พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 318 การเข่นฆ่าครั้งใหญ่ในตำหนักหย่งเล่อ
บทที่ 318 การเข่นฆ่าครั้งใหญ่ในตำหนักหย่งเล่อ
เมืองลกเอี๋ยง พระราชวัง ตำหนักหย่งเล่อ
ขุนนางทั้งหมดมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ หลังได้รับข่าวจากเล่าเจี้ยงแล้วว่าผู้สืบทอดราชบัลลังก์จะถูกแถลงการณ์ในวันนี้
เล่าเจี้ยงมารออยู่ที่แห่งนี้ตั้งนานแล้ว วันนี้เขาไม่ได้นำทหารเข้ามาในตำหนักด้วย ทำให้เหล่าขุนนางโล่งใจไม่น้อย
“ขุนพลพิทักษ์ ขุนนางทุกคนมาถึงกันหมดแล้ว เราจะเริ่มกันได้หรือยัง?”
ตั๋งไทฮองไทเฮาร้อนใจจนทนแทบไม่ไหว เรื่องเต๊งหงวนตาย แล้วตั๋งโต๊ะยึดครองกองทัพเป๊งจิ๋วนางได้ยินแล้ว คราวนี้การสืบทอดบัลลังก์ของเล่าเหียบกล่าวได้ว่าไม่มีผิดพลาดแน่
“ฮ่า ๆ ตั๋งไทฮองไทเฮาโปรดรอสักครู่ ยังมีอีกผู้หนึ่งยังไม่มาพ่ะย่ะค่ะ”
เล่าเจี้ยงยิ้มร่าอยู่ในใจ ตั๋งโต๊ะช่างหยิ่งทะนงเสียจริง เรื่องยังไม่ทันจบ ก็เริ่มลำพองใจจนลืมตัวเสียแล้ว
ในการประชุมที่ผ่านมา ตั๋งโต๊ะต้องมาถึงก่อนนานมาก และยังต้องยืนรออยู่ท่ามกลางฝูงชน แต่วันนี้เขากลับมาปรากฏตัวเป็นคนสุดท้าย
หางตาเล่าเจี้ยงเหล่มองโฮไทเฮาที่อยู่ด้านข้าง ตั้งแต่ตนปฏิเสธนางและเต๊งหงวนถูกสังหาร นางก็หดหู้สิ้นหวังไปแล้ว เอาแต่เฝ้ารอประกาศผู้สืบทอดราชบัลลังก์ทุกวันประหนึ่งทรมานแทบขาดใจก็ไม่ปาน
ตึง!
เสียงดังกึกก้อง ประตูใหญ่ตำหนักหย่งเล่อเปิดออก ในเวลาเดียวกันก็มีทหารนับไม่ถ้วนกรูกันเข้ามา
ตึก ๆ ๆ ๆ
ทหารเหล่านี้เดินเข้ามาอย่างเป็นระบบระเบียบ ก่อนแยกออกเป็นสองทาง อีกทั้งยังติดอาวุธครบมือ!
จากนั้นมีขุนพลผู้หนึ่งเดินเข้ามา ทั้งตัวสวมเกราะทองวิบวับ มือถือง้าวกรีดนภา เป็นลิโป้ลูกบุญธรรมที่ตั๋งโต๊ะเพิ่งรับมา
คล้อยหลังขุนศึกผงาดฟ้ายืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ตั๋งโต๊ะที่สวมเสื้อเกราะติดดาบถึงย่างเข้ามาในตำหนักอย่างช้า ๆ ดูกำแหงยากจะหาใครเปรียบ
สีหน้าของเหล่าขุนนางใหญ่ทุกคนในตำหนักต่างไม่ดีสุด ๆ เล่าเจี้ยงเพิ่งหยุดไปได้ไม่นาน ไม่คิดเลยว่าตั๋งโต๊ะจะทำอีก!
“กระหม่อมตั๋งโต๊ะถวายบังคมตั๋งไทฮองไทเฮา โฮไทเฮา กระหม่อมสวมชุดเกราะไม่สะดวกทำความเคารพ โปรดอภัยให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ตั๋งไทฮองไทเฮารู้ว่าตั๋งโต๊ะคือฝ่ายสนับสนุนเล่าเหียบ จึงไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ และรีบให้เขาลุกขึ้น
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะไม่ต้องมากพิธี ได้ยินว่าแม่ทัพเพิ่งปราบพวกกบฏไป ลำบากท่านแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้โจรชั่วเต๊งหงวนคิดชั่วก่อกบฏ กระหม่อมได้สังหารไปแล้ว ขอตั๋งไทฮองไทเฮาโปรดวางใจ! ต่อไปหากมีผู้ใดคิดชั่วก่อกบฏอีก ดาบเล่มนี้ของกระหม่อมจะไม่ปรานีแน่นอน!”
