พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 143 ดำเนินการชี้นำเตียวเหยียง
บทที่ 143 ดำเนินการชี้นำเตียวเหยียง
ขณะที่แม่ทัพหลังเคลือบแคลงใจในการคาดเดาของกุนซืออยู่นั้นเอง นอกประตูก็มีเสียงรายงานดังขึ้น
“รายงานท่านแม่ทัพ คนในวังมา แจ้งว่าอยากขอเข้าพบแม่ทัพหลัง!”
เล่าเจี้ยงเหลือบมองซุนฮิวด้วยความประหลาดใจ
โคตรเทพ!
“ผู้ใดหรือ?”
“เขาออกนามว่าหัวหน้าสิบขันที เตียวเหยียง”
แม่ทัพเล่าตกใจขึ้นมาอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าเตียวเหยียงจะมาด้วยตัวเอง!
นัยน์ตาซุนฮิวมีประกายความเหนือคาดวาบผ่าน ดูเหมือนพระเจ้าเลนเต้จะร้อนพระทัยกว่าที่คิดไว้เสียอีก “นายท่านต้องไปต้อนรับด้วยตัวเอง เตียวเหยียงมาหนนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแน่”
“ได้เลย!”
“ช้าก่อนนายท่าน”
กาเซี่ยงลุกขึ้น เรียกรั้งเจ้านายไว้
“เหวินเหอ มีอะไรหรือ?”
กุนซือปีศาจเผยรอยยิ้มออกมา พลางเดินไปหาเล่าเจี้ยง และกระซิบอะไรบางอย่าง
จวนแม่ทัพหลังมีการเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา หากไม่ได้รับอนุญาตจะเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด เตียวเหยียงจึงทำได้แค่รออยู่ด้านนอก
เล่าเจี้ยงไม่กล้าปล่อยให้เวลาล่าช้า รีบตรงไปหน้าประตูทันที
“ใต้เท้าเตียว ขออภัยจริง ๆ ให้ท่านรอนานแล้ว!”
แม่ทัพหนุ่มเห็นหัวหน้าสิบขันที ก็รีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา ก้าวขาไปพลาง กุมมือขอโทษไปพลาง
เตียวเหยียงรู้สึกดีกับเล่าเจี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มทันที
“แม่ทัพหลังเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าเองก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน”
เล่าเจี้ยงหันไปด้านข้าง และผายมือ
“ใต้เท้าเตียวเดินทางลำบากมาตลอดทาง เชิญเข้าไปพักข้างในก่อน”
“น้ำใจของแม่ทัพหลัง ข้าน้อยรับไว้แล้ว”
เตียวเหยียงขอบคุณด้วยรอยยิ้ม ก่อนกุมมือขึ้นฟ้า
“ฝ่าบาทมีพระบัญชาเรียกตัวเร่งด่วน พวกเราอย่าเสียเวลากันเลยดีกว่า”
“เช่นนั้นก็ดีเช่นกัน ใต้เท้าเตียวเชิญ!”
“แม่ทัพหลังเชิญ!”
ในยุคนี้ไม่มีเกี้ยว ภายในลกเอี๋ยงก็ห้ามขี่ม้า ดังนั้นสองคนจึงทำได้แค่เดินเท้าไปพระราชวัง
เล่าเจี้ยงกับเตียวเหยียงเดินไปด้วยกัน ทั้งสองไม่กล้าเอ้อระเหย จังหวะในการย่ำเท้าจึงรวดเร็วมาก
“ใต้เท้าเตียว นี่น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้มีค่าอะไร”
เขาควักถุงเล็กออกมาจากอก ด้านในเป็นเงินนิดหน่อย
“แม่ทัพหลังเกรงใจเกินไปแล้ว เตียวเหยียงผู้นี้ไร้ผลงานจะรับทรัพย์สินได้เยี่ยงไร”
แม้หัวหน้าสิบขันทีจะปฏิเสธ แต่ก็หาได้สายตาละไปจากถุงเงิน
เล่าเจี้ยงจะไม่รู้การเสแสร้งของเตียวเหยียงได้อย่างไร จึงยัดมันเข้าไปในอกเสื้อ
“เหตุใดใต้เท้าเตียวยังเกรงใจข้าอยู่อีก? ท่านลุกขึ้นมากล่าวเพื่อความเป็นธรรมหลายครั้ง เล่าเจี้ยงจดจำไว้ในใจเสมอ”
ในวงการข้าราชการอันซับซ้อนนี้ แม่ทัพหนุ่มยิ่งชอบคบค้ากับคนถ่อยเช่นเตียวเหยียงมากกว่า
มันง่ายมาก สำหรับคนเช่นนี้ ขอแค่ให้เงินก็เพียงพอแล้ว เมื่อจ่ายส่วยให้ก็ย่อมช่วยงาน
แต่คนอย่างอ้วนหงุยนั้นไม่เหมือนกัน ภายนอกดีกับเรามาก ช่วยเหลือโดยไม่มีสิ่งใดตอบแทน ทว่าความจริงค่อย ๆ ผลักเราลงสู่เหวลึกไปทีละก้าว ๆ
ในใจเตียวเหยียงก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แม้จะอยู่ตำแหน่งใหญ่ แต่มักรู้สึกว่ายิ่งสูงยิ่งเหน็บหนาว
อำนาจของสิบขันทีได้มาอย่างรวดเร็ว และจะหายไปอย่างว่องไว ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่อยากให้พวกเขาตาย ๆ ไปเสียให้สิ้น!
