ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 497 หลานเอ๋อร์รู้ถึงความรู้สึกของท่านหรือไม่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 497 หลานเอ๋อร์รู้ถึงความรู้สึกของท่านหรือไม่
“พวกเงินเหล่านี้เป็นเงินที่ข้าเก็บสะสมมาจากการรักษาคนไข้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จ านวนไม่มากนัก มีเพียงแปดพันต าลึง
เท่านั้น หากการสร้างเรือนแบบนี้มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ก็สามารถลด
รายละเอียดบางอย่างลงได้”
เฮ่อซื่อหมิงไม่ใช่คนที่ไม่รู้อะไรเลย อย่าว่าแต่การสร้างบ้านใน
ดินแดนแห้งแล้งอย่างซีเป่ยเลย แม้แต่ในเมืองหลวง เงินแปดพันต าลึง
ก็สามารถซื้อเรือนสามชั้นได้แล้ว
เพียงแต่เขาและเฮ่อฮูหยินคิดเหมือนกันว่าหน้าต่างกระจกนั้นมี
ราคาแพงมาก จึงคิดว่าเงินอาจจะไม่พอ
“พี่ใหญ่ การสร้างเรือนแบบเดียวกับพวกเรา ไม่ต้องใช้เงินมาก
ขนาดนั้นหรอก” ยิ่งไปกว่านั้น นางก็ไม่ได้ตั้งใจจะรับเงินของพวกเขา
ด้วย
เฮ่อจือหร่านยื่นเงินกลับคืนไป
“เรื่องการสร้างบ้าน พวกท่านไม่ต้องกังวล ถือว่าเป็นการแสดง
ความกตัญญูของข้าที่เป็นลูกสาวต่อท่านพ่อท่านแม่”
เฮ่อซื่อหมิงในฐานะบุตรชายคนโตของครอบครัว จะยอมให้
น้องสาวจ่ายเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้อย่างไร?
เขาส่งตั๋วเงินออกไปอีกครั้ง
“เจ้าคิดว่าพี่ชายไม่มีความสามารถหรือ? ถึงขนาดสร้างบ้านให้
ท่านพ่อกับท่านแม่ยังไม่มีปัญญา”
“พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ท่านเป็นลูกของท่านพ่อ
ท่านแม่ ข้าก็เป็นเช่นกัน เงินนี้ใครจ่ายก็เหมือนกัน อีกอย่างท่านยัง
วางแผนจะเปิดโรงหมอที่นี่ ตอนนั้นก็ต้องใช้เงินหมุนเวียน ข้าหาเงิน
ได้บ้างที่ซีเป่ย ท่านก็ให้ข้าได้แสดงความกตัญญูครั้งนี้เถอะนะ” เฮ่อจื
อหร่านยืนกรานไม่ยอมรับตั๋วเงินจากเฮ่อซื่อหมิง
เฮ่อฮูหยินเห็นตั๋วเงินถูกผลักไปมาระหว่างมือของพี่น้องทั้งสอง
รู้สึกปลื้มใจยิ่งนัก
ความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างพี่ชายและน้องสาวแสดงออกมา
อย่างชัดเจนในตัวพวกเขา
ในเมืองหลวงมีตระกูลผู้ดีมีชื่อเสียงมากมาย พี่น้องร่วมสายเลือด
หรือพี่ชายน้องสาวแท้ ๆ ที่คิดคดทรยศกันเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์มี
มากมายนับไม่ถ้วน
แต่ลูกทั้งสองของนางกลับคิดถึงแต่อีกฝ่าย การมีลูกเช่นนี้ถือ
เป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของนาง
“พอเถอะ พวกเจ้าทั้งสองอย่าได้แย่งกันอีกเลย แม่กับท่านพ่อ
ของพวกเจ้าก็สะสมเงินทองมาหลายปีแล้ว เงินสร้างบ้านพวกเราจะ
ออกเอง หากพวกเจ้ากตัญญูจริง ๆ ก็จงใช้ชีวิตของตนให้ดี ท าให้แม่
และท่านพ่อของเจ้าไม่ต้องกังวลมากนัก แค่นี้ก็ดีกว่าให้ทองค าเป็น
ภูเขาแล้ว”
ค าพูดของเฮ่อฮูหยินนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา มีมารดาคน
ใดบ้างที่ไม่ปรารถนาให้บุตรของตนมีชีวิตที่ราบรื่นและมีความสุข?
