พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 76 แม่ทัพบูรพาประจำราชสำนัก เล่าเจี้ยง
บทที่ 76 แม่ทัพบูรพาประจำราชสำนัก เล่าเจี้ยง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนกว่าแล้ว
ตั๋งโต๊ะไม่ได้รอทัพสนับสนุนของฮองฮูสง แต่กลับได้รับพระราชโองการจากราชสำนักแทน
“รองแม่ทัพตั๋งโต๊ะ ต้องการทำผลงานจนตามืดบอด ก่อให้เกิดการสูญเสีย! เดิมควรถูกประหารชีวิต แต่เห็นแก่คุณงามความดีที่ช่วยผู้บัญชาการทหารม้าตัดหัวเตียวก๊กจึงละเว้นโทษให้ ทว่าโทษตายมิอาจหลีกเลี่ยง โทษอื่น ๆ ก็ยากหลบหนี! อาชญากรรมที่มีชีวิตไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยามนี้ขอถอดยศขุนศึกบูรพาประจำราชสำนักของตั๋งโต๊ะ และคุมตัวกลับเมืองหลวง”
“กระหม่อมขอบคุณในพระมหากรุณาเป็นอย่างยิ่ง!”
ตั๋งโต๊ะมีสีหน้าขมขื่น เดิมทีคิดว่าจะใช้ผลงานลดโทษได้ แต่ไม่คิดเลยว่ายังคงหลบเลี่ยงความทุกข์ทรมานในคุกไม่ได้
เสี่ยวหวงเหมิน*[1] หยิบพระราชโองการอันที่สองออกมา แล้วมองไปทางเล่าเจี้ยง
“ผู้บัญชาการทหารม้าเล่าเจี้ยง เคลื่อนพลยกทัพไปยังแคว้นกิจิ๋ว สังหารกบฏโพกผ้าเหลืองนับไม่ถ้วน ซึ่งทำให้ราชวงศ์ฮั่นเราน่าเกรงขามมากขึ้น นอกจากนี้ยังตัดหัวเตียวก๊กหัวหน้ากลุ่มกบฏโพกผ้าเหลือง ทำให้เราปีติยินดียิ่งนัก จึงแต่งตั้งให้เล่าเจี้ยงเป็นกวนเน่ยโหว*[2] และรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพทิศบูรพาประจำราชสำนักชั่วคราว รอฮองฮูสงขึ้นเหนือ และบุกโจมตีทหารโพกผ้าเหลืองที่เหลือพร้อมกัน”
“กระหม่อมขอบคุณในพระมหากรุณาเป็นอย่างยิ่ง”
เล่าเจี้ยงขยิบตา ทหารองครักษ์รีบหยิบถุงหนึ่งออกมาส่งให้ขันที
เสี่ยวหวงเหมินยิ้มหน้าบานทันที และชมอีกฝ่ายไม่หยุด
“แม่ทัพเล่าสมกับเป็นเสาหลักของบ้านเมืองเราจริง ๆ มิน่าเล่าท่านเตียวเหยียงถึงชมท่านไม่ขาดปาก!”
เล่าเจี้ยงหัวเราะเบา ๆ “เกรงใจแล้ว ๆ ศาลาพำนักถูกจัดเตรียมไว้แล้ว เชิญไปพักผ่อนได้!”
“ขอบคุณแม่ทัพเล่า ข้าน้อยขอลา!”
“ขอแสดงความยินดีกับแม่ทัพเล่าด้วย”
เมื่อเห็นรอบ ๆ ไม่มีใคร ตั๋งโต๊ะก็แสดงความยินดีกับเล่าเจี้ยงด้วยรอยยิ้มน่าเกลียดกว่าร้องไห้
“อย่าเศร้าไปเลยแม่ทัพตั๋งโต๊ะ ท่านแม่ทัพเป็นทหารที่ผ่านการรบมา วันหน้าย่อมได้รับการคืนสถานะอย่างแน่นอน!”
