ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 525 วันที่ราชส านักมั่นคงจะมาถึงในเร็ววัน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 525 วันที่ราชส านักมั่นคงจะมาถึงในเร็ววัน
เฟ่ยหนานอวี่ค านับอีกครั้ง “หนานฉีไม่เคยยอมแพ้ในการตาม
หาเฟ่ยมามา ข้าคิดว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดก็คือสถานที่ที่ปลอดภัย
ที่สุด ดังนั้นไม่นานมานี้ข้าจึงได้รับเฟ่ยมามาเข้ามาอยู่ที่จวนตระกูล
เฟ่ยแล้ว อีกสักครู่ข้าจะไปพบนาง เพื่อแจ้งเรื่องที่จะต้องเข้าวังให้นาง
รู้ เพื่อให้นางได้เตรียมใจไว้”
เฟ่ยหนานอวี่เคยกล่าวไว้ว่า หลังจากที่เฟ่ยมามาตามเขามาที่
เมืองหลวงแล้ว นางก็เริ่มเปลี่ยนใจ ถึงอย่างไรหนานฉีก็เป็น
หลานชายแท้ ๆ ของนาง ตอนแรกนางยอมเสี่ยงทรยศต่อเจ้านายเพื่อ
สับเปลี่ยนหลานชายของตนไปเป็นองค์ชาย โดยหวังว่าสักวันหนึ่ง
หลานชายจะได้รุ่งเรืองในอนาคต
หากไม่ใช่เพราะหนานฉีส่งคนมาสังหารหลายครั้ง เฟ่ยมามาคง
ไม่มีความคิดที่จะเปิดเผยความลับนี้ต่อสาธารณชนไปตลอดชีวิต
น่าเสียดายที่หลังจากกลับมาที่เมืองหลวง นางปลอดภัยแล้ว แต่
ในขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ ท าลายความตั้งใจที่จะช่วยเฟ่ยหนานอวี่
เป็นพยานยืนยันตัวตน
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างก็สงสัยว่าเฟ่ยหนานอวี่ได้โน้มน้าว
ให้เฟ่ยมามา ออกมาเป็นพยานส าเร็จแล้วหรือไม่
แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ถาม เมื่อเฟ่ยหนานอวี่อาสาพาเฟ่ยมา
มาเข้าวังด้วยกัน ก็แสดงว่าเขามั่นใจเต็มที่แล้ว
“หากเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ขอให้ท่านเฟ่ยจัดการเถิด ข้ากับภรรยา
จะไปเยี่ยมท่านพ่อตาก่อน คืนนี้ยามซวี*[1] พวกข้าจะมาพบท่านที่นี่”
เฟ่ยหนานอวี่มองดูท้องฟ้าภายนอก
“ฟ้าสางแล้ว ข้าจะไปส่งพวกท่านที่จวนของท่านเสนาบดีเฮ่อด้วย
ตัวเอง”
เฟ่ยหนานอวี่ไปส่งโม่จิ่วเยี่ยและภรรยาที่จวนของเสนาบดีเฮ่อ
แล้วจึงจากไป อีกทั้งยังก าชับข้ารับใช้ให้ส่งอาหารไปที่นั่นเพิ่มเติม
เพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างดี
เสนาบดีเฮ่อก็ไม่ได้นอนทั้งคืนเช่นกัน แม้ว่าลูกเขยจะให้
นกพิราบขาวตัวนั้นส่งจดหมายกลับมา แต่พวกเขาทั้งสองคนจากไป
นานเช่นนี้ ถึงแม้ในจดหมายจะบอกว่าปลอดภัยดี แต่ตราบใดที่ยัง
ไม่ได้เห็นคนกลับมา หัวใจของเขาก็ยังคงกังวลอยู่
เมื่อเห็นเฟ่ยหนานอวี่จากไป เสนาบดีเฮ่อก็รีบรั้งตัวทั้งสองคน
เอาไว้เพื่อสอบถามสถานการณ์อย่างใจร้อน
สิ่งแรกที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือความปลอดภัยของทั้งสองคน
รองลงมาจึงเป็นสถานการณ์ในวัง
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเข้าวังให้ฟังอีกครั้ง
แม้ว่าในใจของเสนาบดีเฮ่อจะสิ้นศรัทธาต่อราชส านักไปแล้ว แต่
ในฐานะผู้จงรักภักดีต่อจักรพรรดิ เขาก็ยังแสดงท่าทีโกรธแค้นอยู่
บ้าง
“จักรพรรดินีและตระกูลเซวียช่างบังอาจยิ่งนัก ถึงกับสังหารพระ
พันปีและกักขังองค์จักรพรรดิโดยพลการ…”
หลังจากฟังเสนาบดีเฮ่อบ่นไปสักพัก เฮ่อจือหร่านจึงเริ่มเกลี้ย
กล่อมอีกครั้ง
“ท่านพ่อ จักรพรรดิซุ่นอู่โง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้ ข้าเห็นว่าท่าน
ไม่ต้องปกป้องจักรพรรดิเช่นนี้ก็ได้!”
