พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 137 ความคิดของฮ่องเต้
บทที่ 137 ความคิดของฮ่องเต้
“เหวินเหอ เจ้าหยุดทำลับลมคมในได้แล้ว รีบบอกนายท่านเร็ว”
ซุนฮิวไม่อยากทำให้เล่าเจี้ยงลำบากใจอีกแล้ว จึงเร่งให้กาเซี่ยงไขปริศนาเร็ว ๆ
“ใจร้อนเสียจริง เช่นนั้นก็ย่อมได้”
กุนซือปีศาจรู้สึกพอใจมากแล้วที่เล่าเจี้ยงสามารถตระหนักเองได้ถึงเพียงนี้ เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบกว่าเท่านั้น
“นายท่าน ท่านมีอำนาจทุกวันนี้ได้ล้วนมาจากเรื่องเล็กน้อยเพียงเรื่องเดียว ข้าเดาว่านายท่านอาจจะไม่ทันคิด”
“หืม? อะไรหรือ เจ้ารีบบอกข้าเร็ว!”
ความอยากรู้อยากเห็นของเล่าเจี้ยงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกคลุมเครือเช่นนี้มันช่างอึดอัดจริง ๆ!
“ติดสินบนขันที…”
“!?”
เล่าเจี้ยงไม่อยากจะเชื่อ พฤติกรรมที่น่าอับอายเช่นนี้หรือคือกุญแจสำคัญ!
“เหวินเหอ เจ้าจริงจังหรือไม่ พูดตามตรง ตอนนั้นข้ากลัวว่าโฮจิ๋นจะตัดเอาความดีความชอบที่ฆ่าโปไฉได้ไป จึงจำใจต้องติดสินบนขันที!”
“หรือเขาเห็นข้าติดสินบนขันที จึงมุ่งเป้ามาที่ข้า?”
“แน่นอนว่าไม่ขอรับ”
ไม่นานกาเซี่ยงก็ขจัดความกังวลของนายท่านไปด้วยสีหน้าจริงจัง
“นายท่าน มันเป็นเพราะในความสำเร็จแรก นายท่านการติดสินบนเตียวเหยียง จึงทำให้ฝ่าบาทโล่งใจขึ้นมา”
“พึงรู้ว่าในฐานะขุนนาง หากยอดเยี่ยมเกินไป หรือมักน้อยเกินไป ก็เท่ากับเป็นผู้ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ยากสำหรับฮ่องเต้”
“นายท่านเคยเปรียบข้ากับกงต๋าเป็นเตียวเหลียงกับเฉินผิง*[1] ก็ต้องรู้ว่าพระเจ้าฮั่นเกาจู่สามารถเป็นฮ่องเต้ได้ คงไม่พ้นสหายร่วมบ้านเกิดเขาเซียวเหอ!”*[2]
เล่าเจี้ยงเห็นด้วยกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เซียวเหอมีความสำคัญต่อพระเจ้าฮั่นเกาจู่ จนถูกแต่งตั้งเป็นอัครมหาเสนาบดี และมีรายชื่อเป็นขุนนางผู้มีคุณูปการอันดับหนึ่ง
ความสำเร็จของเซียวเหอนั้นมีมากมายเกินกว่าจะนับได้ เรื่องที่รู้กันมากที่สุดคือเซียวเหอไล่ตามหาซิ่นใต้แสงจันทร์ ซึ่งนั้นเท่ากับว่ากอบกู้ใต้หล้าให้กับพระเจ้าฮั่นเกาจู่*[3]
“ข้ารู้แล้ว!”
เล่าเจี้ยงตกใจ เขาเข้าใจจุดประสงค์กาเซี่ยงที่เอ่ยถึงเซียวเหอขึ้นมาในทันที
“เซียวเหอทำร้ายตัวเอง”
ทำร้ายตัวเองด้วยการทำตนให้ตกต่ำ ทำร้ายทั้งชื่อเสียงและคุณธรรมของตนเอง
“นายท่านมีความรู้กว้างขวาง ปรีชาสามารถรอบด้านสมกับคำร่ำลือ”
กาเซี่ยงเผยสีหน้าพึงพอใจ
เซียวเหอสร้างคุณูปการให้พระเจ้าฮั่นเกาจู่อย่างมาก แต่เขากลับจำต้องทำลายตัวเองเพื่อรักษาชีวิตไว้ จะเห็นได้ว่าความคิดของฮ่องเต้นั้นยากแท้หยั่งถึง
เมื่ออิงปู้*[4] ก่อกบฏในเวลานั้น พระเจ้าฮั่นเกาจู่ยกทัพออกรบเองอยู่แนวหน้า แต่เซียวเหอกลับอยู่ที่เตียงฮัน ไม่ตามเสด็จมาด้วย ทุกคราที่เขาส่งเสบียงไปสนับสนุนเจ้านายที่แนวหน้า พระเจ้าฮั่นเกาจู่มักจะถามราชทูตที่มากับกองเสบียงเสมอว่า “แล้วสมุหนายกเซียวกำลังทำอันใดอยู่ที่เตียงฮัน?”