เผื่อเกิดว่าวันหนึ่งสถานการณ์อยู่นอกเหนือการควบคุม ไม่แน่พวกเขาอาจถูกฝ่าบาทเขี่ยทิ้งระบายความขุ่นเคือง
ดังนั้นการปรากฏตัวของเล่าเจี้ยงทำให้เตียวเหยียงรู้สึกสบายใจมาก ไม่เรียกร้องมากมาย อย่างมากก็แค่อยากได้ตำแหน่ง เข้าใจมนุษยสัมพันธ์ของคน และให้รางวัลหนักแก่เขาตั้งแต่เนิ่น ๆ
ส่วนสำคัญที่สุดคือมีทั้งความสามารถ ทั้งพูดจารู้ความ ทั้งมีสายเลือดราชวงศ์ และยังนอบน้อมอย่างมาก คนเช่นนี้จะไปหาได้จากที่ไหนอีก?
เตียวเหยียงย่อมไม่มีทางควักของล้ำค่าออกมาแน่นอน ทว่ายังคงแสร้งทำเป็นมองเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าลำบากใจ
“แม่ทัพหลัง นี่ท่าน… เฮ้อ ข้าจะไม่ละอายใจได้อย่างไรไหว!”
“ใต้เท้าเตียวรังเกียจข้าหรือ?”
เล่าเจี้ยงยังแสร้งทำเป็นมองเตียวเหยียงอย่างขุ่นเคือง ราวกับหากอีกฝ่ายไม่รับจะระเบิดโทสะออกมาก็ไม่ปาน
ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่… เจ้าเข้าใจการเสแสร้งของข้า และข้าเข้าใจเจตนาร้ายของเจ้า
ในใจทั้งสองคนรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรดี ทว่าภายนอกกลับแสดงออกแบบตรงข้าม
“ช่างเถิด ในเมื่อแม่ทัพหลังเมตตา เช่นนั้นข้าไม่ขอปฏิเสธ”
เตียวเหยียงแย้มยิ้มเป็นมิตรออกมา และแตะมือของแม่ทัพหลังไม่หยุด
เล่าเจี้ยงย่อมดีใจที่หัวหน้าสิบขันทีรับของรางวัลไป ก่อนจะแสดงสีหน้าซาบซึ้งใจออกมาทันที
“ได้รับความกรุณาจากใต้เท้าเตียวเช่นนี้ ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก”
เตียวเหยียงยิ่งมองเล่าเจี้ยงก็ยิ่งรู้สึกถูกใจจนอดอุทานไม่ได้ หากขุนนางทั่วทั้งราชสำนักล้วนเป็นคนเช่นนี้ จะเกิดการแก่งแย่งกันได้อย่างไร!
“เฮ้อ!”
เล่าเจี้ยงเห็นว่าสบโอกาส จึงแสร้งทำเป็นโอดครวญอย่างเจ็บปวดใจออกมา
“แม่ทัพหลังเป็นอะไรไปหรือ?”
เมื่อครู่เล่าเจี้ยงยังดี ๆ อยู่เลย ตอนนี้เริ่มทอดถอนใจแล้ว ทำให้เตียวเหยียงงุนงงยิ่งนัก
“ใต้เท้าเตียวไม่รู้อะไร ข้าล่วงเกินแม่ทัพใหญ่กับตระกูลอ้วนไป เกรงว่าไม่นานจะเกิดหายนะขึ้นกับข้า ต่อไปคงมิอาจเป็นกำลังให้ฝ่าบาทด้วยกันกับใต้เท้าเตียวอีกแล้ว”
แม่ทัพหนุ่มเผยสีหน้าหดหู่ ราวกับเสียใจอย่างที่สุด ขอบตาแดงก่ำจาง ๆ
เดิมทีเตียวเหยียงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เล่าเจี้ยงแสดงอย่างทุ่มเทเกินไป ความรู้สึกเจ็บปวดจึงถ่ายทอดไปถึงอีกฝ่ายด้วย
นึกถึงหลายปีมานี้ ตัวเองถูกโฮจิ๋นกลั่นแกล้งมาตลอด และถูกตระกูลอ้วนลอบกัดอย่างลับ ๆ จนก่อเกิดไฟโทสะในใจขึ้นมา
“แม่ทัพหลัง เรื่องนี้ข้าได้ยินมาแล้ว โฮจิ๋นกับอ้วนเสี้ยวนั่นรังแกคนมากเกินไปจริง ๆ!”
