นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #138 : รูปถ่าย [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #138 : รูปถ่าย [4]
ชั่วขณะนั้น ผมหยุดหายใจ
ทันทีที่เห็นหญิงชรายืนอยู่หลังทีวี ตัวผมก็แข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติและก้าวถอยหลัง
บ้าน่า…!?
‘สาบานเลยว่าฉันได้ยินเสียงเธอขึ้นบันไดไปแล้ว!’
ผมมั่นใจในศักยภาพหูของตัวเองพอสมควรนะ เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย?
มันไม่สมเหตุสมผลสักนิด แต่ในขณะเดียวกันก็รู้อยู่แก่ใจว่านี่ไม่ใช่เวลามาขบคิดหาคำตอบ เพราะผมสัมผัสได้ถึงสายตาว่างเปล่าของหญิงชราที่จ้องมองมา เธอกำลังถือตะเกียงเทียนอันเล็กที่ส่องแสงริบหรี่ไปทั่วห้อง
ผมค่อย ๆ ถอดแว่นตาออกจากใบหน้า
“…ที่แท้ก็พ่อหนุ่มคนเดิมนี่เอง”
เสียงของหญิงชราสั่นเครือ แทบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่ความเปราะบางนั่นแหละที่ส่งความเย็นยะเยือกให้คืบคลานขึ้นมาจนถึงหลังคอของผม
น่าขนลุก
น่าขนลุกชิบหายเลย!
“ไหนมีอะไรเอ่ย?”
ท้ายที่สุด สายตาของเธอเลื่อนต่ำลงมายังรูปถ่ายในมือผม
“โอ้… ที่รัก”
แววตาว่างเปล่าของหญิงชราสั่นไหวขณะจดจ่อความสนใจอยู่กับรูปนั้น
“นั่นเป็นรูปที่ฉันถ่ายกับสามีคนแรกเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเขากำลังจะออกเดินทางไปทำงานระยะยาว”
ไม่รู้เพราะอะไร หญิงชราถึงได้พูดคุยมากขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้ขัดจังหวะและทำเพียงแค่ฟังเธอเฉย ๆ
สามีคนแรก?
แสดงว่าเธอแต่งงานใหม่งั้นเหรอ?
ใบหน้าของเธอหม่นหมองเล็กน้อยพอ ๆ กับระดับการก้มลงของศีรษะ
“…แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่เขาไม่เคยกลับมาจากการเดินทางครั้งนั้นเลย”
ความเงียบงันชั่วอึดใจตามมาถัดจากคำพูดของเธอ
ความเงียบงันอันลึกล้ำและเยือกเย็นถูกทำลายลงเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยท่วงทำนองกล่อมเด็กที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง
“ล่องเมฆา ละมุนช้า~”
“ดอกนิทรา เติบโตมา~”
คลิก!
หญิงชรากดปุ่มปิด และทีวีก็ดับลง
ส่งผลให้ภายในห้องมืดสลัวลงเล็กน้อย
“บอกฉันหน่อยสิ พ่อหนุ่ม…”
ในที่สุด หญิงชราก็เริ่มเอ่ยอีกครั้งหนึ่งพลางเอียงคอไปด้านข้าง ดวงตาว่างเปล่าของเธอดูเหมือนจะเข้มขึ้นท่ามกลางบรรยากาศมืดสลัว ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสภาพแวดล้อมหรือเป็นเพราะผมเหนื่อยกันแน่ แต่มันรู้สึกราวกับว่าดวงตาคู่นั้นกำลังกลายเป็นสีดำสนิท และนั่นคือตอนที่ผมเข้าใจว่าตัวเองต้องเผ่นได้แล้ว
ผมมองไปรอบ ๆ อย่างลนลานจนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ตรงประตูที่อยู่ไกล ๆ
ขณะที่ผมกำลังกวาดตามอง เสียงของหญิงชราก็ดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“เธอมาทำอะไรที่นี่ดึก ๆ ดื่น ๆ ? ฉันบอกเธอไปแล้ว… ว่าฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้”
ผมกำลังจะตอบกลับ แต่แล้ว…
พรึ่บ!
