พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 275 ตื่นตูมไปก่อนหรือ
บทที่ 275 ตื่นตูมไปก่อนหรือ
บทที่ 275 ตื่นตูมไปก่อนหรือ?
“เหวินโหยว หากไม่เห็นด้วยกับโฮจิ๋น เกรงว่าชีวิตนี้ข้าคงมิอาจปีนไปถึงตำแหน่งนั้นได้! เจ้าก็รู้ข้าไม่ได้มีชาติกำเนิดมาตระกูลขุนนาง พวกบัณฑิตเหล่านั้นปกติก็มักดูถูกเหยียดหยามข้าที่มาเป็นทหาร”
เมื่อตั๋งโต๊ะเอ่ยคำเหล่านี้ออกมา ลิยูเข้าใจการตัดสินใจของพ่อตาทันที
“นายท่าน ตอนนี้เรามีทหารชั้นยอดสามหมื่นนาย ในนั้นมีทหารม้าชั้นยอดสองหมื่นนาย นี่ยังไม่รวมกองกำลังเก่าของเรา ข้าเชื่อว่าพวกชนกลุ่มน้อยในอดีตเหล่านั้นต้องยอมจำนนอย่างแน่นอน หากได้ยินนายท่านเรียกใช้”
ตั๋งโต๊ะไม่ใช่คนโง่ ลิยูพูดคำเหล่านี้มาเพื่อช่วยเพิ่มแรงจูงใจกับความมั่นใจให้เขาอย่างไม่ต้องสงสัย รู้แล้วว่าลูกเขยตนคงเอนเอียงไปทางโฮจิ๋นเช่นกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ตั๋งโต๊ะยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะการยืนอยู่ข้างโฮจิ๋นนั่นเท่ากับว่ายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามฮ่องเต้ หากล้มเหลวก็เท่ากับกบฏ!
“นายท่านกังวลว่าจะสู้เล่าเจี้ยงไม่ได้หรือ?”
ตั๋งโต๊ะส่ายหน้า ตอนนี้เขายังไม่คำนึงถึงปัญหาจากเล่าเจี้ยง
“ทันทีที่เราไปเหยียบลกเอี๋ยง เมืองเหมยหยางก็จะว่างเปล่า เมื่อหันซุยบุกเข้าโจมตี เราจะทำอย่างไร?”
แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อลิยูได้ยินความลังเลของพ่อตา กลับแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า
“นายท่านอย่างได้กังวล แม้เมืองเหมยหยางจะถูกทิ้งร้าง หันซุยกับม้าเท้งไม่มีทางบุกเข้าโจมตีแน่นอน”
“หืม? ไยเจ้าถึงได้มั่นใจขนาดนั้น”
“นายท่านวางใจเถิด โฮจิ๋นได้เตรียมการไว้แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องทางหนีทีไล่ของเรา”
ตอนนี้นอกจากเล่าเจี้ยง ปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว ตั๋งโต๊ะยิ่งใจร้อนมากขึ้น
ข้อเสนอที่โฮจิ๋นให้มันดีจริง ๆ ความละโมบค่อย ๆ คืบคลานเอาชนะสติสัมปชัญญะสุดท้ายของวีรบุรุษจากทิศบูรพาไป
ฉัวะ!
ตั๋งโต๊ะลุกขึ้น ชักดาบออกมาฟันโต๊ะขาด พลางคำรามเสียงดัง
“ข้าตัดสินใจแล้ว! ส่งใครไปตอบสารโฮจิ๋น บอกว่าข้าตั๋งโต๊ะจะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่!”
“นอกจากนี้ ส่งคนไปเรียกรวมกองกำลังเก่า สั่งให้ลิฉุยกับกุยกีนำทัพมา! เรื่องนี้เราต้องทำสำเร็จในคราวเดียว แม้จะเป็นศัตรูกับเล่าเจี้ยง ก็ห้ามทำผิดพลาด!”
เมื่อลิยูเห็นตั๋งโต๊ะตัดสินใจได้ในที่สุดก็ปีติยินดีอย่างมาก รีบกุมมือรับคำสั่งทันที
“นายท่านปรีชายิ่งนัก! ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
“ใกล้จะปีใหม่แล้ว มิสู้ไปเยี่ยมแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นแทนการส่งของขวัญ แล้วหารือเรื่องพวกนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง นายท่านว่าอย่างไร?”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้า เขามั่นใจในตัวลิยูอยู่แล้ว
“เรื่องนี้เจ้าไปจัดการได้เลย!”
“ขอรับ!”