ราชทูตยังตอบตามความเป็นจริงว่า เซียวเหอรักประชาชนเสมือนลูก ดูแลประชาชนอยู่ที่เตียงฮัน โดยจัดเตรียมส่งเสบียงอาหารมาถวายแด่พระองค์แทน
หลังจากพระเจ้าฮั่นเกาจู่ได้ยินคำตอบนี้ก็จะนิ่งเงียบเสมอ ไม่มีกล่าวชมหรือไม่พอใจใด ๆ หลังจากราชทูตกลับมาที่เมืองเตียงฮัน ก็นำบทสนทนาที่คุยกับพระเจ้าฮั่นเกาจู่บอกแก่เซียวเหอ แต่เซียวเหอไม่รู้ความคิดของเจ้านายเลย
บังเอิญครั้งหนึ่ง เซียวเหอได้พูดคุยเรื่องนี้กับเหล่าปัญญาชนของตัวเอง เหล่าปัญญาชนต่างตกใจ กล่าวว่า “ท่านสมุหนายก เห็นทีเป็นเช่นนี้ต่อไป ท่านต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรแน่!”
เซียวเหอเองก็ตกใจมาก คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ จึงรีบขอคำแนะนำจากเหล่าปัญญาชน
พวกเขาบอกว่า ‘ในฐานะที่เป็นสมุหนายก เป็นคนที่สร้างคุณูปการอันดับหนึ่ง ไม่มีรางวัลอะไรที่จะได้อีกแล้ว! ตอนนี้ท่านที่เพิ่งเข้าสู่ที่ราบภาคกลางกวนจง ได้รับการสนับสนุนและความรักจากประชาชนที่นี่อย่างล้นหลาม บัดนี้ผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ท่านก็ยังคงทำเพื่อชาวบ้านอย่างเต็มที่ ซึ่งได้ชนะใจผู้คนไปแล้ว! ฝ่าบาททรงถามถึงความเคลื่อนไหวท่านหลายครั้ง ก็เพราะเกรงว่าท่านจะใช้ประโยชน์จากความนิยมนี้ ทำเรื่องชั่วร้ายบางอย่างไม่ใช่หรอกหรือ!’
‘บัดนี้ท่านควรต้องฝืนซื้อที่นาแลบ้านของผู้คนในราคาต่ำ จงใจทำสิ่งชั่วร้าย ทำให้ผู้คนในกวนจงก่นด่าท่าน ชิงชังท่าน สร้างชื่อเสียงที่ไม่ดีให้ฝ่าบาทได้ยินบ้าง! หลังจากที่ฝ่าบาทรู้ว่าท่านไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้คนแล้ว ย่อมรู้สึกวางใจในตัวท่าน!’
แต่เซียวเหอไม่เต็มใจ เขาเป็นขุนนางซื่อสัตย์ตงฉินมาตลอดชีวิต ไม่เคยทำร้ายประชาชนหรือเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเองเลย เขามิอาจยอมรับตัวเองที่กลายเป็นขุนนางทุจริตได้! พวกปัญญาชนยังคร่ำครวญเขาว่ากระจ่างแจ้งในตัวคนอื่น แต่กลับโง่งมกับตัวเอง!
เซียวเหอจะไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ได้อย่างไร ภายใต้การโน้มน้าวของพวกปัญญาชน ในที่สุดเขาก็เริ่มแสร้งฉกฉวยที่นาและบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อขจัดความสงสัยของพระเจ้าฮั่นเกาจู่ ครั้นพระเจ้าฮั่นเกาจู่ที่อยู่แนวหน้าได้ยินข่าวนี้ โดยไม่มีการสอบถามหรือตรวจสอบแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับมีความสุขมาก
ต่อมาเมื่อพระเจ้าฮั่นเกาจู่ได้รับชัยชนะกลับมา ผู้คนต่างปิดถนนคร่ำครวญการกระทำของสมุหนายกเซียวเหอ พระเจ้าฮั่นเกาจู่เพียงแค่ตำหนิเขาเล็กน้อย แต่ไม่มีการลงโทษใด ๆ กลับกันยิ่งเชื่อใจเซียวเหอมากขึ้น
นี่แสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้ผู้อยู่จุดสูงสุด ย่อมมีความปรารถนาที่จะควบคุมอย่างแรงกล้ามาก ไม่ว่าขุนนางจะมีความสามารถแค่ไหน หากมิอาจควบคุมได้ จักต้องมีจุดจบไม่ดีแน่
เซียวเหอหาใช่คนละโมบ ทว่าพระเจ้าฮั่นเกาจู่กลับไม่วางใจเขามาโดยตลอด แคลงใจว่าลูกน้องทำดีขนาดนี้เพราะมีจุดประสงค์อื่นหรือไม่
หลังจากทุจริตแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่โดนลงโทษเท่านั้น กลับกันยิ่งได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจมากขึ้นอีกด้วย!
เล่าเจี้ยงในตอนนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน!
พระเจ้าเลนเต้เองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าแม่ทัพเล่าติดสินบนสิบขันที ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฝ่าบาทเลย
หากเล่าเจี้ยงพอใจในตำแหน่งเล็กจ้อย มักน้อย รู้จักแค่นำทัพออกรบเพื่อบ้านเมืองเท่านั้น แล้วพระเจ้าเลนเต้จะมีวิธีอะไรที่สามารถทำให้เล่าเจี้ยงรับใช้เขาไปตลอดล่ะ?
วันนี้แม่ทัพเล่าสามารถออกรบเพื่อฝ่าบาทได้ บางทีพรุ่งนี้อาจรบเพื่อตระกูลอ้วนได้ เพราะพระองค์ไม่รู้ว่าจุดอ่อนของเล่าเจี้ยงนั้นอยู่ตรงไหน
แต่การที่เล่าเจี้ยงติดสินบนสิบขันที แสดงให้เห็นว่าแม่ทัพหลังนั้นมีความทะเยอทะยานที่จะไต่เต้าอำนาจ ปรารถนาในยศฐาบรรดาศักดิ์
ซึ่งความปรารถนานี้เป็นกุญแจสำคัญที่พระเจ้าเลนเต้จะใช้ควบคุมเล่าเจี้ยง! และมีเพียงพระองค์เท่านั้นที่สามารถมอบให้ได้!
เจ้าอยากเป็นขุนนางมิใช่หรือ? ได้! ขอเพียงเจ้าเชื่อฟังคำสั่งข้า ข้าจะเลื่อนตำแหน่งเลื่อนยศให้เจ้า!
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้เล่าเจี้ยงไม่เคยนึกถึงเรื่องพวกนี้เลย เขาติดสินบนสิบขันทีเพียงเพราะไม่อยากให้คนอื่นเอาคุณงามความดีของเขาไปเท่านั้น!
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ตั้งใจปลูกดอกไม้ ดอกไม้ไม่ออกดอก ปักต้นหลิวโดยไม่ตั้งใจ ต้นหลิวกลับเติบโตกลายเป็นพุ่ม’!*[5]
ทั้งหมดล้วนเกิดจากความปรารถนาส่วนตัวของเล่าเจี้ยง!
ทว่าเจ้าตัวยังคงไม่เข้าใจ ว่ากันตามหลักแล้ว พระเจ้าเลนเต้ควรเชื่อใจเขาสิถึงจะถูก!
“เหวินเหอ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าควรยิ่งสบายใจไม่ทุกข์ร้อนสิ! เหตุใดจึงเกิดหายนะขึ้นมาได้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
กาเซี่ยงใช้มือลูบเครา พลางแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า
“นายท่าน ท่านลองคิดสิว่างช่วงนี้ทำสิ่งใดไปบ้าง!”
“ข้าเพิ่ง…”
เล่าเจี้ยงชะงัก
“เอิ่ม…”
“อ๊ะ!”
“ข้าเพิ่งเปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นมิตรโฮจิ๋น และมีความสัมพันธ์กับตระกูลอ้วน!”
“ข้าเปลี่ยนจากรับใช้ฝ่าบาทผู้เดียว มาเข้าข้างพระญาติ และตระกูลทรงอิทมธิพลด้วย”
“ใช่! ข้าถูกฝ่าบาทเพ่งเล็งแล้ว!”
ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็เข้าใจ… เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว! นี่เองคือแผนการร้ายของตระกูลอ้วน อีกฝ่ายเข้ามาตีสนิทกับเขาเพื่อการนี้นี่เอง ทุกอย่างกระจ่างแล้ว!
