ยาก และที่ส าคัญที่สุด ทารกจะคลอดออกมาได้อย่างรวดเร็ว
ยามนี้แม้บนหน้าผากของเฮ่อซื่อหมิงจะยังคงมีเม็ดเหงื่อใหญ่
หลงเหลืออยู่ เวลาพูดก็ยังหอบเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่อาจหยุดยั้ง
มุมปากที่ยกขึ้นของเขาได้
เฮ่อฮูหยินได้ยินว่าบุตรสาวปลอดภัยแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมา
จากไหน นางผลักโม่จิ่วเยี่ยไปด้านข้างแล้วบุกเข้าไปข้างใน
ใช่ นางบุกเข้าไปจริง ๆ
ท่าทางนั้นในสายตาผู้อื่นดูราวกับนางกลัวว่าจะมีคนมาขัด
ขวางทางอีก
หลังจากการรักษา เพื่อให้เฮ่อจือหร่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
เฮ่อซื่อหมิงจึงใช้เข็มเงินแทงจุดหลับของนาง ตอนนี้เฮ่อจือหร่านหลับ
ไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้จากไป แต่ก าลังใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยเช็ดเหงื่อบน
หน้าผากของนาง และยังยื่นมือช่วยจัดเส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย
ของภรรยาเป็นระยะ
เฮ่อฮูหยินเข้ามาข้างเตียง มองบุตรสาวที่ก าลังหลับสนิท ในที่สุด
ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
“หร่านหร่าน เจ้าต้องทนทรมานเหลือเกิน…ฮือ ๆ ๆ …”
พูดจบ นางก็หันไปทางประตูแล้วพนมมือ
“สวรรค์เบื้องบน ข้าขอวิงวอนต่อท่าน ได้โปรดเมตตาอย่าให้
บุตรสาวของข้าต้องทนทุกข์อีกเลย ขอเพียงนางคลอดได้อย่าง
ราบรื่น ข้าผู้เป็นมารดายินดีสละอายุขัยสิบปี…”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกสงสารลูกสะใภ้เช่นกัน แม้ว่าเมื่อครู่นางจะ
ไม่ได้อยู่ตอนที่เฮ่อจือหร่านร้องครวญครางเจ็บปวด แต่ในฐานะคนที่
อยู่ร่วมกับนางมาทั้งวันย่อมเข้าใจเฮ่อจือหร่านเป็นอย่างดี
นางมีนิสัยเด็ดเดี่ยว ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นที่เจอเรื่องอะไรก็ร้องไห้
หากไม่ใช่เพราะการรักษาเมื่อครู่ทรมานเกินไป นางคงไม่ส่งเสียง
ร้องเช่นนั้น
เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าก็ชื้นขึ้น นางรีบหยิบ
ผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเบา ๆ แล้วเดินมาที่ข้างเตียง
“จิ่วเยี่ย แม่จะอยู่เป็นเพื่อนหร่านหร่านเอง เจ้าพาซื่อหมิงไป
พักผ่อนสักหน่อยเถอะ”
เฮ่อซื่อหมิงเป็นพี่ชายภรรยาของโม่จิ่วเยี่ยและพวกเขารุ่นราว
คราวเดียวกัน ดังนั้นจึงเหมาะจะเป็นคนต้อนรับที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยมองเฮ่อจือหร่านอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเตรียมตัว
หันหลังจากไป
แต่เฮ่อซื่อหมิงไม่มีท่าทีว่าจะจากไปด้วย
เขาพูดกับโม่จิ่วเยี่ยอย่างจริงจังว่า “หร่านหร่านน่าจะเริ่มเจ็บท้อง
