พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 153 กาเซี่ยงจู่โจมจิตวิญญาณโดยตรง
บทที่ 153 กาเซี่ยงจู่โจมจิตวิญญาณโดยตรง
หลังจากกาเซี่ยงกับซุนฮิวจากไป เล่าเจี้ยงก็นั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องคนเดียว
แม่ทัพหนุ่มจะไม่เข้าใจความหมายซุนฮิวได้อย่างไร เพียงแค่แสร้งทำเป็นโง่เขลาเท่านั้น โชคดีที่กาเซี่ยงหยุดซุนฮิวไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่รู้ว่าจะจบมันอย่างไร
หากถามว่าชอบองค์หญิงว่านเหนียนหรือไม่ ก็ต้องชอบอยู่แล้ว
รูปลักษณ์อย่างกับดารา ใครจะไม่ชอบบ้าง? ผู้ชายคนไหนก็ชอบ
หากถามว่าเล่าเจี้ยงอยากได้องค์หญิงว่านเหนียนหรือไม่… เขาไม่มีความปรารถนาอันแรงกล้าเช่นนั้น ในใต้หล้ามีคนงามมากมาย เห็นคนหนึ่งก็ตกหลุมรักคนหนึ่งหรือ?
ในฐานะนักท่องเวลาแห่งศตวรรษที่ 21 เขาไม่มีความปรารถนาที่จะมีบ้านเล็กบ้านน้อย ทั้งยังสนใจความรู้สึกภรรยาที่สุด!
แต่หากถามว่าเสียใจภายหลังหรือไม่ ก็ย่อมมีลังเลแน่นอน
เล่าเจี้ยงคาดไม่ถึงเลยว่าองค์หญิงว่านเหนียนจะได้รับความสำคัญจากพระเจ้าเลนเต้มากเช่นนี้ บางทีหากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงว่านเหนียน อาจจะได้รับป้ายทองละเว้นความตายก็เป็นได้
ครั้งนี้ซุนฮิวไม่เพียงแต่นำข่าวเรื่องโสมมาให้เขา แต่ยังนำตัวตนและสถานะขององค์หญิงมาให้เขาด้วย
โสมที่สืบทอดมาจากพระเจ้าฮั่นเกาจู่ ถูกพระเจ้าเลนเต้มองเป็นเครื่องรางแทนชะตากรรมบ้านเมือง แต่ไม่คิดเลยว่าจะมอบมันให้กับธิดาที่ตนรัก
เมื่อคิดเช่นนี้ เล่าเจี้ยงยิ้มเยาะตัวเอง สุดท้ายเขาก็ยังใช้อารมณ์ตัดสินใจ
หากเปลี่ยนเป็นโจโฉหรือเล่าปี่ เกรงว่าคงผลักไสซัวเอี๋ยมออกไปทันที!
แม้แม่ทัพหลังได้ปฏิเสธการแต่งงานที่พระเจ้าเลนเต้พระราชทานไปแล้ว หากจะให้บากหน้าไปขอแต่งลูกสาวเขาอีกครั้ง ก็ไม่ลำบากใจแน่นอน ด้วยสามารถทิ้งเกียรติยศศักดิ์ศรีไปได้!
เล่าเจี้ยงเองก็ไม่กลัวว่าซัวเอี๋ยมจะไม่เห็นด้วยกับเขาที่จะแต่งงานกับคนอื่น ถึงอย่างไรสถานะของสตรีในยุคนี้ก็ต่ำต้อย การมีภรรยาสี่ตำแหน่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
สิ่งที่สร้างปัญหาให้มากที่สุดคือตำแหน่งภรรยาเอกของเขา
หากแต่งกับองค์หญิงว่านเหนียนเล่าอวิ๋นก็ไม่จำเป็นต้องคิด ตำแหน่งภรรยาเอกต้องเป็นนางแน่นอน
ถ้าให้องค์หญิงเป็นอนุภรรยา แล้วจะเอาเกียรติของราชวงศ์ไปไว้ไหน?
ลองคิดว่าแม่ทัพหลังกล้าขอพระเจ้าเลนเต้ให้แต่งองค์หญิงว่านเหนียนมาเป็นอนุภรรยาของตนดูสิ ไม่แน่ฝ่าบาทอาจกริ้วและตัดหัวเขาทันทีก็เป็นได้
แล้วซัวเอี๋ยมล่ะ? ซัวเอี๋ยมเป็นลูกสาวของ ซัวหยง ปราชญ์อาวุโสแห่งแผ่นดิน กุลสตรีที่มาจากตระกูลใหญ่มีฐานะ และยังรักกับเขามาตั้งแต่เด็ก จิตใจและวิสัยทัศน์ของนางย่อมดีกว่าผู้หญิงธรรมดาทั่วไปมาก
เล่าเจี้ยงหลงรักนางอย่างหมดจิตหมดใจ ซึ่งเป็นความรักที่ไม่มีวันลืมเลือน ไม่ว่าอยู่ท่ามกลางสมรภูมิใดก็ตาม
เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำตัวเองพูดคำหวานไปเท่าไร สาบานไปกี่หน และบอกว่าจะรักเพียงคนเดียวไปกี่ครั้ง
ตอนนี้จะให้ไปบอกซัวเอี๋ยมว่าตนจะแต่งงานกับองค์หญิง ส่วนซัวเอี๋ยมเป็นได้เพียงอนุภรรยาเขางั้นรึ
เมื่อนึกถึงตรงนี้แม่ทัพหนุ่มอดหัวเราะเยาะไม่ได้ น่าขันสิ้นดี! นี่ต้องผู้ชายหน้าด้านขนาดไหนถึงพูดเช่นนี้ออกมาได้!
