บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2004 โถงแห่งชีวิตนิรันดร์ อาณาจักรนิตย์ทิวา เก้ามหาเทพสวรรค์
- Home
- บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
- บทที่ 2004 โถงแห่งชีวิตนิรันดร์ อาณาจักรนิตย์ทิวา เก้ามหาเทพสวรรค์
บทที่ 2004 โถงแห่งชีวิตนิรันดร์ อาณาจักรนิตย์ทิวา เก้ามหาเทพสวรรค์
วังวนแห่งยุคสมัยพลุ่งพล่าน โยนสมบัติบางชิ้นออกมาเป็นครั้งคราว
ทว่าสมบัติเหล่านั้นช่างแปลกพิกล
มีทั้งเศษชุดเกราะ กระดูกสัตว์ด่างดำ เส้นขนยาวเยี่ยงต้นหญ้า……
มีกระทั่งกระดาษยันต์เปื่อยๆ
ชายในชุดผ้าและชายในชุดคลุมขนนกนั้นเชื่อฟังนัก ทุกยามที่พวกเขาได้รับสมบัติมาสักชิ้น ก็จะส่งให้แก่ซูอี้ทันที
“หากไม่รู้มาก่อน คงคิดว่าสมบัติเหล่านี้เป็นขยะที่ถูกทิ้งไว้เป็นแน่”
ขณะมองไปยังสมบัติอันปรากฏจากก้นธารสายยาวแห่งยุคสมัย ดวงตาของชายหนุ่มก็ดูแปลกพิกล
สมับัติเหล่านี้ไร้ค่าจริงๆ แต่พวกมันมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน นั่นคือมีวัตถุอมตะเป็นส่วนประกอบ!
ทว่าวัตถุอมตะเหล่านี้อ่อนด้อยเกินจะเทียบกับทองจรัสอมตะและทองมารอมตะได้
ในเส้นขนยาวประหนึ่งใบหญ้ามีวัตถุอมตะแสนน้อยนิดที่กลั่นได้ แทบไม่อาจนับว่ามีได้เลย อีกทั้งรูปลักษณ์ยังแสนธรรมดา
ท้ายที่สุด ชายหนุ่มก็โยนสมบัติทั้งหมดลงไปในเตาเสริมสวรรค์
เพราะจนตอนนี้ ก็ยังไร้สมบัติใดกระตุ้นใจเขาได้
“แต่นี่ก็เป็นโอกาสอันหาได้ยากเช่นกัน หากทวยเทพได้สมบัติเหล่านี้ไป พวกเขาได้ลิงโลดกันเป็นแน่”
ซูอี้ปลอบใจตนเองเช่นนี้
วัตถุอมตะนั้นล้ำค่าหายากพอให้ทวยเทพรบพุ่งแย่งชิง
แก่นของมันอยู่ที่วัตถุอมตะนั้นไม่เพียงใช้สร้างสมบัติเทพได้ แต่ยังสามารถหลอมรวมกับร่างวิถีและจิตวิญญาณ เพื่อใช้ต่อกรหายนะเทพได้ด้วย!
“เจ้าตรงนั้นน่ะ มานี่ซิ”
ซูอี้กวักมือ
เขากำลังทอดกายอย่างสบายอุราอยู่บนเก้าอี้หวายซึ่งวางทับดาบเคียงประชิดไว้อีกที
“ท่านเรียกหาข้าหรือ?”
ไกลออกไป ชายในชุดคลุมขนนกชี้หน้าตนเอง
“ใช่ เจ้านั่นแหละ”
ชายในชุดคลุมขนนกแสนอับอายในใจ ก่อนหน้านี้ชายในชุดผ้าขานชื่อของตนออกมาแล้วแท้ๆ แต่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเมินมันไปสนิท!
ทว่าเจ้าตัวก็ยังกระวีกระวาดมาหาซูอี้ “ท่านมีบัญชาใดหรือ? จะว่าไป ข้ามีนามว่าอู่หลิงชง ท่าน……”
ซูอี้โบกมือ “นามนั้นหาสำคัญไม่”
ชายในชุดคลุมขนนก “……”
ในสายตาคนผู้นี้ เขาเป็นผู้มิควรค่าแม้แต่จะเอ่ยชื่อหรือ!?
