พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 173 ด่านงักขุนก๋วนสองแห่ง
บทที่ 173 ด่านงักขุนก๋วนสองแห่ง
“นายท่าน ท่านซ่อนมันไว้ไม่เก่ง หากรู้ความจริง คงยากจะไม่เผยพิรุธต่อหน้าฝ่าบาท พวกเราถึงไม่ได้บอกความจริง ขอนายท่านให้อภัยด้วย”
กาเซี่ยงคารวะ พลางมองเล่าเจี้ยงอย่างขออภัย
“มิน่าเล่า วันนั้นฝ่าบาทถึงเรียกไปคุยตามลำพัง และบอกว่าการพ่ายของฮองฮูสงทำให้แผนการของเขายุ่งเหยิง!”
หลายเรื่องดูแปลก ๆ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ เมื่อจุดนี้เผยออกมา ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามทิศทาง
เล่าเจี้ยงเองก็เข้าใจสาเหตุที่ตัวฮ่องเต้โกรธมากเช่นนี้แล้วฝ่าบาทไม่คิดจะให้เขาเป็นผู้นำในการปราบกบฏซีเป่ยตั้งแต่แรก
เรื่องครั้งนี้เกิดขึ้นกะทันหันจริง ๆ ฮองฮูสงรบพ่าย ทำให้พระเจ้าเลนเต้หวาดกลัว ทำให้เขากลัวสูญเสียสุสานหลวงและกลัวจะกลายเป็นคนบาปของราชวงศ์ฮั่น!
“กุนซือทั้งสอง ตามความหมายของพวกเจ้า แม้ครั้งนี้ข้าจักทำสำเร็จเหมือนอย่างปราบกลุ่มกบฏโพกผ้าเหลือง เกรงว่าคงเป็นผลงานคนเดียวไม่ได้สินะ”
กาเซี่ยงและซุนฮิวพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม นายท่านฉลาดจริง ๆ แค่พูดนิดหน่อยก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว
“ใช่ขอรับ ฉะนั้นครั้งนี้เรามิอาจกวาดล้างกลุ่มกบฏตรง ๆ ได้ ทำได้เพียงโจมตีพวกมันให้ถอยกลับเท่านั้น”
“เนื่องจากปัญหาทางด้านการเงินในตอนแรก ราชสำนักจึงมิอาจเดินทางไกลไปยังซีเหลียงได้ จึงต้องรอกลุ่มกบฏลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง นายท่านก็สามารถแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ได้”
เล่าเจี้ยงได้ยินกาเซี่ยงพูดเช่นนี้ก็อดปวดหัวไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าในราชสำนักจะหลอกกันไปมาขนาดนี้!
“ข้าคิดว่าจะพึ่งผลงานการปราบกบฏซีเป่ยหนนี้ขอตำแหน่งเจ้าเมืองฮั่นต๋งเสียหน่อย! เห็นทีข้าจะคิดมากไป…”
เห็นแม่ทัพหลังผิดหวัง กาเซี่ยงก็เอ่ยปลอบใจ
“นายท่านอย่าเพิ่งใจร้อนไป ข้าวต้องกินไปทีละคำ สถานการณ์ตอนนี้ดีมากแล้ว”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ พลางอุทานในใจว่ามันคงต้องเป็นแบบนั้นแหละ
“นายท่าน เบื้องหน้าคือด่านงักขุนก๋วนแล้ว”
แม่ทัพหลังเงยหน้าขึ้นมอง เห็นด่านสูงตระหง่านสะท้อนเข้าสู่สายตา
ด่านงักขุนก๋วน เป็นปราการสำคัญในการเฝ้ารักษาการณ์ไม่ให้พันธมิตรกวนตงเคลื่อนทัพเข้าสู่ที่ราบภาคกลางกวนจง
ครั้งหนึ่งรัฐฉินเคยใช้ด่านงักขุนก๋วนกักทหารนับล้านจากทั้งหกรัฐ พระเจ้าฮั่นเกาจู่ก็ใช้ด่านนี้ต่อสู้กับฉ้อป้าอ๋อง เป็นด่านที่อันตรายมาก
เทือกเขาเสี๋ยวซานแทบจะกั้นระหว่างที่ราบกลางกับกวนจงตะวันออก เส้นทางสัญจร มีแค่ ‘รอยแยก’ ยาวมากกว่าสิบกงหลี่ในที่ราบสูงใกล้กับแม่น้ำเหลืองทางตอนเหนือ และทางเข้าหุบเขาที่คับแคบ นี้คือด่านงักขุนก๋วน!
หากอยากโจมตีด่านงักขุนก๋วนตรง ๆ ศัตรูที่บุกรุกเข้ามาจะต้องข้ามแม่น้ำฮองหลงต่อหน้าทหารเฝ้ารักษาการณ์ก่อน ถึงจะโจมตีกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านสูงชันได้
เพียงแต่การเผชิญหน้าหนึ่งในสองอย่างนี้ค่อนข้างยากลำบาก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการรับมือในเวลาเดียวกันเลย?
