ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 484 มันเทศ
เมิ่งไห่หนิงมาถึงที่เกิดเหตุ เขาเห็นได้ว่าเจ้าเมืองแทบจะเสียสติ
ไปแล้ว
เมื่อเห็นเมิ่งไห่หนิง เจ้าเมืองลืมที่จะวางท่าต่อหน้า
ผู้ใต้บังคับบัญชา พูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือว่า
“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านดูสิ ท่านดูสิ นี่จะท าอย่างไรดีเล่า?”
เมิ่งไห่หนิงก็แสร้งท าเป็นตกใจเช่นกัน
“ท่านเจ้าเมือง เหตุใดจึงมีคนตายมากมายเช่นนี้?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าก าลังนอนหลับอยู่ก็มีคนมาเรียกให้มา
ที่นี่…”
ในขณะนี้ เจ้าเมืองรู้สึกว่าตนเองปวดหัวอย่างหนัก หากมีผู้ใด
สามารถช่วยจัดการเรื่องนี้แทนเขาได้ เขายินดีที่จะเชื่อฟังอย่างว่า
ง่าย
เมิ่งไห่หนิงมองออกถึงความคิดของเขา หลังจากแสดงท่าทีครู่
หนึ่งจึงเตือนว่า “ท่านเจ้าเมืองขอรับ เกิดเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้
สมควรรายงานต่อราชส านักหรือไม่?”
ค าพูดนี้ส าหรับเจ้าเมืองแล้วเสมือนเป็นการเปิดประตูความคิด
“เจ้าพูดถูก ต้องรายงาน รายงานต่อราชส านัก” เจ้าเมืองเช็ด
เหงื่อเย็นบนหน้าผากแล้วถามต่อ “แต่ว่ามีคนตายมากมายเช่นนี้ แม้
จะรายงานไปยังราชส านัก ก็ต้องมีค าอธิบายไม่ใช่หรือ?”
“ท่านหมายความว่า อยากสืบหาตัวคนร้ายก่อนแล้วค่อยรายงาน
หรือ?” เมิ่งไห่หนิงกล่าวด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย แต่ในใจกลับเยาะหยัน
ความไร้ความสามารถของเจ้าเมือง
การที่สามารถนั่งต าแหน่งเจ้าเมืองได้ ต้องไม่ใช่คนโง่เขลา แต่
การที่เผชิญกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ การที่เจ้าเมืองจะตกใจจนท าอะไร
ไม่ถูกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
หลังจากพูดคุยกับเมิ่งไห่หนิงไปสองสามประโยค เจ้าเมืองก็เริ่ม
สงบสติอารมณ์ลงบ้างแล้ว
เขาสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาว่า “พวกเจ้าไปสืบหาสาเหตุการตายของ
คนเหล่านี้ให้ข้า”
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น มุมปากของเมิ่งไห่หนิงก็อดกระตุก
ไม่ได้
สาเหตุการตายของคนพวกนี้ยังต้องสืบสวนอีกหรือ?
ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล มีคราบเลือดอยู่ทั่วไป เห็นได้ชัดว่า
ถูกฆ่าตาย
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากจะสืบสวนก็ควรสืบว่าใช้อาวุธอะไรท า
ให้คนตาย และตรวจสอบบริเวณโดยรอบว่ามีร่องรอยของคนร้ายหลง
เหลืออยู่หรือไม่
แม้ในใจจะคิดต าหนิ แต่เมิ่งไห่หนิงก็ไม่ได้แสดงออกมา เขากลับ
หวังว่าเจ้าเมืองจะโง่เขลาลงอีกหน่อย!
