ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 527 การพิสูจน์ความเป็นญาติด้วยการหยดเลือด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 527 การพิสูจน์ความเป็นญาติด้วยการหยดเลือด
แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะได้ตกลงเงื่อนไขกันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่
เฟ่ยมามาก็ยังคงลังเลอยู่บ้าง
เฟ่ยหนานอวี่มองออกถึงความหมายของนาง จึงเตือนว่า “จริง ๆ
แล้วการพิสูจน์ความเป็นญาติไม่จ าเป็นต้องมีพยานเสมอไป ตั้งแต่
โบราณกาลก็มีวิธีพิสูจน์ความเป็นญาติด้วยการหยดเลือดอยู่แล้ว”
นี่เป็นการเตือนเฟ่ยมามาว่า แม้นางจะไม่พูด วันนี้เขาก็สามารถ
กู้คืนสถานะองค์ชายของเขาได้
เฟ่ยมามาได้ยินค าพูดของเขาแล้ว ความลังเลในใจก็หายไปใน
พริบตา ตราบใดที่ยังมีโอกาสแม้เพียงน้อยนิดที่จะช่วยชีวิต
หลานชายแท้ ๆ ของนาง นางก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดลอยไป
เฟ่ยมามาค านับจักรพรรดิซุ่นอู่และหยวนกุ้ยเฟยอีกครั้ง
“หม่อมฉันมีความผิด ในปีนั้นทั้งหมดเป็นความผิดของหม่อมฉัน
ที่ถูกปีศาจหลอกจนเสียสติ จึงได้อุ้มองค์ชายน้อยที่เพิ่งคลอดกลับ
บ้าน แล้วสลับตัวกับหลานชายแท้ ๆ ของหม่อมฉันที่เพิ่งคลอด องค์
ชายหนานฉีในปัจจุบันคือหลานชายที่ไร้ค่าของหม่อมฉัน”
ขณะที่พูด นางมองไปทางเฟ่ยหนานอวี่ด้วยความรู้สึกผิด
“ส่วนท่านผู้นี้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานในตระกูลเฟ่ยมาหลายปีที่อยู่
ตรงหน้านี้ คือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ขององค์จักรพรรดิและกุ้ยเฟย
เหนียงเหนียง…”
อาจกล่าวได้ว่า เฟ่ยมามาได้เล่าถึงกระบวนการทั้งหมดว่านาง
สลับตัวเด็กทั้งสองอย่างไรในปีนั้น ด้วยน ้าตานองหน้า
ในระหว่างนั้น จักรพรรดิซุ่นอู่ได้ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาอีกหลาย
ประการ เฟ่ยมามาก็ตอบค าถามทั้งหมดอย่างชัดเจนโดยไม่มีการ
ปิดบังแม้แต่น้อย
เนื่องจากนางไม่ได้โกหก ค าตอบที่นางให้แก่จักรพรรดิซุ่นอู่จึง
ไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ
จนถึงตอนนี้จักรพรรดิซุ่นอู่เชื่อแล้วว่าเฟ่ยหนานอวี่คือองค์ชาย
สามอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าของเขาที่คล้ายคลึงกับหยวนกุ้ยเฟยอ
ย่างมาก ท าให้ผู้คนยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อ
ในเมื่อเป็นสายเลือดราชวงศ์ แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะเลอะเลือน
เพียงใด ก็ไม่มีเหตุผลที่จะสับสนอย่างไร้สติ
“เช่นนั้น พวกเราก็เริ่มการพิสูจน์ความเป็นญาติด้วยการหยด
เลือดกันเถอะ”
ในความเข้าใจของเฮ่อจือหร่าน การพิสูจน์ความเป็นญาติด้วย
การหยดเลือดนั้นไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลย
อย่าว่าแต่เฟ่ยหนานอวี่กับจักรพรรดิซุ่นอู่จะเป็นพ่อลูกแท้ ๆ กัน
เลย ต่อให้ไม่ใช่เลือดของทั้งสองคนก็มีโอกาสผสมกันได้มากกว่าเก้า
สิบส่วน
ดังนั้น นางจึงไม่กังวลเลยว่าการพิสูจน์ความเป็นญาติด้วยการ
หยดเลือดระหว่างเฟ่ยหนานอวี่กับจักรพรรดิซุ่นอู่จะเกิดปัญหาอะไร
เฟ่ยหนานอวี่เองก็ไม่กังวลเช่นกัน เพราะเขาเป็นลูกแท้ ๆ ของ
จักรพรรดิซุ่นอู่อย่างแน่นอน
หวังมามาเป็นคนมีไหวพริบ ในขณะที่เสียงของจักรพรรดิซุ่นอู่
