บันทึกวิถีเซียนกระบี่แสวงพ่าย - บทที่ 98 ทำลายรูปสลักหิน เดิมพันหนทางรอด
บทที่ 98 ทำลายรูปสลักหิน เดิมพันหนทางรอด
ตูม!!
สายหน้าไม้ดีดผาย เสียงแหวกอากาศแหลมสูงดังสะท้อนไม่ขาดสาย
ลูกธนูนับสิบดอกพุ่งปราดไปยังทิศทางที่หุ่นเชิดถอยร่นอย่างบ้าคลั่ง!
แทบทุกดอกล้วนพุ่งเป้าไปยังข้อต่อของหุ่นเชิดที่หลี่กวนฉีบังคับควบคุม
การใช้จิตวิญญาณสัญจรควบคุมหุ่นเชิด มิได้แตกต่างจากการเคลื่อนไหวร่างกายของตนเองแม้แต่น้อย
เท้ากระแทกพื้นอย่างแรง ร่างลอยโดดเดี่ยวขึ้นสู่อากาศ เคลื่อนไหวหมุนตัวกลางหาว สองมือสะบัดกระบี่กวัดแกว่งก่อเกิดเป็นปราการคมกระบี่เบื้องหน้า สยบลูกธนูที่พุ่งเข้ามาไว้ได้ทั้งหมด อีกทั้งยังอาศัยแรงปะทะมหาศาลนั้น ทะยานร่างถอยหลังไปอย่างนิ่มนวล
กรักๆๆๆๆๆ!
กลไกสิบสองตัวโดยรอบปลดปล่อยอาวุธลับสีเงินยวงนับไม่ถ้วนในพริบตา ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งลานค่ายกลพันกลไกพลันมีประกายไฟปะทุออกไม่ขาดสาย
ฟิ้วๆ! เคร้ง! ฟิ้ว!
ฟิ้วๆ! เคร้งๆ!
เสียงกึกก้องระเบิดดังสะท้อนกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง
ความเร็วของหน้าไม้กลไกและอาวุธลับของทั้งสองฝ่ายรวดเร็วถึงขีดสุด กลางอากาศเห็นเพียงภาพมายาพุ่งผ่าน แทบไม่มีผู้ใดมองตามทัน
หุ่นเชิดโยกหลบหลีกท่ามกลางฝนอาวุธลับ ทำเอาเหล่าศิษย์สำนักกระบี่ต้าเซี่ยที่อยู่ด้านหลังต่างเหงื่อตกด้วยความลุ้นระทึก
ชายหน้าแผลเป็นเห็นภาพนี้พลันถลึงตากว้างด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าบิดเบี้ยวบ้าคลั่ง ทว่าทำได้เพียงเฝ้ามองหุ่นเชิดสีดำทะมึนยึดพื้นที่เข้าใกล้เข้ามาทุกที!
ยามที่หุ่นเชิดสลับร่างมาถึงค่ายกลของชายหน้าแผลเป็นอีกครั้ง สองมือก็สะบัดกระบี่ร่ายประกายคมกระบี่เป็นดอกไม้เหล็กหลายร้อยรอย!
ทุกแห่งหนที่เฉียดผ่าน หน้าไม้กลไกล้วนถูกฟันขาดเป็นท่อนๆ
หุ่นเชิดกระทืบเท้าลงบนพื้น ทะยานร่างขึ้นสูง นัยน์ตาสีแดงฉานสบประสานกับมัน สองมือแทงกระบี่คู่เข้าใส่รูปสลักหินสองรูปอย่างรุนแรง!!
ตูม! ตูม!!
รูปสลักหินระเบิดแหลกลาญ!
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชายหน้าแผลเป็นแหลมสูงยิ่ง แต่แล้วเสียงนั้นกลับค่อยๆ เลือนหายไป เพราะเส้นเสียงของมันขาดสะบั้นแล้ว โลหิตทะลักออกจากปากไม่ขาดสาย
ขุมพลังลึกลับสายหนึ่งพลันเข้าครอบงำ แขนซ้ายของชายหน้าแผลเป็นถูกยกขึ้นโดยพลัน จากนั้นภายใต้สายตาอันตื่นตระหนกของมัน ทั่วทั้งแขนกลับถูกบิดเกลียวจนผิดรูปในพริบตา!!
ดวงตาที่เบิ่งกว้างแทบจะหลุดออกจากโบ๋ เสียงกระดูกแตกละเอียดชวนให้ผู้คนขนหัวลุก กระดูกที่แตกทะลุผิวหนังเผยให้เห็นกระดูกขาวโพลนน่าสยดสยอง
ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ มือขวาของชายหน้าแผลเป็นยังคงกำป้ายหยกชิ้นสุดท้ายไว้แน่น!
