พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 174 ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร
บทที่ 174 ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร
เล่าเจี้ยงมีสีหน้าเคร่งขรึมมาก เห็นได้ว่าเขาจริงจังสุด ๆ
คล้ายกับกาเซี่ยงเข้าใจความคิดของนายท่าน จึงเป็นฝ่ายพยักหน้าให้ก่อน
“นายท่าน ความหมายท่านคือจะยึดแคว้นเลียงจิ๋ว เอ๊กจิ๋ว และพึ่งพาภูมิประเทศต่อต้านกองทัพกวนซี*[1]”
“ใช่ คำพูดของเหวินเหอตรงใจข้าเลย”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าให้ไม่หยุด และมองกาเซี่ยงด้วยสายตาเลื่อมใส
“ซุนวูกล่าวว่า ‘ก่อนจะคิดถึงผลชัยชนะ ให้คิดถึงผลเสียจากการพ่ายก่อน!’ จุดนี้ข้าไตร่ตรองได้ไม่รอบคอบจริง ๆ ข้าคิดว่าอาศัยแค่ชัยภูมิทางธรรมชาติของด่านงักขุนก๋วน ก็นอนหลับสบายโดยไม่ต้องกลัวภัยแล้ว คาดไม่ถึงเลยว่าจะกลายมาเป็นสภาพเช่นนี้”
ซุนฮิวเองก็เปลี่ยนจากท่าทางผ่อนคลายเป็นจริงจังขึ้นมา พลางรู้สึกเลื่อมใสเล่าเจี้ยง
“นายท่านมองการณ์ไกล เตรียมการพร้อมล่วงหน้า ข้าน้อยนับถือยิ่งนัก”
“กงต๋าไม่ต้องชมข้าหรอก เรื่องพวกนี้ยังต้องรบกวนพวกเจ้าคอยดูไปด้วย”
เล่าเจี้ยงเข้าใจความสามารถของตัวเองอย่างลึกซึ้ง เรื่องเช่นนี้เขาแก้ไขไม่ได้ ยังต้องพึ่งพาคนฉลาดอย่างกาเซี่ยงกับซุนฮิว
อีกอย่างการค้นหาที่อยู่ของด่านตงก๋วนเป็นสิ่งสำคัญมาก และไม่แน่เขาอาจเป็นผู้สร้างด่านตงก๋วนขึ้นมาเอง!
“นายท่านอย่ากังวลไปเลย แม้จะไม่เคยได้ยินด่านตงก๋วน ทว่าตรงเขตแดนระหว่างตงเหอกับแม่น้ำเหลืองมีผาสูงสันอยู่แห่งหนึ่ง แม้ไม่อันตรายเท่ากับด่านงักขุนก๋วนในยุคเลียดก๊ก*[2] กระนั้นหากสร้างด่านตรงนั้นได้ ต้องได้ผลคุ้มค่าแน่”
คำพูดของกาเซี่ยงทำให้แม่ทัพหลังดีใจขึ้นมาทันใด เขารู้อยู่แล้วว่าด่านโด่งดังเช่นนี้ต้องมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเป็นพิเศษแน่
“ดี! จากนี้ไปหลังจากก่อตั้งเมืองหลวงในกวนจงแล้ว ขอไหว้วานเหวินเหอด้วย”
“นายท่านโปรดวางใจ”
เล่าเจี้ยงไม่มีข้อสงสัยอีก และนำทัพผ่านด่านงักขุนก๋วนมุ่งหน้าไปยังเมืองเตียงอัน
…
ณ ที่ราบภาคกลางกวนจง เมืองเหมยหยาง
เตียวอุ๋นมองฮองฮูสงที่ถูกจับกุมอยู่ในรถม้าคุมขังนักโทษ พลางถอนใจนับหมื่นพันครั้งในใจ
ครั้งหนึ่งฮองฮูสงเคยองอาจผ่าเผย ศัตรูนับพันได้ยินชื่อต่างหวาดกลัว!
