บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 528 หลวงจีนอันตราย
ส่วนงานฝีมือช่างไม้สมาธิ ตอนนี้ไม่มีเวลาลองใช้ ฟางเจิ้งเลยเลิกคิดก่อนชั่วคราว
“อาจารย์ ตอนนี้เราจะไปที่ใดกัน คงไม่เพ่นพ่านไปมาในภูเขาหรอกนะ” เนื่องจากเด็กแดงต้องเข้าภูเขา เขาเลยทำใจสวมจีวรตัวเล็กนั้นไม่ได้ เพราะกิ่งไม้แทงมั่วไปหมดจะทำให้จีวรชำรุดได ด้ นั่นจะขาดทุนหนัก ดังนั้นเด็กนี่จึงพยายามกระตุ้นจิตใจตนเอง สวมตู้โตวของเขา เปลือยก้นเข้าป่าไป ไม่รู้ว่าเขากระโดดออกมาจากตรงไหน กระโดดออกมาก็ตะโกนเสียงดัง
ฟางเจิ้งพูดว่า “อาจารย์ก็ไม่รู้ เดินไปก่อนเถอะ เห็นที่ไหนดีก็พักที่นั่น”
เด็กแดงเบะปาก “นี่มันจะหน้างานไปหน่อยหรือไม่”
ฟางเจิ้งอย่างไรก็ได้ ถึงอย่างไรพวกที่ตามเขามาก็เติบโตในภูเขา ไม่กลัวยุงหรือแมลงกัดต่อย หนังหนาอีกทั้งขนเยอะ ส่วนเขากับเด็กแดง คนหนึ่งมีจีวรขาวจันทร์คุ้มกันกาย ส่วนฟางเ เจิ้งก็หนังหนาฟันแทงไม่เข้า ยุงหรือแมลงที่ไหนจะกัดเขาได้ ฟางเจิ้งเรียกได้ว่าเป็นปีศาจแล้ว!
คนพวกนี้เดินกันเร็วมาก ถึงตอนเที่ยงก็มาถึงส่วนลึกภูเขาใหญ่แล้ว สายลมภูเขาเย็นสบาย ทำให้จิตใจคนสุขสบาย
ช่วงที่ฟางเจิ้งอยากปลงอนิจจังนั้น พลันมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วมาจากข้างหน้า
ฟางเจิ้งอึ้งงัน ป่าเขาลึกแบบนี้มีคนอยู่ด้วย?
เขาพาลูกศิษย์ทั้งหมดวิ่งเข้าไป หมาป่าเดียวดายวิ่งเร็วสุด กระโดดพรวดเข้าไปหา…
เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้น สีหน้ามีแต่ความทุกข์ ข้างๆ เป็นนักเรียนผู้ชายนั่งยองอยู่ แบกกระเป๋าปีนเขาไว้ใบหนึ่ง สีหน้าร้อนใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ตะโกนขอให้ช่ว วย
“เสี่ยวฝานอย่าตะโกน ในป่าเขาแบบนี้จะมีคนได้ยังไง เอ็งไม่ได้ตะโกนเรียกคนมา แต่หมาป่าจะมาน่ะสิ” ชายชราผมขาวดอกเลาเอ่ยด้วยความอ่อนแรง
“อาจารย์ต้องไม่เป็นไร อาจารย์บอกไว้แล้ว ขอแค่ผมตั้งใจ อาจารย์จะสอนสิ่งที่อาจารย์รู้ทั้งหมด อาจารย์จะผิดสัญญาไม่ได้นะ ฮือๆๆ…” ฝานชิงร้องไห้
“เด็กโง่ ข้าถูกงูกัด ไม่มีเซรุ่มต้านพิษ ข้าก็ออกไปไม่ได้แล้ว อีกอย่างขาข้าหัก เอ็งอยู่กับข้าจะถูกข้าถ่วงเปล่าๆ เอาละ ฟังข้าให้ดี เอ็งเดินไปทางนั้น เดินไปตลอดก็จะออกจา ากภูเขาใหญ่นี่ได้ ถึงข้าจะสอนเอ็งไปไม่เยอะ แต่ว่า แค่กๆ…” ลมหายใจชายชราอ่อนลงเรื่อยๆ เริ่มไอแล้ว
ฝานชิงได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้เสียใจหนักกว่าเดิม ขณะจะพูดบางอย่าง พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจึงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นแต่หมาป่าตัวใหญ่ขนาดเท่าลูกวัววิ่งเข้ามา ทำเอาเขาตกใ ใจจนหน้าซีดเผือดร้องว้ากล้มลงนั่งกับพื้น ทว่าฝานชิงตั้งสติได้ในฉับพลัน เข้ามาขวางไว้หน้าชายชราพลางตะโกนว่า “หลบ! รีบหลบเร็ว!”