คลอดในช่วงเช้า ควรรีบเชิญหมอต าแยมาโดยเร็วที่สุด”
แม้ว่าเฮ่อซื่อหมิงจะเป็นหมอต าแยคนหนึ่ง แต่ในยุคนี้ไม่มีผู้ชาย
ที่ท าคลอด เขาท าได้มากที่สุดก็แค่ยืนอยู่นอกห้องคลอดและให้
ค าแนะน าเมื่อเกิดสถานการณ์ที่พิเศษเท่านั้น
หรือถ้าหญิงที่ก าลังจะคลอดทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องให้ครอบครัว
ช่วยปกปิดร่างกายของนางก่อน เฮ่อซื่อหมิงถึงจะเข้าไปรักษาได้
สภาพของเฮ่อจือหร่านนั้นไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าเขา นาง
สามารถคลอดได้อย่างราบรื่นแล้ว แค่มีหมอต าแยหญิงคอยดูแลอยู่
ตลอดเวลาก็พอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาช่วยให้เฮ่อจือหร่านขยายช่อง
คลอด นางจะคลอดได้เร็วมาก จึงจ าเป็นต้องมีหมอต าแยที่เชี่ยวชาญ
การท าคลอดอยู่ข้างกาย
ตราบใดที่ภรรยาไม่จ าเป็นต้องผ่าคลอด จะให้โม่จิ่วเยี่ยท าอะไรก็
ได้ทั้งนั้น
พอได้ยินเฮ่อซื่อหมิงบอกให้ไปเรียกหมอต าแยมา เขาก็รีบวิ่งไป
หมู่บ้านโดยไม่พูดอะไรอีก
หมอต าแยจ้าวถูกโม่จิ่วเยี่ยลากมาตลอดทาง ตอนนี้พวกคนแก่
ต่างเข้านอนกันหมดแล้ว แต่โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาปีน
ก าแพงเข้าไปและทุบประตูอย่างแรงจนปลุกหมอต าแยจ้าวให้ตื่นจาก
ความฝัน
พอหมอต าแยจ้าวเห็นโม่จิ่วเยี่ยรีบร้อนเช่นนี้ ก็คิดว่าเฮ่อจือห
ร่านก าลังจะคลอด จึงรีบสวมเสื้อผ้าและออกมาทันที่
พอถึงหน้าประตูก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยลากตัวมาทันที่
แค่นั้นยังไม่พอ โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่านางเดินช้าเกินไป จึงยิ่งกึ่งลาก
กึ่งแบก พานางมาบ้าน
หมอต าแยจ้าวอายุมากอยู่แล้ว จะทนต่อการลากดึงเช่นนี้ได้
อย่างไร พอมาถึงบ้านสกุลโม่ก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหมดแรง มือข้าง
หนึ่งตบหน้าอกตัวเองไม่หยุด
“เจ้าหนุ่มคนนี้รีบร้อนอะไรนักหนา ตอนข้าออกจากบ้านพวกเจ้า
ภรรยาของเจ้ายังไม่เริ่มเจ็บท้องเลย ถึงแม้จะคลอดก็คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้
เจ้าลากยายแก่อย่างข้าจนร่างแทบจะแยกส่วน แล้วข้าจะให้ท าคลอด
ได้อย่างไร?”
เมื่อครู่นี้โม่จิ่วเยี่ยแค่ร้อนใจเกินไป คิดแต่ว่าต้องให้หมอต าแย
มารออยู่ที่บ้านจะดีกว่า จึงลืมคิดถึงความส าคัญไปสนิท
ตอนนี้เขาตระหนักความผิดของตัวเองได้แล้ว รีบเข้าไปขออภัย
ทันที่
“ขออภัยท่านป้า ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าที่ใจร้อนเกินไป”
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เกาศีรษะด้วยความ
ล าบากใจ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขากังวลเรื่องภรรยามากเกินไป จนลืม
ว่าไม่ควรปฏิบัติต่อผู้อาวุโสเช่นนี้