น่าขันสิ้นดี!!
ซูอี้หรือจะใส่ใจความคิดของอู่หลิงชง?
แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเดือดดาลอยู่ในใจ ชายหนุ่มก็หาแยแสไม่
“บอกข้ามาว่าเจ้ารู้อันใดบ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ในน่านน้ำอีกาอัคคี”
ซูอี้เอ่ยสั่งนิ่ง
“ขอรับ!”
อู่หลิงชงตอบรับอย่างรวดเร็ว
เขาลอบหายใจลึกๆ ระงับความอยากบีบคอซูอี้ไว้ในใจ จากนั้นก็กล่าวถึงสิ่งที่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ภายในน่านน้ำอีกาอัคคี
น่านน้ำอีกาอัคคีคือหนึ่งใน ‘จุดจอดพัก’ มากมายบนธารสายยาวแห่งยุคสมัยมาเนิ่นนาน
ในเมื่อมันเป็นจุดจอดพัก ก็หมายความว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และมียอดฝีมือมากมายสัญจรบ่อยครั้งในธารสายยาวแห่งยุคสมัย
ทว่าในน่านน้ำอีกาอัคคีก็มีคนพื้นเมืองอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน
ในอดีต บรรพชนของชาวพื้นเมืองเหล่านั้นเคยเป็นยอดฝีมือผู้สัญจรในธารสายยาวแห่งยุคสมัย และยอดฝีมือมากมายก็มาตั้งหลักปักฐานที่นี่ ก่อนจะค่อยๆ ขยายตระกูลรุ่นแล้วรุ่นเล่า
การเป็นชนพื้นเมืองที่นี่นับได้ว่าโชคดี
เกิดมาก็อยู่บนธารสายยาวแห่งยุคสมัย มีบรรพชนเป็นตัวตนขอบเขตมหาศาล พวกเขาจึงสามารถก้าวไปบนวิถีฝึกฝนได้อย่างง่ายดาย
แต่การเป็นชนพื้นเมืองก็เป็นเคราะห์ได้เช่นกัน
เพราะหากชาตินี้ไม่อาจบรรลุสู่ขอบเขตมหาศาลได้ พวกเขาก็จะไม่อาจออกจากถิ่นฐานเดิม ติดอยู่ในโลกใบจ้อยนั้นไปตลอดชีวิต
แม้กระทั่งจะเข้าสู่ขอบเขตมหาศาลและข้ามธารสายยาวแห่งยุคสมัยได้ ก็ยังอยู่ในอันตรายพร้อมดับดิ้นทุกขณะ
ทว่าไม่เพียงในน่านน้ำอีกาอัคคีเท่านั้น ใน ‘จุดจอดพัก’ อื่นๆ ทั่วทั้งธารสายยาวแห่งยุคสมัยก็มีชนพื้นเมืองเหล่านี้อยู่มากมาย
จากวาจาของอู่หลิงชง ในน่านน้ำอีกาอีคคีทุกวันนี้มีผู้อาศัยเกือบล้านชีวิต และมีทั้งตัวตนจากเผ่าปีศาจ เผ่ามาร เผ่ามนุษย์และชนเผ่าอื่นๆ อยู่รวมกัน
ชนพื้นเมืองเหล่านี้ก่อตั้งขุมกำลังฝึกฝนทั้งน้อยใหญ่ในน่านน้ำอีกาอัคคี
และในหมู่พวกมัน ขุมกำลังซึ่งทรงพลังที่สุดก็คือ ‘โถงแห่งชีวิตนิรันดร์’ !
โถงแห่งชีวิตนิรันดร์มีประวัติเก่าแก่ ปกครองอาณาเขตมากมายบนธารสายยาวแห่งยุคสมัย และน่านน้ำอีกาอัคคีก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น
แดนบรรพชนของโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ตั้งอยู่ในอาณาจักรนิตย์ทิวา และผู้นำก็คือ ‘เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยน’ ผู้เป็นหนึ่งในเก้ามหาเทพสวรรค์ของอาณาจักรนิตย์ทิวา!
