ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 514 ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้ว
หวังมามาเพิ่งรู้สึกตัว นางมองดูอาหารที่ไม่คุ้นเคยในมือแล้วถาม
ว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่อาหารส าหรับกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงหรอกหรือ?”
เฮ่อจือหร่านเห็นว่านางเข้าใจผิด จึงอธิบายว่า “สภาพร่างกาย
ของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงยังไม่สามารถทานอาหารได้ทันที่ บะหมี่นี้
เป็นอาหารส าหรับหวังมามา”
เมื่อหวังมามาได้ยินว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงยังไม่สามารถทาน
อาหารได้ นางก็รู้สึกงุนงงทันที่
โม่จิ่วเยี่ยไม่ต้องการให้หวังมามาอยู่ต่อและรบกวนเฮ่อจือหร่าน
ในการรักษาหยวนกุ้ยเฟย จึงพยุงนางเดินไปที่ประตู
“ฝีมือการรักษาของภรรยาข้านั้นยอดเยี่ยม หวังมามาเพียงแค่ท า
ตามที่นางจัดการก็พอ กินอาหารให้อิ่มแล้วไปพักผ่อนสักครู่เถิด เก็บ
แรงไว้ดูแลกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
หวังมามามีความไว้วางใจโม่จิ่วเยี่ยอย่างไร้เงื่อนไข แม้กระทั่ง
มากกว่า หนานฉีในอดีตเสียอีก ถึงแม้ในใจจะยังมีค าถามมากมาย
นางก็กลืนมันกลับไป แล้วเชื่อฟังจากไปแต่โดยดี
โม่จิ่วเยี่ยปิดประตูจากด้านใน ทางฝั่งเฮ่อจือหร่านได้ใช้เข็มเงิน
แทงจุดหลับของหยวนกุ้ยเฟยแล้ว
“ท่านพี่ ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้
ทุกเมื่อ”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ข้าเข้าใจ เจ้าพากุ้ยเฟยเข้าไปรักษาในพื้นที่
มิติเถิด ข้าจะเฝ้าอยู่ด้านนอก”
เฮ่อจือหรานรู้สภาพร่างกายของหยวนกุ้ยเฟยแล้ว ยิ่งรักษาเร็ว
ยิ่งดี หลังจากที่ตกลงกับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว นางก็พาหยวนกุ้ยเฟยเข้าไป
ในมิติทันที่
ร่างกายของหยวนกุ้ยเฟยขาดน ้าอย่างรุนแรงจนท าให้หมดสติ
ตอนนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือน ้าตาลกลูโคส สารอาหารและเลือด
เฮ่อจือหร่านรีบตรวจหมู่เลือดของหยวนกุ้ยเฟยอย่างรวดเร็ว
เตรียมเลือดที่เข้ากันได้กับหมู่เลือดของนาง
ส าหรับคนอื่นอาจจะท าสองอย่างพร้อมกันได้เป็นเรื่องปกติ แต่
ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว การท าสี่อย่างพร้อมกันก็ไม่ใช่เรื่องเกินไป
เวลามีจ ากัด แขนขาทั้งสี่ของหยวนกุ้ยเฟยถูกเฮ่อจือหร่านใช้
ประโยชน์หมด
ที่แขนมีเครื่องมือตรวจวัดหัวใจหนีบอยู่ สามารถสังเกตการ
เปลี่ยนแปลงของอาการได้ตลอดเวลา
เนื่องจากค านึงถึงว่าหากร่างกายขาดน ้าเป็นเวลานานจะส่งผล
เสียต่อการท างานของหัวใจ มืออีกข้างของหยวนกุ้ยเฟยจึงถูกเสียบ
น ้าเกลือเพื่อรักษาหัวใจ
ที่เท้าทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งแขวนสารอาหาร อีกข้างหนึ่งแขวน
เลือด
ตามหลักการแล้ว ยาเหล่านี้ควรแยกใช้จะดีที่สุด แต่ใน
สถานการณ์พิเศษเช่นนี้ ไม่รู้ว่าข้างนอกจะมีอันตรายเมื่อใด เฮ่อจือห
ร่านจึงไม่กล้าพาหยวนกุ้ยเฟยอยู่ในพื้นที่มิตินานเกินไป
แม้จะเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่มิติตลอดเวลา จะออกมาดู
สถานการณ์ข้างนอกเป็นระยะ
หวังมามารู้กาลเทศะดี แม้ในใจจะเป็นห่วงสภาพของกุ้ยเฟย
เหนียงเหนียงแต่ก็ไม่ได้บุ่มบ่ามเข้ามารบกวน
นางก็หิวจนแทบขาดใจ จึงท าตามวิธีที่เฮ่อจือหร่านบอกไว้ใน
การต้มสิ่งที่ไม่รู้จักนั้น
เมื่อต้มสุกแล้วก็พบว่า สิ่งนี้กลับเป็นเส้นบะหมี่
นางมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี ในวังไม่มีของดีอะไรที่นางไม่เคย
เห็น?
