พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 163 การมาถึงของเว่ยจี้
บทที่ 163 การมาถึงของเว่ยจี้
น่าเสียดายที่เล่าเจี้ยงมีความคิดเลวทรามนั้น แต่ไม่มีความกล้าพอจะลงมือทำ เขาจะกล้าตอบตกลงได้อย่างไร
แม่ทัพหลังใช้หางตาเหลือบมองซัวเอี๋ยมครู่หนึ่ง ภาพที่เห็นชวนงุนงงเป็นอย่างมาก
ซัวเอี๋ยมมองพวกเขาทั้งสองอย่างยิ้ม ๆ อยู่อย่างนั้น ราวกับว่าดูละครอยู่ข้าง ๆ
หรือเอี๋ยมเอ๋อร์ก็มีความคิดนี้เหมือนกัน?
เล่าเจี้ยงกลืนน้ำลายอึกหนึ่งอย่างลืมตัว
“พี่เขย ท่านพูดอะไรสักอย่างสิ!”
ซัวหลิงไม่พูดอ้อมค้อม พลางเขย่าแขนว่าที่พี่เขยไม่หยุด
เล่าเจี้ยงไม่ตอบ ยังเอาแต่ลอบสังเกตการตอบสนองของคนสำคัญที่สุด
ซัวเอี๋ยมมองดูพวกเขาทั้งสองราวกับว่าไม่มีอะไรทำ ปฏิกิริยานี้ทำให้เขาไม่แน่ใจมากขึ้น
ไม่ได้ จะตอบตกลงไม่ได้! แม้เอี๋ยมเอ๋อร์จะมีความคิดนี้อยู่หรือเขาเพ้อพก ก็ต้องให้นางเป็นคนพูดออกมาเอง!
แม่ทัพหลังตัดสินใจ เป็นตายอย่างไรก็จะพูดออกมาจากปากตัวเองไม่ได้
ไม่ง่ายเลยกว่าจะจัดการเรื่องขององค์หญิงให้ลงตัว ตอนนี้มีน้องสาวเพิ่มเข้ามาอีก มันไม่เป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนหรอกหรือ
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าดูเร็ว! หมูกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า!”
เล่าเจี้ยงทำทีตื่นเต้นขึ้นทันใด เขาชี้ไปบนท้องนภาพลางตะโกนออกมา
ซัวหลิงโดนหลอกไปแล้วครั้งหนึ่ง จึงไม่หลงเชื่ออีก กลับกันนางยิ่งจับไว้แน่นขึ้น
“พี่เขย ท่านเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรือ จะได้ถูกท่านหลอกไปได้ตลอด แผนนี้ท่านเคยใช้เมื่อครั้งก่อนแล้ว”
เล่าเจี้ยงไม่สะทกสะท้าน ยังคงมองบนท้องฟ้าอย่างตื่นเต้น มิหนำซ้ำยังกระโดดโลดเต้นด้วย
“รีบดูเร็ว! เร็วเข้า! เดี๋ยวมันบินไปแล้ว! เจ้าจะเสียใจ!”
ความจริงซัวหลิงอยากดูมาก แม้แต่หมูนางยังไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนหมูที่บินได้ก็ยิ่งอยากรู้
“พี่เขย ข้าจะเชื่อท่านเป็นครั้งสุดท้าย!”
เด็กหญิงทนความอยากรู้เจ้าหมูบินไม่ไหว รีบหันตัวไปมองไปทางที่เล่าเจี้ยงชี้
“เอ๊ะ! มีตรงไหนกัน? หรือบินผ่านไปแล้ว?”
ชั่วพริบตาที่ซัวหลิงหันไป เขาคว้าโอกาสนั้นสะบัดตัวหลุดจากการจับกุม ก่อนวิ่งหน้าตั้งโดยไม่หันกลับมามอง
“อ๊ะ! คนโกหก! ท่านหลอกข้าอีกแล้ว”
ไฉนเลยซัวหลิงจะทันเห็นเงาของว่าที่พี่เขย ได้แต่โกรธจนกระทืบเท้าไม่หยุด
ยามนั้นเองซัวเอี๋ยมเดินไปหาน้องสาว พลางมองอีกฝ่ายอย่างจนใจ
“เอาละ พี่เล่าเจี้ยงงานยุ่งมาก จะเอาเวลาที่ไหนมาเล่นกับเจ้า หยุดโวยวายได้แล้ว”
ซัวหลิงพุ่งเข้าในอ้อมอกซัวเอี๋ยมพร้อมทำหน้าตาน่าสงสาร
“ท่านพี่ พี่เล่าเจี้ยงไม่ต้องการข้า!”