อาณาจักรนิตย์ทิวา!
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเปี่ยมด้วยตำนานในธารสายยาวแห่งยุคสมัย
และยังเป็นสถานที่ที่ผู้แสวงหาวิถีบรรลุเทพมากมายหมายมาด
เหตุผลนั้นง่ายดายนัก เพราะมีเส้นทางสู่โลกเทพสายหนึ่งอยู่ในอาณาจักรนิตย์ทิวา!!
ตลอดกาลนานมา อาณาจักรนิตย์ทิวาอยู่ในควบคุมของเทพสวรรค์เก้าผู้ เทียบได้กับเก้าจักรพรรดิปกครองใต้หล้า
ทว่า ‘เก้ามหาเทพสวรรค์’ เหล่านี้เป็นเพียงตัวแทนสถานะและสิทธิ์ปกครองอันยิ่งใหญ่ ไม่ได้จีรัง และในหนึ่งช่วงกาลแสนเนิ่นนาน เทพกลุ่มหนึ่งจะมาเป็น ‘เทพสวรรค์’ แทนที่กลุ่มเดิม
และยามนี้ เทพสวรรค์ไป๋เยี่ยนผู้เป็นเจ้าโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ก็เป็นหนึ่งในเก้ามหาเทพสวรรค์แห่งอาณาจักรนิตย์ทิวา
“นอกจากโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ ยังมีขุมกำลังท้องถิ่นอันทรงพลังในน่านน้ำอีกาอัคคีอื่นอยู่……”
อู่หลิงชงกำลังจะอธิบายทีละส่วน
ทว่าซูอี้โบกมือขึ้นขัด “ไม่ต้องพูดเรื่องนี้หรอก”
เขาไม่มีกะใจมาทำความรู้จักทุกขุมกำลังในน่านน้ำอีกาอัคคี
สาเหตุนั้นเป็นเพราะชายหนุ่มไร้ความจำเป็น
“พูดเกี่ยวกับเขาซิ”
ซูอี้หันไปทางชายในชุดผ้าผู้กำลังเก็บสมบัติจากวังวนแห่งยุคสมัยอยู่ไกลๆ
อู่หลิงชงกระอักกระอ่วนไปชั่วขณะ เขารู้สึกชอบกลว่าการทำเช่นนี้เหมือนว่าร้ายผู้อื่นลับหลัง
ร่างของชายในชุดผ้าห่างออกไปก็ชะงักไหวเช่นกัน
อู่หลิงชงลังเลชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวอกมาเสียงเบา “ท่านน่าจะเรียกใต้เท้า ‘เว่ยฉี’ มาถามตรงๆ เลยก็ได้นะขอรับ”
“เจ้านั่นล่ะพูด มีปัญหาหรือ” ซูอี้กล่าวเนิบๆ
อู่หลิงชงพลันรู้สึกจนปัญญา แล้วทำได้เพียงเอ่ยปากอย่างขอตายเอาดาบหน้า
ชายในชุดผ้ามีนางว่าเว่ยฉีเจี่ย
เขาเป็นหนึ่งในสี่ผู้นำใต้บัญชาของจอมมารผลาญตะวัน ผู้ทรงอำนาจคนหนึ่งในน่านน้ำอีกาอัคคี มีการฝึกฝนระดับสุดลึกล้ำ มาจากศักราชแห่งมาร……
เมื่อได้ยินว่าอู่หลิงชงไม่ได้กล่าวร้ายอันใดเกี่ยวกับตน เว่ยฉีเจี่ยก็โล่งใจขึ้นเล็กน้อย
ทว่ายามได้ยินซูอี้ถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและส่านรั่วฉิน ชายชรากลับร้อนรนขึ้นมา
เขาอดกล่าวขึ้นมิได้ “ผู้อาวุโส ส่านรั่วฉินเป็นผู้บำเพ็ญคู่กับจอมมารผลาญตะวัน ก่อนหน้านี้นางบอกว่าถูกรังแกในธารสายยาวแห่งยุคสมัย กระทั่งสมบัติที่มียังถูกปล้นไป จึงออกคำสั่งให้ผู้น้อยพาคนมาล้างแค้น ผู้น้อย… ไม่กล้าขัดขืนขอรับ”
ซูอี้กล่าวเนิบๆ “ข้าถามเจ้าหรือ?”
