ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 545 ราชวงศ์ประสบปัญหาจริง ๆ
จุดนี้ไม่จ าเป็นต้องให้โม่จิ่วเยี่ยพูด หนานอวี่ก็ตั้งใจจะท าเช่นนี้อยู่
แล้ว
“ดี ข้าจะเข้าวังทันทีเพื่อจัดการเรื่องนี้”
เขาไม่ได้พูดว่าจะเข้าวังทันทีเพื่อรายงานเรื่องนี้ต่อองค์จักรพรรดิ
แต่ก าลังแสดงให้โม่จิ่วเยี่ยเห็นถึงความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือเรื่องนี้ได้
ตัดสินใจแล้วที่ตัวเขา สิ่งที่พวกเขาต้องท าคือรอคอยข่าวสารอย่างใจ
เย็นเท่านั้น
หนานอวี่จัดการงานอย่างรวดเร็ว วันรุ่งขึ้นเมื่อการเข้าเฝ้าตอน
เช้าเพิ่งจบลง เสนาบดีเฮ่อก็กลับมาพร้อมข่าวใหม่
ไม่รู้ว่าหนานอวี่หารือเรื่องนี้กับจักรพรรดิซุ่นอู่อย่างไร วันนี้ใน
ระหว่างการเข้าเฝ้า ฝ่าบาทได้ออกพระราชโองการล้างมลทินให้สกุล
โม่ต่อหน้าขุนนางทั้งปวง ทรงยอมรับว่าการเนรเทศสกุลโม่ไปซีเป่ย
ในตอนนั้นเป็นเพราะเขาถูกคนชั่วยุยง จนท าให้สกุลโม่ต้องแบกรับ
ความอยุติธรรมมาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม
ทุกคนสามารถมองเห็นได้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่ก าลังแสดงความขอ
โทษต่อสกุลโม่ต่อหน้าขุนนางทั้งหลายในราชส านัก
ไม่เพียงเท่านั้น จักรพรรดิซุ่นอู่ยังออกพระราชโองการแต่งตั้งโม่
จิ่วเยี่ยเป็นอ๋องตะวันตกพร้อมทั้งมอบดินแดนตะวันตกเป็นเขต
ปกครองของอ๋องตะวันตก
ต าแหน่งอ๋องตะวันตกนี้สืบทอดโดยไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งเขาก็
ได้ยินจากหนานอวี่ว่าบุรุษแห่งสกุลโม่ไม่ได้มีเพียงโม่จิ่วเยี่ยคนเดียว
ที่ยังมีชีวิตอยู่
พระราชโองการแต่งตั้งอ๋องตะวันตกฉบับนี้ยังระบุเป็นพิเศษว่า
ต าแหน่งอ๋องตะวันตกมีเพียงต าแหน่งเดียว ไม่ว่าบุรุษคนใดของสกุล
โม่ต้องการครองต าแหน่งนี้ เพียงแค่ขอพระบรมราชานุญาตเพื่อ
เปลี่ยนแปลงก็เพียงพอแล้ว
ในขณะเดียวกัน จักรพรรดิซุ่นอู่ยังออกพระราชโองการให้โม่จิ่ว
เยี่ยจัดการส่งบุรุษสกุลโม่เข้าร่วมรบในทันที่ โดยไม่จ าเป็นต้อง
เดินทางมาเข้าเฝ้าที่ เมืองหลวง
เมื่อพระราชโองการนี้ออกมา เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊
ในราชส านักต่างตกตะลึง
อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสถาปนาราชวงศ์
ต้าซุ่น
ในช่วงเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ต้าซุ่นนั้น แท้จริงแล้วเคยมีอ๋องต่างสกุล
อยู่หนึ่งท่าน เหตุเพราะบุคคลผู้นั้นได้ร่วมกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง
ราชวงศ์สร้างอาณาจักรต้าซุ่นขึ้นมา
แม้จะเป็นเช่นนั้น อ๋องหย่งอันก็ไม่เคยมีเรื่องการพระราชทานเขต
ปกครองแต่อย่างใด
ทว่าสกุลโม่ในปัจจุบัน เมื่อปีที่แล้วถูกมีพระบรมราชโองการ
เนรเทศไปยัง ซีเป่ย ร่องรอยของผู้คนจากสกุลโม่ถึงกับค่อย ๆ จาง
หายไปจากสายตาของเหล่าขุนนางเหล่านี้แล้ว
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือองค์จักรพรรดิ ไม่เพียงแต่ล้างมลทินให้กับ
สกุลโม่เท่านั้น แต่ยังประกาศต่อหน้าผู้คนว่าเป็นเพราะฝ่าบาท
หลงเชื่อค ายุยงของคนชั่วจึงท าให้สกุลโม่ต้องถูกเนรเทศอย่างอ
ยุติธรรม
นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จักรพรรดิท าเช่นนี้ ไม่เคยมีมา
ก่อนในอดีต
สิ่งที่ท าให้ผู้คนตะลึงยิ่งกว่านั้นคือจักรพรรดิซุ่นอู่ยังแต่งตั้งโม่จิ่ว
เยี่ยเป็นอ๋องตะวันตกในทันที่
แม้ว่าบิดาและบุตรแห่งสกุลโม่จะเคยสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ใน
สนามรบเพื่อราชวงศ์ต้าซุ่น แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะแต่งตั้งให้เป็นอ๋อง
เช่นนี้
ในชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ถึงขนาดมีผู้คัดค้านการตัดสินใจนี้
ผลลัพธ์คือพวกเขาถูกจักรพรรดิซุ่นอู่ตวาดกลับไปทีละคน
เหล่าขุนนางเพิ่งเคยเห็นจักรพรรดิซุ่นอู่เด็ดขาดและไม่ยอมรับ
ฟังใครเป็นครั้งแรก ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เข้าใจความจริงข้อ
หนึ่ง นั่นคือการที่โม่จิ่วเยี่ยได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องตะวันตกนั้นไม่
สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้แต่น้อย
หนานอวี่คิดไว้แล้วก่อนที่จักรพรรดิซุ่นอู่จะสั่งให้คนอ่านพระราช
โองการนี้ว่าจะมีคนออกมาคัดค้าน และยังคิดว่าหากเกิดสถานการณ์
เช่นนี้ขึ้น ถ้าท่านพ่อถอยหลังจะท าอย่างไร?
แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่ได้คิดไว้คือ ท่านพ่อผู้ซึ่งปกติแล้วมักจะ
อ่อนไหวง่าย กลับมีท่าทีเด็ดเดี่ยวเช่นนี้
ไม่ว่าอย่างไร ทุกอย่างก็ก าลังด าเนินไปตามที่เขาคาดหวังไว้ ซึ่ง
นี่ก็เป็นเรื่องดีส าหรับหนานอวี่เช่นกัน
นอกจากนี้ จักรพรรดิซุ่นอู่ยังได้ประกาศเรื่องใหญ่หลวงต่อหน้า
ขุนนางทั้งหลายในวันนี้อีกด้วย
นั่นก็คือตราแผ่นดินหยกหายไป!
ตราแผ่นดินหยกถูกซ่อนไว้ด้วยมือของเขาเองในอุโมงค์ลับที่
เชื่อมต่อจากท้องพระคลังไปสู่ภายนอก อุโมงค์นั้นเป็นทางเข้าที่สร้าง
ขึ้นใหม่ หลังจากสร้างเสร็จ เขาได้สั่งให้คนปิดผนึกเรียบร้อยแล้ว
ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีใครพบที่นั่นได้
แต่กลับมีคนพบเข้าพอดี ไม่เพียงเท่านั้น ทรัพย์สินใน
ท้องพระคลังก็หายไปอีกครั้ง ท าให้จักรพรรดิซุ่นอู่รู้สึกงุนงงเป็นอย่าง
ยิ่ง
เหตุที่เขากล้าประกาศเรื่องตราแผ่นดินหยกหายต่อสาธารณะ ก็
เพราะหนานอวี่ได้เตือนสติเขาไว้ด้วยเหตุที่เขาเป็นผู้ครองบัลลังก์มา
หลายสิบปี แม้ไม่มีตราแผ่นดินหยกในมือ ก็ไม่มีใครกล้าตั้งค าถามถึง
ความชอบธรรมของเขา เหมือนกับที่พรรคพวกของจักรพรรดินีต้อง
เผชิญ
อีกด้านหนึ่ง เขาก็หวังว่าจะมีคนออกมาช่วยตามหาร่องรอยของ
ตราแผ่นดินหยกให้มากขึ้น
ในขณะนั้นเอง มีคนมารายงานว่ามีนักพรตพเนจรมาขอเข้าพบ
องค์จักรพรรดิที่หน้าประตูวัง
จักรพรรดิซุ่นอู่นับถือลัทธิเต๋า เป็นเรื่องที่หลายคนรู้กันดี ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าหากมีนักพรตมาขอเข้าพบ เขาย่อมไม่ปฏิเสธ
ต่อหน้าขุนนางทั้งหลาย นักพรตพเนจรถูกน าตัวเข้ามาในท้อง
พระโรง
นักพรตสวมเสื้อคลุมสีเทา มีคิ้วและเคราสีขาว ท่าทางสง่างามดุจ
เซียน เมื่อจักรพรรดิซุ่นอู่ได้พบเห็นก็เกิดความรู้สึกเชื่อถือขึ้นมาใน
ใจโดยธรรมชาติ
หลังจากสอบถาม จึงได้รู้ว่านักพรตมีนามว่าหยวนชิง บ าเพ็ญ
เพียรอยู่บนเขาเซียนเฟิงแห่งราชวงศ์ต้าซุ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ขณะสังเกต
ดวงดาวได้พบว่าดาวจื่อเว่ยส่องแสงริบหรี่ เขาจึงค านวณได้ว่า
ราชวงศ์อาจก าลังประสบปัญหา
นอกจากจะมีปัญหาแล้ว การที่ดาวจื่อเว่ยส่องแสงริบหรี่ ยัง
หมายถึงจักรพรรดิองค์ใหม่ก าลังจะถือก าเนิดด้วย
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครรู้ชัดไปกว่าจักรพรรดิซุ่นอู่ว่าราชวงศ์ก าลัง
ประสบปัญหาจริง ๆ
การสูญหายของตราแผ่นดินหยกไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ส าหรับ
ราชวงศ์แล้วนี่เป็นปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน
ยังมีเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ จักรพรรดิซุ่นอู่ได้เกิดความคิดที่จะสละราช