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเส้นบะหมี่ตากแห้ง
เส้นบะหมี่ไม่เพียงแค่ตากแห้งเท่านั้น แต่ยังบางเฉียบอีกด้วย ท า
ให้ความรู้ของนางถึงกับต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
หวังมามารีบกินอาหารค าแรกอย่างใจร้อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิว
จัดหรือไม่ รู้สึกว่าอร่อยยิ่งกว่าอาหารเลิศรสในวังเสียอีก
เมื่อคนกินอิ่มแล้วมักง่วงนอน หวังมามาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ยิ่งไป
กว่านั้น หลายวันมานี้นางคอยดูแลหยวนกุ้ยเฟยมาตลอด แทบไม่ได้
พักผ่อนเลย
ตอนนี้มีคุณชายเก้าและภรรยาของเขาอยู่ หวังมามาจึงวางใจ
นางถือโอกาสกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง เหมือนที่คุณชายเก้า
บอกไว้ ต้องพักให้เต็มที่เพื่อจะได้ดูแลกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงได้ดี
โม่จิ่วเยี่ยเฝ้าอยู่ในห้องของหยวนกุ้ยเฟยจนกระทั่งฟ้าข้างนอก
ใกล้สว่างแล้ว
เขากับเฮ่อจือหร่านมาที่ห้องของหยวนกุ้ยเฟยก่อน ตามแผนเดิม
คือต้องการสืบข่าวบางอย่าง แต่ไม่คิดว่าหยวนกุ้ยเฟยจะป่วยหนัก
ไม่ต้องพูดถึงว่าความประทับใจของเขาที่มีต่อหยวนกุ้ยเฟยจะดี
เพียงใด แม้แต่การพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่นางเป็นมารดาของ
เฟ่ยหนานอวี่ ก็ไม่อาจละเลยได้
ดูเหมือนว่าวันนี้คงไม่สามารถออกจากวังได้แล้ว
พอดีตอนนี้ เฮ่อจือหร่านก็พาหยวนกุ้ยเฟยออกมาจากพื้นที่มิติ
ด้วย
“หร่านหร่าน ข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อตาได้ไปหาท่านเฟ่ยตามที่พวก
เราบอกหรือไม่ อีกอย่างพวกเราไม่กลับไป ท่านคงจะเป็นห่วงแน่ ไม่สู้
ให้เสี่ยวไป๋ส่งข่าวกลับไปบอกว่าอย่าได้เป็นห่วง และถือโอกาส
สอบถามสถานการณ์ภายนอกวังวันนี้ด้วย”
เฮ่อจือหร่านก็เห็นด้วยกับความคิดของเขา นางเพียงแค่นึกในใจ
เสี่ยวไป๋ก็ปรากฏตัวขึ้นในห้อง
โม่จิ่วเยี่ยรีบเขียนจดหมายฉบับหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วผูกมันไว้ที่
ขาของเสี่ยวไป๋ เขาลูบขนของสัตว์ตัวน้อยให้เรียบร้อยก่อนปล่อยมัน
ไป
ยืนอยู่ที่ประตูมองดูเสี่ยวไป๋บินสูงขึ้นเรื่อย ๆ โม่จิ่วเยี่ยจึงหมุนตัว
กลับเข้าห้อง
“หร่านหร่าน หยวนกุ้ยเฟยเป็นอย่างไรบ้าง”
“ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้ว เหลือเพียงแค่ต้องพักฟื้น”
เฮ่อจือหร่านพูดพลางใช้จิตส านึกเข้าไปในพื้นที่มิติ เหลือบ
มองดูนาฬิกาที่แขวนบนผนัง ตั้งแต่ช่วยหยวนกุ้ยเฟยรักษาจนถึง
ตอนนี้ผ่านไปแล้วกว่าสองชั่วยาม
หากไม่ใช่เพราะร่างกายของหยวนกุ้ยเฟยอ่อนแอเกินไป คาดว่า
นางคงตื่นขึ้นมานานแล้ว
นางก้าวไปข้างหน้าแตะชีพจรของหยวนกุ้ยเฟยแล้วจึงกล่าวต่อ
ว่า “หากไม่มีอะไรผิดพลาด หยวนกุ้ยเฟยจะตื่นขึ้นในไม่ช้า”
ในตอนนี้ หวังมามาที่อิ่มหน าส าราญ เพิ่งจะงีบหลับไปครู่หนึ่ง จู่
ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงก าลังรับการรักษาอยู่