ซัวเอี๋ยมไม่พูดอะไร ในตาอ่อนโยนดุจสายวารียามลูบหัวน้องสาวด้วยความรักเอ็นดู
เล่าเจี้ยงไม่ได้ทักทายใครในจวนเจ้ากรมราชวงศ์เลย แค่อึดใจเดียวเขาวิ่งออกไปถึงนอกจวนแล้ว คนที่ไม่รู้อาจคิดว่าแม่ทัพหลังถูกไล่ฆ่าในจวนตนเอง
“นายท่าน? มีเรื่องอันใดถึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้?”
เล่าเจี้ยงก้มตัวหอบหายใจ ก่อนมีเสียงเป็นห่วงดังขึ้นอยู่ข้าง ๆ
“หา แฮก… ข้าไม่เป็นไร!”
เขาเงยหน้ามอง เป็นซุนฮิวนี่เอง
“กงต๋า เจ้ามาทำไมอีก?”
ซุนฮิวเก้อเขินเล็กน้อย ดูเหมือนเล่าเจี้ยงจะรู้ว่าตัวเองมาเมื่อวานแล้ว
“นายท่าน ข้าตั้งใจมาหาท่าน”
“มีเรื่องอันใดหรือ?”
“เว่ยจี้จากเหอตงมาหาขอรับ”
แม่ทัพหลังยืดตัวตรง พยักหน้าให้ซุนฮิว
“เช่นนั้นเรากลับไปตอนนี้เลยเถิด”
“ขอรับ”
เล่าเจี้ยงหายใจทั่วท้องแล้ว จึงกลับจวนแม่ทัพหลังไปพร้อมกับซุนฮิว
ตลอดทาง กุนซือของเขาดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มักมองมาทางเจ้านายเป็นครั้งคราว เหมือนมีเรื่องจะพูด
เล่าเจี้ยงรู้ถึงความผิดปกติแล้ว แค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจมาตลอด ถึงกระนั้นซุนฮิวก็ไม่พูดอะไรออกมาสักที
“กงต๋า ข้าเจ้าเป็นดั่งพี่น้อง มีเรื่องอันใดก็พูดมาได้เลย”
ได้ยินดังนั้นซุนฮิวพลันหยุดฝีเท้า มองเจ้านายอย่างรู้สึกผิด
“นายท่าน ข้าไปหาคุณหนูซัวเอี๋ยมโดยพลการ ท่านไม่ลงโทษข้าหรือ?”
เล่าเจี้ยงหัวเราะและส่ายหน้า ก่อนแตะหลังอีกฝ่ายเบา ๆ ให้เดินต่อ
“กงต๋า เรื่องนี้หากเจ้าไม่พูดข้าก็ต้องพูด อีกอย่างดูจากผลลัพธ์แล้ว เจ้ามาพูดยังดีกว่าข้ามาพูดเสียอีก”
บัณฑิตไร้ชื่อหาได้โล่งใจ ทั้งยังเผยสีหน้ารู้สึกผิด
“ถึงกระนั้น ข้าน้อยก็ยังทำลับหลัง ขอนายท่านลงโทษด้วย!”
ซุนฮิวยังคงรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นกงการในครอบครัวของเล่าเจี้ยง เขาที่เป็นคนนอกจะพูดแทนได้อย่างไร?
วันนี้มาหานายท่านก่อน หนึ่งเพราะเว่ยจี้จากเหอตงมา สองคือมาเพื่อขอรับโทษ
ความจริงเขาคิดมากเกินไป เล่าเจี้ยงไม่เคยโกรธเคืองเลย ต่อให้ซุนฮิวจะทำเรื่องนี้พังลงก็ตาม
ความคิดของนักท่องเวลาไม่ได้ยึดติดคิดมาก อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนยุคสมัยใหม่ เรื่องรับผิดแทนนาย หรือเรื่องที่ลูกน้องช่วยแก้ปัญหาให้เจ้านาย ก็นับว่าเป็นพนักงานดีเด่นมิใช่หรือ?
“กงต๋า แม้ข้าเล่าเจี้ยงจะเป็นคนไม่ค่อยฉลาดหลักแหลม สายตามองการณ์ไกลก็ยังห่างชั้นกับเจ้าและเหวินเหอ เจ้าเสียสละตัวเอง เลือกที่จะรับความโกรธของข้าเพื่องานใหญ่ของเรา มีลูกน้องใต้บัญชาเช่นเจ้า ข้ายินดีนัก”
“ครั้งนี้ไม่ว่าผลทางด้านซัวเอี๋ยมจะออกมาเป็นอย่างไร ข้าก็จะไม่โกรธโทษเจ้า แต่เจ้าทำได้ดีมาก เอี๋ยมเอ๋อร์ได้เข้าใจและสนับสนุนเรื่องนี้แล้ว!”
