พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 161 เอี๋ยมเอ๋อร์ อย่าเพิ่งไป!
บทที่ 161 เอี๋ยมเอ๋อร์ อย่าเพิ่งไป!
เล่าเจี้ยงเสียใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่ จะชมเล่าอวิ๋นขึ้นมาเพื่อ!?
ช่างโง่เขลาซะจริง โง่เขลาเกินไปแล้ว!
“หลิงเอ๋อร์ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าหมายถึง…”
นอกจากซัวหลิงจะไม่ฟังคำอธิบายแล้ว ยังพูดแทรกออกมาอีก
“ข้าไม่ฟัง ข้าไม่ฟัง! ท่านตกหลุมรักองค์หญิงไปแล้ว เจ้าคนหลายใจ!”
เล่าเจี้ยงมึนงงจริง ๆ ไยนางเถียงคำไม่ตกฟากเช่นนี้ ยากจะรับมือยิ่งนัก
“เปล่า ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริง ๆ”
ซัวหลิงยกสองมือปิดหู พลางย่ำเท้าอยู่กับที่ไม่หยุด
“ข้าไม่สน! ท่านจะมองดูองค์หญิงกลั่นแกล้งพี่หญิงข้า”
เล่าเจี้ยงหอบหายใจไม่หยุด รู้สึกราวกับได้เผชิญหน้าทหารแกร่ง
เป็นตายร้ายดีอย่างไรซัวหลิงก็งอแงใส่เขา ตัวเองเป็นถึงแม่ทัพหลัง กลับไม่มีวิธีจัดการยัยเด็กคนนี้เลย!
“งั้นเจ้าว่ามาสิว่าทำอย่างไรเจ้าถึงจะเชื่อข้า! เจ้าบอกวิธีมาได้หรือไม่ ข้าจะทำให้ทุกอย่าง!”
เมื่อได้ยินเล่าเจี้ยงพูดเช่นนี้ ซัวหลิงก็หยุดโวยวาย พลางมองมาด้วยสีหน้าลำพองใจ
“ท่านกล่าวเช่นนี้ ก็นับว่ายังมีความจริงใจอยู่บ้าง…”
เล่าเจี้ยงมองซัวหลิงอย่างหมดคำพูด ไม่รู้จริง ๆ ว่าไม่กี่ปีมานี้ซัวหยงสอนอะไรลูกสาวตัวเองไปบ้าง
“ได้ เจ้าว่ามาเลย ข้าจะทำให้ด้วยความจริงใจแน่นอน!”
ซัวหลิงยิ้มหน้าระรื่น และกะพริบดวงตากลมโตไม่หยุด “งั้นเอาอย่างนี้ละกัน ท่านก็แต่งงานกับข้าไปด้วยเลย! หากองค์หญิงกล้ารังแกพี่สาวข้า ข้ากับพี่สาวจะจัดการนางด้วยกัน”
เล่าเจี้ยงได้ยินคำขอนี้ก็นิ่งอึ้งไป ลูกตาแทบจะเบิกถลนออกมา
ยังมีเรื่องดี ๆ เช่นนี้อยู่อีกหรือ สู่ขอพี่สาวแถมน้องสาว?
“…”
เล่าเจี้ยงสำรวจซัวหลิงอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง สาวน้อยคนนี้หน้าตาสะสวย เมื่อโตขึ้นจะต้องเป็นสาวงามแน่นอน
แต่งซัวหลิงไปด้วยเลย… ใช่ว่าจะไม่ได้?
เล่าเจี้ยงนึกถึงชีวิตแสนสุขหลังจากนี้ และอยากตกปากรับคำจริง ๆ
แต่หากตนแต่งกับซัวหลิง ประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไปมหันต์ เอียวฮุยอวี๋กับเอียวเก๋าที่ต้องมาเกิดเป็นลูกนางกับสามีก็จะไม่มีอยู่แล้ว!