ยิ่งสืบหาอะไรไม่เจอยิ่งดี การรายงานต่อราชส านักก็ได้แค่บอก
ว่ามีคนกว่าสองร้อยคนถูกสังหารบนถนนหลวง
อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ที่สกุลโม่ไม่ท าความสะอาดสนามรบก็
เพื่อข่มขวัญแก่ฝ่ายจักรพรรดินี ตราบใดที่บรรลุผล กระบวนการไม่
ส าคัญเลยแม้แต่น้อย
สืบไปสืบมา คนของเจ้าเมืองก็สืบได้แค่ว่าคนพวกนี้ถูกยิงธนูตาย
และบางคนก็มีบาดแผลจากดาบ ส่วนร่องรอยอื่น ๆ พูดได้เลยว่าไม่มี
เบาะแสใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย
แม้ว่าบนพื้นจะมีรอยเท้ามากมาย แต่บนถนนหลวง ผู้คนที่สัญจร
ไปมาก็มีมากอยู่แล้ว สิ่งนี้ไม่อาจนับเป็นเบาะแสในการค้นหาฆาตกร
ได้เลย
เจ้าเมืองเองก็ไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้แต่ฝืนใจเขียน
ฎีการายงานต่อราชส านัก บอกว่าในเขตปกครองของเขาเกิดคดี
ฆาตกรรมครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตกว่าสองร้อยคน ฆาตกรเจ้าเล่ห์มาก
ไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย
เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นฝีมือของโจรผู้ร้ายในละแวกนี้ที่ลงมือท า
ร้ายผู้คน
ส่วนเรื่องที่ว่าแถวนี้มีโจรผู้ร้ายหรือไม่ เจ้าเมืองแทบไม่รู้เรื่องเลย
แต่เมื่อต้องส่งรายงานไปยังเมืองหลวง เขาก็ไม่อาจบอกว่าคนเหล่านี้
ตายอย่างไร้เหตุผล โดยไม่มีแม้แต่ผู้ต้องสงสัย จักรพรรดิคงจะมองว่า
เขาไร้ความสามารถเป็นแน่
เมิ่งไห่หนิงติดตามไปกับเจ้าเมือง กลับไปที่ที่ว่าการเมืองเพื่อ
เขียนรายงานด้วยตนเอง และดูให้แน่ใจว่ามีทหารรับใช้น าจดหมาย
ออกไปแล้ว เขาจึงกลับไปยังเมืองอวิ่น ส่วนการจัดการกับศพ
เหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องกังวลอีกต่อไป
ขอเพียงทุกอย่างด าเนินไปตามแผนของสกุลโม่ก็พอ
เขาไม่ได้ไปที่ว่าการเมือง แต่กลับไปยังหมู่บ้านซีหลิ่งโดยตรง
เพื่อแจ้งข่าวนี้ให้โม่จิ่วเยี่ยทราบ
โม่จิ่วเยี่ยก็มีความคิดเช่นเดียวกัน ขณะนี้พวกเขายังไม่พร้อมที่
จะไปเมืองหลวง อีกทั้งเขายังตั้งใจจะรอฟังข่าวที่หนานรุ่ยหรือเฟ่ย
หนานอวี่ส่งกลับมาจากเมืองหลวง ก่อนจะวางแผนต่อไป
เหตุการณ์วันนี้ด าเนินไปตามที่เขาคิดไว้ จึงขอเฝ้าดูความ
เปลี่ยนแปลงไปก่อน
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ชีวิตของผู้คนในสกุลโม่ก็กลับสู่ความ
สงบเหมือนเดิมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การฝึกของทหารบนภูเขา
ไม่ได้ย่อหย่อนลงแม้แต่น้อย นอกจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว พี่ชายใน
ครอบครัวทุกคนขึ้นเขาไปฝึกกับพวกเขาทุกวัน
ฝ่ายโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย เฮ่อจือหร่านก าลังอยู่ในช่วงอยู่ไฟ
เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้านล้วนต้องให้เขาจัดการเอง
เช่น มันเทศที่พวกเขาปลูกในไร่ปีนี้สุกแล้ว แต่คนในบ้านที่เคย
ช่วยงานล้วนขึ้นเขาไปฝึก เขาจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากคน
ในหมู่บ้านมาช่วยขุด
เนื่องจากเมล็ดพันธุ์เป็นผลผลิตจากพื้นที่มิติ พืชผลจึงไม่เลือก
สภาพอากาศหรือคุณภาพดิน มันเทศที่ขุดขึ้นมามีขนาดใหญ่มาก
โม่จิ่วเยี่ยตรวจสอบผลผลิตต่อหมู่โดยเฉพาะ พบว่าสูงถึงห้าพันชั่ง
ซึ่งเกือบจะเท่ากับผลผลิตในพื้นที่มิติของภรรยาเลยทีเดียว
เพื่อพิสูจน์คุณภาพ โม่จิ่วเยี่ยจุดกองไฟที่หัวไร่และย่างมันเทศ
ต่อหน้าผู้คน
