ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 74 น้องสะใภ้ช่างรู้คิด
เฮ่อจือหร่านรีบตอบรับ
“ท่านลุงเซี่ยไม่ต้องเกรงใจ พวกเรายังต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนาน
ช่วยเหลือกันไว้ก็เป็นเรื่องที่ควรท าอยู่แล้ว”
หลังจากพูดจบ เฮ่อจือหร่านก็หันไปมองคนตระกูลฟางที่ก าลัง
ท าสีหน้าอิจฉา
นางมอบเงินอีกยี่สิบต าลึงให้กับฟางฉวนโจว
“ท่านลุงฟาง นี่เป็นส่วนของพวกท่าน โปรดรับไว้เถอะ”
ฟางฉวนโจวพอจะเข้าใจสถานการณ์บ้างแล้ว เขาจึงไม่ได้พูด
อะไรมากเหมือนเซี่ยเทียนไห่
หลังจากกล่าวขอบคุณ ใบหน้าของทุกคนในตระกูลฟางก็เต็มไป
ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
ตอนนี้เหลือเงินอยู่เจ็ดสิบห้าต าลึง เฮ่อจือหร่านไม่ได้เดือดร้อน
เรื่องเงินอยู่แล้ว นางจึงเก็บไว้เพียงยี่สิบห้าต าลึง ส่วนที่เหลืออีกห้าสิบ
ต าลึงก็มอบให้เผิงวั่งทั้งหมด
เดิมทีเผิงวั่งคิดว่า หากได้สักสามสิบถึงสี่สิบต าลึงก็ถือว่าดีมาก
แล้ว ไม่คิดว่าเฮ่อจือหร่านจะใจกว้างมอบเงินให้เขาถึงห้าสิบต าลึง
เงินจ านวนนี้เทียบเท่ากับที่พวกเขาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ สังหารหมา
ป่าแล้วไปขายที่ร้านขายหนังสัตว์ทั้งหมด
“น้องสะใภ้ นี่มัน…” จะไม่มากเกินไปหน่อยหรือ
เผิงวั่งเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่า เมื่อไหร่กันที่เขากลายเป็นคนมอง
เงินทองเป็นดั่งกองขยะ เงินที่ได้มาถึงยังมีไม่พอใช้…
เฮ่อจือหร่านยิ้มแล้วเอ่ยว่า “พี่เผิงเป็นคนดี ไม่ได้มองพวกเราเป็น
นักโทษอีก พวกเราทุกคนรู้ดีว่าหมาป่าพวกนี้ หากพี่ไม่เห็นด้วย
พวกเราก็คงไม่ได้รับสิ่งใดเลย เพราะรู้ว่าท่านเป็นคนดี ข้าถึงได้หาวิธี
ท าให้หมาป่าห้าสิบตัวนี้สร้างก าไรได้มากที่สุด เช่นนี้แล้ว ไม่เพียง
ท่านจะไม่เสียโอกาสท าเงินได้มาก แต่พวกเราที่เป็นนักโทษก็ยังได้
ส่วนแบ่งไปด้วย นับเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน”
ค าพูดนี้ของเฮ่อจือหร่านท าให้เผิงวั่งรู้สึกพอใจมาก
เขารับเงินมาพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องสะใภ้ช่างรู้
คิด วางใจเถอะ ตราบใดที่ยังมีข้าอยู่ ข้ารับรองว่าจะไม่ยอมให้พวก
เจ้าต้องล าบากระหว่างทางแน่นอน”
เมื่อได้ยินค ายืนยันของเผิงวั่งต่อทุกคนแบบนี้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่
เสียแรงเปล่าแล้ว
จะมีอะไรส าคัญไปกว่าการเดินทางไปยังสถานที่เนรเทศอย่างสุข
สบายอีกเล่า?
ในขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าก าลังรู้สึกปลาบปลื้มใจที่มีลูกสะใภ้เฉลียว
ฉลาด เฮ่อจือหร่านก็เดินเข้ามาหานาง
“ท่านแม่ นี่เป็นเงินก้อนแรกที่พวกเราสกุลโม่หามาได้ เชิญท่าน
เก็บเอาไว้เถอะเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นเงินที่เฮ่อจือหร่านยื่นมา ฮูหยินผู้เฒ่าพลันรู้สึกอุ่นใจ แม้
จะปฏิเสธไปว่า
“เจ้าเก็บเงินไว้เถอะ วันนี้ข้าขอตัดสินใจ ต่อไปนี้สะใภ้เฮ่อจะเป็น
ผู้น าของพวกเราสกุลโม่”
ฮูหยินผู้เฒ่ากังวลว่าลูกสะใภ้คนอื่น ๆ จะไม่พอใจ จึงเอ่ยประโยค
นี้พลางกวาดสายตามองไปที่พวกนาง
เหล่าพี่สะใภ้ต่างยอมรับในตัวเฮ่อจือหร่านจากใจจริง จะมีใคร
กล้าไม่พอใจได้อีก
สะใภ้ใหญ่เห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวแทนพี่น้องสะใภ้คนอื่น ๆ ในทันที่
“ท่านแม่พูดถูกแล้ว น้องสะใภ้เก้าทั้งเก่งและฉลาด แม้ว่าสกุลโม่
ของพวกเราจะล าบาก แต่ก็จ าเป็นต้องมีคนที่มีเหตุผลมาเป็นผู้น า
ครอบครัว”
พูดจบ นางก็มองไปที่เฮ่อจือหร่านและกล่าวด้วยความจริงใจว่า
“น้องสะใภ้เก้า ต่อไปนี้พี่สะใภ้ใหญ่จะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่าง”
“ข้าก็เห็นด้วยที่จะให้น้องสะใภ้เก้าจัดการเรื่องต่าง ๆ ในบ้าน”
“น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้สามเองก็เห็นด้วย”
“ต่อไปนี้พี่สะใภ้ห้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่างเช่นกัน”
ก่อนหน้านี้เหล่าสตรีสกุลโม่ไม่เคยมีความหวังใด ๆ กับอนาคต
แต่ในตอนนี้ทุกคนก าลังมีความหวังที่จะต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง พวกนาง
ต่างพากันแสดงท่าทีสนับสนุนเรื่องนี้
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกประทับใจในสติปัญญาและความเสียสละของ
ภรรยา เขาถึงกับรู้สึกโชคดีที่ไม่รู้ว่าตนเองมีวาสนามากเพียงใด จึง
ได้ภรรยาเช่นนางมาครอบครอง
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าทุกคนเห็นพ้องกันกับค าพูดของแม่สามี นาง
จึงไม่เกรงใจอีก พลางยื่นเงินยี่สิบห้าต าลึงเข้าไปในพื้นที่มิติ
“ได้ ในเมื่อทุกคนเชื่อใจข้า เช่นนั้นข้าจะรับหน้าที่ดูแลครอบครัว
ชั่วคราว”
ส่วนเงินห้าสิบต าลึงของเผิงวั่ง เขาคงไม่เก็บไว้คนเดียวแน่ ย่อม
ต้องแบ่งให้พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายเพื่อน าไปกินฉลองกันบ้าง
เผิงวั่งเป็นคนแรกที่เอ่ยปากพาพวกเจ้าหน้าที่เดินออกไป
เมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ไปแล้ว ก็เผยให้เห็นภาพของตระกูลเหอได้อ
ย่างชัดเจน
คนตระกูลเหอแต่ละคนก าลังจ้องมองเฮ่อจือหร่านด้วยความโกรธ
แค้น
บทสนทนาเมื่อครู่นี้ พวกเขาได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง รู้เพียงว่าคน