…
แคว้นเอ๊กจิ๋ว เมืองฮั่นต๋ง ด่านเองเปงก๋วน
เวลาผันผ่านมาถึงสิ้นปี ค.ศ. 188 ฮองตงนำกองพลเกาทัณฑ์ไปยังด่านเองเปงก๋วน
ตอนนี้ด่านเองเปงก๋วนไม่ได้มีเอียวหลิมเฝ้ารักษาการณ์ตลอดไปแล้ว เมื่อคำนึงถึงทหารที่ต้องผลัดกันพักผ่อน กาเซี่ยง จึงจัดให้ฮองตงนำกองพลเกาทัณฑ์ไปผลัดเวียนกับทหารประจำเมืองของเอียวหลิม
สามปีมานี้ไม่มีสงครามใด ๆ ทุกคนจึงผ่อนคลายลง
โชคดีที่มีข่าวม้าเซี่ยงก่อกบฏในเอ๊กจิ๋ว โจมตีเมืองกิมก๊กและเมืองอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องมาก่อน ทำให้ทหารเฝ้าระวังของเมืองฮั่นต๋งระแวดระวังตัวขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้การล่มสลายของเอ๊กจิ๋วส่งผลกระทบต่อเมืองฮั่นต๋ง กาเซี่ยงได้เสริมการเฝ้าระวังที่เส้นทางจินหนิวกับเส้นทางหมี่ชางให้แข็งแกร่งขึ้น
เส้นทางจินหนิวมีด่านเองเปงก๋วนรักษาการณ์อยู่ มีฮองตงอยู่ที่นี่ย่อมไม่มีทางผิดพลาด
ส่วนเส้นทางหมี่ชางนั้นค่อนข้างเป็นเขาสูงชัน หากนำทัพผ่านตรงนี้ลำบากเป็นแน่ แม้กลุ่มกบฏในเอ๊กจิ๋วต้องการโจมตีเมืองฮั่นต๋ง ก็ไม่น่าจะใช้เส้นทางหมี่ชาง
ถึงกระนั้นเพื่อความปลอดภัย กาเซี่ยงให้แฮหัวอันนำกองพลอาชาไปประจำการอยู่ที่ปากหุบเขาบนเส้นทางหมี่ชาง และสร้างป้อมปราการขึ้นมา
ในด่านเองเปงก๋วนมีฮองตงลาดตระเวนอย่างทุกวัน ตราบใดที่เขาประจำการอยู่ด่านเองเปงก๋วน นี่เป็นงานที่ขาดไม่ได้
ด้านหลังพยัคฆ์เกาทัณฑ์มีนายทหารหนุ่มสองคนยืนอยู่ เป็นลูกชายสองคนของเอียวหลิม เอียวหงงและเอียวเหียม
เดิมทีสองคนนี้ติดตามจูล่งกับไทสูจู้ หลังจากจูล่งกับไทสูจู้ติดตามเล่าเจี้ยงไปลกเอี๋ยง สองพี่น้องตระกูลหลิมก็ถูกย้ายมาเป็นลูกน้องใต้บัญชาของฮองตงในฐานะผู้ช่วยกองพลเกาทัณฑ์ชั่วคราว
“ผู้บัญชาการฮอง ใกล้ถึงวันปีใหม่แล้ว ท่านไม่ไปพักผ่อน แต่ยังตรวจการที่นี่อยู่อีกหรือ?” เอียวเหียมค่อนข้างสนิทกับฮองตง ยามพูดคุยจึงเป็นกันเองหน่อย
“ฮ่า ๆ ท่านกุนซือมอบหมายงานสำคัญให้ข้า ข้าจะหละหลวมได้อย่างไร!”
ตรงข้ามเอียวหงง กลับนับถือในการกระทำของพยัคฆ์เกาทัณฑ์มาก และมักจะพูดคำสุภาพติดปาก “ข้าชื่นชมท่าทางการทำงานที่เข้มงวดของแม่ทัพฮองยิ่งนัก ไม่เหมือนพ่อของเราสองคนเสแสร้งทำเป็นตามน้ำไป”
ฮองตงส่ายหัวอย่างจนใจ เขาพอรู้จักเอียวหลิมผู้นี้อยู่ ชายคนนั้นไม่ได้แย่อย่างที่ลูกชายเขาพูด
“ฟ้าก็มืดเร็วจริง ๆ ดูเหมือนพวกพี่น้องที่ไปลาดตระเวนบนภูเขาจะยังไม่กลับ พวกเขาหลงทางกันหรือเปล่า?”
นับตั้งแต่มาเป็นลูกน้องใต้บัญชาฮองตง งานสำคัญอย่างลาดตระเวนภูเขาก็ถูกมอบให้กับเอียวเหียม
บางครั้งเอียวเหียมจะนำทหารไปตรวจสอบด้วยตัวเอง แต่เขาก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องทำ ถึงขนาดบ่นกับฮองตงว่าทำแล้วไม่มีความหมายอะไร
ฮองตงย่อมไม่ฟังความเห็นของอีกฝ่าย ยังคงให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกวัน
เรื่องสอดแนมศัตรูถูกฝังรากลึกอยู่ในใจฮองตงไปแล้ว เขาไม่อยากทำผิดซ้ำอีกในชั่วชีวิตนี้ นับตั้งแต่ครั้งนั้นที่เล่าเจี้ยง เกือบตายไปแล้ว
“ยังไม่กลับงั้นรึ ปกติพวกเขากลับมาที่ด่านกี่ยาม?”