ตะเกียงในมือของเธอวูบไหว ความมืดมิดเข้าครอบงำห้อง
ตึ่บ! ตึ่บ!
“…..!”
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าอุดอู้ดังมาจากทิศทางฝั่งทีวี ตอนนั้นเองที่ผมบรรลุได้ว่าหญิงชรากำลังมาหา
ผมหันหลังกลับทันทีและพุ่งทะยานไปยังประตู เท้าวิ่งสุดแรงเท่าที่จะเร็วได้
“จะไปไหนล่ะ!? ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว เธอก็อยู่ต่อเลยสิ!”
ไม่โว้ย ใครมันจะไปอยู่ละวะ!
ผมเตะขยะที่ขวางอยู่ข้างหน้าและพุ่งตัวสุดแรงเกิดโดยไม่สนใจว่าตัวเองเหยียบอะไรไปบ้าง หากว่ากันตามหลักเหตุผลแล้ว ผมสามารถอัดหญิงชราให้ร่วงได้ แต่จากสัญชาตญาณส่วนตัว ผมรู้สึกว่าอย่าเสี่ยงเลยดีกว่า
นั่นเป็นสาเหตุที่ผมมุ่งตรงไปหาประตู
ทว่า—
คลิ้ก!
‘ชิบ ชิบ…!’
ตามนั้นเลย มันล็อก
ทั้ง ๆ ที่ผมสะเดาะประตูเอาไว้แล้ว มันกลับล็อกอยู่ สถานที่แห่งนี้มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน!
ตึ่บ! ตึ่บ!
พอได้ยินเสียงหญิงชราใกล้เข้ามา ความคิดที่จะสะเดาะล็อกอีกครั้งก็ปลิดปลิว เพราะผมรู้ตัวว่าคงไม่ทันเวลา เพราะผมรู้ตัวว่าคงไม่ทันการ ภายในเวลาไล่เลี่ยกัน ผมมองไปยังหน้าต่างบานใกล้ ๆ แล้วก็ดีใจสุดขีดเมื่อเห็นว่ามันเปิดอยู่
‘เยส!’
ผมวิ่งแร่ไปในทิศทางนั้นแบบไม่ลังเล แต่…
ปัง!
ทันทีที่ขยับขา หน้าต่างก็กระแทกปิดอย่างแรงจนผมแน่นิ่งอยู่กับที่ ไม่ไกลจากตัวผมมีหญิงชราปรากฏอยู่ หน้าตาของเธอคลุมเครือเพราะม่านหนาแห่งความมืดทึบที่ห่อหุ้มทั้งห้อง
“…อ-อย่างที่ฉันบอก เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเกือบจะคำรามจนผมเริ่มตัวสั่นงก ๆ
แต่ที่สำคัญที่สุด ผมตระหนักได้อย่างหนึ่ง
‘เธอไม่ใช่คนธรรมดา…’
ผมเริ่มคิดได้ตั้งแต่ตอนที่เธอโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่ผมได้ยินว่าเธอขึ้นบันไดไปแล้ว
ทว่าภาพที่เห็นนี้มันช่วยยืนยันข้อสงสัยทั้งหมดของผม
ผู้หญิงคนนี้มีพลังพิเศษไม่ผิดแน่!
‘เวรเอ๊ย!’
ผมอยากจะสบถด่าโชคของตัวเองจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่อาจเสียเวลาได้อีกแล้ว ผมพยายามถอยหลังกลับไปทางประตู หวังจะถ่วงเวลาขณะเปิดมัน
โชคร้ายที่หญิงชราเหมือนจะรู้ทันเจตนาดังกล่าว เธอฉีกยิ้มสยดสยอง ปลายริมฝีปากม้วนตัวเป็นรอยยิ้มแสนบิดเบี้ยวจนทำให้ลมหายใจของผมขาดช่วง
พรึ่บ!
