พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 320 ครอบครองบ้านเมืองเพียงผู้เดียว
บทที่ 320 ครอบครองบ้านเมืองเพียงผู้เดียว
เล่าเจี้ยงถอยกลับอย่างกล้าหาญ ทิ้งสิทธิ์ในการครอบครองแผ่นดิน ยอมสละอำนาจที่อยู่เพียงเอื้อม ยอมทิ้งทุกอย่างมากมาย ขุนนางทุกคนอดเกิดคำถามในใจไม่ได้ เล่าเจี้ยงที่อายุน้อย มีจิตสำนึกสูงส่งเช่นนี้จริงหรือ?
อาจจะมี หรืออาจจะไม่มี แต่ไม่ว่าอย่างไร เล่าเจี้ยงก็ใช้การกระทำพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองไม่มีเจตนายึดครองบ้านเมือง และไม่มีความคิดจะเป็นขุนนางผู้สำเร็จราชการเลย
บางทีเราทุกคนอาจเข้าใจเล่าเจี้ยงผิด เขาเป็นขุนนางตงฉินที่ภักดีต่อพระเจ้าเลนเต้และราชวงศ์ฮั่นอย่างแท้จริง!
จนถึงตอนนี้ ในใจของเหล่าขุนนางถึงมีความคิดเช่นนี้ออกมา น่าเสียดายที่มันสายเกินไป ขุนพลพิทักษ์ออกจากราชสำนักแล้ว
สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญคือทรราชตั๋งโต๊ะที่โหดเหี้ยมไร้คุณธรรมกว่าเล่าเจี้ยงหลายสิบเท่า!
“ขุนนางทุกท่าน อ้วนฮองกลับบ้านไปใช้ชีวิตวัยชรา ขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยงวางมือ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราชสำนักอีกแล้ว เช่นนั้นภาระหน้าที่ในการค้ำจุนดูแลราชสำนักจะตกเป็นของข้า ทว่าทุกท่านโปรดวางใจ ข้าไม่กลัวความเหน็ดเหนื่อย งานราษฎ์งานหลวงมอบให้เป็นหน้าที่ข้า ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
พวกขุนนางได้ยินคำพูดจอมปลอมอันน่าเกรงขามของตั๋งโต๊ะก็อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ ตอนนี้ราชสำนักอยู่ในมือตั๋งโต๊ะแล้ว ต่อไปจะเป็นอย่างไร?
“เจ้ากรมโยธาตั๋ง!”
เสียงหวานไพเราะน่าฟังดังขึ้น ตั๋งโต๊ะรีบหันกลับมา ไม่คิดเลยว่าจะเป็นโฮไทเฮา!
“ไทเฮามีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ตั๋งโต๊ะสำรวจเรือนร่างโฮไทเฮาเหออย่างกำเริบเสิบสาน พลางแสดงสีหน้าละโมบ
โฮไทเฮาไม่เพียงแต่ไม่โกรธใด ๆ กลับกันยังใช้มารยาเล็กน้อยหลอกล่อตั๋งโต๊ะอีกด้วย
“เจ้ากรมโยธาตั๋ง เมื่อครู่ขุนพลพิทักษ์บอกว่าฮ่องเต้องค์ก่อนทิ้งคำสั่งเสียไว้ว่าให้องค์ชายใหญ่เล่าเปียนขึ้นครองบัลลังก์มิใช่หรือ ไม่ทราบว่าเจ้ากรมโยธาตั๋งคิดอย่างไร?”
แม้ตั๋งโต๊ะจะชอบเรือนร่างโฮไทเฮา ทว่าไม่ได้ตาบอดเพราะตัณหาราคะ จะให้เปลี่ยนความตั้งใจไปมาเช่นนั้น เขาก็ยังรู้ว่าไม่ควรทำ
“ฮ่า ๆ โฮไทเฮาเข้าใจผิดแล้ว เมื่อครู่ขุนพลพิทักษ์แค่เปรียบเทียบเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่หากโฮไทเฮายังมีข้อสงสัย ไม่ลองหารือเรื่องนี้กับกระหม่อมตามลำพัง…”
ตั๋งโต๊ะเหิมเกริมมาก ริอ่านหยอกเย้าโฮไทเฮาอย่างเปิดเผย ทว่าเรื่องที่ทำให้พวกขุนนางทุกคนตกใจมากกว่านั้น คือโฮไทเฮากลับพยักหน้า!?
“ทุกท่าน ข้าเคยพูดมาแล้ว องค์ชายรองเล่าเหียบมีความสามารถและชาญฉลาด สมควรได้รับความเคารพ และปกครองบ้านเมือง! ข้าดูวันมาเรียบร้อยแล้ว อีกสิบวันเหมาะขึ้นครองบัลลังก์ ถึงตอนนั้นขุนนางทุกคนจะสถาปนาฮ่องเต้องค์ใหม่ร่วมกัน!”
