ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 486 ขอบคุณพี่เก้ำและพี่สะใภ้เก้ำแทนชำวเมืองอวิ่น
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 486 ขอบคุณพี่เก้ำและพี่สะใภ้เก้ำแทนชำวเมืองอวิ่น
อีกทั้งเขำยังต้องคำนึงถึงการรักษำการค้ำมันเทศเหล่านั้นไว้ด้วย
หลังจากชั่งน้ำหนักสิ่งต่ำง ๆ แล้ว สองสามีภรรยาจึงตัดสินใจว่าหาก
ผลผลิตถึงสามพันชั่งต่อหมู่ ราคำที่จะขำยให้ทำงการอยู่ที่ยี่สิบเหวิ
นต่อชั่ง
อย่ำมองข้ามว่าเป็นเพียงราคำยี่สิบเหวินต่อชั่ง สาหรับชำวนา
แล้ว มันเทศหนึ่งแสนชั่งก็ถือเป็นรายได้ที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
พึงรู้ไว้ว่าในยุคสมัยนี้ เนื้อหมูที่มีราคำแพงที่สุดยังมีราคำเพียงชั่ง
ละสิบเจ็ดสิบแปดเหวินเท่านั้น
นี่เป็นเพราะการค้ำขำยให้กับทำงการ แต่คนธรรมดำยังหาซื้อ
ไม่ได้
“น้องเขย เรื่องเมล็ดพันธุ์มันเทศ ข้ากับพี่สะใภ้เจ้ำได้ปรึกษำกัน
แล้ว เนื่องจากเป็นปีแรกที่เพำะปลูกและยังต้องดูแลการค้ำมันเทศของ
ครอบครัวด้วย ดังนั้นราคำจึงต้องไม่ต ่ำกว่ายี่สิบเหวินต่อชั่ง”
หนึ่งแสนชั่งของมันเทศก็คือเงินสองพันตำลึง
เงินจำนวนนี้สาหรับสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ยแล้วไม่ได้นับว่าเป็นอะไร
พวกเขำเองก็ไม่ได้หวังว่าการทำไร่จะสามารถทำเงินได้มากมาย
แต่ในสายตำของคนอื่นนั้นแตกต่ำงกันมาก
โดยเฉพำะพวกชำวบ้ำนที่ใช้ทั้งชีวิตขุดดินหาอาหาร แม้พวก
เขำจะคิดคำนวณช้ำ แต่เมื่อหลายคนมารวมตัวกันศึกษำก็เข้าใจถึง
คุณค่ำของมันเทศเหล่านี้แล้ว
ยังไม่ทันที่เมิ่งไห่หนิงจะมีปฏิกิริยาอะไร เหล่ำชำวบ้ำนก็ไม่อาจ
สงบนิ่งได้อีกต่อไป
“หากข้าคำนวณไม่ผิด มันเทศที่ทำงการเก็บภำษีนี้มีค่ำสองพัน
ตำลึงใช่หรือไม่?”
“ข้าคำนวณได้ตัวเลขเดียวกับเจ้ำ คือสองพันตำลึงเช่นกัน”
“สวรรค์! นี่สกุลโม่ก็ร ่ำรวยแล้วไม่ใช่หรือ?”
“พืชผลจากที่ดินสามสิบหมู่กลับขำยได้เงินมากมายขนาดนี้
หากที่ดินนี้อยู่ในมือพวกเรา อย่ำว่าแต่สองพันตำลึงเลย แค่เหลือสอง
ตำลึงก็ต้องขอบคุณฟ้ำดินที่เมตตำแล้ว!”
“พวกเราแต่เดิมขี้ขลาด ทำอะไรก็ลังเลไปหมด ด้วยความใจ
กว้ำงของเหล่ำจิ่ว หากพวกเราเอ่ยปำกขอซื้อเมล็ดพันธุ์จากเขำสัก
หน่อย แม้จะปลูกแค่สามหมู่ ก็น่ำจะได้รายได้สองร้อยตำลึงใช่
หรือไม่”
สองร้อยตำลึงเชียวนะ สองร้อยตำลึงสาหรับคนทั่วไปนั้นมี
ความหมายอย่ำงไร?
นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขำไม่อาจเอื้อมถึงได้ตลอดชีวิต…
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สนใจคำวิพำกษ์วิจำรณ์ของชำวบ้ำน อย่ำงไรเสีย
เขำกับเฮ่อจือหร่านก็ได้มอบมันเทศให้แล้ว
หลังจากฤดูใบไม้ผลิปีหน้ำ พวกเขำจะสามารถเพำะปลูกได้
หรือไม่ เป็นเรื่องที่ท่านนายอาเภอเมิ่งไห่หนิงต้องกังวลเองแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าหลังจากที่ตนบอกเรื่องราคำมันเทศไป เมิ่งไห่ห
นิงก็ยังไม่เอ่ยปำกสักครั้ง จึงคิดว่าเขำอาจมีปัญหาเรื่องเงินทอง
“น้องเขย ที่ว่าการไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นหรอกหรือ? ถ้ำไม่มีก็
ไม่เป็นไร ข้าสามารถให้เจ้ำติดค้ำงไว้ก่อนได้”
ที่ว่าการอาเภอของเมืองอวิ่นนั้นยากจนจริง ๆ โชคดีที่เมิ่งไห่หนิง
ไม่ใช่ขุนนางโลภมาก เขำไม่เคยแตะต้องเงินภำษีแม้แต่เหรียญเดียว
ด้วยเหตุนี้ เงินภำษีของเมืองอวิ่นจึงมีเพียงพอจะซื้อเมล็ดพันธุ์มัน
เทศเหล่านี้
แต่เดิมเขำก็เป็นลูกเขยของสกุลโม่ แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ
หลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้อะไรเลย
พืชผลที่มาจากไร่ของสกุลโม่ มีชนิดไหนบ้ำงที่หากไปอยู่ในมือ
ของถังหมิงรุ่ยแล้วจะไม่ถูกขำยในราคำสูง?
เมิ่งไห่หนิงคิดว่าแม้มันเทศของสกุลโม่จะมีผลผลิตสูงกว่า
เล็กน้อยและยังขำยให้กับทำงการ ราคำก็คงจะถูกลงบ้ำง เขำเตรียม
ใจเอาไว้แล้วว่าจะต่อรองกับอีกฝ่ำย หากราคำของมันเทศสูงมากกว่า
จำนวนเงินภำษี เขำก็จะออกหน้ำเจรจากับพี่เก้ำ ทำสัญญำค้ำประกัน
หรืออะไรก็ตำมเพื่อพยายามซื้อเมล็ดพันธุ์มันเทศเหล่านี้ให้ได้
ทว่าราคำที่โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยออกมา กลับเพียงยี่สิบเหวินต่อชั่ง ซึ่ง
เป็นสิ่งที่เมิ่งไห่หนิงคำดไม่ถึงเลย
เมื่อครู่ก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะบอกราคำ เมิ่งไห่หนิงก็คำดเดำราคำไว้
แล้ว
มันเทศพวกนี้ในสายตำเขำ พี่เก้ำคงจะตั้งราคำอย่ำงน้อยห้ำสิบ
เหวินต่อชั่ง
“พี่เก้ำ ราคำนี้ใช้ได้หรือ”
เขำคิดว่าทุกเรื่องในสกุลโม่ล้วนให้พี่สะใภ้เก้ำเป็นผู้ตัดสินใจ พี่
เก้ำตั้งใจกำหนดราคำต ่ำเช่นนี้เพราะเห็นแก่เขำใช่หรือไม่
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าคำพูดของเมิ่งไห่หนิงต้องการสื่ออะไร เขำยิ้มพลาง
ตบไหล่อีกฝ่ำยเบำ ๆ
“วางใจเถอะ ราคำนี้พี่สะใภ้ของเจ้ำเป็นคนกำหนดเอง”
เมิ่งไห่หนิงก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร เขำรู้ว่านี่คือการสนับสนุน
จากพี่เก้ำและพี่สะใภ้ที่มีต่อเขำ
“เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณพี่เก้ำและพี่สะใภ้เก้ำแทนชำวเมืองอวิ่น
ด้วย”
กล่าวจบ เขำหันกลับไปเผชิญหน้ำกับเหล่ำเจ้ำหน้ำที่อีกครั้ง
“พวกเจ้ำยืนเหม่ออยู่ทำไม? รีบกลับเข้าเมืองไปจัดเตรียมเกวียน
เสีย”
แม้เจ้ำหน้ำที่เหล่านั้นจะไม่รู้มูลค่ำที่แท้จริงของมันเทศแน่ชัด แต่
ก็พอจะได้เห็นจากสีหน้ำของเจ้ำนายว่าคราวนี้ทำงการคงเป็นฝ่ำย
ได้เปรียบ
พวกเขำจ้องมองมันเทศย่ำงที่ยังอยู่ในมือของคนเหล่านั้นอย่ำง