“อี้เจิน คราวซวยแท้ ๆ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะตกต่ำถึงเพียงนี้!”
ได้ยินเช่นนั้น ฮองฮูสงก็มองเตียวอุ๋นด้วยสายตาว่างเปล่า การลงโทษของราชสำนักทำให้หมดอาลัยตายอยากไปแล้ว
แม่ทัพฮองจะเร่งทำศึกเพื่อคืนชื่อเสียงสามวีรบุรุษแห่งราชวงศ์ฮั่น แม้จะเห็นแก่ตัว ทว่าส่วนใหญ่ก็เพื่อปราบศัตรูให้เร็วที่สุด และคืนความสงบสุขให้กับแคว้นเลียงจิ๋ว
แม้ครั้งนี้โชคไม่ดีตกหลุมพรางศัตรูส่งผลให้สูญเสียกองกำลัง กระนั้นเมืองเหมยหยางยังคงอยู่ในมือของตัวเอง ศัตรูยังไม่กล้ามาขโมยไปก็ได้ ก็ถือว่าได้ชดเชยความล้มเหลวไปแล้วสิ
ชนะแพ้เป็นเรื่องปกติในสงคราม! ใครบ้างจะไม่ทราบความจริงข้อนี้?
น่าขันที่ราชสำนักไม่เพียงปลดตัวเอง แต่ยังลดบรรดาศักดิ์ของเขาด้วย
ข้อห้ามใหญ่อย่างการเปลี่ยนแม่ทัพกะทันหันนี่ทางราชสำนักไม่รู้รึ? และยิ่งเป็นเตียวอุ๋นที่รบไม่เป็นด้วยแล้ว!
เมื่อเผชิญหน้ากับเตียวอุ๋นที่จิตใจเร่าร้อนฮึกเหิมในตอนนี้ ฮองฮูสงย่อมสีหน้าไม่สู้ดี
“ใต้เท้าเตียวล้อเล่นแล้ว ข้าน้อยทำให้เกิดการสูญเสียกองกำลัง จึงเต็มใจรับการลงโทษ”
เตียวอุ๋นผู้นี้ค่อนข้างนิสัยดี ไม่ใช่คนถือสาอะไรง่าย ๆ
เมื่อเผชิญกับคำพูดเหน็บแนมของแม่ทัพฮอง เขาก็เข้าใจอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
“อี้เจินอย่าได้พูดเช่นนี้เลย ฝ่าบาททรงเข้าใจว่าอี้เจินยากลำบาก เมื่อกลับไปต้องได้ทำงานสำคัญอย่างอื่นแน่!”
ฮองฮูสงมองเตียวอุ๋นด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย จากนั้นก็แหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ใต้เท้าเตียวช่างพูดได้ตลกจริง ๆ เจ้าเคยเห็นคนนั่งในนี้กลับไป แล้วได้ทำงานสำคัญอย่างอื่นหรือ?”
ขณะกล่าวฮองฮูสงยังเคาะราวกั้นรถนักโทษด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน
“แม่ทัพฮองเคยต่อสู้กับพวกกบฏ ไม่ทราบมีสิ่งใดชี้แนะเตียวผู้นี้หรือไม่?”
เตียวอุ๋นเห็นอีกฝ่ายปลอบไม่ขึ้นเช่นนี้ จึงไม่แสดงความอบอุ่นตอบความเย็นชาอีก ก่อนจะพูดจุดประสงค์ของตัวเองออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขานำทัพออกรบ ย่อมไม่คิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย ถึงได้หน้าด้านขอคำแนะนำจากฮองฮูสง
“แม่ทัพที่พ่ายแพ้มาจะมีอะไรชี้แนะใต้เท้าเตียวได้? เชิญใต้เท้าเตียวตามสบายเถิด!”
สิ้นเสียง ฮองฮูสงก็หลับตาลงทันที ไม่สนใจขุนนางกรมคลังเพิ่งหัดใส่เกราะอีก
“ท่าน!”
“ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรฝ่าบาทก็ส่งแม่ทัพหลังมาที่นี่เช่นกัน ข้าไปขอคำแนะนำจากเขาก็ได้!”
เตียวอุ๋นเองก็มีน้ำโหเพราะกิริยาหยาบคายของฮองฮูสงเช่นกัน เขาคิดว่าตัวเองถ่อมตัวลงมากแล้ว แต่กลับยังถูกยั่วยุจนมีทีเช่นนี้อีก!
ฮองฮูสงสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่พูดอะไร แต่หมัดที่กำไว้ก็ยิ่งแน่นมากขึ้น
“คุมตัวไป!”
หลังจากเตียวอุ๋นออกคำสั่ง ทหารก็คุมตัวแม่ทัพฮองออกจากเมืองไป
“คอยดูกันว่าเจ้าจะหยิ่งได้อีกกี่วัน!”
มองฮองฮูสงที่จากไปไกลแล้ว มุมปากเตียวอุ๋นก็ยกยิ้มเย้ยหยันออกมา
เตียวอุ๋นรู้ดี เมื่อฮองฮูสงไปถึงลกเอี๋ยง แม้จะหลีกเลี่ยงโทษประหารได้ แต่โทษตายทั้งเป็นเขาไม่มีทางหลีกหนีได้แน่นอน
เมื่อมีสิบขันทีอยู่ หากฮองฮูสงไม่ตายก็ต้องโดนถลกหนัง!
“โจวเซิ่นกับตั๋งโต๊ะมาถึงหรือยัง มีข่าวอะไรส่งมาบ้างหรือไม่?” เตียวอุ๋นหันไปถามทหารผู้น้อย
อีกฝ่ายกุมมือคำนับตอบ “เรียนแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก แม่ทัพตั๋งโต๊ะกับแม่ทัพโจวเซิ่นกำลังเร่งเดินทางมาเมืองเหมยหยาง ภายในห้าวันน่าจะมาถึง!”
เตียวอุ๋นพยักหน้า ในใจสงบลง ตอนนี้เขากลัวว่ากองทัพซีเหลียงจะโจมตีเมืองกะทันหัน แบบนั้นเขาคงจะตื่นตระหนกไม่น้อย
ทว่าเมืองเหมยหยางตอนนี้ยังมีทหารมากกว่าห้าหมื่นนาย เขานำมาจากเมืองเตียงอันสี่หมื่นนาย ที่เหลือคือทหารที่เหลือจากการรบพ่ายของฮองฮูสง
ทหารพวกนี้ทำให้เตียวอุ๋นมีความมั่นใจขึ้นมาหน่อย แม้จะรบสู้เปียนจางกับหันซุยไม่ได้ แต่เฝ้ารักษาเมืองเอาไว้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
“แล้วแม่ทัพหลังเล่า มีข่าวของเขาบ้างไหม?”
“เรียนแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก ตอนนี้ยังไม่มีข่าวที่แน่นอนของแม่ทัพหลัง ทว่าตามแผนการเดินทางแล้ว อย่างมากก็ประมาณสิบวัน ก็ถึงเมืองเหมยหยางแล้ว!”
“ดี!”
เตียวอุ๋นยังให้ความสำคัญกับเล่าเจี้ยงมาก ถึงอย่างไรการปราบกบฏโพกผ้าเหลืองด้วยกำลังเพียงคนเดียว ความสำเร็จนี้หาใช่การโม้โอ้อวด
ตอนที่ถูกฝ่าบาทแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ เตียวอุ๋นตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นข้าราชการพลเรือน ไม่เคยมีประสบการณ์นำทัพออกรบมาก่อน แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าเหตุใดพระเจ้าเลนเต้ถึงไว้ใจเขามากขนาดนี้!
