ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 284 โทษทีนะ ฉันได้ทุนคืนแล้ว
ศึกแห่งศตวรรษของวงการวาไรตี้นี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ชาวเน็ตที่เชียร์ ‘ศิษย์ครู’ ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของ จางอวิ๋นซั่ง จุเหวินจวี๋ เฉินอี่ และ เฉาเยว่
ส่วนชาวเน็ตที่เชียร์ ‘The Voice’ ส่วนใหญ่ก็เป็นแฟนคลับของ จางซีหยาง โจวหานจิ้น หลี่เชียว ฉินเลี่ยน และ ไปตี้ เมื่อมองจากคะแนนสนับสนุน ‘The Voice’ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย
เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็งัดรายชื่อโค้ชที่หรูหราที่สุดในประวัติศาสตร์ออกมา ระดับความดังของโค้ชกับแรงดึงดูดแฟนคลับเลยตัดสินแพ้ชนะกันไม่ได้ แต่ใครใช้ให้ฝั่ง ‘The Voice’ มีไปตี้มาเป็นผู้อำนวยการดนตรีล่ะ?
แต่แล้วไม่นานข้อได้เปรียบนี้ก็ถูกลบออกไปทันที!
สาเหตุหลักคือ จู่ๆ หลินเฟิ่ง ก็ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายแห่ง ประกาศข่าวใหญ่เสียงดังสนั่นว่า ทางเว็บไซต์วิดีโอเสินฮว่าสามารถหาค่าสปอนเซอร์โฆษณาให้กับรายการวาไรตี้ ‘ศิษย์ครู’ ได้มากถึง 150 ล้านแล้ว!
แบรนด์ที่สนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ เหล่านี้ได้แก่ ฉีเลอกั่วจือ, หมากฝรั่งเซวียนมาย, ชานมชุนเชียง และช็อกโกแลตนั่วเหมย แบรนด์เหล่านี้ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของเสินฮว่ากรุ๊ป โดยมี หลินกง เป็นผู้รับผิดชอบหลัก
เขาได้เซ็นสัญญากับหลินเฟิ่งเรียบร้อยแล้ว การปล่อยข่าวออกมาในตอนนี้ก็เพื่อโปรโมต ‘ศิษย์ครู’ ให้ดูดีนั่นเอง!
“พวกเราได้ทุนคืนไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว”
หลินเฟิ่งยิ้มพร้อมกล่าวต่อหน้ากล้องว่า “แบรนด์ธุรกิจใหญ่ๆ ต่างก็มองว่ารายการ ‘ศิษย์ครู’ ที่เราผลิตดีมากค่ะ!”
เว้นครู่หนึ่งหลินเฟิ่งก็เน้นย้ำอีกว่า “นี่ยังเป็นสถิติสูงสุดของรายการวาไรตี้ทั้งหมดในฉินโจวด้วยนะคะ ไม่เคยมีรายการวาไรตี้ไหนที่ทำค่าสปอนเซอร์โฆษณาได้สูงขนาดนี้ก่อนออกอากาศเลย!”
ฮือฮา!
ข่าวออกปุ๊บก็เกิดกระแสร้อนไปทั่วอินเทอร์เน็ต!
‘สมกับเป็น ‘ศิษย์ครู’ จริงๆ! รายการยังไม่ทันฉายก็ได้สปอนเซอร์ไปแล้วตั้งหนึ่งร้อยห้าสิบล้าน แถมยังทำลายสถิติสูงสุดของวงการวาไรตี้ไปเลย!’
‘โอ้! ‘ศิษย์ครู’ โคตรเจ๋ง!’
‘ฉันจำได้ว่า I Am a Singer ตอนก่อนออกอากาศน่าจะได้ค่าสปอนเซอร์ไปราวๆ ห้าสิบล้านใช่ไหม นั่นก็สูงมากแล้วนะ แต่เทียบกับรายการวาไรตี้ใหม่ของเว็บไซต์วิดีโอเสินฮว่าเนี่ย ห่างไกลกันลิบลับเลย!’
‘ค่าสปอนเซอร์ทะลุฟ้า!!’