ตะเกียงดับลงอีกครั้ง ผมสัมผัสได้ว่าเธอกำลังพุ่งตรงมาทางนี้
ผมตอบโต้อย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือยกขึ้นแบบไม่มีจังหวะลังเล เงาร่างสูงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าและร่อนถลาใส่หญิงชรา ส่วนผมเบี่ยงตัวผ่านทั้งสองไป
โครม!
ผมได้ยินเสียงโครมครามดังสนั่น เห็นดรีมวอล์กเกอร์ล้มกลิ้งถอยหลังไปพร้อมกับหญิงชราที่ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ผมคิดจะไปที่ประตูอีกครั้ง แต่ตอนนี้มันอยู่ไกลเกินไป และหญิงชราก็ยืนอยู่ไม่ห่างจากมันด้วย
‘เชี่ยเอ๊ย ไปทางไหนดีวะ?’
ผมสวมแว่นตา รีบมองหาบันไดและวิ่งขึ้นไป
ชั้นบนของที่พักอาศัยมักจะมีหน้าต่างเสมอ
ผมไม่รู้ว่าดรีมวอล์กเกอร์จะยื้อเธอไว้ได้นานแค่ไหน จึงได้แต่หวังว่ามันจะนานพอให้ผมหนีไปได้ผ่านชั้นสอง
“บา… บานไหนดีล่ะ?”
บานประตูหลายบานปรากฏแก่สายตาทันทีที่ถึงชั้นจุดหมาย แต่มันไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะเป้าหมายของผมคือพังหน้าต่างสักบานหนึ่งและโดดออกไป
นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเอื้อมไปหาประตูที่ใกล้ที่สุดและพยายามดึงมันให้เปิด ทว่า…
คลิ้ก!
มันก็ล็อกเหมือนกัน!
ไม่ใช่แค่บานนั้น แต่ประตูทุกบานมันล็อกหมดเลย
‘…ยายแกไม่คิดจะยอมให้ฉันสักหน่อยเลยเนอะ’
ตึ่บ! ตึ่บ!
หัวใจของผมกระแทกกระทั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นล่าง ผมบอกได้เลยว่าเธอกำลังมาหา
โชคดีที่ดรีมวอล์กเกอร์ยังมีชีวิตอยู่ เพราะผมไม่รู้สึกถึงอะไรเลยบริเวณข้อมือ
แต่พอฟังจากที่หญิงชรารุกคืบเข้ามา ก็แสดงว่ามันหยุดเธอไม่ได้
นี่ยิ่งทำให้ผมหวาดหวั่นหนักกว่าเก่า
การที่เธอสามารถหยุดดรีมวอล์กเกอร์ได้นั้น… เธอต้องแข็งแกร่งถึงขนาดไหนเนี่ย?
ผมยื่นมือออก เรียกใช้สกิลตัวเองและกดนิ้วลงเพื่อทำกุญแจประตู เฝ้ารอให้ของเหลวสีดำข้นเหนียวหนืดไหลเข้าไปในรูกุญแจท่ามกลางความเงียบอันตึงเครียด
ตึ่บ! ตึ่บ! ตึ่บ!
ในระหว่างนั้น เสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หัวใจของผมแทบจะจุกขึ้นมาถึงคอหอย
‘เร็วเข้า เร็วเข้า เร็วเข้า…!’
ผมกัดริมฝีปาก สุดท้ายเสียงฝีเท้าก็ดังจนได้ยินชัดเจน ผมรู้ซึ้งเลยว่าหญิงชราได้มาถึงชั้นสอง
‘ได้แล้ว!’
เป็นวินาทีเดียวกับที่กุญแจจำลองแข็งตัว ผมจึงบิดประตูให้เปิดออก
คลิ้ก!
ผมเข้าไปแบบไม่ลังเลใจ ก่อนจะกระแทกปิดมัน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็น คือดวงตากลวงโบ๋คู่หนึ่งที่จ้องตัวผมเขม็ง
ปึง!