เว่ยฉีเจี่ยชะงัก รีบก้มหัวสำนึกทันที
ท่าทีอ่อนน้อมเช่นนั้นทำให้อู่หลิงชงอดรู้สึกเห็นใจขึ้นมาเล็กน้อยมิได้
ทว่าความเห็นใจนั้นก็เลือนหายไปในพริบตา
ในน่านน้ำอีกาอัคคี เว่ยฉีเจี่ยเป็นหนึ่งในแขนซ้ายขวาผู้โหดเหี้ยมที่สุดภายใต้บัญชาของจอมมารผลาญตะวัน และตลอดเวลาที่ผ่านมา ยอดฝีมือมากมายก็ตกตายอย่างอนาถด้วยมือเจ้าเฒ่าผู้นี้
หากคิดว่าเขาอ่อนแอจริงๆ ล่ะก็ คิดผิดถนัด!
“มานี่”
ซูอี้กวักมือเรียกเว่ยฉีเจี่ยจากไกลๆ
“ผู้อาวุโสมีบัญชาใดหรือ?”
เว่ยฉีเจี่ยเดินรี่เข้ามาก้มหัวคำนับอย่างรีบร้อน
“เจ้ากลับไปหาจอมมารผลาญตะวันที่น่านน้ำอีกาอัคคีเสีย บอกเขาว่าในไม่ช้าข้าจะไปยังน่านน้ำอีกาอัคคี หากคิดสมานฉันท์เปลี่ยนร้ายเป็นดี ฆ่าส่านรั่วฉินเสีย แล้วข้าจะไม่ติดใจเรื่องนี้อีก”
ซูอี้ออกคำสั่ง “หาไม่ ก็รับผลกรรมกันเอง”
เว่ยฉีเจี่ยสูดหายใจเฮือก สีหน้าแปรเปลี่ยน “ผู้อาวุโส หากทำเช่นนั้น ข้าเกรงว่าจะเกิดปัญหาต่อท่าน ผลดีจะไม่สู้ผลเสียนะขอรับ”
ซูอี้กล่าวลอยๆ “เจ้าแค่ส่งต่อข้อความก็พอแล้ว”
เว่ยฉีเจี่ยดูไม่อยากเชื่อ กว่าจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังได้ก็ใช้เวลาครู่หนึ่ง “ผู้อาวุโสโปรดวางใจ ผู้น้อยจะเป็นสื่อกลางในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ขอรับ!”
ว่าแล้ว เขาก็คำนับต่ำให้แก่ซูอี้
“ไปเถอะ”
ซูอี้โบกมือ
เว่ยฉีเจี่ยหันหลังจากไป
อู่หลิงชงอดกล่าวมิได้ “ท่านตั้งใจจะปล่อยเขาไปเช่นนี้จริงๆ หรือขอรับ?”
ซูอี้กล่าวเนิบๆ “ข้าต้องการผู้ส่งสาร และเขาเหมาะสมมาก ส่วนเขาจะทำอันใดหลังคืนสู่น่านน้ำอีกาอัคคีนั้น หามีความหมายใดไม่”
อู่หลิงชง “……”
คนผู้นี้ไม่ทราบจริงๆ หรือว่าผลของการทำเช่นนี้คืออันใด?
“ท่านเอ๋ย ท่านต้องคิดให้ดีนะ จอมมารผลาญตะวันเป็นคนใหญ่คนโตในโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ ปักหลักในน่านน้ำอีกาอัคคีมาเนิ่นนาน ไม่เพียงมียอดฝีมือมากมายอยู่ใต้บัญชา แต่ยังมีไพ่ตายมากมายในมือ กล่าวกันว่า… มีสมบัติลับจากเทพอยู่ด้วย!”