ฟึ่บ!
ตั๋งโต๊ะชักดาบออกมาปักลงบนพื้นอย่างแรง
โฮไทเฮาสีหน้าซีดเผือด ทั่วร่างสั่นเทาอย่างมิอาจห้ามได้ วินาทีที่ดาบยาวปักลงบนพื้น ประหนึ่งปักเข้าห้องหัวใจก็มิปาน ทำให้นางหวาดกลัวมาก
ขุนนางทุกคนต่างมองตั๋งโต๊ะกำเริบเสิบสานอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาหาใช่แค่โกรธเกรี้ยวอย่างหาที่สุด แต่ยังมีความหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ ด้วย เต๊งหงวนได้เป็นตัวตายตัวแทนให้กับพวกเขา และบัดนี้ถูกประหารตัดหัวไปแล้ว!
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ! ที่นี่คือตำหนักหย่งเล่อ หาใช่ค่ายทหารของเจ้า เจ้าบังอาจริอ่านถืออาวุธไปมาในนี้เชียวหรือ? มิกลัวทำให้ไทเฮากับตั๋งไทฮองไทเฮาตกใจหรือไร!”
ในที่สุดก็มีคนลุกออกมา ยังเป็นชื่อหลางผู้น้อยที่เคยตำหนิตั๋งโต๊ะคนนั้น ทว่าเปลี่ยนจากเรียกแค่ชื่อกันเฉย ๆ เป็นแม่ทัพตั๋งโต๊ะแทน
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
น้ำเสียงตั๋งโต๊ะไม่พอใจสุดขีด และไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลยสักนิด
“ตั๋งโต๊ะ ที่นี่คือพระราชวัง หาใช่ค่ายทหารของเจ้า เจ้าอย่าได้อวดศักดาอาวุธอยู่ที่นี่นักเลย! ข้าว่าเจ้าคิดจะก่อ…”
“อ๊าก!”
ชื่อหลางยังไม่ทันกล่าวจบก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ภาพสุดท้ายที่เห็นคือง้าวกรีดนภาพุ่งผ่านความว่างเปล่าเข้ามาทะลุอกเขา!
ลิโป้ยืนอยู่ด้านหลังชื่อหลางคนนั้น และปลิดชีพอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล
“ว๊าก!”
ภายในตำหนักเกิดเสียงกรีดร้องตกใจระงมขึ้นมาทันใด ก่อนกลายเป็นความโกลาหลขึ้นมา
“ทุกท่านไม่ต้องตื่นตระหนกไป!”
สิ้นเสียงตั๋งโต๊ะ ทหารทั้งสองด้านต่างกรูกันเข้ามา พร้อมแสดงศาสตราวุธครบมือ
ท่ามกลางความเป็นตาย คนฉลาดจะเชื่อฟังที่สุด ครั้นเห็นดาบยาววับวาว ทุกคนไม่กล้าส่งเสียงเอะอะโวยวายอีก
เพียงแต่ขุนนางหลายคนตกใจจนสิ้นสติไปแล้ว คนที่สั่นอยู่กับที่ยังดี ทว่าหลายคนฉี่รดกางเกง ทั้งตำหนักหย่งเล่อปกคลุมไปด้วยกลิ่นเหม็นสาบ
ยังมีอีกคนที่รับพฤติกรรมดิบเถื่อนของตั๋งโต๊ะไม่ไหว ลุกออกมาด้วยความเดือดดาล ทว่ากลับเอาความขัดแย้งไปอ้างกับเล่าเจี้ยง
“ขุนพลพิทักษ์ ตอนนี้ท่านเป็นผู้นำสูงสุดของแม่ทัพฝ่ายบู๊แล้ว จะนั่งมองดูตั๋งโต๊ะก่อเรื่องในราชสำนักจริง ๆ หรือ?”
เล่าเจี้ยงมองอ้วนฮองที่ถามตัวเอง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา
“ข้าเล่าเจี้ยงคือขุนพลพิทักษ์ หาใช่แม่ทัพใหญ่ ไม่มีอำนาจไปควบคุมกองกำลังของใครได้ ทว่าเจ้ากรมโยธาอ้วน ไยไม่ไปถามแม่ทัพตั๋งโต๊ะดูเล่า?”
วาจาทั้งหมดของอ้วนฮองล้วนถูกเล่าเจี้ยงหุบปากไว้ ก่อนจะกำจัดอุบายอันยอดเยี่ยมของเขาทิ้งทันที!