พวกนี้ก าลังแบ่งเงินกันอยู่ แต่กลับไม่มีส่วนแบ่งของตระกูลเหอเลย
ถ้าไม่ใช่ว่าเกรงกลัวพวกเจ้าหน้าที่ พวกเขาคงเข้าไปหาเรื่อง
เฮ่อจือหร่านแล้ว
ท าไมตระกูลฟางกับตระกูลเซี่ยถึงได้ส่วนแบ่งไป ทั้ง ๆ ตอนที่
หมาป่าโผล่มา พวกเขาก็ช่วยกันป้องกันเหมือนกัน แค่พวกเขาอยู่
ข้างหลังสุด ไม่กล้าพุ่งไปเผชิญหน้าก็เท่านั้นเอง…
เฮ่อจือหร่านเหลือบมองคนตระกูลเหอแวบหนึ่ง สายตาไม่เป็น
มิตรเหล่านั้นนางเห็นจนชินชาแล้ว
นางเรียกแม่สามี พี่สะใภ้ และน้องสามี รวมถึงสตรีตระกูลเซี่ยและ
ตระกูลฟางให้มาที่รถเข็นไม้
พวกนางเห็นผ้าดิบกองอยู่บนรถเข็นไม้ตั้งแต่ตอนที่เฮ่อจือหร่าน
กลับมาแล้ว ทุกคนต่างก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
แม้ว่าผ้าพวกนี้จะดูไม่ดีเท่าผ้าที่บ่าวรับใช้ในเมืองหลวงเคยใส่
แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ การมีก็ดีกว่าไม่มี
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ผ้าดิบแบบนี้จะดูไม่สวยงาม แต่ถ้าเอาท าเป็น
เสื้อผ้าก็ยังดีกว่าเสื้อผ้าขาด ๆ ที่พวกนางก าลังใส่อยู่มาก
โม่หานเยี่ยเห็นพี่สะใภ้เก้าเดินทางเข้าอ าเภอแล้วน าข้าวของ
กลับมามากมายก็ยิ้มจนตาหยี
“พี่สะใภ้เก้า ท่านช่างดีเหลือเกิน ซื้อของดี ๆ กลับมาเยอะแยะ
ขนาดนี้”
เฮ่อจือหร่านลูบศีรษะของโม่หานเยี่ยอย่างเอ็นดู
“อากาศร้อนอบอ้าว พวกเรารีบร้อนออกมาจากเมืองหลวง จึง
ไม่ได้น าเสื้อผ้าติดตัวมา ข้าก็เลยซื้อผ้าดิบมาเผื่อ ช่วงนี้ยังไม่ต้องรีบ
เดินทางต่อ พวกเรามาตัดเสื้อผ้าท าใหม่ใส่กันคนละชุดเถอะ”
พอได้ยินว่าจะตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ สตรีคนใดบ้างจะไม่ยินดี?
อีกทั้งเสื้อผ้าที่พวกนางใส่มาตลอดทางก็สกปรกมาก อากาศก็
ยังร้อน เหงื่อไคลผสมกับดินโคลน กลิ่นเช่นนี้พวกนางเองยังนึก
รังเกียจ
แม้ว่าคนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยจะรู้ดีว่าเฮ่อจือหร่านมีน ้าใจ
แต่ก็ไม่ได้คิดว่านางจะอุตส่าห์ซื้อผ้ามาเผื่อพวกนางด้วย
ฮูหยินฟางคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เดินเข้ามาเอ่ยว่า “สะใภ้เฮ่อ ข้าเห็นผ้า
ที่เจ้าซื้อมามีไม่น้อย ขอแบ่งขายให้พวกเราตระกูลฟางบ้างได้
หรือไม่? เจ้าไม่ต้องห่วง ตอนนี้ข้ามีเงินแล้ว พวกเราจะจ่ายเงินซื้อเอง
ทั้งยังสามารถช่วยพวกเจ้าตัดเย็บเสื้อผ้าได้อีกด้วย”
พอคนตระกูลเซี่ยได้ยินฮูหยินฟางพูดเช่นนี้ก็พยักหน้าเห็นด้วย
เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางของคนทั้งสองตระกูลก็รู้ว่าพวกนาง
ก าลังเข้าใจผิด
การที่นางซื้อผ้ามาเยอะขนาดนี้ ก็เพราะตั้งใจจะท ามอบให้ทุกคน
อยู่แล้ว
เพียงแต่นางไม่ได้เอ่ยปากจะมอบให้ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ย
เอง เพราะคิดว่านางไม่สามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ตลอดเวลา