ต่อให้นักท่องเวลาไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แต่เขาจะกล้าพยักหน้าตอบรับได้อย่างไร
เรื่องแต่งงานกับองค์หญิงยังไม่รู้ว่าซัวเอี๋ยมจะเห็นด้วยไหม หากยังให้นางรู้ว่าเขาคิดอะไรกับน้องสาวนางอีก จะไม่เป็นราดน้ำมันในบนกองไฟ รนหาที่ตายหรอกหรือ
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าหยุดเล่นได้แล้ว! เจ้าเพิ่งอายุเท่าไรเอง วันหน้าพี่จะหาคนดี ๆ ให้เจ้า”
เล่าเจี้ยงได้แค่ปฏิเสธซัวหลิงตามจิตใต้สำนึก ช่วยไม่ได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อซัวเอี๋ยม
เมื่อได้ยินพี่เขยปฏิเสธข้อเสนอตัวเอง ซัวหลิงก็เริ่มโวยวายขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ได้! ข้าไม่วางใจ! หากเกิดพี่สาวข้าถูกคนรังแกเข้า แม้แต่คนช่วยก็ไม่มีไม่ใช่หรือ!”
“ไม่ได้ ไม่ได้! อย่างไรก็ไม่ได้!”
เล่าเจี้ยงทำได้เพียงยืนดูซัวหลิงโวยวายอยู่ข้าง ๆ ในใจหยุดยิ้มไม่ได้
โวยวายไปเถอะ เก่งนักก็โวยวายให้พี่สาวเจ้าออกมาเห็นด้วยสิ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว
ตามคาด ซัวเอี๋ยมทนดูต่อไปไม่ไหวจึงเปิดประตูห้องจากข้างใน
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าโวยวายพอหรือยัง!”
เล่าเจี้ยงรีบมองไปยังซัวเอี๋ยมด้วยท่าทีไร้เดียงสา ราวกับกำลังบอกว่า เอี๋ยมเอ๋อร์เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า! เป็นน้องสาวเจ้าที่อยากแต่ง!
ซัวเอี๋ยมเพียงมองเล่าเจี้ยงแบบผ่าน ๆ ก่อนหยุดสายตาอยู่ที่น้องสาวตัวเอง
“พี่หญิง!”
มองออกว่าซัวหลิงกลัวพี่สาวมาก ก่อนเริ่มแสดงท่าทีออดอ้อนทันที
แต่เห็นได้ว่าซัวเอี๋ยมไม่หลงกล นางไม่พูดอะไร เอาแต่จ้องซัวหลิงอยู่อย่างนั้นด้วยสีหน้าโกรธกริ้ว
“เอ่อ… ข้ารู้สึกหิวนิดหน่อย ขอตัวก่อน!”
ยัยเด็กไหวพริบดีซัวหลิงจะไม่รู้ว่าพี่สาวโมโหได้อย่างไร นางจึงรีบหาข้ออ้างหนีไปแล้วทิ้งเล่าเจี้ยงยืนอึดอัดอยู่ตรงนั้น
ซัวเอี๋ยมเห็นเล่าเจี้ยงเอาแต่ยืนเป็นเสาอยู่ตรงนั้น ไม่พูดไม่จา จึงเดินกลับเข้าห้องทันที
“เอี๋ยมเอ๋อร์!”
เล่าเจี้ยงตะโกนเรียก ซัวเอี๋ยมแค่ชะงักไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้หยุด ยังคงเดินเข้าไปในห้องต่อไป
“เอี๋ยมเอ๋อร์ อย่าเพิ่งไป!”
เล่าเจี้ยงรีบวิ่งไปข้างหน้า ดึงมือเรียวงามของซัวเอี๋ยมเอาไว้
“ท่าน… ปล่อยข้า…”
คาดว่าน่าจะถูกเล่าเจี้ยงบีบจนเจ็บ นางจึงมีสีหน้าเหยเกขึ้นมา
ซัวเอี๋ยมดิ้นไม่หยุด ทว่ายิ่งดิ้น เล่าเจี้ยงยิ่งใช้แรงมากขึ้น ไม่สังเกตเห็นความเจ็บปวดของนางแม้แต่น้อย
“ท่าน… ทำข้าเจ็บแล้วนะ!”
“อ๊ะ!”
เล่าเจี้ยงได้สติกลับมาแล้วปล่อยมือทันที แต่ซัวเอี๋ยมยังคงดิ้นถอยอยู่ เมื่อไม่มีแรงดึงของเล่าเจี้ยงแล้ว ร่างระหงก็เสียความสมดุลทันที
“เอี๋ยมเอ๋อร์!”