เสนาบดีเฮ่อถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“พ่อผิดหวังต่อราชส านักมากจริง ๆ แต่พ่อก็เป็นคนที่รับ
เงินเดือนมาหลายสิบปี อย่างที่เขาว่า เมื่อประเทศมีภัย ประชาชนทุก
คนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้ราชวงศ์ต้าซุ่นก าลังตกอยู่ใน
อันตราย หากพ่อจากไปเช่นนี้ จะไม่ถูกกล่าวหาว่าหนีทัพหรอก
หรือ?”
ที่จริงแล้วเฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของบิดา ในเมื่อเป็นคนที่
คิดแต่จะตอบแทนราชส านักมาทั้งชีวิต การที่จู่ ๆ เสนอให้เขาถอนตัว
ออกมา คงต้องใช้เวลาขบคิดอีกสักพัก
“ท่านพ่อ ลองคิดดูสิ ท่านแม่และพี่ชายใหญ่ต่างก็ชื่นชอบชีวิต
ในซีเป่ย แล้ว แสดงว่าชีวิตที่นั่นน่าดึงดูดใจเพียงใด อีกอย่าง ท่านได้
ท างานให้ราชส านักมาครึ่งชีวิตแล้ว ก็ควรได้พักผ่อนสักที”
เฮ่อจือหร่านตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ พยายามท าลายแนว
ป้องกันสุดท้ายในใจของท่านพ่อต่อไป
เสนาบดีเฮ่อถอนหายใจ “เฮ้อ… แม้จะจากไป พ่อก็ตั้งใจจะรอให้
สถานการณ์ของราชส านักมั่นคงเสียก่อน”
“ท่านพ่อวางใจได้ ยังอีกไม่นานราชส านักก็จะมั่นคงแล้ว”
ตอนนี้ตราประทับหยกอยู่ในมือของพวกเขา หากทุกอย่าง
ด าเนินไปอย่างราบรื่น คืนนี้เฟ่ยหนานอวี่จะได้พบกับจักรพรรดิซุ่นอู่
และหยวนกุ้ยเฟย และประสบความส าเร็จในการกลับคืนสู่สถานะองค์
ชายของเขา จักรพรรดิซุ่นอู่จะแสดงไพ่ตายของตนเองออกมา เชื่อ
ว่าวันที่ราชส านักมั่นคงจะมาถึงในเร็ววัน
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังวางแผนที่จะจัดการเรื่องของวังหลวงให้
เสร็จสิ้นก่อน แล้วจึงไปก าจัดตระกูลเซวีย
ตราบใดที่ผู้น าตระกูลเซวียเสียชีวิตลง พวกเขาก็จะวุ่นวายอย่าง
แน่นอน
สรุปคือพวกเขามีแผนในใจมานานแล้ว แต่ค านึงว่าหากเสนาบดี
เฮ่อรู้เรื่องเหล่านี้ ท่านจะต้องเป็นห่วงพวกเขาแน่นอน ดังนั้นทั้งสอง
คนจึงเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดออกมา
ภายในจวนตระกูลเฟ่ย ไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไร
เกิดขึ้นหรือไม่ เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้เลือกที่จะเข้าไป
พักผ่อนในพื้นที่มิติ
สามีภรรยาทั้งสองพักผ่อนอยู่ในห้องรับรองหนึ่งวัน เมื่อถึงเวลาที่
นัดหมายกับเฟ่ยหนานอวี่ พวกเขาก็มาที่ห้องหนังสือพร้อมกัน
ในตอนนี้เฟ่ยมามาถูกคนของเฟ่ยหนานอวี่พามาแล้ว จากสี
หน้าที่ดูเหมือนท้องผูกของนางก็สามารถมองออกได้ว่าตอนนี้นาง
ก าลังล าบากใจอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างเชื่อมั่นใน
ความสามารถในการจัดการของเฟ่ยหนานอวี่ เมื่อเขาเลือกที่จะ
พาเฟ่ยมามาไปช่วยยืนยันตัวตนของตนเอง ก็แสดงว่าเขาสามารถ
ท าได้อย่างมั่นใจแล้ว
ไม่ต้องพูดอะไรมาก เฮ่อจือหร่านหยิบเข็มเงินออกมาจากพื้นที่
มิติ ก่อนอื่นจะต้องท าให้เฟ่ยมามาสลบไปต่อหน้าเฟ่ยหนานอวี่
เมื่อเฟ่ยหนานอวี่เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็ตกใจเล็กน้อย แต่
แล้วในใจก็เข้าใจได้คร่าว ๆ ว่าขั้นตอนต่อไปตนเองก็คงจะได้รับการ
ปฏิบัติเช่นเดียวกับเฟ่ยมามา
เพื่อไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยและภรรยาต้องเสียเวลาพูดมาก เขาจึงเดิน