เอียวเหียมบ่นลวก ๆ อยู่ด้านข้าง แต่ฮองตงกลับได้ยิน
“ยามเซิน*[1] ออกไป ยามโหย่ว*[2] ก็น่าจะกลับมาได้แล้ว”
เอียวเหียมโพล่งออกมาโดยไม่คิด
“ยามโหย่ว ตอนนี้กี่ยามแล้ว?”
เมื่อได้ยินคำถามของฮองตง เอียวเหียมก็ยกคบเพลิงขึ้นแล้วเดินไปที่นาฬิกาน้ำถงหูตี้โล้ว*[3] ข้าง ๆ แล้วอุทานออกมา
“หา! ตอนนี้ใกล้ยามซวี*[4]แล้ว!”
วันเวลาในปัจจุบันนี้สั้นมากจริง ๆ ยามเซินก็แทบจะมืดแล้ว หากไม่มีความรู้สึกเรื่องเวลามากพอก็ง่ายที่จะลืมเวลาปัจจุบันได้
ในสถานการณ์ปกติทหารที่ไปลาดตระเวนบนภูเขาน่าจะกลับมาได้แล้ว ตอนนี้ผ่านไปสองชั่วยามแล้ว ก็ยังไม่มีแม้แต่ร่องรอย
ฮองตงตึงเครียด พลันรู้สึกได้ถึงอันตรายทันที!
“เอียวหงง แจ้งทหารกองพลเกาทัณฑ์ทั้งหมดให้เตรียมพร้อมติดตั้งอาวุธครบครัน และไปรักษาการณ์อยู่ในด่าน แล้วส่งม้าเร็วไปแจ้งกุนซือกาเซี่ยง บอกสถานการณ์ที่นี่ให้เขาทราบ!”
เห็นเอียวหงงยังนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิม ฮองตงส่งเสียงดังเร่งเร้าอีกครั้ง
“เร็วสิ รออะไรอยู่!”
“ขะ… ขอรับ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”
เอียวหงงไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เมื่อถูกฮองตงตำหนิถึงได้สติกลับมา และรีบวิ่งไปเตรียมตัว
“ผู้บัญชาการฮอง นี่… กังวลเกินไปหรือเปล่า บางทีคนเหล่านี้อาจจะหลงทางอยู่ก็ได้?”
เอียวเหียมเอ่ยความเห็นของตัวเองออกมาอย่างอึก ๆ อัก ๆ เวลานี้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะทำสงคราม!
“ด่านเองเปงก๋วนคือแนวป้องกันเดียวของเมืองฮั่นต๋ง เมื่อเสียด่านเองเปงก๋วนไป ศัตรูจะสามารถเข้าไปในฮั่นต๋งได้ทันที ถึงตอนนั้นคงวุ่นแน่!”
ฮองตงไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เมืองฮั่นต๋งเกี่ยวข้องกับเล่าเจี้ยงใหญ่หลวงมาก จะมีข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
ด่านเองเปงก๋วนไม่เหมือนด่านอื่น ๆ มันเชื่อมต่อภูเขาสองลูกเข้าด้วยกัน ด่านถูกสร้างขึ้นบนภูเขา ซึ่งไม่เหมือนกับด่านทั่วไปที่ชัยภูมิดีเยี่ยม ศัตรูยากจะโจมตี
ผ่านไปไม่นาน ทหารของกองพลเกาทัณฑ์ก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แต่ละคนถือเกาทัณฑ์ สะพายซองเกาทัณฑ์อยู่ด้านหลัง และในซองเกาทัณฑ์นั้นอัดแน่นไปด้วยลูกเกาทัณฑ์
ในช่วงเวลาตึงเครียดนี้เอง จู่ ๆ ทหารก็เข้ามารายงาน
“รายงานท่านแม่ทัพ ทหารของเรากลับมาแล้ว”
[1] 15.00 – 16.59 น.
[2] 17.00 – 18.59 น.
[3] นาฬิกาน้ำถงหูตี้โล้ว (铜壶滴漏 ) ชุดถังน้ำหยดบอกเวลา ประกอบไปด้วยภาชนะรูปทรงเหมือนถังจำนวนสี่ใบ วางลดหลั่นกัน ซึ่งขอบส่วนล่างของถังในแต่ละใบมีรูหรือก๊อกที่คอยปล่อยให้น้ำหยดลงในถังถัดไป
[4] 19.00 – 20.59 น.