เล่าเจี้ยงปากชมอีกฝ่าย ทว่าในใจรู้สึกเหยียดหยามสุด ๆ
ไอ้ตั๋งโต๊ะผู้นี้ต้องคิดว่าเขาไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะขอร้องแทนเป็นแน่
ตอนนี้มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว ยังจะชักสีหน้าใส่เขาอีก!
หากไม่ใช่เพราะวันหน้าต้องการใช้เจ้าก่อความวุ่นวายในราชสำนัก ข้าคงไม่สนใจเจ้าหรอก
ตั๋งโต๊ะยอมรับคำชมจอมปลอมของอีกฝ่าย ทั้งยังแสร้งทำเป็นตอบรับอย่างใจกว้าง
“หนนี้มีชีวิตรอดข้าก็พอใจแล้ว ไม่กล้าขออะไรไปมากกว่านี้แล้ว! แม่ทัพเล่าดูแลตัวเองด้วย ข้าขอตัวกลับลกเอี๋ยงก่อน!”
ลิยูยังยอมรับผลลัพธ์นี้ได้อยู่ จึงกุมมือขอบคุณเล่าเจี้ยง
“หนนี้รอดชีวิตมาได้ ขอบคุณแม่ทัพเล่าเจี้ยงยิ่งนัก!”
“จริงสิ ข้าได้ส่งจดหมายให้กาเซี่ยงแล้ว เขาเป็นคนรักษาคำพูด ต้องมาหาท่านแม่ทัพแน่นอน!”
“ขอบคุณท่านลิยูยิ่งนัก”
เล่าเจี้ยงกุมมือตอบกลับเช่นกัน ขอแค่กาเซี่ยงมาหาเขาได้ ครั้งนี้ก็ไม่เสียแรงเปล่าแล้ว
ในวันเดียวกันนั้น ตั๋งโต๊ะถูกคุมตัวกลับเมืองหลวง มีเพียงพวกลิยูกับคนสนิทเท่านั้นที่ตามเขาไป
พลทหารกว่าสามหมื่นนายในอำเภอกงจ๋ง กลายเป็นเล่าเจี้ยงบัญชาการทั้งหมด
เล่าเจี้ยงเรียกรวมพลทั้งหมด แล้วประกาศตำแหน่งที่ราชสำนักแต่งตั้งให้กับทุกคน
พลทหารไม่ได้คัดค้านอะไร ทุกคนต่างแสดงออกถึงการเชื่อฟัง
เดิมทีเล่าเจี้ยงเป็นผู้บัญชาการทหารม้าที่เก่งกาจห้าวหาญ และมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว
เขาไม่ได้ส่งเสริมคนของตัวเอง รู้ว่าตำแหน่งแม่ทัพนี้อยู่ได้ไม่นาน เมื่อฮองฮูสงมาถึงก็ต้องคืนตำแหน่งให้
“แม่ทัพทุกท่าน ข้าทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการชั่วคราวเท่านั้น เมื่อแม่ทัพฮองฮูสงมาถึงแล้ว ข้าจะมอบงานทางทหารให้แก่ท่านแม่ทัพ”
พวกนายพลต่างไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะวางตัวเท่าเทียมคนอื่น ไม่มีเหลาะแหละเหมือนคนวัยหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“แม่ทัพเล่าถ่อมตัวเกินไปแล้ว แม่ทัพมีประสบการณ์สู้รบมานับร้อยศึก มีวิสัยทัศน์กว้างไกล พวกเราหวังให้ท่านแม่ทัพนำเราเอาชนะกลุ่มโพกผ้าเหลืองที่เหลือ! และสร้างผลงานยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน!”
ต้องยอมรับว่า ขุนพลเหล่านี้เก่งในการประจบสอพลอผู้อื่นจริง ๆ
เมื่อมีคนหนึ่งชื่นชมเขา คนอื่น ๆ ก็ผสมโรงทันที ต่างชื่นชมเล่าเจี้ยงไม่หยุด
“รายงาน!”