เพิ่งจะจบลง นางก็ได้ยกชามน ้าใสมาแล้ว
เพราะอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิ ถึงแม้โม่จิ่วเยี่ยจะพกมีดสั้นหรือของ
มีคมติดตัวมาด้วย ก็ไม่สะดวกที่จะหยิบออกมา
เฟ่ยหนานอวี่ก็เช่นกัน เขากัดนิ้วมือของตนเองต่อหน้าจักรพรรดิ
ซุ่นอู่ แล้วหยดเลือดสด ๆ สองสามหยดลงในชาม
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ท าเช่นเดียวกัน
ภายใต้สายตาของทุกคน หยดเลือดทั้งสองก็ผสมเข้าด้วยกัน
อย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้จักรพรรดิซุ่นอู่ทั้งตื่นเต้นและโกรธแค้น
ความตื่นเต้นของเขาคือในยามที่ภัยพิบัติใกล้จะมาถึง บุตรชาย
แท้ ๆ ของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น บางทีนี่อาจเป็นโอกาสที่สวรรค์มอบให้
เขาพลิกสถานการณ์
ส่วนความโกรธแค้นนั้นคือ หยวนกุ้ยเฟยในอดีตกล้าท าเรื่อง
เช่นนี้ลับหลังเขา ท าให้เขาผู้เป็นถึงจักรพรรดิต้องเลี้ยงดูบุตรของข้า
รับใช้คนหนึ่งมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปีโดยเปล่าประโยชน์…
แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดค านึงถึงเรื่องเหล่านี้
สายตาของจักรพรรดิซุ่นอู่ดูอ่อนโยนมากขึ้นกว่าตอนที่มองดู
เฟ่ยหนานอวี่เมื่อครู่ “ลูกเอ๋ย หลายปีมานี้ท าให้เจ้าต้องล าบากแล้ว
รอให้เราได้อ านาจกลับคืนมา นั่นก็จะเป็นเวลาที่เจ้าได้กลับคืนสู่
สถานะองค์ชายอีกครั้ง”
เฟ่ยหนานอวี่ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็น
บิดามารดาแท้ ๆ ของเขา แต่เขาก็ยังรู้สึกแปลกหน้า
ในขณะเดียวกัน เขาก็สามารถมองออกได้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่
ไม่ได้รังเกียจการมีอยู่ของเขาในฐานะบุตรชาย
ตามหลักการแล้ว ในตอนนี้เฟ่ยหนานอวี่ควรจะคุกเข่าลงและ
เรียกว่าท่านพ่อและท่านแม่ ตัวเขาเองก็รู้ว่าควรท าเช่นนั้น แต่ไม่รู้
ท าไม เขาถึงท าไม่ได้
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของจักรพรรดิซุ่นอู่
เฟ่ยหนานอวี่เพียงแค่โค้งตัวเล็กน้อยพร้อมประสานมือค านับ
ตอนนี้หยวนกุ้ยเฟยร้องไห้จนพูดไม่ออก
หวังมามาพยุงนางเข้ามาใกล้เฟ่ยหนานอวี่ นางค่อย ๆ ยกมือขึ้น
หมายจะลูบแก้มของเฟ่ยหนานอวี่
เฟ่ยหนานอวี่ถอยหลังหลบโดยสัญชาตญาณ
หยวนกุ้ยเฟยเห็นเฟ่ยหนานอวี่ไม่ยอมรับนาง ก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น
จักรพรรดิซุ่นอู่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นจึงตวาดว่า “ถ้าเจ้าไม่ท า
เรื่องผิดพลาดแบบนี้ในตอนนั้น เขาก็คงไม่รังเกียจเจ้า”
แน่นอนว่าหยวนกุ้ยเฟยเข้าใจเหตุผลนี้ดี นางรู้สึกผิดมาตลอด
ยี่สิบกว่าปีเพราะเรื่องนี้
เพียงแต่ตลอดหลายปีมานี้ ผู้ที่นางรู้สึกผิดต่อมีเพียงโม่จิ่วเยี่ย
เท่านั้น
แม้เฟ่ยหนานอวี่จะเกลียดชังหยวนกุ้ยเฟยอยู่ในใจ แต่
สถานการณ์อึดอัดตรงหน้านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ท้ายที่สุดแล้วจุดประสงค์ที่เขาเข้าวังมาวันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อเรื่องนี้
หลังจากจักรพรรดิซุ่นอู่ต าหนิหยวนกุ้ยเฟยแล้ว เขาจึงเอ่ยปาก
ว่า “นับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะไม่ใช่สกุลเฟ่ยอีกต่อไป ชื่อหนา
นอวี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน คงจะคุ้นหูเจ้าแล้ว ต่อไปเจ้าจะใช้ชื่อหนานอวี่