มันกำลังรอ…
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่ต้าเซี่ยเวลานี้ต่างตกตะลึงจนตาค้าง
“นี่คือความสามารถที่แท้จริงของศิษย์น้องหลี่หรือนี่ กระทั่งเชิดหุ่น ก็ยังหลบหลีกท่ามกลางพายุอาวุธลับได้ถึงเพียงนี้!!”
โจวจื้อยิ่งตื่นเต้นจนชกหมัดกลางอากาศ กล่าวเสียงเข้ม “ร่ายกระบี่คู่ได้งดงามยิ่งนัก!”
จากนั้นโจวจื้อพลันหันไปกำชับตักเตือน “หากวันนี้พวกเราแคล้วคลาดปลอดภัย ชีวิตของพวกเราก็ถือเป็นศิษย์น้องหลี่ที่ช่วยไว้! หากผู้ใดบังเอิญแพร่งพรายความลับเรื่องกระบี่มือซ้ายของเขาออกไป อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความเป็นศิษย์ร่วมสำนัก!”
ทุกคนได้ฟังดังนั้นต่างพยักหน้ารับคำ
ยามนี้รูปสลักหินเบื้องล่างของชายหน้าแผลเป็นเหลือเพียงสองรูปเท่านั้น ส่วนหลี่กวนฉียังเหลืออยู่อีกสี่รูปเต็มๆ!
เสียงของชายหน้าแผลเป็นอาจถูกถ่ายทอดผ่านค่ายกลพิเศษมายังข้างกายหลี่กวนฉี
“เจ้าคนบัดซบ… กระบี่คู่กลับทำให้เจ้าทลายข้อจำกัด สามารถโจมตีรูปสลักหินสองรูปพร้อมกันในคราวเดียวรึ?”
หลี่กวนฉีแค่นหัวเราะ “ดูท่าเจ้าก็มิได้โง่บ้องตันเสียทีเดียว”
ทว่าบนใบหน้าของชายหน้าแผลเป็นกลับปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาฉายแววบ้าคลั่ง เอ่ยเสียงต่ำ
“เจ้าลูกกระจ๊อก เจ้ารู้หรือไม่… เหตุใดค่ายกลพันกลไกถึงต้องครอบคลุมทุกคนไว้ภายในค่ายกลด้วย?”
ได้ยินเช่นนี้ ในใจของหลี่กวนฉีพลันบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
และแล้ว!
ภายในม่านค่ายกลพลันมีเสียงแข็งค้างดั่งกลไกดังขึ้น
“ฝ่ายเงินเหลือรูปสลักหินเพียงสองรูป จะเติมให้ครบสามรูปหรือไม่”
ชายหน้าแผลเป็นตวาดลั่นโดยไม่ลังเล
“เติม!”
ตูม!!
ขาดคำ ในม่านค่ายกลที่กลุ่มคนชุดดำอยู่พลันมีหนามแหลมพุ่งปราดออกมา!
เสียบทะลุกระดูกกระดองอักขระขวาของคนชุดดำคนหนึ่ง แล้วลากร่างเขายัดลงสู่ใต้ดินอย่างรุนแรง!
ยามที่คนชุดดำผู้นั้นปรากฏกายอีกครั้ง ก็ไปยืนอยู่บนแท่นค่ายกลเบื้องล่างเสียแล้ว!!
แขนขาของคนชุดดำถูกตรึงไว้กับที่อย่างแน่นหนา ต่อให้ดิ้นรนสุดกำลังก็ไร้ประโยชน์
ในที่สุด สภาพจิตใจของเขาก็พังทลายลงในพริบตา เขาสาดสายตาอาฆาตแค้นไปยังชายหน้าแผลเป็นบนแท่นสูงแล้วตวาดด่า “มารดาเจ้าเถอะเว่ยคุน!! เจ้าจะต้องตายหงส์ตายห่า!!!”
“ปล่อยข้า!! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!! ข้ายังไม่อยากตาย!!”
“เว่ยคุน!! ข้าเป็นน้องชายของเจ้านะ!!!”
ชายหน้าแผลเป็นยิ้มบิดเบี้ยวแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เอ่ยพึมพำเสียงเบา “เอาละ ยามนี้ข้ามีสามชีวิตแล้ว พวกเรามาต่อกัน!”
ลูกกระเดือกของหลี่กวนฉีขยับขึ้นลงเล็กน้อย นึกไม่ถึงเลยว่าที่เว่ยคุนบอกว่าสิบสองต่อสิบเก้าจะมีความหมายเช่นนี้!
เขาหันกลับไปมองเหล่าศิษย์ร่วมสำนักด้านหลัง ทุกคนพลันเครียดเกร็งขึ้นมาทันที
มีศิษย์ผู้ขลาดกลัวเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดหวั่น “หาก… หากศิษย์น้องหลี่เหลือรูปสลักหินสองรูป… เขาจะ…”
แม้ชายหนุ่มจะพูดไม่จบ แต่ทุกคน ณ ที่นั้นกลับรู้ดีว่าเขาต้องการจะสื่อสิ่งใด
นี่คือการทดสอบจิตสำนึกของมนุษย์!