เมื่อเอ่ยถึงซัวเอี๋ยม ซุนฮิวเองก็เผยสีหน้านับถือออกมา
“นายท่าน คุณหนูซัวเอี๋ยมคือบุคคลโดดเด่นเหนือหมู่สตรีแน่นอน! นางเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดีไม่น้อยไปกว่าข้าน้อยเลย”
ไม่ว่าซุนฮิวจะพูดชื่นชมซัวเอี๋ยมด้วยความเยินย่อหรือด้วยความจริงใจก็ตาม แต่สำหรับเล่าเจี้ยงมันไม่สำคัญแล้ว อย่างไรเสียผลลัพธ์ก็ออกมาดีมาก เขาได้รับการยินยอมจากซัวเอี๋ยมแล้ว
“เอี๋ยมเอ๋อร์อ่านตำราท่องบทกวีมาตั้งแต่เด็ก ความรู้ย่อมมีไม่น้อยไปกว่าข้า”
จากจวนเจ้ากรมราชวงศ์ของเล่าเอี๋ยนถึงจวนแม่ทัพหลังของเล่าเจี้ยงไม่ได้ไกลกันมากนัก ทั้งสองพูดคุยกันมาตลอดทาง และมาถึงหน้าประตูจวนแม่ทัพหลังแล้ว
“กงต๋า เหวินเหอล่ะ เขาอยู่ในจวนไหม?”
หลังจากถูกเว่ยจี้คำนวณคราวก่อน เล่าเจี้ยงไม่กล้าดูแคลนผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้อีก เมื่อพบกับพวกเขา ต้องพกสติมาด้วย
“นายท่าน เหวินเหอตอนนี้กำลังคุยอยู่กับเว่ยจี้”
“ดี เช่นนั้นเราไปดูกันว่าเว่ยปั๋วอวี๋จะนำอะไรมาให้เราประหลาดใจ”
แม่ทัพหลังเดินไปที่โถงรับรองแขกด้วยความตื่นเต้น เขารู้ดี เว่ยจี้มาในครั้งนี้ จะต้องมีเรื่องทำให้เขาประหลาดใจแน่
“หือ นี้ใครกัน”
เล่าเจี้ยงกำลังเดินเข้าในจวน เห็นในลานบ้านมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่
คนผู้นี้สูงแปดฉื่อ หน้าตาน่าเกรงขาม ให้ความรู้สึกตรงไปตรงมา
“นายท่าน คนผู้นี้มากับเว่ยจี้ ข้าเองก็ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม”
ซุนฮิวเห็นแววตาสงสัยของนายท่าน ก็รีบอธิบาย
เล่าเจี้ยงหลี่ตาทั้งสองข้างลง ในใจตื่นเต้น หรือเว่ยจี้พาคนผู้นั้นมาหาแล้ว?
คาดเดาอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ มิสู้ถามตรง ๆ ไปเลยดีกว่า แม่ทัพหลังจึงเดินตรงไปหาชายคนนั้น
แม้อีกฝ่ายจะยืนตรงผึ่งผายอยู่กลางลานบ้าน แต่ในใจกลับรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก ถึงอย่างไรก็มาที่เมืองใหญ่อย่างลกเอี๋ยงเป็นครั้งแรก แถมยังมาถึงจวนแม่ทัพหลังด้วย!
เมื่อเห็นพวกเล่าเจี้ยงเดินเข้ามา ก็ก้าวหลบออกไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณ แต่ไม่คิดเลยว่าสองคนจะมายืนอยู่ตรงหน้า
“ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ?”
ชายผู้นั้นไม่กล้าเสียมารยาท กุมมือคำนับทั้งสอง
เล่าเจี้ยงพยักหน้ารับอย่างยิ้ม ๆ และคำนับกลับเช่นกัน
“ขออภัยไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร มาที่นี่ทำไมหรือ?”
ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงชัด
“ข้าน้อยติดตามท่านเว่ยมา ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไร แค่ทำตามคำสั่งของท่านเว่ย”
“แต่ได้ยินจากท่านเว่ยว่าแม่ทัพเล่าตามหาข้า”
เล่าเจี้ยงรู้สึกปีติยินดีในใจ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย! มิน่าเล่ารูปลักษณ์ภายนอกดูไม่ธรรมดายิ่งนัก!
“ท่านคือซิหลง ซิกงหมิงรึ”