“ฝานชิง วิ่งเร็ว! ไม่ต้องสนใจข้า เอ็งรีบวิ่งไป!” ชายชราร้อนใจเช่นกัน หมาป่าตัวใหญ่แบบนี้ ฝานชิงขวางไม่อยู่แน่ อยู่ต่อไปมีแต่จะกลายเป็นมื้ออาหารหมาป่า ตอนนี้หนีไปได้คนเดียว ว ขณะเดียวกันชายชราซาบซึ้งใจกับการกระทำของฝานชิงมาก ยามทุกข์เห็นความจริงใจ สามีภรรยายามเข้าตาจนยังต่างคนต่างหนี แล้วนับประสาอะไรกับศิษย์และอาจารย์สมัยนี้? ฝานชิงทำกับเขาแ แบบนี้ เขารู้สึกว่าชีวิตนี้การรับฝานชิงเป็นศิษย์เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด
“ไม่ไป! อาจารย์ ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ให้หมาป่ากินท่านหรอก!” ฝานชิงพูด
“เอ็ง…เฮ้อ เอ็งไม่ไปแล้วใครจะสืบสานงานฝีมือของข้าต่อไป?” ชายชราพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
ฝานชิงจะพูดบางอย่างกลับเห็นหมาป่าเดียวดายทำเสียงหึๆ สองที จากนั้นนอนหมอบตรงหน้าสองคน หรี่ตาลง ทำท่าทีว่าฉันไม่ได้สนใจพวกแกสองคน
ฝานชิงกับชายชรางุนงง นี่มันเรื่องอะไรกัน? หมาป่านี่ไม่กินพวกเขา?
“ฝานชิง หมาป่าเจ้าเล่ห์โดยธรรมชาติ มันไม่ลงมือ ไม่แน่ว่ากำลังรอเพื่อนมาสมทบ เอ็งอาศัยจังหวะนี้รีบไปซะ ปีนต้นไม้ได้ก็ไป รู้ไหม?” ชายชราเร่งรัดด้วยความร้อนใจ
หมาป่าเดียวดายได้ยินแบบนั้นถึงกับมองค้อน ถ้ามันอยากกินคนแก่กับเด็กนี่ยังต้องรอเพื่อนหรือ แค่กระโจนเข้าไปเด็กตัวเล็กแบบนี้ แค่พบหน้ากันก็ฆ่าได้ในเสี้ยววินาที
ขณะที่สองกำลังคนกำลังให้คนหนึ่งไปแต่ไม่ไปนั้น เสียงสวดดังขึ้นในฉับพลัน “อมิตาพุทธ ประสกทั้งสองไม่ต้องตกใจ หมาป่านี่เป็นศิษย์อาตมาเอง เขาไม่ทำร้ายทั้งสอง”
สองคนได้ยินเสียงคนจึงเงยหน้ามองในทันที เห็นหลวงจีนจีวรขาวโผล่มาตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ผิวขาวสะอาด ใบหน้าเมตตา ดวงตาสว่างวาววับ แวววาวดุจดารา ยืนอยู่ตรงนั้นเจิดจรัสแล ละอบอุ่นอย่างยิ่ง ส่วนหมาป่าตัวใหญ่ยังคงนอนหมอบอยู่ไม่ไกล หาดวอด ยังคงมองพวกเขาด้วยสายตามองคนโง่
เห็นถึงตรงนี้สองคนถึงเข้าใจ หน้าแดงขึ้นมา
ฝานชิงพลันตั้งสติได้ เอ่ยว่า “หลวงพี่ท่านมาพอดีเลย อาจารย์ผมถูกงูกัด ขอร้องล่ะครับช่วยเขาที ขอแค่ท่านช่วยได้ ท่านจะเอาเงินเท่าไรผมให้หมดเลย ต่อให้เงินผมไม่พอผมก็จะ ะให้ท่านทีหลัง”
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด ยิ้มเจื่อนๆ ว่า “อาตมาเป็นนักบวช ช่วยคนเป็นเรื่องสมควร จะไปละโมบเงินประสกได้ยังไง ถ้าประสกมีใจ จากนี้ก็ไปจุดธูปที่วัดสองสามดอกก็พอ”
“ธูปสองสามดอกได้หมดเลยครับ หลวงพี่รีบช่วยอาจารย์ผมเถอะ” ฝานชิงพูดด้วยอาการร้อนใจ
ชายชราได้ยินฟางเจิ้งพูดแบบนี้ ภายในใจจุดประกายความหวังในการมีชีวิตขึ้นมา มองฟางเจิ้งอย่างมีความหวัง
ฟางเจิ้งมองบาดแผลชายชราด้วยมาดขรึมก่อนเอ่ยนิ่งๆ “อาตมาแก้พิษงูไม่เป็น”
พรวด!