เล่าเจี้ยงได้ยินเช่นนี้ ความกังวลพลันคลี่คลายลงทันที
ในเมื่อเตียวเหยียงรู้แล้ว แสดงว่าพระเจ้าเลนเต้ก็ต้องรู้แล้วเช่นกัน!
“ใต้เท้าเตียว วันหน้าหากโฮจิ๋นกลั่นแกล้ง ขอพึ่งใต้เท้าเตียวกล่าวให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย”
เตียวเหยียงตอบตกลงอย่างมีความสุข เขาเองก็ต้องการกำลังภายนอกอย่างเล่าเจี้ยงเช่นกัน
“แม่ทัพหลังโปรดวางใจ มีข้าอยู่ เจ้าคนขายเนื้อนั่นก่อเรื่องอะไรขึ้นมาไม่ได้แน่นอน”
เล่าเจี้ยงกุมมือขอบคุณก่อน จากนั้นแสร้งเข้าไปใกล้ข้างหูอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
“มีเรื่องหนึ่งมิรู้ควรกล่าวหรือไม่…”
“แม่ทัพหลังกล่าวมาได้เลย!”
เล่าเจี้ยงแสร้งทำเป็นลำบากใจสำเร็จจนกระตุ้นให้เตียวเหยียงอยากรู้ได้สำเร็จ
ทั้งยังมองซ้ายแลขวา ครั้นเห็นไร้ผู้คน ก็เข้าไปใกล้หูอีกฝ่าย
“ใต้เท้าเตียว โฮจิ๋นคิดอยากจะกำจัดขันทีมาตลอด ไม่ทราบว่าใต้เท้ารู้หรือไม่!”
เตียวเหยียงได้ยินคำพูดนี้ ก็เผยสีหน้าเคร่งขรึมทันใด ไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะบอกออกมาโต้ง ๆ เช่นนี้
ตรงไปตรงมามาก จนเตียวเหยียงก็รู้สึกว่ามันชัดเจนเกินไป!
เห็นเตียวเหยียงพยักหน้าเล็กน้อย เล่าเจี้ยงก็เข้าไปใกล้อีกนิด
“แล้วใต้เท้าเตียวรู้หรือไม่ ใครปลุกปั่นโฮจิ๋นมาตลอด?”
หัวหน้าสิบขันทีส่ายหน้าอย่างมีความสุข เรื่องนี้เขาไม่รู้จริง ๆ และก็ใคร่จะรู้นัก
ทุกคราที่โฮจิ๋นแอบคุยลับ ๆ คนข้างกายล้วนเป็นคนที่ไว้วางใจได้ เตียวเหยียงไม่มีทางสืบหาข้อมูลจริงได้เลย
“ใต้เท้าเตียวต๋งผู้นั้นถูกฮองฮูสงกล่าวหา ใต้เท้าเหยียงไม่คิดว่ามันแปลกหรือ? เมืองเงียบกุ๋นใหญ่เพียงนี้ เหตุใดฮองฮูสงต้องมุ่งไปที่บ้านของใต้เท้าเตียวต๋งด้วย?”
ครั้นเห็นเตียวเหยียงไม่รู้ เล่าเจี้ยงก็วางใจ
เตียวเหยียงถูกถามเช่นนี้ ก็รู้สึกเหมือนเจอทางสว่างทันใด
นั่นสิ! ตัวเองไม่เคยคิดเลยว่าเหตุใดฮองฮูสงถึงมุ่งเป้าไปทางเตียวต๋ง
และไม่เคยคิดเลยว่าเหตุใดแม่ทัพฮองถึงมากล่าวหาลูกน้องตัวเอง
ราวกับเรื่องที่ฮองฮูสงกล่าวหาเตียวต๋งเป็นเรื่องที่ถูกจังหวะ และดูปกติเป็นพิเศษ
ทุกคนต่างถูกบังคับให้เชื่อและยอมรับในสิ่งที่ได้ยินได้เห็น คิดว่าฮองฮูสงกำลังสร้างปัญหา
สิบขันที และแม้แต่คนมากมายไม่เคยคิดเลยว่า ฮองฮูสงยังมีคนอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่!
แล้วเป็นใครกันแน่?
สีหน้าเตียวเหยียงยิ่งขรึมลงเรื่อย ๆ เหงื่อเย็นด้านหลังยิ่งผุดออกมามาก
“แม่ทัพหลัง เราหาใช่คนอื่นคนไกลกัน หากเจ้ารู้อะไร โปรดบอกข้ามาตามตรง”
เตียวเหยียงติดกับแล้ว!
เล่าเจี้ยงรู้สึกเบิกบานดุจดอกไม้บานสะพรั่ง เขาเลื่อมใสนับถือกาเซี่ยงอย่างมาก