พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 215 กระทืบเตียวอุ๋น
บทที่ 215 กระทืบเตียวอุ๋น
“นายท่าน ฮองตงไร้ความสามารถ สูญเสียกองพลเกาทัณฑ์ไปกว่าครึ่ง!”
เล่าเจี้ยงหดหู่มาก ไม่คิดเลยว่ากองพลเกาทัณฑ์ของฮองตงจะล้มตายมากขนาดนี้ แต่เขาไม่ได้ตำหนิลูกน้องสักคำ แค่มองจากสภาพพยัคฆ์เกาทัณฑ์ก็จินตนาการโศกนาฏกรรมของสงครามได้แล้ว
“มา ฮั่นเซิง ลุกขึ้นมา”
เล่าเจี้ยงยื่นมือไปช่วยพยุงฮองตง แต่ไม่คิดเลยว่ามือขวาจะไปกดโดนบาดแผลของอีกฝ่ายเข้า จนเลือดชโลมฝ่ามือทันใด
“ฮั่นเซิง เจ้าบาดเจ็บนี่! ลุกขึ้นเร็วไปรักษาตัวก่อน มีเรื่องอะไรค่อยพูดทีหลัง!”
ฮองตงยันกายขึ้นยืนอย่างยากลำบาก พลางส่ายหน้าอย่างทรมาน ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแพร่กระจายไปทั่วร่าง แม้จะมีสีหน้าราวกับคนใกล้ตาย แต่ไม่มีเสียงร้องโอดโอยออกมาสักคำ
“นายท่าน ไอ้ชั่วเตียวอุ๋นกับโจวเซิ่นทำเกินไปจริง ๆ เตียวอุ๋นไม่ให้โจวเซิ่นทำตามแผนและกักตัวเขาไว้ในเมือง! กุนซือทั้งสองไปโต้เถียงกับเขา ไม่คิดเลยว่าจะถูกไอ้ชั่วผู้นั้นจับไปขัง!”
“ข้าอยากช่วยท่านกุนซือ แต่ท่านกุนซืออยากให้ข้าเห็นสถานการณ์ตรงหน้าเป็นสำคัญ แล้วปกป้องเมืองเหมยหยางก่อน! ข้าเองก็รู้ความสำคัญของเมือง จึงทำตามคำสั่ง”
“เตียวอุ๋นเสนอให้โจวเซิ่นปกป้องเมืองด้วยกันกับข้า แต่ถูกข้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น! ข้าจะให้ไอ้ชั่วสองคนนี้ได้โอกาสหาข้ออ้างไม่ทำตามแผนการได้อย่างไร”
“น่าเสียดายที่ศัตรูโจมตีรุนแรงและรวดเร็ว เสบียงป้องกันภายในเมืองจึงหมดลงอย่างรวดเร็ว พี่น้องในกองพลเกาทัณฑ์ทำได้เพียงต่อสู้แลกชีวิต!”
“ฮองตงทำให้ลูกน้องใต้บัญชาบาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง เพราะความบาดหมางส่วนตัว ขอนายท่านลงโทษเขาด้วย!” ขณะกล่าว ฮองตงจะคุกเข่าลงอีกครั้ง ทว่าถูกเล่าเจี้ยงคว้าแขนเอาไว้ ไม่คิดเลยว่าพยัคฆ์เกาทัณฑ์จะน้ำตาไหลอาบแก้ม
เล่าเจี้ยงเข้าใจสาเหตุที่ฮองตงเศร้าเป็นอย่างดี ทหารของกองพลเกาทัณฑ์อยู่ด้วยกันกับอีกฝ่ายเช้าเย็น ผูกพันลึกซึ้งกันมานาน วันนี้กลับต้องมาล้มตายจำนวนมากเพราะการตัดสินใจของพยัคฆ์เกาทัณฑ์เอง
“ความบาดหมางส่วนตัว? เจ้าพูดอะไรน่ะฮั่นเซิง เจ้าเตียวอุ๋นนั้นไม่ได้มีความบาดหมางส่วนตัวกับเจ้า แต่เขาบาดหมางเจ้า ข้า และพวกเราทั้งจวนแม่ทัพหลัง! เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยสัตว์ร้ายตัวนี้ไปแน่นอน!”