ความจริงมันธรรมดามาก เตียวอุ๋นเป็นพวกจงรักภักดีต่อเชื้อพระวงศ์ แม้ไม่ใช่คนรู้ใจของพระเจ้าเลนเต้ กระนั้นเขาก็ภักดีต่อพระเจ้าเลนเต้เพียงฝ่ายเดียว
เขาอดนึกถึงคำกับชับของพระเจ้าเลนเต้ก่อนออกเดินทางไม่ได้
“ขุนนางเตียว เจ้าออกรับครานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง! ห้ามละโมบในความสำเร็จ และเดินตามรอยฮองฮูสงเป็นอันขาด!”
“เจ้าจำไว้ การปะทะกับกลุ่มกบฏไม่จำเป็นต้องทำสำเร็จก็ได้ ทว่าห้ามผิดพลาดเป็นอันขาด อย่างน้อยต้องแน่ใจว่าจะไม่เสียเมืองเหมยหยางไป และสุสานหลวงไม่ถูกคุกคาม แต่เมื่อสูญเสียเหมยหยางไป สุสานหลวงถูกขโมยไป เราก็จะกลายเป็นคนบาปแห่งราชวงศ์ฮั่น! จากนี้ไปจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอบรรพบุรุษ?”
“เจ้าไปที่เหมยหยางรับหน้าที่แทนฮองฮูสงก่อน เราได้แจ้งให้แม่ทัพหลังทราบแล้ว และจะให้เขานำทัพไปช่วยเจ้าในอีกไม่กี่วันนี้”
“แม้แม่ทัพหลังจะอายุน้อย กระนั้นกลับเชี่ยวชาญพิชัยสงครามอย่างลึกซึ้ง กลยุทธ์กับฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกแม่ทัพเก่าแก่! เจ้าต้องฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของเขาให้มาก ๆ”
“จำไว้ อย่าทำอะไรตามอารมณ์ ห้ามทำให้เราผิดหวังในตัวเจ้าเด็ดขาด!”
แม้เตียวอุ๋นจะไม่มีความสามารถโดดเด่นอะไร ทว่าความซื่อสัตย์ที่มีต่อพระเจ้าเลนเต้นั้นไม่มีข้อกังขา เป็นพวกจงรักภักดีต่อเชื้อราชวงศ์ฮั่นอย่างบริสุทธิ์ใจ!
ส่วนเรื่องที่พระเจ้าเลนเต้ส่งเล่าเจี้ยงให้เขา ต้องเป็นคำอวยพรและขอบคุณแน่
หากมีเล่าเจี้ยงอยู่ อย่างน้อยก็มีความเป็นไปได้มากที่จะรบชนะ หรือแม้จะพ่าย ก็ไม่มีทางเหมือนฮองฮูสงที่ถูกคนฆ่าจนหนีจ้าละหวั่น!
ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะชนะหรือแพ้ ก็มีคนร่วมรับผิดชอบกับเขาด้วย
แม้สุดท้ายจะรบพ่าย เตียวอุ๋นก็ยังสามารถผลักความรับผิดชอบไปให้เล่าเจี้ยงได้
ส่วนตัวเองก็จะไร้ความผิดโดยปริยาย!
[1] กวนซี คือพื้นที่บริเวณทิศตะวันตกของกวนจง
[2] เลียดก๊กเป็นนวนิยายจีนที่ เฝิง เมิ่งหลง ประพันธ์ขึ้นในช่วงปลายยุคราชวงศ์หมิง มีเนื้อหาเริ่มด้วยราชวงศ์โจวตะวันตกถึงแก่ความพินาศ ราชวงศ์โจวตะวันออกขึ้นแทนที่ แต่บ้านเมืองระส่ำระสายจนแตกแยกออกเป็นรัฐน้อยใหญ่ต่าง ๆ ในยุควสันตสารทและยุครณรัฐ ไปจบที่จิ๋นซีฮ่องเต้รวมแผ่นดินเป็นผลสำเร็จ