พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 49 สวรรค์กับนรกของโลติด
บทที่ 49 สวรรค์กับนรกของโลติด
“นายท่าน เราจะไล่ตามโจมตีเตียวก๊กไปหรือไม่?”
ไทสูจู้ไม่รู้ว่าเตียวก๊กหนีไปที่ไหนแล้ว จึงถามเล่าเจี้ยง
“ไม่ต้องแล้ว เตียวก๊กยังไม่ถึงฆาต พวกเราไปที่สนามรบเบื้องหน้ากันก่อนเถิด”
“ดูเหมือนรองแม่ทัพโลติดของเราจะตกอยู่ในการต่อสู้อันยากลำบากอีกแล้ว…”
ไทสูจู้มองตามสายตาของเล่าเจี้ยง เป็นดังที่เล่าเจี้ยงว่าจริง ๆ
ตรงสนามรบเบื้องหน้า โลติดเกิดความกดดันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการมาเพิ่มของกำลังเสริมเตียวก๊ก
สถานการณ์ที่ควรจะราบรื่นในตอนแรกได้เปลี่ยนมาสับสนอลหม่านอีกครั้ง
การโจมตีของเล่า กวน เตียวสามคนก่อนหน้านี้ ทำให้ทัพหลังของกลุ่มโพกผ้าเหลืองวุ่นวายโกลาหล จึงทำให้โลติดคิดว่ากองทัพโพกผ้าเหลืองกำลังจะแตกพ่าย
ทว่าความจริงความคืบหน้าไม่ได้เป็นไปตามที่โลติดคาดเดาไว้ กลับค่อย ๆ กลายเป็นภาวะชะงักงัน
ทหารม้าของเล่าปี่มีน้อยเกินไป แค่สองพันกว่านาย ทำให้ทุกคนไม่คาดฝัน!
กองทัพโพกผ้าเหลืองเห็นปากทางเข้าป่าตลบคลุ้งไปด้วยฝุ่น ก็คิดว่ากองทัพหลวงขบวนใหญ่บุกเข้าโจมตี จึงแตกตื่นอย่างมาก!
ในขณะที่การสู้รบดำเนินต่อไป กองทัพโพกผ้าเหลืองจึงพบว่าฝุ่นควันที่ปากทางเข้ายังคงหนาทึบเช่นเคย แต่กลับไม่มีกองทัพหลวงมาเสริมอีก
มันคือกลลวง! กองทัพโพกผ้าเหลืองส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจลาจลนั้นจริง ทว่าไม่ได้เป็นคนโง่! ยังคงแยกแยะจำนวนคนได้อยู่
พวกเราไม่ได้ถูกล้อม!
กองทัพหลวงแค่สร้างสถานการณ์ขู่ขวัญตบตา!
พวกเราจะนั่งรอความตายไม่ได้!
เมื่อเทียบกับกองทัพหลวง ทหารโพกผ้าเหลืองยิ่งหวงแหนชีวิตตัวเอง หากไม่ใช่เพราะไม่รอดแล้ว ใครจะเต็มใจก่อกบฏกัน?
เมื่อเกิดความหวังขึ้น กองทัพโพกผ้าเหลืองก็เปลี่ยนแนวโน้ม พยายามต่อต้านอย่างเต็มที่
สถานการณ์การรบไม่ได้เอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว แต่กลายเป็นภาวะชะงักงัน
แม้กวนอูและเตียวหุยจะถูกเรียกขานว่าเป็นศัตรูกับคนนับหมื่น ทว่าคนเดียวสามารถต่อกรคนนับหมื่นคนได้รึ? เช่นนั้นก็ไม่กลายเป็นเทพเจ้าไปแล้วหรอกหรือ?
ต่อให้เล่า กวน เตียวสามคนจะห้าวหาญแค่ไหน กำลังก็จะค่อย ๆ หมดลง
กองทัพโพกผ้าเหลืองสามสี่หมื่นคน ไม่มีทางสังหารหมดได้แน่
ทำได้เพียงรบคราหนึ่ง พักคราหนึ่ง
พวกทหารม้าใต้บังคับบัญชาของเล่าเจี้ยงเป็นแค่ทหารธรรมดา ซึ่งมีกำลังรบห่างไกลจากของพวกกวนเตียวสองคน
ฉะนั้นแม้แต่ทั้งสามคนยังมีกำลังไม่พอ สถานการณ์ของพวกทหารก็น่าจะรู้ได้!