นางต้องการให้ทั้งสองตระกูลตระหนักว่า บนโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่
ได้มาเปล่า ๆ และสกุลโม่ยิ่งไม่อาจจะช่วยเหลือเลี้ยงดูพวกเขาไปชั่ว
ชีวิต
นางอยากขอให้อีกฝ่ายมาช่วยตัดเย็บเสื้อผ้า และตั้งใจจะใช้ผ้า
เป็นค่าแรงมอบให้พวกเขา แบบนี้จึงถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ได้
ประโยชน์ร่วมกัน
“ป้าสะใภ้ ข้าซื้อผ้ามามากมายเช่นนี้ พวกท่านช่วยตัดเย็บ
เสื้อผ้าและข้าจะไม่ให้ค่าแรง แต่จะมอบผ้าที่ตัดเย็บแล้วให้เป็นการ
ตอบแทน ท่านคิดว่าอย่างไร”
ฮูหยินฟางรู้ดีว่าแม้เฮ่อจือหร่านจะพูดเช่นนี้ แต่ความจริงแล้วก็
เป็นการให้ความช่วยเหลือพวกนางทางอ้อม
ความเอื้อเฟื้อนี้คนตระกูลฟางซาบซึ้งใจยิ่งนัก
“ตกลง ฝีมือการตัดเย็บของข้ากับพวกลูกสะใภ้ก็นับว่าพอใช้ได้
เรื่องนี้พวกเราจะรับท าเอง”
คนตระกูลเซี่ยก็แสดงความเห็นว่าพวกนางก็ท าได้เช่นกัน และ
รู้สึกขอบคุณเฮ่อจือหร่านจากใจจริง
พี่สะใภ้ทั้งหลายเห็นน้องสะใภ้เก้าจัดแจงแบ่งงานตัดเย็บเสื้อผ้า
ไปหมดแล้ว ก็อดเป็นกังวลไม่ได้
สะใภ้รองผู้ใจร้อนก าลังจะเอ่ยปากว่า พวกนางก็ตัดเย็บเสื้อผ้าได้
เช่นกัน แต่กลับถูกฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งมองอยู่ห้ามไว้เสียก่อน
ฮูหยินผู้เฒ่ามองความตั้งใจของเฮ่อจือหร่านออก และเห็นด้วย
กับวิธีการของนางเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าจะปล่อยให้คนในครอบครัว
มาท าให้เสียเรื่องไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าแม่สามีไม่ให้พูดอะไร สะใภ้รองก็ได้แต่สงสัย ทว่าก็
ยอมปิดปากไม่ทักท้วง
เฮ่อจือหร่านแจกจ่ายผ้าดิบทั้งหมดให้ทุกคน ฮูหยินฟางตบอก
รับประกันว่า หลังกินข้าวเย็นเสร็จ พวกนางจะรีบช่วยทุกคนวัดตัวตัด
ชุด และจะอาศัยช่วงที่ยังไม่ต้องรีบเดินทางในสองสามวันนี้ ก่อกอง
ไฟท างานกันทั้งคืนจนกว่าจะตัดชุดเสร็จ
หลังจากแจกจ่ายผ้าส าหรับตัดชุดเรียบร้อยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็
เก็บหมวกฟางไว้สิบสองใบส าหรับคนในบ้าน ส่วนที่เหลือก็มอบให้
คนตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยทั้งหมด
เนื่องจากมันมีจ านวนจ ากัด ทุกคนจึงท าได้เพียงผลัดกันใช้
ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยรับของแล้วจากไปด้วยความดีใจ เฮ่อจื
อหร่านหยิบเศษผ้าที่เจ้าของร้านขายผ้ามอบให้ขึ้นมาอีกห่อ
เมื่อเห็นเศษผ้าเหล่านั้น เหล่าพี่สะใภ้ก็มองรองเท้าปักลายที่ขาด
ช ารุดของตนเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตอนนี้ไม่เพียงมีนิ้วเท้าโผล่ออกมา คาดว่าหากเดินทางต่ออีก
สองวัน พื้นรองเท้าพวกนางคงจะขาด
น้องสะใภ้เก้าช่างใจดีจริง ๆ ขนาดที่ซื้อเศษผ้ามากมายเพื่อให้
พวกนางท ารองเท้า