สมบัติให้แก่หนานอวี่แล้ว นักพรตหยวนชิงกล่าวว่าดาวจื่อเว่ยส่อง
แสงริบหรี่ นั่นหมายถึงจักรพรรดิองค์ใหม่ก าลังจะถือก าเนิด สิ่งที่เขา
พูดคงหมายถึงเรื่องนี้
ตามสองเรื่องนี้ จักรพรรดิซุ่นอู่เชื่อในค าพูดของนักพรตหยวน
ชิงอย่างสนิทใจ
จักรพรรดิซุ่นอู่ต่อหน้าขุนนางทั้งหลาย สอบถามนักพรตหยวน
ชิงว่าจะแก้ไขปัญหาครั้งนี้อย่างไร แต่ไม่ได้สอบถามเรื่องการก าเนิด
ของจักรพรรดิองค์ใหม่
นักพรตหยวนชิงใช้นิ้วค านวณครู่หนึ่ง แล้วบอกจักรพรรดิซุ่นอู่
ว่าคืนนี้ก่อนยามจื่อ*[1] ให้ตั้งแท่นบูชาเทพเจ้าในเมืองหลวง
เพราะดาวจื่อเว่ยโดดเด่นขึ้นมา ต้าซุ่นก าลังจะมีจักรพรรดิองค์
ใหม่ จักรพรรดิองค์นี้จะกลายเป็นจอมกษัตริย์ผู้รุ่งโรจน์แห่งยุค จะ
น าพาต้าซุ่นไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
แน่นอนว่าต าแหน่งจักรพรรดิองค์ใหม่นี้ย่อมต้องเป็นสายเลือด
ราชวงศ์ที่ชอบธรรม
เขาแนะน าให้จักรพรรดิซุ่นอู่วางรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
จะสืบทอดต าแหน่งจักรพรรดิไว้บนแท่นบูชา และต้องสวดอ้อนวอน
ด้วยความจริงใจ ขอให้เทพเจ้าแห่งลัทธิเต๋าชี้น าทางสว่าง
ตามวิธีที่เขาบอก หากท าด้วยความจริงใจ เขารับรองว่าก่อนรุ่ง
เช้า ปัญหาทั้งหมดของราชวงศ์จะได้รับการแก้ไข และจักรพรรดิองค์
ใหม่จะปรากฏตัวขึ้นตามความประสงค์ของสวรรค์
จักรพรรดิซุ่นอู่เชื่อถือเรื่องนี้อย่างสนิทใจ จึงรีบสั่งเลิกประชุมและ
เชิญนักพรตหยวนชิงมาชี้แนะการสร้างแท่นบูชา โดยเขาจะน าคนมา
สร้างด้วยตนเอง
แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะเชื่อถือเรื่องเหล่านี้ แต่ในหมู่ขุนนางก็มีบาง
คนที่ไม่เชื่อ
แต่ผู้คนเหล่านี้ล้วนรู้ดีถึงอุปนิสัยของจักรพรรดิซุ่นอู่ แม้จะรู้สึก
ว่าเรื่องนี้ช่างไร้สาระอย่างที่สุด ก็ไม่มีใครกล้าออกมาคัดค้าน!
ที่จริงแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่านักพรตหยวนชิงผู้นี้ก็ได้รับการฝาก
ฝังจากโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านบ้างเหมือนกัน จึงได้เข้าวังมาเข้า
เฝ้าจักรพรรดิซุ่นอู่
เมื่อหลายวันก่อน โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ใน
จวนขุนนาง จึงวางแผนจะปลอมตัวไปเที่ยวชานเมืองของเมืองหลวง
ในวันนั้นเอง พวกเขาได้พบกับนักพรตหยวนชิงที่เดินทางมาถึง
เมืองหลวงระหว่างทาง
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยแปลงโฉมเป็นคู่สามีภรรยาพ่อค้าที่เพิ่ง
มาถึงเมืองหลวงเมื่อวันก่อน เพิ่งออกจากเมืองไปไม่นานก็ได้พบกับ
พ่อแม่ของหู่โถวที่นางเคยช่วยรักษาไว้
แม่ของหู่โถวจ าเฮ่อจือหร่านได้ทันทีว่าเป็นผู้มีพระคุณที่
ช่วยชีวิตบุตรชายของนาง จึงจับมือนางไว้แล้วกล่าวขอบคุณอย่าง
จริงใจ
[1] ยามจื่อ หมายถึง ช่วงเวลา 23.00-01.00 น.