อีกอย่าง แม้สุดท้ายจะโชคดีบุกยึดด่านมาได้ ก็ยังต้องผ่านหุบเขาแคบ ๆ ที่ยาวหลายสิบกงหลี่*[1] นี่เป็นสถานที่ซุ่มโจมตีตามธรรมชาติ
ไม่ว่าจะมีทหารมากแค่ไหน ไม่มีทางแสดงฝีมือได้เลย! หากบุกเข้าโจมตีตลอด มีแต่จะสร้างการเจ็บปวดล้มตายให้อย่างต่อเนื่อง จึงกลายเป็นยุทธวิธีการรบ
สำหรับกองทัพในยุคนี้ แทบจะเป็นภารกิจที่ทำสำเร็จไม่ได้เลย หนึ่งคนเฝ้าด่าน ทหารหมื่นนายมิอาจกรายผ่าน การเปรียบเทียบนี้ไม่เกินจริงเลย
ด้วยเหตุนี้เมื่อถึงต้นสมัยฮั่นตะวันออก ยังมีบางคนยกย่อง แม้จะใช้ดินเหนียวปิดขวางด่านงักขุนก๋วน กองทัพของกวนตงก็ยากจะบุกทะลวงไปได้
ภูมิประเทศที่ป้องกันง่ายแต่โจมตียากนี้ ทำให้กวนจงกลายเป็นพื้นที่อำนาจทางการเมือง และเป็นข้อได้เปรียบใหญ่ในการแก่งแย่งอำนาจ
และผู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ จิ๋นซีฮ่องเต้กับพระเจ้าฮั่นเกาจู่ ที่อาศัยกวนจงพิชิตใต้หล้า
ไม่นาน เล่าเจี้ยงก็นำกองทัพมาถึงด่านงักขุนก๋วน ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาตกใจมาก
ด่านงักขุนก๋วนทรุดโทรมมาก ราวกับไม่ได้ซ่อมแซมปรับปรุงมานานแล้ว อีกอย่างทหารเฝ้ารักษาการณ์หละหลวมมาก ดูไม่เหมือนมีสงครามในกวนจงเลย
และที่ทำให้เล่าเจี้ยงงงที่สุดคือ แม้ด่านงักขุนก๋วนที่อยู่ตรงหน้าจะดูอันตราย ทว่ายังห่างไกลจากชัยภูมิที่มีสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติมาก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงแนวป้องกันตามธรรมชาติของแม่น้ำฮองหลงกับป่าทึบในที่ราบสูงเลย!
“นี่คือด่านงักขุนก๋วน? คือด่านที่รัฐ ฉิน ใช้ต่อต้านกับหกรัฐ?”
เล่าเจี้ยงมองกาเซี่ยงอย่างสับสนมาก ตีให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อว่าด่านนี้จะกักทหารนับล้านได้!
กาเซี่ยงมองเจ้านายด้วยความประหลาดใจ ราวกับอีกฝ่ายถามคำถามโง่ ๆ ก็ไม่ปาน
“นายท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? นี่ไม่ใช่ด่านงักขุนก๋วนของราชวงศ์ฉิน”
“อะไรนะ! ด่านงักขุนก๋วนมีสองที่หรือ?”
เล่าเจี้ยงประหลาดใจมาก แม้แต่เสียงยังแหลมสูงไปมากโข!
“ใช่ขอรับ นี่คือด่านงักขุนก๋วนของพระเจ้าฮั่นอู่ตี้หลังโยกย้ายมา หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อด่านงักขุนก๋วนฮั่น อยู่ทางเทือกเขาเสี๋ยวซานเหนือ ส่วนด่านงักขุนก๋วนฉินที่นายท่านกล่าวถึงนั้นอยู่ทางเทือกเขาเสี๋ยวซานใต้ ทว่าตอนนี้มันถูกทิ้งร้าง และเรียกว่าเมืองฮองหลงไปแล้ว”
“กล่าวคือจากลกเอี๋ยงไปกวนจง ไม่ได้มีแค่ทางเดียวแล้ว?”
ซุนฮิวรู้สึกแปลกใจกับการตอบสนองของเล่าเจี้ยง แต่กระนั้นก็ยังพยักหน้าให้เขา
“ใช่ขอรับ ตอนอองมังจะเข้ายึดราชวงศ์ฮั่น ก็ใช้เส้นทางใต้ เพื่อหลีกเลี่ยงด่านงักขุนก๋วนใหม่นี้”
“แล้วด่านตงก๋วนเล่า?”
เล่าเจี้ยงรีบถาม ทั้งหมดนี้ทำให้รับมือไม่ทัน
“ตงก๋วน? ตงก๋วนอะไรหรือ?”
ซุนฮิวสับสนกับคำถามของเล่าเจี้ยง ก่อนหันไปมองกาเซี่ยง เหมือนถามว่าเขารู้หรือไม่
“นายท่าน ข้าน้อยก็ไม่เคยได้ยินด่านตงก๋วนมาก่อนเช่นกัน รู้จักแค่ตงเหอเท่านั้น ตงเหอห่างจากที่นี่อยู่มากโข”
เล่าเจี้ยงยิ่งฟังยิ่งตกใจ เขาพบว่าความเข้าใจในภูมิประเทศของตัวเองนั้นบิดเบือนไปแล้ว!