อู่หลิงชงสูดหายใจลึกๆ และกล่าวว่า “นอกจากนั้น อำนาจของโถงแห่งชีวิตนิรันดร์อยู่ทั่วธารสายยาวแห่งยุคสมัยไปหมด หากมีคุณความแค้นเกิดขึ้นกับโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงนะ!”
ซูอี้อดเสสรวลกล่าวชมไม่ได้ “ไม่เลวเลย เจ้ารู้จักใส่ใจความปลอดภัยของข้าด้วย”
อู่หลิงชง “……”
เขาเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกอยากชกสักหมัดนัก!
ครู่ต่อมา เจ้าตัวก็ถอนใจกล่าวว่า “ล่วงเกินจอมมารผลาญตะวันเพราะสตรีเพียงหนึ่ง ท้ายที่สุดก็ต้องชดใช้เพราะล่วงเกินโถงแห่งชีวิตนิรันดร์ คุ้มค่าแล้วหรือ?”
เขาอยากจะพูดเหลือเกินว่า เจ้าคงไม่ได้บ้าไปแล้วหรอกใช่หรือไม่!!
ทว่าท้ายที่สุด อู่หลิงชงก็รั้งปากตนไว้
เรื่องนี้หาเกี่ยวกับเขาไม่ ในเมื่อมังกรข้ามธารผู้นี้อยากวอนหาที่ตาย ไฉนต้องลำบากเกลี้ยกล่อมด้วยเล่า?
อีกอย่าง เขาหามีมิตรภาพกับอีกฝ่ายไม่!
“หากสตรีผู้นั้นไม่ตาย ก็นับว่าผิดต่อบุญคุณช่วยชีวิตที่ข้ามีต่อนาง”
ซูอี้นำไหสุราขึ้นยกจิบ
ก่อนหน้านี้ ส่านรั่วฉินถูกกูรมะทูนคีรีไล่ล่า นำพาหายนะมาตั้งใจจะฆ่าเขา ทว่ามิคาดคิดว่าผู้ต้องชดใช้เสียหายจะเป็นนางเอง
แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะหาคนมาล้างแค้นอีก!
นี่ไม่ใช่ว่าทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปหรือ?
ซูอี้ไม่เคยเป็นพ่อพระ และเขาก็จะไปหาที่พัก ณ น่านน้ำอีกาอัคคีนี้อยู่จริงๆ ดังนั้นเขาจะใช้โอกาสนี้ มิละเว้นสตรีผู้นี้อีก!
คุ้มค่าหรือไม่?
คุ้มสิ!
“แล้ว…ท่านตั้งใจจะให้ข้าทำอันใดหรือ?”
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง อู่หลิงชงก็ถามอย่างระมัดระวัง
ซูอี้แย้มยิ้มกล่าวว่า “อย่ากลัวไป หลังข้าไปจากน่านน้ำอีกาอัคคี ข้าจะปล่อยเจ้าไป”
อู่หลิงชงลอบถอนใจโล่งอก
ทว่าทันใดนั้น เขาก็พึมพำในใจว่า อีกฝ่ายยังอยากออกจากน่านน้ำอีกาอัคคีอีกหรือ? ไม่รู้จักคำว่าตายจริงๆ!
วูบ!
ไกลออกไป สมบัติอีกชิ้นถูกเหวี่ยงออกจากวังวนแห่งยุคสมัย
“เจ้ายังมัวตะลึงอันใดอยู่?”
ซูอี้เหลือบมองอีกฝ่าย
อู่หลิงชงลงมืออย่างรวดเร็ว ทว่าขยับตัวไม่ทันไร หัวใจพลันแฝงความอับอาย นี่เขาเป็นอันใดกัน ไฉนจึงยิ่งชาชินกับการปฏิบัติตนรับใช้คนผู้นี้กัน?
ซูอี้แย้มยิ้ม ขณะยกไหสุราขึ้นจิบ
ชายหนุ่มมิได้มายังธารสายยาวแห่งยุคสมัยเนิ่นนาน มีผู้เจนถิ่นอย่างอู่หลิงชงผู้เข้าใจความเป็นไปมารับใช้ก็ไม่เลวเหมือนกัน