เฮ่อจือหร่านก็ไม่ใช่คนที่มีนิสัยเรื่องมากอะไร อย่างไรเสียการ
สร้างบ้านก็ไม่ได้ใช้เงินมากมายนัก ไม่ว่าใครจะเป็นคนจ่ายเงินก็ไม่
ส าคัญ
“เช่นนั้นก็ฟังค าท่านแม่เถิด พรุ่งนี้ข้าจะให้สามีไปหาพี่หูเพื่อขอ
ความช่วยเหลือ”
รีบสร้างบ้านให้เสร็จก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง
แม้ว่าเมื่อครู่จะมีการพูดออกนอกเรื่องไปบ้าง แต่เฮ่อจือหร่านก็
ไม่ได้ลืมเรื่องของหลานเอ๋อร์กับพี่ชายใหญ่
“พี่ใหญ่ หลานเอ๋อร์รู้ถึงความรู้สึกของท่านหรือไม่”
“ดูเหมือนนางจะไม่รู้” เฮ่อซื่อหมิงไม่เคยพูดอย่างไม่มั่นใจเช่นนี้
มาก่อน เห็นได้ชัดว่าเขาคิดมาตลอดว่าตนเองรักข้างเดียว
เฮ่อจือหร่านรู้นิสัยของหลานเอ๋อร์และรู้ถึงจุดประสงค์ที่นางมาซี
เป่ยกับตน
หากตอนนั้นไม่ใช่เพราะนางกับโม่จิ่วเยี่ยห้ามเอาไว้ เกรงว่าใน
โลกนี้คงไม่มีคนชื่อหลานเอ๋อร์อยู่แล้ว
หลังจากที่ได้คุยกันมาระยะหนึ่ง นางรู้ว่าหลานเอ๋อร์มีจิตใจที่
มุ่งมั่นอย่างยิ่ง แม้ว่าตัวนางเองจะมีใจให้เฮ่อซื่อหมิง แต่ก็อาจจะไม่
ตอบตกลง และยังคงยึดมั่นในค าสัญญาที่ให้ไว้แต่แรก
“พี่ใหญ่ เรื่องนี้ท่านอย่าเพิ่งรีบแสดงความรู้สึกเลย ข้าจะหาเวลา
ลองสืบดู หลานเอ๋อร์ก่อน การที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันนั้นต้องเป็น
ความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หากหลานเอ๋อร์ไม่เต็มใจ พวกเราก็ไม่
ควรบังคับ”
นางไม่อยากให้เฮ่อซื่อหมิงหวังมากเกินไป เพราะยิ่งหวังมากก็ยิ่ง
ผิดหวังมาก
“เรื่องนี้ข้าเข้าใจดี หากหลานเอ๋อร์ไม่เต็มใจ ข้าสัญญาว่าจะไม่
ตามรบกวนนาง” เฮ่อซื่อหมิงรีบแสดงจุดยืนทันที่
เฮ่อฮูหยินฟังบทสนทนาของพี่น้องทั้งสอง ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ดูเหมือนว่าพี่น้องคู่นี้จะเพิกเฉยต่อนางโดยสิ้นเชิง ไม่สนใจว่า
นางจะเห็นด้วยหรือไม่ที่บุตรชายจะแต่งงานกับหลานเอ๋อร์ พวกเขาก็
จะไม่ฟังความคิดเห็นของนาง
ช่างเถอะ อย่างไรเสียนางก็ไม่ได้คัดค้านความสัมพันธ์ของ
บุตรชายมากนัก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติก็แล้วกัน
เฮ่อจือหร่านเห็นว่ามารดาไม่มีอะไรจะพูด จึงลุกขึ้นยืน
“ข้าออกมานานพอสมควรแล้ว กลับไปดูเด็กทั้งสองหน่อยดีกว่า”
“แม่จะไปกับเจ้าด้วย” เฮ่อฮูหยินลุกขึ้นยืนตาม นางคิดถึงหลาน
ทั้งสองคนหากไม่ได้เห็นสักพักก็จะคิดถึง
ด้วยเหตุนี้ นางจะกลับไปเมืองหลวงได้อย่างไร หากไม่ได้เห็นสอง
สมบัติน้อยนั่น นางคงกินข้าวไม่อร่อยแน่
เมื่อเฮ่อจือหร่านและเฮ่อฮูหยินกลับห้อง หลานเอ๋อร์ยังคงอยู่ที่นั่น
แต่ทั้งแม่และลูกสาวต่างไม่แสดงท่าทีผิดปกติใด ๆ
จนกระทั่งฟ้ามืดและทุกคนแยกย้ายกันไป หลานเอ๋อร์ถืออ่างน ้า
เข้ามาในห้องของเฮ่อจือหร่าน เฮ่อจือหร่านจึงเรียกนางไว้
“หลานเอ๋อร์ ตอนที่พาเจ้าและอวี่เอ๋อร์กลับมาซีเป่ย ข้าไม่เคย