‘สายตาของพวกนายทุนนะเฉียบคมมาก! แบรนด์ใหญ่ๆ ยังมองว่าดีขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่ได้ทุนคืน แสดงว่ารายการ ‘ศิษย์ครู’ มีมูลค่าการลงทุนมากกว่ารายการแนวเดียวกันของคุนเผิงแน่นอน!’
‘เหอะๆ พวกเธอนี่โง่จริงหรือแกล้งโง่เนี่ย แบรนด์ที่สนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ พวกนี้ก็เห็นๆ อยู่ว่าเป็นแบรนด์ของเสินฮว่าเอง ยังกล้าอวดว่าแบรนด์ใหญ่ๆ แห่กันมาเชียร์เหรอ?’
‘โอ้โห ทำไมเปรี้ยวได้ขนาดนี้เนี่ย! เป็นแฟนคลับ ‘The Voice’ สินะ?’
‘ฉันได้กลิ่นเปรี้ยวทะลุสายเน็ตมาเลย ถ้าไม่พอใจพวกเธอก็หาค่าสปอนเซอร์ให้สูงได้แบบนี้สิ!’
‘นั่นสิ ‘ศิษย์ครู’ ของพวกเราประกาศค่าสปอนเซอร์หนึ่งร้อยห้าสิบล้านแล้ว ‘The Voice’ ของพวกเธอก็ประกาศออกมาให้พวกเราได้ฟังหน่อยว่าพวกเธอหามาได้เท่าไหร่? จะถึงห้าสิบล้านหรือเปล่า?’
แฟนคลับของ ‘ศิษย์ครู’ ตื่นเต้นมาก! รายการ ‘ศิษย์ครู’ แค่สปอนเซอร์ก็ได้เงินเยอะขนาดนี้มันหมายความว่ายังไง? ก็หมายความว่าซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าสี่คนของ ‘ศิษย์ครู’ มีมูลค่าทางการค้าสูงกว่าไง!
แม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะยังไม่รู้ว่า ‘The Voice’ หาค่าสปอนเซอร์ได้เท่าไหร่ แต่ตัวเลขของ ‘ศิษย์ครู’ มันน่าทึ่งเกินไป ทำลายสถิติสูงสุดของวงการเลย! ทุกคนต่างก็คิดว่า ‘The Voice’ ไม่มีทางทำได้แน่นอน!
เจียงเฉิงเห็นข่าว ‘ค่าสปอนเซอร์หนึ่งร้อยห้าสิบล้าน’ ของ ‘ศิษย์ครู’ แล้ว อันที่จริงตอนนี้เจียงเฉิงก็กำลังวุ่นอยู่กับการหาโฆษณาผู้สนับสนุนเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างหลินเฟิ่ง เพราะยังไงหลินเฟิ่งแค่ไปหาหลินกงเรื่องก็จบแล้ว
แต่เจียงเฉิงกลับต้องไปพบกับผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหลายเจ้าติดต่อกัน ผู้บริหารของช็อกโกแลตหลานฝู แสดงความเห็นว่า:
“ในเมื่อเป็นรายการวาไรตี้ที่ท่านอาจารย์จวินหลินให้ความสำคัญมากที่สุด งั้นช็อกโกแลตหลานฝู่ของเราก็ลงเงินห้าสิบล้านเป็นค่าสปอนเซอร์หลักเลยแล้วกัน!”
จากนั้นผู้บริหารของหมากฝรั่งอี้ตาก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า:
“โฆษณาของคุนเผิงช่วยพวกเราไว้มากขนาดนั้น พวกเราก็ไม่อาจอกตัญญูจริงไหมครับ งั้นหมากฝรั่งอี้ตาของเราก็ขอจ่ายห้าสิบล้านด้วยเหมือนกัน”
ต่อมาคือผู้บริหารของชานมเชียงเวยเหมย:
“ฉันเห็นชานมชุนเชียงสนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ แล้ว ในฐานะคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุด ฉันก็ขอจ่ายห้าสิบล้านเพื่อสนับสนุน ‘The Voice’ บ้างแล้วกัน”
สุดท้ายคือเซียนเวยกั่วหยวน:
“พวกเราก็นับว่าเป็นสหายเก่าของคุนเผิงแล้ว ห้าสิบล้านน่าจะพอใช้ไหมครับ ถ้าอยากได้มากกว่านี้พวกเราคงต้องเปิดประชุมแล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที”
สี่แบรนด์ใหญ่ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก! ทั้งหมดเป็นแบรนด์ที่เคยทำโฆษณากับคุนเผิงมาก่อน!
