ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 90 น้องสะใภ้ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นไปไม่ได้
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 90 น้องสะใภ้ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นไปไม่ได้
ร้านของนางมีสินค้าขายไปอีกสามชิ้นภายในสองวันนี้ หลังหัก
ค่าใช้จ่ายแล้ว นางได้ก าไรมาเก้าหมื่นแปดแสนหยวน
หลังจากตรวจสอบแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รีบไปค้นหายาสมุนไพร
ตอนนี้นางต้องการซื้อสมุนไพรที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ ๆ ด้วยวิธีนี้
คนเหล่านั้นจึงจะเชื่อว่าสมุนไพรเพิ่งเก็บมาจากภูเขา
โชคดีที่สินค้าบนเถาเป่ามีครบทุกอย่าง
เฮ่อจือหร่านในตอนนี้ถือว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งไปแล้ว การ
จับจ่ายใช้สอยจึงไม่มีแรงกดดันใด ๆ
ไม่นาน นางก็ซื้อสมุนไพรที่ต้องการได้ครบทั้งหมด
ภายในกระโจมมืดสนิท โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเพียงว่าบนเท้าของเขามี
บางอย่างมาปกคลุมเอาไว้
พอเอื้อมมือไปสัมผัสก็พบว่าเป็นหญ้า…
ทันใดนั้นเสียงของเฮ่อจือหร่านก็ดังขึ้น พร้อมกับแววตาที่เต็มไป
ด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
“อีกสักพักพวกเราจะเอาสมุนไพรพวกนี้กลับไปกันแล้ว”
“สมุนไพรพวกนี้ของที่สามารถรักษากาฬโรคได้จริง ๆ หรือ” โม่
จิ่วเยี่ยไม่ได้สงสัยในฝีมือการแพทย์ของนาง เพียงแต่กาฬโรคนั้นมัน
ร้ายแรงเกินไป หากสมุนไพรพวกนี้สามารถรักษาให้หายได้ มันก็คง
จะดูง่ายดายเกินไปสักหน่อย
“ถ้าไม่ใช่ระยะสุดท้ายที่อาการหนักมาก กินยาสักสองสามครั้งก็
หายได้แล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างหลี่เถี่ยจู้ ก็จ าเป็นต้องใช้เข็มเงินของข้า
ร่วมด้วย” เฮ่อจือหร่านกล่าวอย่างมั่นใจ
โม่จิ่วเยี่ยถอนหายใจออกมา
“เจ้าต้องการให้ข้าท าอะไร บอกมาได้เลย”
เฮ่อจือหร่านกางมือออก “ตอนนี้มียาแล้ว ท่านแค่ช่วยข้าปกปิด
เรื่องนี้ก็พอ”
“ไม่มีปัญหา ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่”
ทั้งสองจมอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จนกระทั่งหนึ่งชั่วยามผ่านไป
เฮ่อจือหร่านก็เก็บกระโจมและหอบสมุนไพรกลับไปพร้อมกับโม่จิ่ว
เยี่ย
เผิงวั่งยืนคอยอยู่ที่ปากถ ้าด้วยความหวังตั้งแต่ทั้งสองคนออกไป
หวังว่าพวกเขากลับมาพร้อมกับน าข่าวดีมาด้วย
เมื่อเห็นเงาร่างสองร่างราง ๆ เขาก็ฝ่าสายฝนออกไปต้อนรับ
“น้องชาย พวกเจ้าเก็บสมุนไพรได้หรือยัง?”