เพลานี้โลติดก็สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร หลังจากการเพิ่มกองกำลังเสริมของเตียวก๊ก ทัพทางการที่รวมมาจากทหารใหม่ก็ถูกปราบปรามอีกครั้ง
เฮ้อ! โลติดถอนหายใจหนักออกมา อารมณ์ของเขาในตอนนี้ดิ่งลงอีกครั้ง
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม จากผิดหวังแปรเปลี่ยนเป็นปีติยินดี บัดนี้ได้ผิดหวังขึ้นมาอีกครั้ง
เดิมทีป่าหางม้าเป็นผืนป่าราบเรียบไม่มีอะไร ตอนนี้ได้กลายเป็นสถานที่จับตามมองแล้ว!
ทหารม้าสองพันนายของเล่าปี่กับคนหมื่นคนของโลติดโจมตีกลุ่มซุ่มโจมตีของกองทัพโพกผ้าเหลืองกว่าสามหมื่นคน
กลุ่มซุ่มโจมตีของกองทัพโพกผ้าเหลืองกับทัพกลางของเตียวก๊กได้เข้าโจมตีทัพกลางของโลติดอีกครั้ง
เสียงโห่ร้อง เสียงคำราม เสียงร้องไห้ดังอย่างต่อเนื่อง
เสียงปะทะกันของอาวุธดังก้องไปทั่วผืนป่า
แขนขาที่หักขาด กระจัดกระจายไปทั่ว ราวกับนรกบนดินก็มิปาน!
สงครามไม่มีทางราบเป็นเส้นตรงอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายก็ต้องมีเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง
ตอนนี้การสู้รบดำเนินไปหลายชั่วยามแล้ว ไม่ว่าจะฝ่ายไหน กำลังก็มาถึงขีดสุดแล้ว
จำนวนคนของกองทัพโพกผ้าเหลืองมีมากกว่ากองทัพหลวงสองเท่า ทว่ากลับมีผู้ล้มตายมากกว่ากองทัพหลวงมากถึงสองเท่า
โลติดยังคงปลุกเร้าขวัญกำลังใจไม่หยุด ยังคงตกรางวัลให้กับทหาร และตะเบ็งคอตะโกนจนเสียงแหบแห้งไปแล้ว
“คนหนุ่มทั้งหลาย ยืนหยัดเอาไว้ ทัพโจรได้เหนื่อยอ่อนแรงแล้ว! เวลาแห่งการสร้างผลงานคือตอนนี้แล้ว!”
โลติดยังคงตะโกนอย่างเจ็บปวดใจ เสียงตะโกนดังสุดของเขาในตอนนี้มีเพียงคนรอบ ๆ ห่างไปไม่กี่หมี่เท่านั้นที่ได้ยิน
ผู้นำกลุ่มโพกผ้าเหลืองทุ่มเทปลุกเร้าทหารอย่างสุดกำลัง พวกเขาตะโกนออกมาเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
“พี่น้องทั้งหลาย กองทัพหลวงไม่ทิ้งเชลยไว้ เมื่อถูกพวกมันจับได้ย่อมตายสถานเดียว!”
คำพูดนี้ดูรุนแรงอย่างมาก ทว่าได้กระตุ้นความทะเยอทะยานในการมีชีวิตรอดของกองทัพโพกผ้าเหลืองได้เป็นอย่างดี
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอก ทว่ากองทัพโพกผ้าเหลืองในเวลานี้กลับกลับระเบิดกำลังรบอันน่าทึ่งอย่างมากออกมา
เหงื่อกาฬของโลติดนั้นหยดไหลย้อยลงมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีความสง่างามเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
จะทำอย่างไรดี!
แนวโน้มการแตกพ่ายของกองทัพหลวงนั้นชัดเจนพอ ๆ กับเหาที่อยู่บนคนหัวล้าน
โลติดกระตุ้นสมองคิดอย่างรวดเร็ว ดวงตาเคลื่อนมองไปรอบ ๆ พยายามหาช่องโหว่ของฝ่ายศัตรู
“เวร! เตียวก๊กล่ะ?”
ครั้นสายตากวาดผ่านไปยังเนินสูงที่เตียวก๊กอยู่ พลันพบว่าคนหายไปแล้ว
เตียวก๊กหายไปแล้ว!
หรือเตียวก๊กยังมีแผนสำรอง?
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างตึงเครียด ต่อให้ปรากฏคลื่นออกมาเล็กน้อย ก็คงจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายแล้ว
เสียงเกือกม้าดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วพสุธา
โลติดเบิกตาถลนทั้งสองข้าง รู้สึกกังวลจนไม่กล้าหายใจ
ทหารม้า!