ตามกำลังที่หลี่กวนฉีสำแดงออกมาในยามนี้ พวกเขาย่อมเชื่อมั่นว่าหากมีรูปสลักเพียงห้ารูป หลี่กวนฉีย่อมได้รับชัยชนะเป็นแน่
แต่หากเว่ยคุนนำชีวิตของพรรคพวกทั้งหมดมาใช้เป็นเดิมพัน
หลี่กวนฉีอาจจะชนะ แต่ในบรรดาพวกเขจะต้องมีคนตาย!
และ… ไม่ใช่แค่คนเดียวอย่างแน่นอน
โจวจื้อกัดฟันแน่น นิ่งเงียบไม่กล่าววาจา
เขากวาดสายตามองทุกคนที่มีสีหน้าหลากหลาย ก่อนจะมองแผ่นหลังของหลี่กวนฉีด้วยสายตามุ่งมั่น แล้วเอ่ยเสียงหนักแน่น
“หากต้องมีคนตายจริงๆ เช่นนั้นก็ให้ข้าเป็นคนแรก!”
หญิงสาวในอ้อมกอดพลันเงยหน้าขึ้น มองชายหนุ่มผู้มีใบหน้ามิได้หล่อเหลาปานเทพบุตร นางเม้มริมฝีปากแน่น ขอบตารื้นแดง
ภายในม่านค่ายกลตกอยู่ในความเงียบสงัด ศิษย์หนุ่มที่เอ่ยปากก่อนหน้านี้กล่าวพึมพำด้วยความรู้สึกผิด
“ศิษย์พี่ใหญ่…”
“พอแล้ว! มิใช่พูดอันใดอีก ข้าตัดสินใจแล้ว!”
ยามนี้หลี่กวนฉีคล้ายสังหรณ์ใจได้ เขาเอี้ยวตัวหันกลับมามองโจวจื้อผ่านม่านแสง
ริมฝีปากขยับเปิดปิด
ทว่าโจวจื้อกลับอ่านริมฝีปากนั้นออก
“ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าคนใดต้องตาย!”
หลี่กวนฉีหันกลับไป แววตาฉายรังสีบ้าคลั่งสายหนึ่ง เขายื่นมือออกไปกดลงบนรูปสลักหินสามในสี่รูปที่เหลืออยู่ของตนเองอย่างช้าๆ
ทันทีที่นิ้วมือของเขากดลงไป รูปสลักหินสามรูปเบื้องหลังหุ่นเชิดก็ระเบิดกึกก้อง!!
ทุกคนต่างตกตะลึงกับการกระทำของหลี่กวนฉีจนทำอะไรไม่ถูก
โจวจื้อยิ่งร้องเสียงหลง “หลี่กวนฉี เจ้าบ้าไปแล้วรึ!! เจ้ากำลังทำอะไร!!”
เว่ยคุนฝั่งตรงข้ามพลันฉายแววบ้าคลั่งบนใบหน้า เย้ยหยันอย่างโอหัง “ฮ่าๆๆๆ เจ้าเตรียมตัวรอความตายแล้วหรืออย่างไร!!”
“ไม่ตัดใจใช้ชีวิตผู้อื่นแลกกับการรอดตาย เลยจะตายหงส์ตายห่าไปพร้อมกันงั้นรึ?”
“ฮ่าๆๆ ในเมื่อเจ้าเลือกเช่นนี้ ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!!”
ทว่าหลี่กวนฉีกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยเสียงเบา “เปิดศึกไร้ขีดจำกัด!!”
วูบ!!!
ม่านค่ายกลสีแดงฉานเดิมทีพลันหนาทึบขึ้นอย่างยิ่ง สีสันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต
เสียงแผ่วแข็งดั่งกลไกก่อนหน้านี้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฝ่ายดำจ่ายราคากับรูปสลักหินสามรูป เปิดศึกไร้ขีดจำกัด!”
วูบ!!
ชั่วพริบตา บนแท่นค่ายกลพันกลไก เส้นแสงวิญญาณทั้งหมดพลันกลายเป็นสีแดงโลหิต
แม้ยามนี้หลี่กวนฉียังคงครอบครองพื้นที่สี่ร้อยช่องตามเดิม ทว่าบัดนี้กลับไร้ซึ่งข้อจำกัดเรื่องรอบการดวล
นั่นหมายความว่า หากหลี่กวนฉีมีความสามารถแข็งแกร่งพอ เขาก็สามารถรุกคืบยึดกระดานของเว่ยคุนและโจมตีได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง!!