และในขณะเดียวกันสี่แบรนด์นี้ก็บังเอิญเป็นคู่แข่งของสี่แบรนด์ที่สนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ อยู่ด้วย!
แบบไหนที่เรียกว่าศึกแห่งศตวรรษนะ? สิ่งที่เรียกว่า ‘ศึกแห่งศตวรรษ’ ก็คือแม้แต่ผู้สนับสนุนโฆษณาของทั้งสองฝ่ายก็ยังเป็นศัตรูคู่แค้นกันไงล่ะ!
เป็นแบบนี้เองเจียงเฉิงจึงได้กินค่าสปอนเซอร์ไปถึงสองร้อยล้าน!
ถึงเวลานั้นพิธีกรจะต้องพูดให้คล่องหน่อย ต้องย้ำกับผู้ชมไม่หยุดว่ารายการ ‘The Voice’ ของพวกเราออกอากาศโดยได้รับการสนับสนุนร่วมกันจาก ช็อกโกแลตหลานฝู่, หมากฝรั่งอี้ตา, ชานมเชียงเวยเหมย และ เซียนเวยกั่วหยวน!
ต่อจากนี้ก็สามารถประกาศค่าสปอนเซอร์ของพวกเราให้คนนอกรับรู้แล้ว!
วันต่อมา! เจียงเฉิงนำสี่แบรนด์ใหญ่พร้อมทั้งเชิญนักข่าวจากสื่อมากมาย จัดงานลงนามสัญญาโฆษณาผู้สนับสนุนครั้งใหญ่!
ช็อกโกแลตหลานฝู่ ห้าสิบล้าน! หมากฝรั่งอี้ตา ห้าสิบล้าน! ชานมเชียงเวยเหมย ห้าสิบล้าน! เซียนเวยกั่วหยวน ก็ห้าสิบล้าน!
เจียงเฉิงเปิดเผยจำนวนเงินสปอนเซอร์ของผู้สนับสนุนหลักทั้งสี่แบรนด์ทันที เล่นเอานักข่าวจำนวนนับไม่ถ้วนในงานตาพร่าไปหมด! ตัวเลขที่ถูกเปิดเผยในพิธีลงนามสัญญาไม่มีช่องว่างให้โกหกได้เลย แจ้งไปเท่าไหร่ถึงเวลาต้องโดนตรวจสอบภาษีเท่านั้น!
ดังนั้นสองร้อยล้านนี้ก็คือสองร้อยล้านจริงๆ! หลังจากข่าวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนบนโลกออนไลน์ก็อึ้งไปตามๆ กัน ทุกคนตะลึงปากอ้าตาค้าง!
‘เท่าไหร่นะ!?’
‘สปอนเซอร์สองร้อยล้าน!?’
‘โอ้สวรรค์! แพงกว่าค่าสปอนเซอร์โฆษณาของ ‘ศิษย์ครู’ อีก คุนเผิงทำได้ไง พวกเจ้าของแบรนด์นี่บ้าไปแล้วเหรอ ไม่กลัวไม่ได้ทุนคืนกันเลยเหรอ?’
‘คุนเผิงโคตรเจ๋ง!’
‘แฟนคลับ ‘ศิษย์ครู’ หายไปไหนล่ะ? ออกมาพูดหน่อยสิ!’
‘ที่บอกว่าค่าโฆษณาทะลุฟ้าของ ‘ศิษย์ครู’ นั่นน่ะ ยังแพ้รายการใหม่ของคุนเผิงไปตั้งห้าสิบล้านเลยนะ!’
‘นั่นมันช่องว่างห้าสิบล้านเชียวนะ!’
