พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 170 คนรู้จักเก่ามาขอเข้าร่วม
บทที่ 170 คนรู้จักเก่ามาขอเข้าร่วม
กาเซี่ยงกับซุนฮิวถ่อมตัวกับอีกฝ่ายทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกโล่งใจ หากต่างคนต่างไม่พูด เขาคงลำบากใจจริง ๆ
“กุนซือทั้งสองเป็นผู้มีสติปัญญาอันดับต้น ๆ ของแผ่นดิน หากตามไปสักคนต้องทำลายกองทัพซีเหลียงได้แน่!”
เล่าเจี้ยงยังคงไม่ได้ตัดสินใจ เพราะต้องการให้ทั้งสองคนออกปากรับหน้าที่เอง
“นายท่าน”
กาเซี่ยงเป็นคนชิงกล่าวออกมาก่อน แต่กลับหันไปมองซุนฮิวด้วยสายตาเลื่อมใส
“กงต๋าเก่งฉกาจกลยุทธ์สงคราม มีเขาติดตามนายท่านไปด้วย ต้องทำลายศัตรูได้แน่!”
ซุนฮิวโบกมือรัว ๆ ขณะเดียวกันก็ชมข้อดีกาเซี่ยงให้เล่าเจี้ยงฟัง
“นายท่าน เหวินเหอเป็นคนซีเหลียง ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ กองกำลังชนเผ่า แนวโน้มของสถานการณ์ย่อมรู้ดีกว่าข้า อีกอย่างเหวินเหอยังเก่งในการมองคน มีเหวินเหอติดตามนายท่านไปด้วย ไม่ว่าศัตรูจะมีอุบายอะไร คงยากจะทำสำเร็จ”
“ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องเป็นเหวินเหอไป!”
“ได้อย่างไร? ต้องให้กงต๋าตามไปสิ!”
“เฮ้อ”
เล่าเจี้ยงมองพวกเขาทั้งสองอย่างหน่าย ๆ พลางอดคิดไม่ได้ว่าอย่าถ่อมตัวกันให้มากนัก!
หากคนนอกเห็น คงคิดว่ากุนซือจวนแม่ทัพหลังแย่งกันเกี่ยงงาน ไม่เต็มใจร่วมเดินทางไปแน่
“หยุดเถียงกันได้แล้ว! ความสามารถของพวกเจ้าข้ารู้ดี ใครก็ได้ไปปราบกองทัพซีเหลียงกับข้าที ง่ายจะตาย!”
สิ้นเสียงเจ้านาย กาเซี่ยงกับซุนฮิวก็หัวเราะพร้อมกันเหมือนรอคำนี้อยู่ ใช่ว่าพวกเขามั่นใจในศักยภาพของกุนซืออีกคน เท่านั้น แต่ยังยอมรับความแข็งแกร่งของตัวเองอยู่แล้ว
“นายท่าน มิสู้ท่านเองเลือกดีกว่ารึ”
ซุนฮิวเองก็คิดว่าความคิดของกาเซี่ยงไม่เลวเลย จึงรีบพยักหน้ารัว
“ใช่แล้ว นายท่าน ในเมื่อท่านนายคิดว่าเราทั้งคู่มีความสามารถทำงานนี้ มิสู้นายท่านตัดสินใจดีกว่า”
เล่าเจี้ยงเอามือกุมหน้าผาก เขาไม่ควรพูดมากจริง ๆ! เป็นอย่างไรล่ะ สุดท้ายตัวเองต้องเป็นคนเลือกอยู่ดี
“กระนั้นก็ให้…”
ในระหว่างที่แม่ทัพเล่ากำลังจะประกาศ องครักษ์ด้านนอกก็ขัดจังหวะ
“รายงานแม่ทัพหลัง! นอกจวนมีผู้มาเยือนสองคน โดยอ้างตัวว่าเป็นคนรู้จักเก่าของท่านแม่ทัพ!”
“คนรู้จักเก่า? ข้ามีคนรู้จักเก่าที่ไหนกัน?”
เล่าเจี้ยงครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน ทว่าคิดไปคิดมาก็คิดไม่ออกว่าคนรู้จักเก่าผู้นี้เป็นใคร
“ช่างเถิด ข้าจะออกไปดู! กงต๋า เหวินเหอ พวกเจ้านั่งอยู่ที่นี่ไปก่อน!”
เขาลุกขึ้นเดินออกไป ตลอดทางนึกไม่ออกเลยว่าคือคนรู้จักเก่าคนไหน?
เมื่อไปถึงหน้าประตูเห็นผู้มาเยือน ก็รู้สึกปีติยินดี เป็นคนรู้จักเก่าของตัวเองจริง ๆ ด้วย
“ศิษย์พี่ทั้งสอง! สบายดีหรือไม่!”
เล่าเจี้ยงก้าวเข้าไปกุมมือคำนับ ที่แท้ก็คือกัวหยวนกับซุนเขียน บัณฑิตร่วมสำนักเดียวกันจากปักไฮนั่นเอง!