นี่คือความหวังเดียวที่จะท าให้ทุกคนมีชีวิตรอด
“เก็บได้แล้ว” โม่จิ่วเยี่ยตอบเสียงทุ้ม
เมื่อมาถึงตรงหน้าคนทั้งสอง เผิงวั่งก็ไม่รอช้ารีบคว้าสมุนไพรที่
เฮ่อจือหร่านกอดไว้ในอ้อมแขน แล้วชี้ไปที่ถ ้าของพวกชาวบ้าน
“ข้าเห็นพวกเขาน าหม้อเหล็กขึ้นเขามาด้วย ไปต้มยากันที่นั่น
เถอะ”
เผิงวั่งไม่อยากรอแม้แต่อึดใจเดียว หวังเพียงว่าคนป่วยจะหาย
ทันทีที่ได้รับยา
เมื่อพวกเขาน าสมุนไพรเข้าไปในถ ้าของชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน
หลิวก็บอกเฮ่อจือหร่านอย่างกังวลว่า หลังจากที่พวกเขาจากไป ก็มี
คนป่วยเพิ่มขึ้นอีกหลายคน
ตอนนี้อาการยังเพียงมีไข้และอาเจียน
ไม่ต้องสงสัยอะไรเลย
เฮ่อจือหร่านจึงรีบบอกให้ผู้ใหญ่บ้านพาคนไปตั้งหม้อเหล็กใบ
ใหญ่บนเตาถ่าน เตรียมการต้มยา
ทว่า ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ไม่มีน ้า…
ผู้ใหญ่บ้านหลิวเกิดและเติบโตที่นี่ จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับ
สภาพแวดล้อมแถบนี้
“ขึ้นไปสูงสักหน่อย ตรงนั้นมีน ้าผุดบนภูเขา พวกเราไปตักน ้าที่
นั่นได้”
เพียงแต่ตอนนี้ข้างนอกมืดมิด ฝนก็ตกหนัก จะไปตักน ้ามาได้
อย่างไรกลายเป็นปัญหาใหญ่
ตอนนี้ สิ่งที่เผิงวั่งต้องการมากที่สุดคือการมีชีวิตรอด
“ข้าจะพาคนไปตักน ้าเอง”
เฮ่อจือหร่านคิดในใจว่าจะใช้วิธีเดิม คือออกไปข้างนอกสักพัก
แล้วเอาน ้าออกมาจากพื้นที่มิติ
ในเมื่อเผิงวั่งอาสา นางก็ไม่ต้องล าบากอีกต่อไป
ผู้ที่รู้เรื่องนี้ต่างเข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงไม่มี
ใครรีรอที่จะลงมือท า
เผิงวั่งไปขอยืมอุปกรณ์ตักน ้าจากผู้ใหญ่บ้านหลิว แล้วเรียก
เจ้าหน้าที่บางส่วนฝ่าสายฝนออกมาตักน ้า
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยเริ่มเป็นกังวลและอยากออกไป
ดูเผิงวั่ง และคนอื่น ๆ ก็กลับมาพร้อมกับน ้า
ผู้ใหญ่บ้านหลิวจัดการให้คนต้มยา ส่วนเฮ่อจือหร่านก็แยกย้าย
กันไปตรวจสอบและสอบถามถึงอาการของชาวบ้าน
เมื่อยาหม้อแรกเดือดได้ที่ เฮ่อจือหร่านก็ให้ชาวบ้านดื่มก่อน
ส่วนที่เหลือก็มอบให้พวกเจ้าหน้าที่
ยาหม้อที่สองจึงถึงคราวของนักโทษเนรเทศอย่างพวกเขา
สถานการณ์ตอนนี้คือ คนป่วยก็รักษา คนไม่ป่วยก็ป้องกันไว้
ก่อน
เมื่อทุกคนได้ดื่มยา ท้องฟ้าก็สางแล้ว
โชคดีที่ฝนหยุดตกในเวลานี้พอดี
เผิงวั่งรีบส่งคนลงเขาไปดูสถานการณ์
ข่าวที่เจ้าหน้าที่น ากลับมาร้ายแรงกว่าที่คิดไว้มาก
หมู่บ้านถูกน ้าท่วมจนบ้านเรือนพังทลายไปทั้งหมด บนผืนน ้ามี
ซากศพลอยเกลื่อน
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างก็พากันทอดถอนหายใจ
หลังเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ เผิงวั่งก็หมดหนทาง จนกระทั่ง
เขามองโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเป็นที่พึ่ง
“น้องชาย น้องสะใภ้ พวกเจ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยเองก็รู้สึกหมดหนทางเช่นกัน
“สถานการณ์เช่นนี้ คงท าได้เพียงรอให้ทางการมาจัดการ”
แต่เฮ่อจือหร่านกลับคิดต่างออกไป