‘พวกเธอเห็นกันไหม? ผู้สนับสนุนหลักสี่แบรนด์ของ ‘The Voice’ ดันเป็นคู่แข่งกับสี่แบรนด์ที่สนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ พอดีเลย ช็อกโกแลตหลานฝู่สู้กับช็อกโกแลตนั่วเหมย ชานมเชียงเวยเหมยสู้กับชานมชุนเชียง หมากฝรั่งอี้ตาสู้กับหมากฝรั่งเซวียนมาย แถมยังมีเซียนเวยกั่วหยวนสู้กับอีเลอกั่วจืออีก รายการสองรายการนี้มันปลายเข็มปะทะปลายข้าวของจริงเลย! ทั้งสองฝ่ายความแค้นพุ่งปรี๊ด!’
‘ฉันยิ่งอยากรู้แล้วว่าใครจะชนะใครจะแพ้!’
‘ใครชนะใครแพ้ไม่รู้หรอก แต่เรื่องค่าสปอนเซอร์เนี่ย ‘The Voice’ ชนะไปแล้ว!’
‘คราวนี้แฟนคลับ ‘ศิษย์ครู’ เงียบไปเลยสินะ บอกให้ ‘The Voice’ ของพวกเราโชว์ค่าสปอนเซอร์เหรอ? โชว์แล้วไง โทษทีนะสูงกว่าพวกเธอเยอะจ้ะ ลบสถิติที่พวกเธอเพิ่งจะสร้างก่อนหน้านี้ไปด้วยเลย!’
สูงกว่าไม่น้อยจริงๆ! ค่าสปอนเซอร์หลักของรายการวาไรตี้โดยปกติห่างกันแค่สิบล้านก็ถือว่าสุดยอดแล้ว นี่ห่างกันตั้งห้าสิบล้านมันเกินไปมาก!
นี่นะเหรอมูลค่าของแบรนด์รายการวาไรตี้คุนเผิง? สูงลิบลิ่ว! สูงกว่าที่ทุกคนคิดไว้มาก!
เมื่อก่อนทุกคนยังคิดอยู่เลยว่า ‘The Voice’ น่าจะหาค่าสปอนเซอร์ได้ถึงหนึ่งร้อยล้านก็ถือว่าเจ๋งแล้ว ยังไงก็มีซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้ามาประจำรายการถึงสี่คน แต่ผลคือได้ไปถึงสองร้อยล้าน!
สถิติที่ ‘ศิษย์ครู’ ข้างเคียงเพิ่งสร้างไว้ถูกคุนเผิงทำลายลงในพริบตา แถมยังทำลายไปได้เยอะขนาดนี้อีก!
ไม่ใช่ว่าหลินเฟิ่งบอกเหรอว่า ‘ศิษย์ครู’ ได้ทุนคืนไปเกือบครึ่งแล้ว?
เจียงเฉิงก็มีเรื่องจะพูดเหมือนกัน “The Voice ของพวกเราได้ทุนคืนเกือบหมดแล้วครับ”
ใช่แล้วรายการยังไม่ทันออกอากาศ ‘The Voice’ ก็ได้ทุนคืนเกือบหมดแล้ว! ทันใดนั้นบรรดาผู้สนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ ก็ไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว จะให้พูดอะไรได้อีก? ถือว่าแกแน่แล้วกัน!
แตไม่อยากพูดก็ต้องพูดอยู่ดี! มีแฟนคลับ ‘ศิษย์ครู’ เยาะเย้ยว่า “ค่าสปอนเซอร์สูงแล้วไงไม่มีความหมายหรอก พวกเราไม่ได้แข่งเรื่องค่าสปอนเซอร์ พวกเราแข่งกันที่คุณภาพรายการ แข่งกันที่กระแสความดัง แข่งกันที่ยอดคลิกต่างหาก!”
เหอะๆ เมื่อก่อนคนที่บอกให้แข่งเรื่องค่าสปอนเซอร์ก็พวกเธอเอง พอตอนนี้เห็นว่าสู้ไม่ได้ คนที่ออกมาบอกว่าค่าสปอนเซอร์ไม่มีความหมายก็ยังเป็นพวกเธออีก
สภาพจิตใจหลินเฟิ่งแทบจะพังครืนลงตรงนั้น! ไม่คาดคิดเลยว่า ‘The Voice’ จะหาค่าสปอนเซอร์ได้ถึงสองร้อยล้าน!