“ฮั่นเซิง เจ้าไปรักษาตัวก่อน พวกสหายพี่น้องในกองพลเกาทัณฑ์ต่างก็ยอดเยี่ยมมาก ข้าจะไม่มีวันลืมพวกเขา”
“ขอบคุณน้ำใจนายท่าน”
ฮองตงฝืนยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ขณะจะคุมมือเคารพ ก็รู้สึกหัวหนักอึ้ง และล้มหมดสติไป
“ฮั่นเซิง!”
เล่าเจี้ยงคว้าฮองตงไว้ และรีบตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขา โชคดีที่อีกฝ่ายได้รับบาดแผลภายนอกเท่านั้น เขาจึงจัดการให้ทหารส่งฮั่นเซิงไปรักษาที่ค่ายแพทย์สนามทันที
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ เรื่องนอกเมืองข้าฝากท่านไว้ด้วย ข้าคิดว่าข้าต้องไป ‘คุย’ กับแม่ทัพเตียว!”
ตั๋งโต๊ะจะไม่รู้ความหมายของเล่าเจี้ยงได้อย่างไร จึงพยักหน้าตอบตกลงด้วยรอยยิ้มกว้างทันที
“เชิญแม่ทัพหลังตามสบาย พวกกลุ่มกบฏเสเหลียงนอกเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าน้อยเอง”
“ขอบคุณมาก”
เล่าเจี้ยงนำลูกน้องใต้บัญชาตรงเข้าไปในเมือง
ใบหน้าตั๋งโต๊ะปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา ในใจกู่ร้องอย่างมีความสุข
เตียวอุ๋นเอ๋ยเตียวอุ๋น เจ้ามันความสามารถน้อย แต่มีความกล้าไม่น้อยเลย! ถึงขนาดล้วงคองูเห่าเล่าเจี้ยง
ฮ่า ๆ ๆ มาดูกันว่าเจ้าจะมีจุดจบอย่างไร!
เล่าเจี้ยงนำทหารกลุ่มหนึ่งตรงไปยังจวนเจ้าเมือง แม้ว่านอกจวนจะมีทหารจำนวนมาก กระนั้นไม่มีใครกล้าหยุดยั้งแม่ทัพหลังที่กำลังโกรธเกรี้ยวเลย
ปั้ง!
เสียงดังสนั่น เล่าเจี้ยงถีบประตูใหญ่จนมันปลิวเข้าในห้อง!
บังเอิญมาตกอยู่แทบเท้าเตียวอุ๋นพอดี จนเกือบจะกระแทกเขาล้มกับพื้น
“ใคร! บังอาจนัก ริอ่าน…”
เตียวอุ๋นโกรธจัด กำลังจะชี้นิ้วด่า กลับฝืนกลืนคำพูดลงท้อง
“มะ… แม่ทัพหลัง! เจ้ากลับมาแล้ว…”
เตียวอุ๋นเห็นใบหน้ามืดมนของเล่าเจี้ยง ก็หนาวสะท้านไปทั้งร่าง
ทำไมกัน! ทำไมเขาถึงไม่ตาย ไอ้พวกเสเหลียงไร้ประโยชน์เอ๊ย!
“กำลังคิดว่าทำไมข้าถึงไม่ตายใช่ไหม?”
เล่าเจี้ยงราวกับมองทะลุใจของเตียวอุ๋นได้ จึงพูดความในใจของอีกฝ่ายออกมาตรง ๆ
“หา? ไม่ ไม่ ไม่ใช่!”
เตียวอุ๋นกังวลขีดสุด เขารู้ว่าวันนี้ต้องจบไม่ดีแน่!
“แม่ทัพหลัง… เจ้าพูดอะไร ครั้งนี้ท่านแม่ทัพเอาชนะกลุ่มกบฏเสเหลียงได้ ข้ากำลังจะรายงานต่อฝ่าบาทและขอคุณงามความดีให้ท่านพอดี!”
เล่าเจี้ยงคลี่เรียวปาก ยิ้มกว้างจนเผยไรฟันออกมา ทว่ารอยยิ้มนี้ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนมีความสุขเลย
เตียวอุ๋นหวาดกลัวกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวของชายตรงหน้าจนสั่นเทา
“มะ… แม่ทัพหลัง?”
เล่าเจี้ยงหุบยิ้มฉับพลัน เดินตรงเข้ามาด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์
ผัวะ!
เล่าเจี้ยงตบเตียวอุ๋นหน้าหันจนกระเด็นลอยหมุนในอากาศก่อนตกลงสู่พื้น พลังช่างมหาศาลจนน่าทึ่ง
อีกฝ่ายกระอักเลือดออกมาเต็มปาก ในปากยังมีฟันอีกสองสามซี่!