กัวหยวนกับซุนเขียนก้าวไปข้างหน้า และโค้งคำนับเช่นกัน
“คารวะแม่ทัพหลัง!”
เล่าเจี้ยงรีบเข้าไปประคองทั้งสองขึ้นมา แล้วแสร้งทำเป็นไม่พอใจ
“ไม่เจอกันหลายปี ไฉนศิษย์พี่ทั้งสองถึงห่างเหินกันขนาดนี้!”
ซุนเขียนหัวเราะ ความกระตือรือร้นของอีกฝ่ายชวนให้รู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ
“ฮ่า ๆ ๆ เราต่างรู้ว่าแม่ทัพหลังเป็นมิตร ทว่าจะไร้มารยาทไม่ได้”
เล่าเจี้ยงรีบเบี่ยงตัว เชิญทั้งสองคนเข้าไปในจวน
“ที่นี่ไม่ใช่ที่พูดคุยกัย ศิษย์พี่ทั้งสองเชิญเข้าไปข้างใน!”
ทั้งกัวหยวนและซุนเขียนต่างปีติยินดี แต่กระนั้นพวกเขายังคงผายมือให้ศิษย์น้องไปก่อน
“แม่ทัพหลังเชิญ!”
เล่าเจี้ยงยื่นมือทั้งสองออกมา จูงมือทั้งสองเดินเข้าไปในจวน
ทั้งสองคนนี้มาได้ถูกเวลาจริง ๆ มาช่วยเหลือได้ทันท่วงที!
ห่างไปไกลระยะหนึ่ง แม่ทัพหลังตะโกนเข้าไปในห้อง
“เหวินเหอ กงต๋า พวกเจ้าไม่ต้องเถียงกันแล้ว!”
ซุนฮิวกับกาเซี่ยงย่อมได้ยินเสียงตะโกนของเล่าเจี้ยง และกำลังจะออกไปต้อนรับ เห็นนายท่านจูงมือคนสองคนเข้ามา
“เหวินเหอ กงต๋า ตอนนี้พวกเจ้าสองคนตามข้าไปได้แล้ว!”
กาเซี่ยงกับซุนฮิวมองสองบัณฑิตที่นายท่านจูงมือเข้ามาด้วยความประหลาดใจ
เล่าเจี้ยงให้ความสำคัญกับแขกทั้งสองคนเช่นนี้ พวกเขาต้องมีความสามารถไม่ธรรมดาแน่!
“มา ข้าจะแนะนำให้พวกเจ้าได้รู้จัก”
เล่าเจี้ยงจูงมือกัวหยวนกับซุนเขียนมาอยู่เบื้องหน้ากาเซี่ยงกับซุนฮิว และผายมือไปที่ลูกน้องตนเองก่อน
“สองท่านนี้คือกาเซี่ยง กาเหวินเหอ และซุนฮิว ซุนกงต๋า ทั้งสองต่างเป็นผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศในใต้หล้า! ตอนนี้พวกเขาเป็นจู่ปู้กับจ่างสื่อให้กับจวนแม่ทัพหลังข้า”
กัวหยวนกับซุนเขียนไม่เสียมารยาท กุมมือคำนับทั้งสองพร้อมกัน
พวกศิษย์พี่ร่วมสำนักเรียนตกตะลึงอยู่ในใจ กาเซี่ยงกับซุนฮิวอายุยังน้อยก็มีตำแหน่งสูงแล้ว แถมเล่าเจี้ยงยังให้ความสำคัญ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่
โดยเฉพาะซุนฮิว เห็นอายุน่าจะพอ ๆ พวกตน ซึ่งไม่ถึงสามสิบแน่!
เล่าเจี้ยงหัวเราะ แล้วผายมือไปทางกัวหยวนกับซุนเขียน
“เหวินเหอ กงต๋า สองท่านนี้เป็นศิษย์พี่ข้า ท่านนี้คือกัวหยวน นามจือหนี่ ท่านนี้คือซุนเขียน ซุนกงโหย่ว พวกเราเป็นศิษย์ของอาจารย์เต้เหี้ยน”
“ตอนสิบขวบข้าไปเรียนที่เมืองปักไฮก็ได้ศิษย์พี่ทั้งสองคอยดูแล อีกอย่างทั้งสองก็ไม่ธรรมดา”
กาเซี่ยงกับซุนฮิวย่อมไม่เสียมารยาท กุมมือคำนับตอบเช่นกัน
“พวกเราอย่ายืนกันอยู่ที่ประตูเลย รีบเข้าไปข้างในกันเถิด ข้าอยากย้อนความหลังของศิษย์พี่ทั้งสองคน”
ทั้งห้าคนเข้าไปในห้อง แยกกันนั่งลง โดยให้ข้ารับใช้ไปชงชามา
กัวหยวนและซุนเขียนยังรู้สึกค้างคาใจ ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องจะปฏิบัติต่อพวกตนด้วยความสุภาพเช่นนี้
ตอนนี้เล่าเจี้ยงเป็นแม่ทัพหลังผู้สูงส่ง หาใช่เด็กน้อยในตอนนั้นแล้ว จะปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นศิษย์พี่ร่วมสำนักดังเดิมได้อย่างไร ทั้งสองไม่เข้าใจ
“ศิษย์พี่ทั้งสองลำบากแล้ว! ศิษย์พี่มาหาเพราะจดหมายของน้อง น้องซาบซึ้งใจยิ่งนัก!”