“นายท่าน? ท่านอยู่ข้างในหรือไม่?”
ในระหว่างที่เล่าเจี้ยงตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เสียงของกาเซี่ยงก็ดังมาจากด้านนอก
“โอ้ เหวินเหอ เข้ามาได้”
“คารวะนายท่าน”
กาเซี่ยงผลักเปิดประตูเข้ามา ก่อนกุมมือคำนับ
“เหวินเหอ เชิญนั่ง”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า ไม่คิดเลยว่ากุนซือที่จากไปแล้วจะย้อนกลับมา
“ความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่ในวาจาของกงต๋า …เกรงว่านายท่านคงเข้าใจแล้ว คงกำลังลำบากใจว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรอยู่ใช่หรือไม่?”
กาเซี่ยงไม่พูดไร้สาระ ตรงเข้าประเด็นทันที
“ใช่ เหวินเหอก็คือเหวินเหอจริง ๆ แค่มองแวบเดียวก็เข้าใจความคิดข้าแล้ว”
เมื่อเทียบกับซุนฮิวผู้รอบรู้แต่ซื่อแล้ว เล่าเจี้ยงชอบคบหากับกาเซี่ยงมากกว่า ผู้ชายคนนี้ฉลาดเกินไป จนบางครั้งแค่เขาถอนหายใจออกมา อีกฝ่ายก็สามารถเข้าใจความกลัดกลุ้มของผู้เป็นนายได้แล้ว
กุนซือปีศาจเองก็ไม่ได้ลำพองใจเพราะคำชม แต่กลับกุมมือคำนับแม่ทัพหลัง
“นายท่าน โปรดยกโทษให้ข้าน้อยไร้มารยาทด้วย ท่านไม่เด็ดขาดเช่นนี้ ดูไม่เหมือนท่าทางของแม่ทัพอัจฉริยะมีแผนการล้ำลึกเลย”
“เหวินเหอ เจ้าคือคนรู้ใจข้า หากมีสิ่งใดก็พูดมาตรง ๆ ได้เลย”
เล่าเจี้ยงกระวนกระวายใจ เขาเองก็อยากฟังความคิดเห็นหรือแม้กระทั่งคำวิจารณ์ของกาเซี่ยง
“นายท่านทราบหรือไม่ว่าสตรีเหมือนอาภรณ์ จะตัดใจทิ้งไปไม่ได้เชียวหรือ? บุรุษควรให้ความสำคัญกับการใหญ่เป็นอันดับแรก จะลุ่มหลงอยู่ในห้วงรักอย่างคนรุ่นเยาว์ได้อย่างไร ตั้งแต่โบราณมาถึงตอนนี้ มีงานใหญ่กี่มากน้อยแล้วที่ล้มเหลวเพราะนารีเป็นเหตุ”
แม่ทัพหลังไม่ตอบ เพียงใช้มือกุมหน้าผากแล้วถอนหายใจอย่างต่อเนื่อง
“นายท่านรู้จักเรื่อง ‘เทียนดับตัดพู่’ หรือไม่? ถังเจี่ยวลวนลามนางสนมของพระเจ้าฉู่จวงหวัง พระเจ้าฉู่จวงหวังเป็นคนใจกว้างไว้หน้าแก่ถังเจี่ยว ถึงได้มีผลงานเอาชนะกองทัพจินได้ในเวลาต่อมา”
“วันนี้ข้าไม่ได้ขอให้นายท่านทิ้งซัวเอี๋ยม เพียงแค่อยากให้แต่งเป็นอนุภรรยา หากวันหนึ่งฝ่าบาทถามหาซัวเอี๋ยม นายท่านจะทำอย่างไร? จะยกทัพก่อกบฏหรือ?”
คำพูดของกาเซี่ยงชวนตกตะลึง เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาดุร้ายของกุนซือปีศาจ เล่าเจี้ยงก็รู้สึกกังวลขึ้นมา
“ไม่ว่าจะเป็นซัวเอี๋ยมก็ดี องค์หญิงว่านเหนียนก็ช่าง พวกนางก็เป็นเพียงสตรีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้น นายท่านจะลืมปณิธานของตัวเองไม่ได้!”
แววตาของเล่าเจี้ยงดูสับสนเล็กน้อย เขามองไปที่กุนซืออย่างเหม่อลอย
“ปณิธานของข้า…”
“นายท่าน ตอนนี้ท่านไม่สามารถบอกซัวเอี๋ยมได้ เป็นเพราะไม่รู้สึกถึงวิกฤตเท่านั้น! หากตอนนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยศัตรูจากทุกทิศทุกทาง และต้องพึ่งฐานะราชบุตรเขย ท่านยังจะลังเลอยู่หรือไม่?”