อาลัยอาวรณ์ ก่อนจะรีบหันหลังไปจัดการ
เมิ่งไห่หนิงก็ไม่ได้อยู่ต่อ พี่เก้ำตั้งราคำมันเทศไว้ต ่ำเช่นนี้ เขำก็
จำเป็นต้องซื้อขำยด้วยการจ่ำยเงินทันทีเพื่อให้เขำรู้สึกสบำยใจขึ้น
บ้ำง
คล้อยหลังเหล่ำเจ้ำหน้ำที่ เมิ่งไห่หนิงก็กลับไปยังเมืองอวิ่นด้วย
เช่นกัน
เรื่องที่สกุลโม่ขำยมันเทศให้กับทำงการไม่ได้ปิดบังพวกชำวบ้ำน
ที่มาช่วยงำน ด้วยเหตุนี้เรื่องที่สกุลโม่หาเงินได้สองพันตำลึงจากการ
ขำยมันเทศ จึงแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้ำนอย่ำงรวดเร็ว
ไม่ใช่แค่เรื่องที่มันเทศขำยเงินได้สองพันตำลึงเท่านั้น ยังมีคำ
บรรยายที่เกินจริงถึงความอร่อยของมันเทศอีกด้วย
ขณะเดียวกัน โม่จิ่วเยี่ยก็ส่งคนไปตำมถังหมิงรุ่ยในเมืองให้มาที่นี่
เขำกับเฮ่อจือหร่านยังคงรักษำหลักการแบบเดิม ไม่ออกหน้ำ
ออกตำ แค่เป็นคนจัดหาสินค้ำอยู่เบื้องหลังเท่านั้น
ถังหมิงรุ่ยไม่เคยต้ำนทำนต่อสิ่งที่สกุลโม่ผลิตได้เลย
แม้ว่าตอนที่เขำได้รับข่ำวจะเป็นเวลากลางคืนแล้ว อีกฝ่ำยก็
ยังคงเร่งม้ำมาหา
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจถังหมิงรุ่ยดีที่สุด เขำเป็นคนคลั่งไคล้ทำการค้ำ
ตราบใดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้ำขำย เขำก็จะกระตือรือร้นมากกว่า
ใคร
แม้ว่าเขำจะส่งคนไปบอกถังหมิงรุ่ยค่อนข้างช้ำ แต่ก็มั่นใจได้ว่า
อีกฝ่ำยจะต้องรีบมาที่สกุลโม่ในวันนี้ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนก็ตำม
เป็นไปตำมที่เขำคำดการณ์ไว้จริง ๆ อาหารเย็นของสกุลโม่เพิ่ง
จะถูกยกขึ้นโต๊ะ ถังหมิงรุ่ยก็มาถึงพอดี
เพราะคำนวณเอาไว้แล้วว่าถังหมิงรุ่ยจะมา โม่จิ่วเยี่ยจึงสั่งอวี่
เอ๋อร์เป็นพิเศษว่าให้ทำอาหารหลายอย่ำงที่ใช้มันเทศเป็นวัตถุดิบใน
คืนนี้
ถังหมิงรุ่ยคุ้นเคยกับคนสกุลโม่ดี หากมาตรงกับช่วงมื้ออาหาร
เขำก็จะเข้าร่วมได้อย่ำงไม่ต้องเกรงใจ ยิ่งกว่านั้น อาหารของคนสกุล
โม่ก็เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่เขำเคยกินมาในชีวิต แม้แต่โรงเตี๊ยม
ใหญ่ที่เขำเปิดเองก็ยังสู้ไม่ได้
หลังจากถังหมิงรุ่ยทักทำยผู้อาวุโสทั้งสองและพี่ชายทั้งหลายแล้ว
ก็นั่งลงข้าง ๆ โม่จิ่วเยี่ย
แม้ว่าเขำจะเคยลิ้มลองมันเทศที่บ้ำนสกุลโม่มาก่อน แต่นี่เป็นครั้ง
แรกที่ได้เห็นอาหารที่ทำจากมันเทศหลากหลายชนิดเช่นนี้
อาหารจำนที่โดดเด่นที่สุดก็คือมันเทศฝอย
โม่จิ่วเยี่ยสาธิตให้เขำดูด้วยตัวเอง
เห็นเขำคีบมันเทศฝอยขึ้นมา ดึงออกมาเป็นเส้นยาว ๆ บำง ๆ
จากนั้นก็จุ่มลงในน้ำเย็นเล็กน้อย แล้วนาเข้าปำก
ถังหมิงรุ่ยเพิ่งเคยเห็นอาหารที่สามารถดึงออกมาเป็นเส้นได้ครั้ง
แรก และยังต้องจุ่มน้ำเย็นก่อนกินอีกด้วย เขำจึงรู้สึกสนใจอาหาร
จำนนี้มากขึ้น
เพราะระหว่างทำงมาที่นี่ คนที่เชิญเขำมาได้บอกแล้วว่าวันนี้มัน
เทศของสกุลโม่เติบโตเต็มที่ จึงเชิญเขำมาก็เพื่อพูดคุยเรื่องการค้ำ
มันเทศ ชายหนุ่มจึงมั่นใจว่าที่โม่จิ่วเยี่ยแนะนาอาหารจำนนี้ให้เขำ
เป็นพิเศษ แน่นอนว่ามันก็ต้องทำมาจากมันเทศ
แต่ไม่ว่าอย่ำงไรก็ลองชิมก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ถังหมิงรุ่ยเลียนแบบท่ำทำงของโม่จิ่วเยี่ย แล้วกินชิ้นมันเทศฝอย
ชิ้นหนึ่ง