กลิ่นหอมของมันเทศสุกลอยฟุ้งไปทั่ว ดึงดูดผู้คนมากมายมาชม
อย่างล้นหลาม
การที่เขาย่างมันเทศเหล่านี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลอง เขาจะ
ตระหนี่ไปไยกัน อีกอย่างที่บ้านเขาปลูกมันเทศไว้ถึงสามสิบหมู่
ผลผลิตมากถึงหนึ่งแสนกว่าชั่ง คงไม่ขาดแคลนส าหรับคนเหล่านี้แน่
โม่จิ่วเยี่ยแบ่งมันเทศย่างที่สุกแล้วให้ชาวบ้านที่มาช่วยงานได้ลิ้ม
ลอง
หากเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ชาวบ้านคงไม่เข้าใจว่าท าไมสกุล
โม่ถึงปลูกพืชแปลก ๆ พวกนี้ อาจถึงขั้นคิดว่าพวกเขามีเงินจึงท า
ตามอ าเภอใจ สูญเสียทรัพยากรที่ดินท ากินไปเปล่าๆ
แต่หลังจากที่สกุลโม่เก็บเกี่ยวผักและผลไม้บางชนิดได้แล้ว พวก
เขาก็ไม่คิดเช่นนั้นอีกต่อไป
ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการเก็บเกี่ยวของสกุลโม่หลายครั้ง และ
ได้ลองชิมบ้างเล็กน้อย อาหารทุกชนิดล้วนอร่อยเกินความคาดหมาย
ของพวกเขา
ดังนั้นครั้งนี้เมื่อโม่จิ่วเยี่ยแบ่งมันเทศเผาให้พวกเขา ไม่ต้องพูด
ถึงกลิ่นหอมหวานที่ชวนน ้าลายสอ แค่นึกถึงอาหารที่สกุลโม่เคยปลูก
ได้มาก่อน รสชาติของมันเทศนี้ก็ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
พูดโดยไม่เกินจริงเลยว่ามันเทศที่ผลิตจากพื้นที่มิติหวานยิ่งกว่า
ลูกอมในยุคนี้เสียอีก ทั้งยังให้ความรู้สึกอิ่มท้องอย่างมาก
ทุกคนที่ได้ลิ้มลองมันเทศ ต่างยกนิ้วโป้งชื่นชม
“พี่เก้า สิ่งที่เรียกว่ามันเทศนี้ อร่อยเหลือเกิน คงมีค่ามากทีเดียว
กระมัง?”
คนตระกูลจ้าวคนหนึ่งถาม
ตอนที่สกุลโม่เริ่มเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ หัวหน้าตระกูลของ
พวกเขายังมีน ้าใจเตือนโม่จิ่วเยี่ย หวังว่าเขาจะไม่ท าอะไรเหลวไหล
เพื่อหลีกเลี่ยงการท าลายที่ดินเพาะปลูก
ความยากจนของซีเป่ยไม่ใช่ค าพูดเลื่อนลอย สาเหตุหลักเป็น
เพราะคุณภาพดินในพื้นที่เพาะปลูกไม่ดี ผลผลิตธัญพืชต ่ากว่า
ภูมิภาคอื่น ๆ อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเขาได้เปลี่ยนความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่ว่าที่ดินเพาะปลูกของพวกเขาไม่ดี แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่มี
เมล็ดพันธุ์ที่ดีเช่นนี้
ยกตัวอย่างเช่นมันเทศนี้ ผลผลิตต่อหมู่ถึงห้าพันชั่งเชียวนะ
มากกว่าข้าวสาลีและข้าวฟ่างที่พวกเขาปลูกหลายสิบเท่า
ยิ่งไปกว่านั้น รสชาติของมันเทศยังอร่อยจนไม่สามารถบรรยาย
เป็นค าพูดได้
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านได้สัญญากับเมิ่งไห่หนิงไว้แล้วว่ายินดี
จะขายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดและมันเทศให้กับทางการ เพื่อใช้ในการ
เพาะปลูกขนาดใหญ่ส าหรับชาวบ้านเมืองอวิ่นในปีหน้า
ดังนั้นเขาจึงไม่จ าเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้อีกต่อไป
“มันเทศ มีผลผลิตสูง ราคาจึงย่อมถูกเป็นธรรมดา ข้าได้รับปาก
ใต้เท้าเมิ่งไว้แล้ว พวกเราจะเก็บมันเทศเหล่านี้ไว้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือ
ทั้งหมดจะขายให้ทางการ หวังว่าปีหน้าจะท าให้ชาวบ้านในเมืองอวิ่น
ทุกครัวเรือนสามารถปลูกได้พร้อมกัน”
“จิ่วเยี่ยที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงหรือ? เจ้าเต็มใจที่จะแบ่งปัน
เมล็ดพันธุ์ มันเทศที่ดีเช่นนี้หรือ?”
ชาวบ้านตระกูลจ้าวตื่นเต้นจนเกือบจะเข้าไปกอดเขา โชคดีที่โม่
จิ่วเยี่ยหลบได้ทัน