เล่าเจี้ยงไม่คิดอะไรมาก ในความเห็นเขา กัวหยวนกับซุนเขียนอุตส่าห์เดินทางไกลมาหาได้ นับว่าให้เกียรติเขามาก
“จดหมาย? แม่ทัพหลังเขียนจดหมายถึงเราทั้งสองหรือ?”
พวกกัวหยวนสองคนชะงักไปพลางเหลือบมองหน้ากัน ราวกับกำลังสอบถามอีกฝ่าย
“ศิษย์พี่ทั้งสองไม่ได้มาเพราะจดหมายข้าหรือ?”
เล่าเจี้ยงตกใจไม่น้อย ไม่นานมานี้เขาเคยถามฮองตงแล้ว ซึ่งลูกน้องก็รับรองว่าจดหมายถูกส่งไปแล้ว
แล้วจดหมายมันไปอยู่ที่ใคร?
“เราสองคนไม่ได้รับจดหมายจริง ๆ และมาที่นี่ก็มาขอเข้าร่วมด้วยความสมัครใจล้วน ๆ ไม่ทราบแม่ทัพหลังจะรับไว้หรือไม่”
ซุนเขียนกุมมือถามด้วยคำพูดจริงจัง แต่แฝงน้ำเสียงติดตลก
แต่เล่าเจี้ยงรู้สึกตื่นเต้นทันที พลันผุดลุกขึ้นเดินมาหาทั้งสอง
“ศิษย์พี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
แม้ซุนเขียนจะหัวเราะลั่น ทว่าในแววตากลับไม่มีแววหยอกล้ออีก
“ไม่แน่นอน หลังจากเราทั้งสองลาอาจารย์แล้วมุ่งตรงมาลกเอี๋ยง โดยเฉพาะจือหนี่ เขาปฏิเสธที่จะร่วมเดินทางไปกับท่านอาจารย์ด้วยซ้ำ”
ได้ยินซุนเขียนกล่าวถึงอาจารย์เต้เหี้ยน เล่าเจี้ยงก็เริ่มสนใจขึ้นมา
“พี่กงโหย่ว ท่านอาจารย์ออกจากเมืองปักไฮแล้วหรือ? ท่านไปที่ใด ไปที่แคว้นสู่หรือไม่?”
“ไม่ ท่านอาจารย์ลี้ภัยไปเมืองเหลียวตง”
เล่าเจี้ยงเอ่ยถึงแคว้นสู่ ซุนเขียนรู้สึกอยากรู้ว่าถามเพราะอะไร แต่ไม่ได้เอ่ยออกไป
“เหลียวตงหรือ…”
เล่าเจี้ยงผิดหวัง ดูเหมือนเต้เหี้ยนจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะคำพูดไม่กี่คำของเขา
แต่ก็ถูกแล้ว นักปราชญ์อย่างเต้เหี้ยนจะสนใจสิ่งที่เด็กพูดได้อย่างไร
“แม่ทัพหลัง ข้าปฏิเสธคำเชิญไปเมืองเหลียวตงกับอาจารย์ ตั้งใจมาที่ลกเอี๋ยงก็เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ไม่ทราบว่ารับเราทั้งสองคนไว้ได้หรือไม่?”
เล่าเจี้ยงรู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่ ไม่คิดเลยว่ากัวหยวนจะเสนอตัวมาเอ!
ตอนนั้นเขาเขียนจดหมายถึงทั้งสองคน ไม่รู้เสียเวลาคิดแล้วคิดเองไปมากเท่าไร เพราะกลัวว่าจะถูกศิษย์พี่ปฏิเสธ
ในประวัติศาสตร์ กัวหยวนและซุนเขียนต่างก็เติบโตเป็นบัณฑิตที่โลดแล่นอยู่ในสงครามสามก๊กเช่นกัน ภายภาคหน้ากัวหยวนจะไปรับใช้โจโฉ ส่วนซุนเขียนจะกลายเป็นเลขาธิการเก่าแก่ของเล่าปี่
ก่อนถึงเวลานั้น เล่าเจี้ยงก็คิดคำพูดมากมายนับไม่ถ้วน เพียงเพื่อจะชักชวนทั้งสองคน
แต่คาดไม่ถึงเลยว่า จดหมายไม่ได้ส่งไปถึง แต่คนกลับมาด้วยตัวเอง!
เหมือนดั่งคำพูดโด่งดังในชาติก่อนของตัวเองจริง ๆ
ชีวิตคนเราไม่แน่นอน ควรรักษาความสัมพันธ์อันดีเอาไว้