“หลังภัยพิบัติใหญ่ มักจะมีโรคระบาดตามมา ตอนนี้ในหมู่บ้านมี
คนเป็นกาฬโรคแล้ว หากไม่รีบจัดการกับศพเหล่านั้น โรคนี้คงจะ
แพร่ระบาดอย่างหนัก”
“แล้วจะท าอย่างไรดี” โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยถามขึ้นพร้อมกันกับเผิงวั่ง
“วิธีที่ดีที่สุดคือรีบเก็บกู้ศพขึ้นฝั่งโดยเร็วที่สุดแล้วจัดการเผา
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค”
ในความคิดของนาง นี่เป็นวิธีควบคุมสถานการณ์ที่มี
ประสิทธิภาพมากที่สุด
เผิงวั่งกับโม่จิ่วเยี่ยเบิกตาโตพร้อมกัน เรื่องเผาศพนี้ พวกเขา
ยอมรับไม่ได้จริง ๆ
ในสายตาคนโบราณเช่นพวกเขา ผู้ตายคือคนที่ส าคัญ จึงมี
เพียงการฝังดินเท่านั้นที่จะท าให้คนเป็นสบายใจได้
การเผาศพเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ตายอย่างมาก และญาติพี่น้อง
ของพวกเขาก็คงไม่เห็นด้วย
“น้องสะใภ้ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นไปไม่ได้”
นางเข้าใจความรู้สึกของเขา การเปลี่ยนความคิดที่ฝังรากลึก
ของคนคนหนึ่งเป็นเรื่องยากมาก
แต่เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อคนที่รอดชีวิต นางจึงท าได้แค่เกลี้ย
กล่อมต่อไป
“พี่เผิง ข้าเข้าใจความรู้สึกของทุกคนที่อยากให้ญาติพี่น้องได้
ไปสู่สุคติ ท่านลองคิดดูสิ ถ้าศพที่มีเชื้อเหล่านั้นไม่ได้รับการจัดการ
อย่างทันท่วงที่ นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อ
อากาศและแหล่งน ้า ซ ้ายังอาจก่อให้เกิดโรคระบาดเพิ่มขึ้นอีกด้วย”
“ท่านไม่คิดหรือว่าแบบนั้นจะเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่ต่อคนเป็น
เช่นพวกเราน่ะ”
โม่จิ่วเยี่ยฟังค าพูดของเฮ่อจือหร่าน ความคิดเดิมของเขาพลัน
เริ่มสั่นคลอน
“ตอนนี้คนเป็นส าคัญกว่า หากโรคระบาดแพร่กระจายเป็นวง
กว้าง ผลที่ตามมาคงยากจะคาดเดา”
เผิงวั่งก็หาใช่คนหัวแข็งไม่ เมื่อต้องตัดสินใจเกี่ยวกับ
ผลประโยชน์ เขาก็ไม่ลังเลเช่นกัน
“ฝนตกหนักครั้งนี้ คงไม่ได้มีแค่หมู่บ้านเดียวที่เดือดร้อน ศพมี
จ านวนมาก พวกเราจะจัดการอย่างไรไหว”
ปัญหานี้ยากจริง ๆ แม้แต่เฮ่อจือหร่านก็ยังคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้ไม่
ออก
สิ่งที่นางพูดไปก่อนหน้านี้ เป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้น นางเอง
ก็ยังไม่มีความคิดเลยว่าจะลงมือท าอย่างไร
ในที่สุด โม่จิ่วเยี่ยก็เสนอวิธีที่ไม่เลวออกมา
“เรื่องนี้ควรปรึกษากับทางการ ให้คนของพวกเขามาจัดการ แต่
ต้องโน้มน้าวเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ได้ก่อน”
เผิงวั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าจะลองไปดูก็แล้ว ข้าพอรู้จักคุ้นเคย
กับนายอ าเภอที่นี่อยู่บ้าง หวังว่าเขาจะไม่ใช่คนหัวแข็ง”
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าตนเองได้ท าทุกอย่าง
เท่าที่ท าได้แล้ว
ในตอนนี้เหมือนว่าจะมีเพียงเผิงวั่งที่ออกหน้าไปเกลี้ยกล่อม
นายอ าเภอเท่านั้น ถึงแม้ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร ก็คงต้องปล่อยให้เป็น
เรื่องของโชคชะตาแล้ว