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นอย่างนั้นจึงจ้องมองโม่จิ่วเยี่ยอย่างดุดัน ก่อนจะ
เดินเข้าไปด้วยรอยยิ้มประจบ ค่อย ๆ ช่วยพยุงหมอต าแยจ้าวให้ลุก
ขึ้นจากพื้นอย่างระมัดระวัง
“ข้าต้องขออภัยจริง ๆ ลูกชายข้าเพิ่งจะเป็นพ่อคนครั้งแรก เขา
ตื่นเต้นเกินไป ขอท่านอย่าได้ถือสาเขาเลย ท่านลองดูว่ารู้สึกไม่
สบายตรงไหนบ้าง ข้าจะได้ส่งคนเข้าเมืองไปเชิญหมอมาตรวจท่าน”
หมอต าแยจ้าวก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสไม่รู้ความ แม้ร่างกายของนางจะ
รู้สึกไม่สบายอยู่บ้าง แต่ก็รู้ดีว่าไม่ได้บาดเจ็บหนัก แค่ขยับร่างกายสัก
หน่อยก็คงจะดีขึ้นแล้ว
นางถอนหายใจกล่าวว่า “เฮ้อ… ข้ายายแก่ชีวิตแข็งแกร่งนัก
ตายไม่ง่ายหรอก รีบพาข้าไปดูภรรยาเหล่าจิ่วเถอะ นางก าลังจะ
คลอดแล้วใช่หรือไม่”
พูดจบ หมอต าแยจ้าวก็เดินโซเซไปทางห้องของเฮ่อจือหร่าน
ฮูหยินผู้เฒ่ารีบอธิบาย “สะใภ้เก้าของข้ายังหลับอยู่ ที่เชิญท่าน
มาก็เพื่อเตรียมพร้อมไว้ก่อน ข้าจะพาท่านไปพักผ่อนที่ห้องอื่นเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยุงหมอต าแยจ้าวเดินไปยังห้องด้านข้าง แล้วยังพูด
กับโม่จิ่วเยี่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“เจ้านี่จริง ๆ เลย ท าให้ท่านป้าจ้าวของเจ้าจนบาดเจ็บแล้ว ยังไม่
รีบไปหาของอร่อยมาให้นางกินคลายความตกใจอีก”
ค าพูดนี้แม้จะเหมือนก าลังสั่งโม่จิ่วเยี่ยต่อหน้าหมอต าแยจ้าว แต่
ความจริงแล้วก าลังบอกให้หลานเอ๋อร์ไปท า
หลานเอ๋อร์มีไหวพริบดีมาตลอด พอได้ยินค าพูดของฮูหยินผู้
เฒ่าก็รีบวิ่งไปเตรียมการ
สาวใช้คนนี้เพิ่งเห็นสภาพของหมอต าแยจ้าวเมื่อครู่ ดูท่าทาง
นางก็ไม่เหมือนแกล้งท า ยิ่งไปกว่านั้นตอนนางลุกขึ้นมาก็ไม่ได้
เรียกร้องค่าเสียหายอะไร คนแบบนี้ หลานเอ๋อร์ไม่ได้นึกรังเกียจ
ดังนั้น นางจึงใส่ใจเตรียมอาหารให้หมอต าแยจ้าวเป็นพิเศษ
อาหารทั้งหมดเป็นผลผลิตของบ้านสกุลโม่ แตงโมหั่นเป็นชิ้น
เล็ก ๆ เท่ากัน ทั้งยังมีขนมที่เฮ่อจือหร่านสอนนางท า นมวัวต้ม ผลไม้
แห้ง…สิ่งเหล่านี้ส าหรับผู้คนในสกุลโม่แล้วถือเป็นเรื่องปกติ
เฮ่อจือหร่านมักให้หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์จัดแบ่งให้แต่ละบ้าน
ไม่ใช่แค่ที่นี่เท่านั้น บ้านของผู้เฒ่าทั้งสองและบรรดาพี่สะใภ้ก็ไม่เคย
ขาดแคลนสิ่งของเหล่านี้เช่นกัน
หมอต าแยจ้าวมาช่วยตรวจดูเฮ่อจือหร่านในบ่าย และเพราะวันนี้
มีธุระ นางจึงไม่ได้สังเกตบ้านของคนอื่นอย่างละเอียด
ตอนนี้นางก าลังนั่งพักผ่อน จึงได้เห็นการตกแต่งภายในอย่าง
ชัดเจน
ความรู้สึกของนางสามารถบรรยายได้ด้วยค าว่า ตกตะลึงอย่าง
ยิ่ง
มันเป็นบ้านในชนบท แต่กลับมีห้องที่สวยงามถึงเพียงนี้…