เมื่อใดที่เราได้อ านาจคืนมา สิ่งแรกที่เราจะท าคือประกาศตัวตนที่
แท้จริงของเจ้าต่อสาธารณชน”
เมื่อครั้งที่เฮ่อจือหร่านบอกเขาว่าองค์ชายสามที่แท้จริงเป็นคน
อื่น นางก็ได้กล่าวถึงความสามารถของหนานอวี่ไว้แล้ว
เพื่อพิสูจน์ประเด็นนี้ จักรพรรดิซุ่นอู่จึงถามค าถามเกี่ยวกับ
วิธีการปกครองประเทศกับหนานอวี่ทันที่
พรสวรรค์ของเฟ่ยหนานอวี่ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อยู่ข้างกายหนานฉีเขาก็ยิ่งก้าวหน้า
ไปมาก
ส าหรับค าถามที่จักรพรรดิซุ่นอู่ถามมานั้น เขาไม่เพียงแต่ตอบ
ได้อย่างคล่องแคล่วเท่านั้น แต่ยังสามารถยกตัวอย่างและอธิบาย
เพิ่มเติมได้อีกด้วย
จักรพรรดิซุ่นอู่รู้สึกพอใจในการแสดงออกของเขามาก
“บรรพบุรุษได้ทิ้งป้ายไว้หนึ่งชิ้น ป้ายชิ้นนี้สามารถระดมก าลัง
ทหารชั้นยอดได้สองหมื่นนาย กองทัพนี้ไม่เคยถูกเรียกใช้มาตั้งแต่
ก่อตั้งราชวงศ์ต้าซุ่น บัดนี้เป็นเพราะเราไร้ความสามารถ…”
การได้ยินจักรพรรดิซุ่นอู่กล่าวว่าตนเองไร้ความสามารถ ท าให้
ทั้งเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกประหลาดใจมาก ในความทรงจ า
ของพวกเขา จักรพรรดิซุ่นอู่เป็นตัวแทนของกษัตริย์ที่โง่เขลา
ไม่ว่าจะอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งหรือการ
ตื่นตัวในยามคับขัน อย่างไรก็ตาม การที่เขาสามารถเปิดเผยไพ่ตาย
ของตนเองในเวลานี้ แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่ได้เลอะเลือนไปเสีย
ทีเดียว
ขณะที่จักรพรรดิซุ่นอู่เอ่ยจบ เขาก็ถอดมงกุฎบนศีรษะออก
เขาหยิบป้ายอาญาสิทธิ์ขนาดเล็กแต่ประณีตออกมาจากมงกุฎ
ต่อหน้าทุกคน
เขาส่งมอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้แก่มือของเฟ่ยหนานอวี่
“นี่คือเครื่องรางปกป้องชีวิตชิ้นสุดท้ายที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้แก่
ลูกหลานตระกูลหนานของพวกเรา เจ้าถือป้ายอาญาสิทธิ์นี้ไปยังหุบ
เขาห่างจากชานเมืองตะวันออกของเมืองหลวงเจ็ดสิบลี้ ก็จะสามารถ
พบกองทัพนี้ได้”
ส่วนวิธีควบคุม จักรพรรดิซุ่นอู่ตั้งใจจะมอบอ านาจทั้งหมดให้
หนานอวี่จัดการทั้งหมด
จากการสนทนาสั้น ๆ เมื่อครู่ จักรพรรดิซุ่นอู่สามารถยืนยันได้
แล้วว่า ความสามารถของหนานอวี่นั้นเหนือกว่าบรรดาโอรสที่เติบโต
มาข้างกายเขาถึงร้อยเท่า
หนานอวี่ไม่ได้เกรงใจแม้แต่น้อย เพราะเขามีความคิดที่จะสืบ
ทอดบัลลังก์มานานแล้ว
นับจากนี้ไป เขาจะใช้กองทัพนี้เพื่อพลิกสถานการณ์
จักรพรรดิซุ่นอู่กล่าวต่อไปว่า “เหตุที่เราไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาท
เสียที่ ก็เพราะรู้สึกว่าหนานฉีนั้นมีความสามารถไม่เพียงพอ บัดนี้เรา
รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่สายเลือดราชวงศ์ ดูเหมือนความลังเลของเราใน
ตอนนั้นจะถูกต้องแล้ว”
“ตอนนี้ไพ่ใบสุดท้ายในมือของเราได้มอบให้เจ้าแล้ว เราหวังว่า
เจ้าจะสามารถพลิกสถานการณ์ในราชส านักได้อย่างรวดเร็วที่สุด
และช่วยเรากับมารดาของเจ้าให้พ้นจากอันตราย”
ในขณะนี้จักรพรรดิซุ่นอู่มีจิตใจที่แจ่มชัดราวกับกระจกเงา แม้ว่า
ในใจของหนานอวี่ยังคงเคียดแค้นการกระท าของหยวนกุ้ยเฟยในอ
ดีต แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็คือมารดาผู้ให้ก าเนิดของเขา