คำพูดของกาเซี่ยงเปรียบเสมือนคมมีดที่คมกริบก็ไม่ปาน กรีดแทงอยู่ภายในหัวใจของผู้ฟังไปทีละชั้น ๆ
สบายใจเพราะไม่รู้สึกถึงวิกฤต! คำพูดเหล่านี้ดังก้องอยู่ในหัวนักท่องเวลา
กาเซี่ยงไม่ให้เวลาเล่าเจี้ยงได้พิจารณา กลับยังคงถามต่อ
“นายท่าน ท่านคิดว่าตอนนี้ได้รับความไว้วางใจอย่างสมบูรณ์จากพระเจ้าเลนเต้แล้วหรือ ข้าขอบอกท่านเลยว่าไม่ใช่! โดยเฉพาะหลังจากที่เราเดินทางไปซีเป่ยแล้ว ท่านคิดว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงไว้วางใจพวกเรามาตลอดงั้นรึ”
“องค์หญิงว่านเหนียนเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่มอบให้ มีค่ามากกว่าอาณาเขตอย่างมาก! หากกล่าวให้สวยหรูหน่อย คือหากไม่รับพรจากโอรสสวรรค์ ท่านจะต้องทนทุกข์ทรมานจากมัน!”
“เหมือนขุนศึกอย่างฮองตง หากแสดงความเมตตาต่อเขาอีกครั้ง เขาจะตอบแทนอย่างพลีกายถวายชีวิต วันหน้าหากยึดเอาแคว้นเอ๊กจิ๋วได้ ท่านก็จะไม่แต่งงานหรือ? ยึดดินแดนซานฟู่แคว้นเลียงจิ๋วได้ ท่านก็จะไม่แต่งงานหรือ?”
“นายท่าน! แค่ซัวเอี๋ยมคนเดียว และแค่เปลี่ยนสถานะเพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาล จะไม่มีลังเลเลยหรือ?”
กาเซี่ยงเป็นคนใช้ทั้งเหตุผลและความรู้สึก ทั้งยังอธิบายข้อดีข้อเสียทั้งหมดออกมาได้ แล้วเล่าเจี้ยงจะไม่เริ่มมั่นใจอย่างไรไหว ทว่าก็ยังคงมีท่าทางลังเลเช่นเดิม
เล่าเจี้ยงในตอนนี้กำลังจมสู่ความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง ภายในใจของเขากำลังต่อสู้กันอยู่
นักท่องเวลาจะไม่เข้าใจสิ่งที่กาเซี่ยงพูดได้อย่างไร แต่ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังไม่กล้าไปเผชิญหน้ากับซัวเอี๋ยมเลย
แม่ทัพหลังกำลังกลัว …กลัวการสูญเสีย เขากลัวว่าเมื่อพูดคำเหล่านี้ออกไป จะสูญเสียสตรีผู้หนึ่งไปตลอดกาล
“นายท่าน ท่านกลัวการสูญเสียใช่หรือไม่?”
สายตาของกาเซี่ยงนั้นเฉียบคมมาก มองทะลุปรุโปร่งเข้าไปในใจของนายท่านได้
เล่าเจี้ยงกระสับกระส่าย ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย เขากังวลถึงกับไม่กล้าสบตากุนซือตนเอง
กาเซี่ยงต้องผิดหวังในตัวข้ามากแน่เลย…
แม่ทัพหลังอดอุทานในใจไม่ได้ แม้แต่เขาก็ยังรังเกียจความโลเลของตัวเองเช่นกัน
ความจริงกาเซี่ยงหาได้คิดเช่นนั้นไม่ ยังคงเชื่อมั่นว่านายท่านจะหยัดยืนขึ้นมาได้
“นายท่าน ความกลัวไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทุกคนล้วนมีความหวาดกลัว สิ่งที่น่าละอายที่สุดคือการทำสิ่งใดไม่ได้เมื่อเผชิญกับมัน และสิ่งที่น่าผิดหวังคือไม่ทำอะไรเลยนอกจากหลบหนี”
“วันนี้นายท่านกลัวสูญเสียซัวเอี๋ยมและพลาดโอกาสแต่งงานกับองค์หญิงไป ก่อให้เกิดความห่างเหินจากฝ่าบาท พรุ่งนี้อาจยอมละทิ้งแว้นแคว้นเพียงเพราะกลัวสูญเสียซัวเอี๋ยมไปอีกใช่หรือไม่?”
“หวาดกลัวครั้งหรือสองครั้งอาจยอมรับของที่สูญเสียไปได้ ทว่าพอนานวันเข้าเล่า จะต้องเกิดสถานการณ์ที่เราไม่สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้แน่!”
“หากหมดสิ้นเรี่ยวแรงเคลื่อนไหว และหมดหนทางให้เดินต่อไปแล้วไซร้ นายท่านจะเอาอะไรไปปกป้องคนที่ตนรัก?”