เข้าไปหาทั้งสองคนด้วยตนเอง
เฮ่อจือหร่านชื่นชมในใจถึงความรู้ความเข้าใจของเขา พร้อมกับ
ท าให้คนผู้นั้นสลบและส่งเข้าไปในพื้นที่มิติ
ทั้งสองคนยังคงเลือกที่จะเข้าไปทางอุโมงค์ลับ
ท้องพระคลังถูกปล้นอีกครั้ง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้
ที่จะไม่มีใครค้นพบหลังจากผ่านไปนานขนาดนี้
สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ยามที่อยู่ด้านนอกทั้งหมดถูกถอนก าลัง
ออกไปแล้ว
ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้สร้างความประหลาดใจ การที่จักรพรรดิ
ถูกช่วยออกไปจากห้องลับนั้น ส าหรับฝ่ายจักรพรรดินีแล้วถือเป็น
เรื่องใหญ่หลวงยิ่งนัก
ก่อนที่จะตามหาตัวจักรพรรดิพบ ช่วงเวลานี้ถือเป็นยามที่ฝ่าย
จักรพรรดินีขาดแคลนก าลังคนมากที่สุด
เมื่อภายในท้องพระคลังว่างเปล่าแล้ว การทิ้งคนไว้เฝ้าต่อก็
เท่ากับสูญเปล่าทรัพยากร
แทนที่จะให้คนกลุ่มหนึ่งอยู่เฝ้าห้องว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเลย สู้
จัดสรรพวกเขาไปยังต าแหน่งที่มีประโยชน์จะดีกว่า
ด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจึงออกจากท้องพระคลังได้
โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ทั้งสองหลบสายตายามตลอด
ทางจนมาถึงต าหนักบรรทมของหยวนกุ้ยเฟยอีกครั้ง
เมื่อมาถึงลานของต าหนักบรรทม เฮ่อจือหร่านก็ปล่อยคน
ออกมาจาก พื้นที่มิติและปลุกให้ตื่น
ส าหรับเฟ่ยมามาแล้วที่นี่คือสถานที่ที่นางคุ้นเคยที่สุด
นางลืมที่จะถามว่าตนเองมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร แต่กลับจ้อง
มองทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
เฟ่ยหนานอวี่ดูสงบนิ่งมากกว่าที่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน
คาดคิดไว้มาก
“คุณชายเก้า นี่คือต าหนักบรรทมของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงใช่
หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยชี้ไปยังห้องที่มีแสงไฟริบหรี่อยู่ด้านหน้าแล้วกล่าวว่า
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงประทับอยู่ที่นั่น”
ทันทีที่ค าพูดของเขาจบลง เฟ่ยมามาก็อ้าปากร้องไห้โฮออกมา
ทันที่
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง…”
ด้านนอกต าหนักบรรทมมีทหารยามลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา
การกระท าของเฟ่ยมามานี้ราวกับกลัวว่าจะไม่สามารถเรียกคนมาได้
เลยทีเดียว!
ด้วยความรีบร้อน เฮ่อจือหร่านใช้มือฟาดจนอีกฝ่ายสลบไป
โม่จิ่วเยี่ยรับรู้สถานการณ์รอบข้าง เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตราย จึง
จับคอเสื้อเฟ่ยมามาเดินไปยังห้องของหยวนกุ้ยเฟย
เฮ่อจือหร่านก้าวไปข้างหน้าแล้วเคาะประตูเบาๆ
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง”
ทันทีที่นางเอ่ยจบ หวังมามาก็วิ่งเหยาะ ๆ มาเปิดประตู
“คุณชาย… ท่านขันที่ พาคนมาแล้วหรือไม่”
นางเกือบจะหลุดปากพูดออกไป โชคดีที่ตอบสนองได้ทันท่วงที่
จักรพรรดิซุ่นอู่จึงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ
[1] ยามซวี หมายถึง ช่วงเวลา 19.00 – 21.00 น.