“ไม่ใช่แค่เพียงสงสัย นายท่านลองนึกถึงท่าทีของฝ่าบาทในวันที่เว่ยจ้งเต้ามากับเมื่อไม่กี่วันก่อนดูสิ ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่”
มิน่าเล่าพระเจ้าเลนเต้ถึงตีหน้าขรึม และทำตัวแปลก ๆ ในวันนั้น ตัวเองคิดว่าเขากังวลเพราะเรื่องทัพกบฏเสียอีก ที่แท้ไม่ใช่นี่เอง!
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดอยู่ที่เล่าเจี้ยง! ทั้งหมดเป็นเพราะเขาคืนดีกับโฮจิ๋น!
แม่ทัพหลังยิ่งคิดก็ยิ่งตกใจขึ้นเรื่อย ๆ เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
การปรองดองระหว่างเขากับโฮจิ๋นทำให้พระเจ้าเลนเต้ไม่พอใจขนาดนี้ ยิ่งมานึกถึงคำพูดของอ้วนหงุยเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ยิ่งขนลุกซู่
เล่าเจี้ยงรู้สึกราวกับหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นจริง ๆ
เขากลายเป็นฝ่ายศัตรูของพระเจ้าเลนเต้ไปอย่างไม่รู้ตัวเลย!
“แย่แล้ว! ข้าประมาทเกินไป จนตกหลุมพรางของจิ้งจอกเฒ่าอ้วนหงุยเข้าแล้ว!”
*[1] เตียวเหลียง และ เฉินผิง เป็นขุนนางของพระเจ้าฮั่นเกาจู่ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น โดยเตียวเหลียวเป็นกุนซือและผู้วางรากฐานราชวงศ์ ส่วนเฉิน ผิง เป็นอัครมหาเสนาบดี ทั้งสองต่างเป็นที่ปรึกษาของพระเจ้าฮั่นเกาจู เหมือนที่กาเซี่ยงและซุนฮิวเป็นที่ปรึกษาของเล่าเจี้ยง
*[2] เซียวเหอ เป็นสมุหนายกในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตกตอนต้น เขารับใช้จักรพรรดิฮั่นเกาจู่ ปฐมราชวงศ์ฮั่นตั้งแต่ครั้งก่อจลาจลต่อต้านราชวงศ์ฉิน และต่อสู้เคียงข้างฝ่าบาทในสงครามฉู่-ฮั่น เป็นที่จดจำในฐานะหนึ่งในวีรบุรุษทั้งสามแห่งราชวงศ์ฮั่นตอนต้นร่วมกับ หานซิ่น และ เตียวเหลียง
[3] หานซิ่น เป็นขุนศึกที่มีส่วนอย่างมากในการสถาปนาราชวงศ์ฮั่น รับใช้จักรพรรดิฮั่นเกาจู่ในช่วงสงครามฉู่–ฮั่น เป็นแม่ทัพผู้ปราดเปรื่องผู้เลื่องลือกลยุทธ์ และถูกจดจำในฐานะวีรบุรุษทั้งสามแห่งราชวงศ์ฮั่นตอนต้นร่วมกับ เซียวเหอและ เตียวเหลียง โดยสมัยที่เขาเป็นทหารหนีจากฉู่มาสวามิภักดิ์ฮั่น เขาเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่ได้รับความสำคัญใด ๆ จนสิ้นหวังหนีทัพตามทหารคนอื่นไป แต่เซียวเหอเห็นความสามารถของหานซิ่นจึงควบม้ากลางแสงจันทร์ไปตามตัวหานซิ่งกลับมาได้ และแนะนำพระเจ้าฮั่นเกาจูให้แต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพ วีรกรรมของเซียวเหอครั้งนั้นนำความรุ่งโรจน์มาสู่แผ่นดินฮั่นโดยแท้
[4] อิงปู้ เป็นยอดขุนพลในยุคสิ้นราชวงค์ฉิน ร่วมมือกับเล่าปังหรือจักรพรรดิฮั่นเกาจู่ในการสร้างราชวงค์ฮั่น
[5] ตั้งใจปลูกดอกไม้ ดอกไม้ไม่ออกดอก ปักต้นหลิวโดยไม่ตั้งใจ ต้นหลิวเติบโตกลายเป็นพุ่ม 有心栽花花不發,無心插柳柳成蔭 หมายถึง บางครั้งทำสิ่งใดอย่างตั้งใจหวังผลกลับไม่ได้ผลตามคาด แต่บางครั้งทำบางอย่างโดยไม่ตั้งใจไม่หวังผลกลับได้ผลเกินคาด