ถามอายุของพวกเจ้าเลย”
หลานเอ๋อร์มีนิสัยที่อ่อนไหว ฮูหยินเก้ามักจะหาหัวข้อสนทนากับ
นางอยู่เสมอ แต่ไม่เคยถามค าถามเช่นนี้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม นางก็ตอบอย่างสุภาพว่า “ฮูหยินเก้า หลานเอ๋อร์
และอวี่เอ๋อร์อายุเท่ากัน ปีนี้สิบแปดปีพอดีเจ้าค่ะ”
ในราชวงศ์ต้าซุ่น สตรีมักจะเริ่มพูดคุยเรื่องการแต่งงานเมื่ออายุ
สิบห้าปี หากร่างกายไม่มีความบกพร่องใด ๆ โดยทั่วไปแล้วก็จะ
แต่งงานเมื่ออายุสิบหกปี
หลานเอ๋อร์และอวี่เอ๋อร์ปีนี้อายุสิบแปดปี จึงถือว่าเป็นสาวแก่แล้ว
“เจ้าและอวี่เอ๋อร์ดูสดใสมีชีวิตชีวา หากไม่บอก ข้าก็ไม่รู้เลยว่า
พวกเจ้าอายุสิบแปดปีแล้ว” เฮ่อจือหร่านไม่ได้เข้าเรื่องหลักทันที่ แต่
สังเกตเห็นว่าสายตาของหลานเอ๋อร์หลบเลี่ยง ดูเหมือนมีเรื่องในใจ
นางตั้งใจจะท าให้บทสนทนาระหว่างพวกนางผ่อนคลายมากขึ้น
“เจ้าดูข้าสิ ยังไม่ถึงวันเกิดอายุสิบแปดปี ก็ได้เป็นมารดาของลูก
น้อยสองคนแล้ว”
“นี่เป็นเพราะฟ้าประทานพรให้ฮูหยินเก้า คลอดลูกครั้งเดียวได้
สองคน ทั้งยังเป็นชายและหญิงอีกด้วย” หลานเอ๋อร์คิดว่าเฮ่อจือห
ร่านก าลังร าพึงร าพันอะไรบางอย่าง ในใจไม่มีความรู้สึกตึงเครียด
เหมือนเมื่อครู่แล้ว
เฮ่อจือหร่านพูดคุยกับนางต่อไปอย่างไม่เป็นเรื่องเป็นราว เห็น
หลานเอ๋อร์ ผ่อนคลายลงแล้ว นางจึงกล่าวว่า “เจ้ากับอวี่เอ๋อร์เคยคิด
ไหมว่า ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ใช่ท างานหนักในสกุลโม่ไป
ตลอดชีวิตกระมัง? อีกอย่าง พวกเจ้าก็ไม่มีสัญญาทาส ล้วนเป็นอิสระ
ทั้งนั้น”
หลานเอ๋อร์ได้ยินที่เฮ่อจือหร่านพูดเช่นนั้น จึงคุกเข่าลงตรงหน้า
นางทันที่
“ฮูหยินเก้า ตอนแรกที่ข้าและอวี่เอ๋อร์ติดตามท่านกลับซีเป่ยก็
เพียงหวังว่าจะได้รอจนถึงวันที่องค์หญิงได้แก้แค้นส าเร็จ เพื่อไปไหว้
ที่หลุมศพของนาง และบอกข่าวนี้แก่นาง ไม่เคยคิดอะไรอื่นเลย แต่
เดิมหลานเอ๋อร์ไม่มีอะไรให้อาลัยในโลกนี้แล้ว แต่ด้วยความซาบซึ้ง
ในความเมตตาของสกุลโม่ ข้าจึงเกิดความปรารถนาในชีวิตขึ้นมา
อีกครั้ง ยามนี้ หลานเอ๋อร์ยินดีที่จะอยู่กับสกุลโม่ตลอดไป แม้ต้อง
ท างานหนักก็ไม่เสียดายเลยเจ้าค่ะ”
หลานเอ๋อร์เป็นคนฉลาด จึงเข้าใจความหมายในค าพูดของเฮ่อจื
อหร่านได้ทันที่
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่ตอนที่พบกับคุณชายใหญ่เฮ่อ เฮ่อฮูหยินก็
อยู่ในที่นั้นด้วย ใบหน้าของนางแดงขึ้นมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเฮ่อฮูหยิน
จะสังเกตเห็นความผิดปกติอะไรหรือไม่ หากเป็นเพราะเรื่องนี้ฮูหยิน
เก้าตั้งใจจะจับคู่ให้นางก็แย่แล้ว
ดังนั้น นางจ าเป็นต้องแสดงจุดยืนของตัวเองก่อนที่ฮูหยินเก้าจะ
เอ่ยปากเรื่องนี้
เมื่อเฮ่อจือหร่านได้เอ่ยปากไปแล้ว ก็ไม่มีความตั้งใจจะหยุด
กลางคันเลย