เป็นทหารม้าจริงด้วย!
เตียวก๊กยังมีทหารม้าอยู่อีกรึ?
โลติดคับข้องใจ หากเบื้องหน้าคือทหารม้าของเตียวก๊ก เขาคงได้ฆ่าตัวตายแล้ว
ชุดเกราะทองอร่ามสะท้อนเข้าตาแม่ทัพสายบุ๋น มันดูโดดเด่นท่ามกลางแสงเจิดจ้า!
ทหารหลวงเครื่องแบบเดียวกัน พร้อมอักษร ‘เล่า’ ตัวใหญ่
“เป็นกองกำลังเสริม!”
โลติดตะโกนอย่างตื่นเต้น! ในที่สุดเขาก็วางใจได้แล้ว
แพ้ชนะถูกกำหนดแล้ว ทหารม้าเหล่านี้คือภูเขาไท่ซานที่บดขยี้กองทัพโพกผ้าเหลือง!
“เตียวก๊กตายแล้ว! ข้าคือผู้บัญชาการเล่าเจี้ยง!”
“ผู้ใดขวางข้าต้องตาย!”
ภายใต้การนำของเล่าเจี้ยงทหาร ม้านับพันนายบุกตรงเข้าปะทะทัพศัตรูอย่างรวดเร็ว
กองทัพโพกผ้าเหลืองกำลังต่อสู้อยู่กับกองทัพหลวง ไม่คิดเลยว่าจะมีทหารม้าบุกเข้าจากด้านหลัง จึงถูกโจมตีจนพลิกคว่ำระเนระนาดทันที
ทหารม้าอาศัยกำลังม้า ความองอาจห้าวหาญ บุกจู่โจมขบวนทัพโพกผ้าเหลืองไม่หยุดหย่อน
เล่าเจี้ยงห้าวหาญอย่างมาก ดาบใหญ่ในมือเหมือนกับเคียวมัจจุราช ตวัดเกี่ยวชีวิตของกองทัพโพกผ้าเหลืองอย่างไร้ความปรานี
นั่นเขาจริงเสียด้วย ช่างเป็นคนหนุ่มที่เยี่ยมจริง ๆ!
โลติดรู็สึกปีติยินดีในใจ ที่แท้ก็เป็นการมาถึงของเล่าเจี้ยงนี่เอง เขาจึงรีบตบทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างเบา ๆ
“เร็ว! ทหารทุกนายจงโห่ร้องว่ากองกำลังเสริมมาถึงแล้ว เตียวก๊กตายแล้ว เร็ว …เร็วเข้า!”
พวกทหารองครักษ์กู่ร้องเสียงตะโกนออกมา
“กองกำลังเสริมมาถึงแล้ว เตียวก๊กตายแล้ว”
“กองกำลังเสริมมาถึงแล้ว เตียวก๊กตายแล้ว”
“กองกำลังเสริมมาถึงแล้ว เตียวก๊กตายแล้ว”
เสียงแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วพิกล และไม่นานประโยคนี้ก็แพร่ไปทั่วทั้งสนามรบ
พวกกองทัพโพกผ้าเหลืองพากันมองขึ้นไปบนเขา พบว่าเตียวก๊กหายไปแล้วจริง ๆ แม้แต่ธงบัญชาการยังหักขาด
เตียวก๊กตายแล้วหรือ?
ท่านแม่ทัพแห่งสวรรค์ถูกสังหารแล้ว?
กองทัพหลวงยังมีกองกำลังเสริมอีก?
นี่คือข้อสงสัยที่อยู่ภายในใจกองทัพโพกผ้าเหลืองทั้งหมด
การมาถึงของเล่าเจี้ยงได้ทำลายขวัญกำลังใจของกองทัพโพกผ้าเหลืองไปจนสิ้น
แม้แต่ท่านแม่ทัพแห่งสวรรค์ยังตาย แล้วใครจะต่อกรกองทัพทางการได้?
กำลังใจตกต่ำลงไม่หยุด ขุนพลกลุ่มโพกผ้าเหลืองหลายคนแย่งกันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ครั้นทหารเห็นขุนพลทั้งหลายวิ่งหนี ก็ยิ่งไม่ต่อต้านอีกต่อไป
ทหารโพกผ้าเหลืองล้วนละทิ้งความคิดที่จะสู้ต่อ ในใจมีเพียงคำเดียวเท่านั้นคือ
หนี!