ไม่มีขุนนางคนใดตอบตั๋งโต๊ะสักคน ทั้งหมดล้วนเงียบกริบ จนโทสะในใจตั๋งโต๊ะก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมา
“พวกเจ้าจงฟัง! จากนี้เป็นต้นไป ใครตามข้า… รอด ใครขวางข้า… ตาย ใครไม่ยอม ฆ่าทิ้งทันที!”
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นตั๋งโต๊ะก็ดึงดาบข้างเอวออกมาปักลงพื้นอย่างแรง!
“น้อมรับคำสั่ง…”
สุดท้ายเหล่าบัณฑิตก็เลือกรักษาชีวิตให้พ้นภัย พวกขุนนางไม่มีทางแข็งข้อกับตั๋งโต๊ะเพื่อความถูกต้องของตัวเองอีกต่อไป และพากันเลือกกุมมือรับคำสั่ง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ดี! ดีมาก! พวกเจ้าทำเช่นนี้แต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้ว!”
ในที่สุดตั๋งโต๊ะก็หัวเราะร่า เวลานี้สิถึงจะน่าพอใจ
“เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ได้มาโดยมิชอบ ข้าขอลดขั้นเจ้ากรมการศึกษาอ้วนหงุย ให้กลับไปดำรงตำแหน่งมหาราชครูตามเดิม!”
“น้อมรับคำสั่ง” น้องชายก็เพิ่งถูกไล่ลงจากตำแหน่งหนึ่งในสามอัครเสนาบดี ตนจะโดนด้วยก็ไม่เกินความคาดหมายของอ้วนหงุยเท่าไรนัก แต่ยามนี้ได้แต่ต้องรักษาชีวิตไว้
“เอียวปิว ตอนนี้ตำแหน่งเจ้ากรมการศึกษาว่างแล้ว ข้าขอมอบให้เจ้า”
เอียวปิวมองตั๋งโต๊ะด้วยความมึนงง แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“เป็นอะไร ไม่อยากได้ตำแหน่งเจ้ากรมการศึกษาหรือ?”
“หา! อยาก… อยากขอรับ!”
หลังจากตั๋งโต๊ะยืนยันอีกครั้ง เอียวปิวถึงได้สติกลับมา ก่อนรีบกุมมือขอบคุณ โดยลืมไปเลยว่าก่อนหน้าตนยังต่อต้าน อยู่เลย
“ขอบคุณเจ้ากรมโยธาตั๋ง เอียวปิวจะทำอย่างเต็มที่ จะไม่ทำให้เจ้ากรมโยธาผิดหวัง!”
เหตุใดเอียวปิวถึงเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้? นั่นเป็นเพราะตำแหน่งเจ้ากรมการศึกษานี้สำคัญกับเขามากจริง ๆ
ย้อนขึ้นไปตั้งแต่รุ่นบิดา ปู่ หรือปู่ทวดของเอียวปิวล้วนเป็นอัครเสนาบดี ก่อนสมัยพระเจ้าเลนเต้ ตำแหน่งอัครเสนาบดีนี้ดูเหมือนจะเตรียมไว้เพื่อตระกูลเอียวด้วยซ้ำ
เหตุใดตระกูลขุนนางเก่าแก่ในตอนนี้มีตระกูลอ้วนเป็นผู้นำ และตระกูลเอียวยอมตกเป็นรองกัน? นั่นเพราะในสมัยพระเจ้าเลนเต้ ไม่มีใครในตระกูลเอียวได้ตำแหน่งสามอัครเสนาบดีเลย!
กลับมาดูตระกูลอ้วน ได้ตำแหน่งสามอัครเสนาบดีไม่ขาด!
เอียวปิวเป็นผู้มีเป้าหมายและความทะเยอทะยาน มีหรือจะเต็มใจอยู่ใต้ตระกูลอ้วน เพียงแต่เขาไม่มีทางเลือกเท่านั้น สิ่งเดียวที่ทำได้คืออดทน คราวนี้ตั๋งโต๊ะเลื่อนตำแหน่งให้เขาขึ้นมาแทนอ้วนหงุย ทำให้เอียวปิวได้เห็นรุ่งอรุณครั้งใหม่ และความหวังในการทะยานสู่จุดยืนผู้นำตระกูลขุนนางเก่าแก่อีกครั้ง
“เฮอะ!”
ทันใดนั้นเสียงไม่เป็นมิตรแฝงไปด้วยความโทสะเจือไปด้วยความริษยาปรากฏขึ้นในตำหนักใหญ่ แน่นอน เป็นอ้วนหงุยที่ลอบมองเอียวปิวด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรนัก
ตระกูลอ้วนที่คุ้นเคยกับการเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด ย่อมไม่อยากเห็นตระกูลเอียวผงาดขึ้นมาอีกครั้ง เอียวปิวได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีครั้งนี้ ได้ท้าทายจุดยืนของตระกูลอ้วนอย่างไม่ต้องสงสัย!