เล่าเจี้ยงตาเร็วมือไว ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วดึงนางที่กำลังจะล้มเข้ามาในอ้อมแขนทันที
ซัวเอี๋ยมกอดคอเล่าเจี้ยงด้วยความกลัว บรรยากาศอบอุ่นขึ้นเมื่อทั้งสองสบตากัน ใบหน้าห่างกันเพียงแค่ชุ่นเดียวเท่านั้น
เล่าเจี้ยงจะปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้หลุดไปได้อย่างไร เขาก้มลงจูบริมฝีปากของนางทันที
“อื้อ…”
ซัวเอี๋ยมจะยอมให้เขาเอาเปรียบได้อย่างไร นางดิ้นรนสุดฤทธิ์ ทั้งทุบตี อยากดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอด
น่าเสียดายแรงนางหรือจะสู้แรงของเล่าเจี้ยงได้? แม้ด้านหลังจะมีซัวเอี๋ยมเพิ่มมาอีกคนช่วยผลัก ก็ไม่มีทางทำให้เขาขยับ
อย่าว่าถึงซัวเอี๋ยมผลักอยู่ในอ้อมกอดเขาเลย ต่อให้เตียนอุยอยู่ด้านหลังช่วยดันนางอีกแรง ตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะผลักเล่าเจี้ยงออกได้
โอกาสดีขนาดนี้! ในฐานะนักท่องเวลา จะไม่รู้แจ้งการเอาใจผู้ใหญ่ได้อย่างไร? ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสตรีไร้เดียงสาในยุคนี้เลย!
แม้เล่าเจี้ยงไม่เคยคบกับใคร แต่แม้จะไม่เคยกินเนื้อหมู แต่จะไม่เคยเห็นหมูวิ่งเชียวหรือ*[1]
เล่าเจี้ยงไม่คิดฟุ้งซ่าน เอาแต่จุมพิตจนซัวเอี๋ยมหายโกรธ จูบจนนางเกิดอารมณ์ร่วมด้วย
ไม่นานก็เป็นไปตามคาด ซัวเอี๋ยมล้มเลิกการขัดขืน สุดท้ายก็ค่อยๆ เริ่มให้ความร่วมมือ
เล่าเจี้ยงก็เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นปล่อยใจไปตามอารมณ์ และเริ่มมีความกล้าขึ้นมา
ลำคอตัวเองถูกนางคล้องไว้ ซ้ำยังสัมผัสได้ถึงการตอบสนอง มือของเล่าเจี้ยงก็เริ่มซุกซนไปทั่ว
เมื่อมือของเล่าเจี้ยงลูบขึ้นสูง เห็นได้ชัดว่าซัวเอี๋ยมตัวสั่นเทา ก่อนจะกัดเข้าที่ปากของเขาอย่างแรง
“โอ๊ย! เจ็บ! เจ็บ ๆ”
ทั้งคู่แยกออกจากกันแล้ว ซัวเอี๋ยมไม่ได้พูดอะไร เอาแต่มองเล่าเจี้ยงอย่างเขินอายระคนขุ่นเคือง
“เอ่อ… ข้า…”
“ความจริงข้า…”
เล่าเจี้ยงรู้สึกผิด เริ่มพูดอึกอักขึ้นมา
แต่กลับได้ยินเพียงเสียงหลุดขำอย่างน่าประหลาด ซัวเอี๋ยมขบขันขึ้นมา… เป็นเสียงหัวเราะที่มีความสุขยิ่ง
เขายังคงงุนงงกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของนาง ไม่คิดเลยว่าซัวเอี๋ยมจะคล้องคอเขา และโน้มตัวเข้าไปจูบอย่างหนักหน่วง
อะไรกัน! ข้าถูกบังคับจูบหรือ
เล่าเจี้ยงเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความเหลือเชื่อ
ตีเขาให้ตายก็คาดไม่ถึงว่าธิดาปราชญ์อาวุโสจะทำเรื่องแบบนี้ได้!
ในเวลาอันรวดเร็ว เล่าเจี้ยงก็เริ่มมีอารมณ์ตามเพราะความเร่าร้อนของซัวเอี๋ยม
มีโอกาสเอาเปรียบ ใครบ้างจะไม่เอา มือเขาก็เริ่มขยับไปทั่ว
[1] แม้จะไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง หมายถึง เราอาจจะไม่เคยประสบสิ่งนั้นมาด้วยตัวเอง แต่เคยได้ยินหรือได้เห็นมาก่อน อย่างไรก็ต้องรู้มาบ้าง