นางเสียใจที่ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ในขณะท าการรักษา แม้แต่การเฝ้า
อยู่ข้างนอกก็ยังไม่ได้ท า
หวังมามารีบลุกขึ้นวิ่งมาที่ห้องของหยวนกุ้ยเฟย
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้ช่วยรักษาหยวนกุ้ยเฟยแล้ว และคิดว่า
หวังมามาอาจจะมาในไม่ช้า ดังนั้นประตูห้องจึงไม่ได้ปิดไว้อีกต่อไป
แม้ว่าหวังมามาจะเป็นห่วงหยวนกุ้ยเฟย แต่นางก็ไม่ได้ผลีผลาม
เปิดประตูเข้าไป แต่เคาะประตูสองสามครั้ง
“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า อาการของกุ้ยเฟยเป็นอย่างไรบ้างเจ้า
คะ ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยเปิดประตูห้อง
“หวังมามาเข้ามาเถิด อาการของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงนั้นมั่นคง
แล้ว ต่อไปให้นางดื่มน ้าอุ่นเพื่อชุ่มคอก่อน จากนั้นค่อย ๆ ลองกิน
อาหาร”
นี่คือสิ่งที่เฮ่อจือหร่านเพิ่งพูดไป โม่จิ่วเยี่ยกล่าวทวนให้หวังมามา
ฟัง
เมื่อหวังมามาได้ยินว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงไม่มีอันตรายถึงชีวิต
นางก็ตื้นตันใจจนดวงตาแดงก ่าอีกครั้ง
อาจเป็นเพราะเพิ่งทานอิ่ม การเดินของนางจึงมั่นคงขึ้นมาก
หวังมามารีบก้าวมาที่ข้างเตียง มองดูหยวนกุ้ยเฟยอย่างละเอียด
แล้วร้องไห้น ้าตาไหลพรากอีกครั้ง
“สีหน้าของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงดูดีขึ้นมาก ไม่ได้ซีดเซียว
เหมือนก่อนหน้านี้…”
ทันใดนั้น นางก็คุกเข่าลงต่อหน้าเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ย
พร้อมกับโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงถึงสามครั้งโดยไม่รอให้ใครได้
พูดอะไร
“ข้าขอบพระคุณคุณชายเก้าและฮูหยินเก้านัก”
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะข้ามเวลามาอยู่ในร่างนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งปี
แล้ว แต่นางยังคงไม่คุ้นชินกับธรรมเนียมของคนโบราณที่ชอบ
คุกเข่าโขกศีรษะกันบ่อย ๆ เช่นนี้
เพียงแต่เมื่อครู่นี้ นางและโม่จิ่วเยี่ยยืนอยู่ห่างจากหวังมามา
พอสมควร จึงไม่ทันได้ห้ามนางไว้
ในตอนนี้เฮ่อจือหร่านได้สติกลับมาแล้ว จึงรีบเข้าไปพยุงนางขึ้น
“หวังมามาไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ข้าท าได้
เท่านั้น”
หวังมามาจับมือเฮ่อจือหร่านแล้วลุกขึ้น
นางยืนได้มั่นคงแล้ว แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือของเฮ่อจือห
ร่าน
นางมองดูเฮ่อจือหร่านอย่างละเอียด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
หลังจากหวังมามาสงบจิตใจลงเล็กน้อย แล้วหันไปมองโม่จิ่วเยี่ย
อีกครั้ง นางต้องการเล่าเรื่องราวความเป็นมาของโม่จิ่วเยี่ยให้กระจ่าง
ก่อนที่หยวนกุ้ยเฟยจะตื่นขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้เมื่อหยวนกุ้ยเฟยตื่นขึ้นมา นางก็จะสามารถรับรู้ได้
ทันทีว่านี่คือบุตรชายแท้ ๆ ของตน