ด่านงักขุนก๋วนมีสองที่ อีกทั้งแทบมีแต่เปลือกเปล่า ด่านตงก๋วนแม้แต่กาเซี่ยงกับซุนฮิวก็ยังไม่รู้ มันต้องยังไม่ได้สร้างขึ้นมาแน่!
เช่นนั้นจากกวนจงไปลกเอี๋ยงก็ราบรื่นไม่ใช่หรอกหรือ?
ตัวเองยังอยากกลายเป็นอำนาจแห่งยุคเลียดก๊ก(ยุคจ้านกว๋อ) อยากปรายตามองจากที่สูง และอาศัยด่านที่มีชัยภูมิแข็งแกร่งต่อกรกับโจโฉ
ทั้งหมดนี้กลายเป็นดอกไม้ในเงาน้ำ พระจันทร์ในเงากระจก ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มิอาจสัมผัสได้จริง!
“กงต๋า ด่านงักขุนก๋วนฉินยังใช้ได้อยู่ไหม? ยังอยู่ในระดับต่อต้านทหารของทั้งหกรัฐได้อยู่หรือเปล่า?”
ซุนฮิวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยังส่ายหน้า
“นายท่าน ด่านงักขุนก๋วนฉินถูกสร้างอยู่บนรอยแยกหนึ่งในที่ราบสูง เดิมทีที่ราบสูงนั้นสูงมาก รอบด้านเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน และบนนั้นปกคลุมไปด้วยป่าทึบ อีกทั้งยังสร้างใกล้กับแม่น้ำเหลือง และแม่น้ำเหลืองกลายเป็นชัยภูมิทางธรรมชาติที่อันตรายของด่านงักขุนก๋วน”
“น่าเสียดาย ทั้งหมดนี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว! แม่น้ำเหลืองเหือดหายลงไปเรื่อย ๆ ชายฝั่งถูกเปิดโล่ง ตอนนี้แค่เดินตรงผ่านไปไม่ต้องข้ามด่านงักขุนก๋วนก็ได้ อีกอย่างเนื่องจากตัดไม้ทำลายป่าในที่ราบสูงมากเกินไป ตอนนี้ไม่มีสภาพเป็นป่าหนาทึบแล้ว อย่าว่าแต่คนเดินเท้าเลย กองทัพก็ยังผ่านไปได้”
“กล่าวคือ สถานการณ์ที่รัฐฉินใช้ด่านงักขุนก๋วนต่อต้านทหารนับล้านจากหกรัฐ อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกตลอดกาล…”
เล่าเจี้ยงตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกทันใด และยังมองไปที่ซุนฮิวอย่างไม่ยอมแพ้
“เช่นนั้นมันต้องมีทางแก้ไขได้ใช่ไหม? กวนจงกับลกเอี๋ยงเดินทางไปมาหากันได้อย่างราบรื่นจริงหรือ? หลายปีมานี้ไม่มีใครตั้งคำถามเลยหรือไร”
ซุนฮิวไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายท่านถึงหมกมุ่นอยู่กับด่านงักขุนก๋วนนัก และยิ่งไม่เข้าใจว่าเขาจะสนใจพวกนี้ไปทำไม แต่ก็ทำได้เพียงหัวเราะพลางส่ายหน้าเบา ๆ
“นายท่าน หลังจากพระเจ้าฮั่นเกาจู่รวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ทั้งกวนจงกวนตงก็ล้วนเป็นดินแดนฮั่น อีกอย่างใต้หล้าสงบสุขมาอย่างยาวนาน ในสี่ร้อยปี ปรากฏแค่กบฏตั้งราชวงศ์ใหม่แค่อองมังออกมาเพียงคนเดียว แม้จะมีสงครามอื่น ก็เป็นสงครามภายนอก ใครจะสนใจเรื่องด่านงักขุนก๋วนอีก”
ที่จริงซุนฮิวพูดถูก ต้าฮั่นในสี่ร้อยปี ใครเล่าจะคิดว่ามียุคหนึ่งเกิดความขัดแย้งภายในขึ้น?
อองมังใช้ประโยชน์จากเวลา สถานที่ และผู้คนได้อย่างเหมาะสม แต่ก็ถูกพระเจ้าฮั่นกวังอู่ โอรสที่สวรรค์เลือกทำลายไปมิใช่หรอกหรือ?
ยุคนี้ ต้าฮั่นยังคงเป็นหัวใจสำคัญของผู้คน!
เพียงแต่ทุกคนสามารถคิดแบบนี้ได้… แต่เล่าเจี้ยงคิดไม่ได้
นักท่องเวลารู้ดีว่าว่าต่อไปจะต้องเผชิญกับอะไร จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม!
“เหวินเหอ กงต๋า คนอื่นไม่สนใจได้ ทว่าพวกเราไม่ได้!”
[1] กงหลี่เท่ากับกิโลเมตร