เด็กแดงที่นั่งดื่มน้ำตามมาข้างหลังพ่นน้ำใส่หน้าลิง…ก่อนหัวเราะเสียงดัง “อาจารย์ ท่านแก้พิษงูไม่เป็นแล้วจะพูดให้ขอบคุณเพื่อ ฮ่าๆ…จริงๆ เลย…ฮ่าๆ…”
ฝานชิงโกรธเช่นกัน พูดว่า “หลวงจีนนี่ ช่วยไม่ได้ก็บอกว่าช่วยไม่ได้ จะมาถ่วงเวลาพวกเราทำไม?”
“ฝานชิง! พูดแบบนั้นได้ยังไง? เอ็งดูหลวงพี่ท่านนี้ เขาไม่เหมือนคนที่จะมาถ่วงเวลาเราหรอก”
ฝานชิงเบะปาก ไม่ตอบอะไร
ฟางเจิ้งยิ้ม “อาตมาแก้พิษงูไม่เป็นจริงๆ แต่อาตมารู้จักคนหนึ่ง บางทีเขาอาจจะแก้พิษงูของประสกได้”
“ผมถูกกัดมาครู่หนึ่งแล้ว ถ้าไกลเกินไปคงจะไปไม่ถึง” ชายชรากล่าว
ฟางเจิ้งยิ้มเอ่ย “ดวงชะตาประสกไม่เลว เขาน่าจะอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล”
“อาจารย์ ท่านคงจะไม่ไปหานักพรตเต๋าจมูกโคนั่นหรอกนะ?” เด็กแดงเข้าใจแล้ว
ฟางเจิ้งพยักหน้า “นักพรตเต๋าเล่อเทียนฝึกแขนงลัทธิเต๋า ลัทธิเต๋าค่อนข้างประสบความเร็จในด้านการหลอมยาและผลิตยา เขาไปไหนมาไหนในป่าเขาได้อย่างอิสระ จะต้องมีวิธีแก้พิษงูแน่ๆ ๆ”
“หลวงพี่พูดจริง?” ฝานชิงฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
ฟางเจิ้งพยักหน้าอย่างแน่วแน่
ฝานชิงเอ่ยต่อ “หลวงพี่ ขอให้ท่านพาพวกเราไปด้วย เมื่อกี้ผมขอโทษ ขอโทษ! ท่านโกรธอะไรก็ระบายมาที่ผม จะทุบตียังไงก็ได้”
ฟางเจิ้งยังไม่ทันพูด เด็กแดงเดินเข้ามาถามเสียงเบา “อาจารย์ ท่านรู้หรือว่าจมูกโคนั่นอยู่ที่ใด?”
“เขาบอกว่าอยู่ในภูเขาทงเทียน แต่ไม่ได้บอกที่อยู่ที่แน่นอน ดีที่ภูเขาไม่ใหญ่ ค่อยๆ หาแล้วกัน” ฟางเจิ้งพูดจบ ชายชราที่มีความหวังตาเหลือกหมดสติไป หลวงจีนนี่อันตรายเกินไปแล้ ว!