“เจ้า… อึก… กล้าดีอย่างไรมาทุบตีข้า!”
ใบหน้าเตียวอุ๋นบิดเบี้ยวขึ้นมา เพราะความเจ็บปวดและหวาดกลัว แววตาแฝงไปโทสะระคนตื่นตระหนก!
บางทีเตียวอุ๋นอาจอยากระเบิดความกล้าอันน้อยนิดครั้งสุดท้าย จึงยื่นนิ้วสั่นเทาชี้ไปทางเล่าเจี้ยง
“ข้าเป็นถึงแม่ทัพทหารเกราะหนักผู้สูงส่ง ตำแหน่งเทียบได้กับหนึ่งในสามมหาเสนาบดี เจ้ากลับริอ่านดูหมิ่นข้าเช่นนี้!”
เล่าเจี้ยงพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา และชักดาบใหญ่ข้างเอวออกมา!
การกระทำนี้ทำให้คู่กรณีหวาดกลัวทันที แล้วพยายามถีบขาถอยหลังไปอย่างสุดชีวิต
“ข้า… ข้า… ข้าเป็นแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก! เจ้า…”
เล่าเจี้ยงกลับมาแสยะยิ้มอีกครั้ง และเล่นคมดาบในมือไม่หยุด
ตอนนี้สำหรับเตียวอุ๋น เส้นโค้งบนเรียวปากนั้นน่ากลัวกว่าเสียงตวาดอย่างมาก
ชิ้ง!
แม่ทัพหลังยกดาบในมือขึ้นอย่างยากลำบาก และเหวี่ยงมันต่อหน้าแม่ทัพทหารม้าเกราะหนักอย่างไม่ลังเล คมดาบยาวผ่านหน้าอีกฝ่ายไป
เตียวอุ๋นรู้สึกถึงคมดาบจู่โจมเข้ามา ความกลัวบังคับให้เขาหลับตาลง และขดตัวสั่นอยู่ด้านข้าง ก่อนรู้สึกถึงน้ำอุ่นที่ไหลมาจากหว่างขา
เตียวอุ๋นกลัวเล่าเจี้ยงจนฉี่ราด!
“เตียวอุ๋น เจ้าเคยได้ยินคำพูดนี้ไหม? เป็นหนี้ก็ต้องจ่ายคืนเงิน ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต?”
เตียวอุ๋นพูดไม่ออก และนั่งส่ายหัวอยู่ที่เดิม ไม่รู้ว่าแปลว่า ‘ไม่เคยได้ยิน’ หรือว่า ‘ข้าไม่ได้ฆ่าใคร’ กันแน่
“ไม่เป็นไร อย่างไรเสียเจ้าจะเคยได้ยินหรือไม่ก็ไม่สำคัญ…”
เมื่อเห็นคมดาบค่อย ๆ เข้ามาใกล้ตัวเอง เตียวอุ๋นยิ่งน้ำตาไหลนองหน้า เขาสัมผัสได้ถึงการกลัวความตายอย่างลึกซึ้ง
“ยะ… อย่า… อย่าฆ่าข้า”
น่าเสียดาย เสียงร้องขอความเมตตาอันถ่อมตัวไม่ได้หยุดดาบของเล่าเจี้ยงให้เข้าใกล้เลย
“ขะ… ข้า…”
เสียงเตียวอุ๋นสั่นเครือ ได้แต่มองมันเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หากเข้าใกล้กว่านี้ ปลายดาบแหลมแทบแตะถึงคอเขาแล้ว
หนาวสะท้านถึงกระดูก!
แม้ยังไม่โดนสัมผัส ทว่าความเย็นเยียบของคมดาบกลับแผ่เข้ามาอย่างชัดเจน
ตอนนี้เตียวอุ๋นรู้สึกเสียใจอย่างขีดสุด
ทำไมกัน?
ทำไมตัวเองต้องจ้องเล่นงานเล่าเจี้ยงด้วย
ทำไมตั้งตัวเป็นศัตรูของเขา?
เตียวอุ๋นหลับตาลงด้วยความโศกเศร้า ความเสียใจและชิงชังปะปนอยู่ในใจ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะไม่ตายในสนามรบ แต่กลับตายด้วยดาบของเล่าเจี้ยง!
ในระหว่างที่เตียวอุ๋นกำลังหมดหวัง ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากนอกประตู
“หยุดนะ!”