“หลินกง! ฉันบอกให้พี่ให้ฉันสองร้อยล้านพี่ก็ไม่ยอมให้ แต่ให้แค่ร้อยห้าสิบล้าน ตอนนี้ความโดดเด่นถูก ‘The Voice’ ฉกไปหมดแล้วเนี่ย!”
หลินเฟิ่งตบโต๊ะ หลินกงก็จ้องเขม็ง “เธอคิดว่าเงินฉันมันหามาง่ายๆ เหรอ? แค่ให้เธอร้อยห้าสิบล้านฉันก็แบกรวมความเสี่ยงมากพอแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสองร้อยล้านเลย!”
“ฉันไม่สน!”
หลินเฟิ่งกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พี่ต้องเพิ่มเงินลงทุนให้ฉันอีกห้าสิบล้าน!”
“ก็ได้! ฉันให้!”
หลินกงกัดฟันยอม เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ตอนนี้เขากับ ‘ศิษย์ครู’ ของหลินเฟิ่งถูกผูกมัดกันแน่นกว่าเดิมแล้ว เพราะสี่แบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์ให้ ‘The Voice’ ดันเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของสี่แบรนด์ที่เขาดูแลอยู่พอดี!
ศัตรูเจอหน้ากันย่อมตาแดงก่ำเป็นพิเศษ! ตอนนี้หลินกงเองก็ตาแดงก่ำสุดๆ ถ้าตอนออกอากาศ ‘The Voice’ ดังกว่าล่ะ? สี่แบรนด์ภายใต้การดูแลของหลินกงจะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่!
ดังนั้นตอนนี้เขาต้องทุ่มสุดตัวสนับสนุน ‘ศิษย์ครู’ ของหลินเฟิ่ง ขอแค่ ‘ศิษย์ครู’ กดดัน ‘The Voice’ ได้ แบรนด์ต่างๆ ของเขาก็จะเติบโตตามไปด้วย!
“ค่อยยังชั่วหน่อย”
หลินเฟิ่งเค้นเงินอีกห้าสิบล้านจากหลินกงมาได้ก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย “ศึกนี้พวกเราห้ามแพ้เด็ดขาด อนุญาตให้ชนะเท่านั้น”
“ไร้สาระ ฉันลงเงินไปตั้งสองร้อยล้านนะ จะปล่อยให้ไอ้ตัวซวยนั่นยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไม่ได้เด็ดขาด!”
ถ้าเรือ ‘ศิษย์ครู’ ล่ม หลินเฟิ่ง กับ หลินกง ก็หนีไม่พ้น ทั้งคู่ต้องแบกรับความรับผิดชอบมหาศาล ทั้งหมดนั้นไม่เท่ากับปล่อยให้ หลินจือไป๋ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวหรือ? สิ้นปีปู่ก็จะประเมินผลงานแล้ว ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ หลินกงกับหลินเฟิ่งได้ซวยทั้งคู่แน่นอน
“วางใจได้เลย”
หลินเฟิ่งกล่าวอย่างเย็นชาว่า “รอบออดิชันของ ‘The Voice’ นะ เหลือเพชรเม็ดงามไว้ให้พวกเขาไม่กี่คนหรอก คนเก่งๆ ถูกฉันกวาดมาเกือบหมดแล้ว! ดาวเด่นและดาวรุ่งจากวิทยาลัยดนตรีใหญ่ๆ ในฉินโจวเกือบทั้งหมดถูกฉันรวบรวมมาหมดแล้ว!”
“ถ้างั้นก็ใช้จุดนี้แหละทำสงครามโปรโมตของพวกเราให้ดีไปเลย!”
หลินกงกลอกตาคิดแผนออก “ต้องให้คนภายนอกรับรู้ให้ได้ว่าคุณภาพผู้เข้าแข่งขันของเราเหนือกว่า ‘The Voice’ มาก!”
“ได้เลย”
หลินเฟิ่งหรี่ตากล่าว “เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปสืบดูก่อนว่า รายการวาไรตี้ของคุนเผิงนั้นหาผู้เข้าแข่งขันแบบไหนมาบ้าง”