ตั๋งโต๊ะแสยะยิ้มเยาะ เขาต้องการปฏิกิริยานี้จากอ้วนหงุย ยิ่งตระกูลอ้วนกับตระกูลเอียวขัดแย้งกันรุนแรงเท่าไรก็ยิ่งดี เมื่อสองตระกูลทรงอิทธิพลเผชิญหน้ากัน จึงจะสร้างการแตกความสามัคคีขึ้นได้ และตำแหน่งของตั๋งโต๊ะก็จะยิ่งมั่นคงขึ้น
“เอาละ วันนี้รบกวนทุกท่านแล้ว เชิญแต่ละท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
ผู้สืบทอดบัลลังก์ได้รับการตัดสินแล้ว ในที่สุดเรื่องก็จบลง ต่อไปตั๋งโต๊ะเพียงแค่ต้องทำให้สถานการณ์ในราชสำนักมั่นคง ก็จะสามารถก้าวไปสูงขึ้นทีละขั้น ๆ
พวกขุนนางพากันคำนับลาจากไป และก่อนจะจากไปโฮไทเฮาเล่นหูเล่นตากับตั๋งโต๊ะไว้เล็กน้อย ทว่ายามนี้ในตำหนักเหลือเพียงตั๋งโต๊ะกับตั๋งไทฮองไทเฮาอยู่ในตำหนักเท่านั้น
เนื่องจากองค์ชายเล่าเหียบได้ขึ้นครองบัลลังก์ ตั๋งไทฮองไทเฮาจึงอารมณ์ดี พระพักตร์แจ่มใสเบิกบาน แม้แต่แก้มยังแดงฝาดขึ้นมาก นี่ยิ่งทำให้ตั๋งโต๊ะหลงใหล
“เจ้ากรมโยธาตั๋ง ยังมีเรื่องอันใดอีก?”
ตั๋งไทฮองไทเฮาขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาของตั๋งโต๊ะหยาบคายเกินไปจริง ๆ เขาจ้องมองมาอย่างไม่มีเกรงกลัว แววตานั้นราวกับกำลังมองทะลุอาภรณ์ของพระนาง
ตอนนี้อำนาจทั้งหมดในราชสำนักอยู่ภายใต้การควบคุมของตั๋งโต๊ะ กองทหารภายในเมืองลกเอี๋ยงค่อย ๆ ถูกสับเปลี่ยน กองทัพองครักษ์หลวงในพระราชวังก็ถูกเล่าเจี้ยงพาจากไปแล้ว อีกไม่นาน ทั้งในและนอกเมืองลกเอี๋ยงนี้จะเต็มไปด้วยคนของตั๋งโต๊ะ
“กระหม่อมสนับสนุนหองจูเหียบขึ้นครองบัลลังก์ ตั๋งไทฮองไทเฮามิควรขอบคุณกระหม่อมหน่อยหรือ?”
ตั๋งโต๊ะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาในตอนนี้มีอำนาจพอจะทำเรื่องกำเริบเสิบสานได้จริง ๆ!
เขาโบกมือเบา ๆ ลิโป้ที่อยู่ด้านหลังนำทหารทั้งหมดออกจากตำหนัก เหลือเพียงตั๋งโต๊ะ และตั๋งไทฮองไทเฮาอยู่ในตำหนักหย่งเล่อสองคน
“เจ้ากรมโยธาตั๋ง… ข้า… ข้า… ขอบคุณเจ้า…”
เห็นตั๋งโต๊ะเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ทีละก้าว ตั๋งไทฮองไทเฮาก็ตกใจกลัวมาก นัยน์ตาเรียวเล็กของตั๋งโต๊ะฉายชัดว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่!
ตั๋งไทฮองไทเฮาลุกขึ้นยืน และถอยหลังไปไม่หยุด ทว่าถอยไปก้าวหนึ่ง ตั๋งโต๊ะก็บีบเข้าใกล้อีกสองก้าว!
ในที่สุดตั๋งโต๊ะก็บีบนางไปจนถึงกำแพง และคว้าข้อมือพระนางไว้
“เจ้ากรมโยธาตั๋ง เจ้าจะทำอะไร! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงหยาบคายกับข้า!”
ตั๋งไทฮองไทเฮารู้สึกอัปยศอย่างหาที่สุดไม่ได้ นับตั้งแต่สวามีสวรรคต นางก็ปฏิบัติตามหลักของสตรีอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด หลายปีแล้วไม่เคยให้ชายใดมาแตะต้องเลย
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าต้องเข้าใจอะไรหน่อยนะ ข้าสามารถสนับสนุนหองจูเหียบขึ้นครองบัลลังก์ได้ ก็สามารถดึงเขาลงมาได้เช่นกัน! และข้าเชื่อว่าโฮไทเฮายอมทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกชายของนางแน่!”
เมื่อเห็นท่าทางละโมบของตั๋งโต๊ะ และสองมือใหญ่ที่เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ตั๋งไทฮองไทเฮาอดหลั่งน้ำตาอันเจ็บปวดรวดร้าวออกมาไม่ได้