เห็นตั๋งโต๊ะอวดโอหังเช่นนี้ เดิมอ้วนฮองยังลอบยินดีอยู่ในใจ ตั๋งโต๊ะทำเช่นนี้ต้องไปท้าทายอำนาจของขุนพลพิทักษ์เข้าแน่ มีหรือเล่าเจี้ยงจะทนให้ตั๋งโต๊ะก่อเรื่องต่อหน้าตัวเอง? นี่ต้องก่อให้เกิดสงครามใหญ่ระหว่างทั้งสองแน่ ถึงกระนั้นตระกูลอ้วนก็จะนั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้!
ทว่าน่าเสียดาย เล่าเจี้ยงใช้ความจริงบอกแก่อ้วนฮองว่า ข้ามิเพียงทนได้ และยังไม่ถือสาเลยด้วย!
“เจ้ากรมโยธาอ้วน ไม่ทราบว่าปีนี้ท่านอายุเท่าไรแล้วหรือ?”
“อีกสองปีข้าก็จะอายุครบหกสิบปีแล้ว”
อ้วนฮองตอบคำถามไปได้ไม่ทันไร ก็เห็นตั๋งโต๊ะถือดาบเดินเข้ามาหา แม้จะมั่นใจว่าตั๋งโต๊ะไม่กล้าลงมือกับตัวเองแน่ ทว่าการกระทำนี้ทำให้อ้วนฮองหวาดผวาไม่น้อย
เล่าเจี้ยงส่งสายตาให้ตั๋งโต๊ะ อีกฝ่ายเข้าใจทันที จึงเดินเข้าไปและใช้สองมือจับไหล่อ้วนฮองไว้
“เจ้ากรมโยธาอ้วนเป็นขุนนางมาหลายปี สร้างผลงานมามากมาย ข้าคิดว่าเจ้ากลับบ้านไปใช้ชีวิตวัยเกษียณจะดีกว่านะ”
พวกขุนนางที่มีตระกูลอ้วนเป็นผู้นำต่างเบิกตากว้าง ตั๋งโต๊ะจองหองเกินไปแล้ว ตัวเองเป็นแค่ขุนพลชื่อหลากหลายแท้ ๆ ริอ่านปลดอ้วนฮอง หนึ่งในสามมหาเสนาบดี!
“ข้า… เจ้า…”
สีหน้าอ้วนฮองปรากฏออกมาชัดเจนมาก ทั้งดาดเดือดทั้งฝืนกลั้น ไม่กล้าระบายออกมา ด้วยกลัวว่าจะไปยั่วยุตั๋งโต๊ะเข้า
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ เจ้ากรมโยธาอ้วนเป็นขุนนางคนสำคัญของราชสำนัก เป็นเสาหลักของบ้านเมือง สร้างคุณูปการต่อต้าฮั่นไว้มากมาย จะปลดอย่างไร้เหตุผลได้อย่างไร?”
ตั๋งโต๊ะกวาดสายตามองผู้พูด เป็นขุนนางฝ่ายตระกูลอ้วนนั่นเอง
“เจ้าไม่เห็นด้วยกับการเกษียณของเจ้ากรมโยธาอ้วนหรือ?”
“ในแผ่นดินต้าฮั่นนี้ เมืองลกเอี๋ยงแห่งนี้ จะขาดเจ้ากรมโยธาอ้วนได้อย่างไร!”
ตั๋งโต๊ะรู้สึกขบขันกับคนผู้นี้นัก ช่างสามารถโยนความผิดให้อ้วนฮองได้จริง ๆ
“ฮ่า ๆ ๆ ดี! ดี! ดีมาก!”
ตั๋งโต๊ะไม่ได้โมโหเพราะถูกแย้งเลยสักนิด กลับกันเขายิ้มร่าหน้าบาน ก่อนมองไปทางลิโป้และขยิบตาให้
ขุนนางฝ่ายตระกูลอ้วนผู้นี้ไม่ตระหนักถึงสถานการณ์ของตัวเองเลยจริง ๆ แต่กลับดีใจที่ได้ลุกออกมาสร้างคุณงามเพื่อตระกูลอ้วน!
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะสามารถรั้งเจ้ากรมโยธาอ้วนไว้ได้ มันคงจะเป็นโชคดีของผู้คนนับหมื่นจริง ๆ ! ฮ่า ๆ ๆ… อ๊าก!”
ยังคงเป็นจุดจบเดิม ง้าวกรีดนภาแทงทะลุอกจากด้านหลัง! จนร่างลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนถูกทิ้งลงพื้นอย่างรุนแรง!
ตึง!
เห็นจะจะคาตาคราวนี้ เหล่าขุนนางไม่มีความเดือดดาลเลยสักนิด เหลือเพียงความหวาดกลัวทั้งหมด! ตั๋งโต๊ะคิดจะทำอะไรกันแน่? หรือเขากล้าเข่นฆ่าในตำหนักหย่งเล่อจริง ๆ!