เสียงตะโกนเร่งรีบดังขึ้นขัดจังหวะทุกคน นายทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความร้อนใจ
“รายงานท่านแม่ทัพ ตามข้อมูลล่าสุดที่ได้มา โจรโพกผ้าเหลืองเตียวโป้กับเตียวเหลียงนำกองทัพสองแสนนายบุกโจมตีเมืองกงจ๋ง! หัวหน้าโจรเตียวโป้ตะโกนว่าเขาจะบดขยี้อำเภอกงจ๋ง และจับเป็น…”
เล่าเจี้ยงเลิกคิ้วถาม “จำเป็นอะไร? พูด”
นายทหารเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยท่าที อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ
“พูดมา! แล้วข้าจะยกโทษให้!”
“จับเป็นเล่าเจี้ยง ฉีกหนังเลาะกระดูก!”
“บังอาจนัก!”
เตียนอุยคำรามเสียงดัง ทำให้นายทหารตกใจจนตัวสั่นเทา
เล่าเจี้ยงหัวเราะเบา ๆ ก่อนโบกมือให้พลทวนระห่ำของตน บ่งบอกให้อีกฝ่ายไม่ทำให้คนของตัวเองกลัวอีก
“เจ้าเตียวโป้นี่ไม่มีคำพูดใหม่ ๆ เลย เอาแต่บอกจะฉีกหนังเลาะกระดูกข้าเสียทุกครั้ง” เด็กหนุ่มส่ายหน้าเปื้อนยิ้ม
“ท่านแม่ทัพอย่าได้ประมาทศัตรู กองทัพของศัตรูมีคนสองแสนนาย ซึ่งมีเกือบมากกว่าสิบเท่าของกองทัพเรา”
ไทสูจู้เตือน ครั้นขุนพลที่เพิ่งชื่นชมแม่ทัพเล่าอยู่เมื่อครู่ ครั้นได้ยินว่ามีกองทัพโพกผ้าเหลืองสองแสนคน พวกเขาต่างก็พูดไม่ออก ในแววตาฉายแววหวาดกลัว
“อืม”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า เขาย่อมไม่ดูถูกกองทัพโพกผ้าเหลืองอยู่แล้ว
“เกรงว่าเจ้าเตียวโป้ผู้นี้จะทุ่มกำลังบุกรุก เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้จัดการสองคนไปพร้อมกัน และจะได้ไม่เสียเวลาไปตามหาพวกเขาไปทั่ว”
เตียนอุยตื่นเต้นยิ่งนัก เขาเป็นคนอาจหาญมาแต่เกิด
“นายท่าน ครั้งก่อนปล่อยให้มันหนีไป ครั้งนี้ห้ามปล่อยมันไปอีกเด็ดขาด!”
ฮองตง จูล่ง ไทสูจู้พากันขอให้เล่าเจี้ยงออกคำสั่ง
“โปรดออกคำสั่งเถิดนายท่าน! พวกเรายินดีต่อสู้กับกองทัพโพกผ้าเหลือง”
นอกจากนายทหารใหญ่ของเล่าเจี้ยงเองแล้ว นายพลคนอื่น ๆ ต่างมองพวกเขาด้วยความตกใจ
ศัตรูมีทหารสองแสนนาย กองทัพเรามีเพียงสามหมื่นนาย! การปกป้องเมืองยังเป็นเรื่องยากเลย แต่กลับคิดจะบุกโจมตีก่อน?
เล่าเจี้ยงไม่พูดอะไร พลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ถึงอย่างไรก็เป็นกองทัพใหญ่สองแสนนาย แม่ทัพหนุ่มเคยเห็นกองกำลังมากมายขนาดนี้ที่ไหนกัน!
เขาแค่แสร้งทำเป็นสงบ หากแม้แต่ตัวเขาเองยังขลาดกลัว ขุนพลเหล่านี้ก็คงตื่นตระหนกอย่างแน่นอน
เตียวโป้ผู้นี้มีคนมากมายขนาดนี้เลยหรือ? เล่าเจี้ยงไม่เชื่อตัวเลขนี้ กองทัพโพกผ้าเหลืองมีชายหนุ่มแข็งแรงทั้งหมดกี่คนกันเชียว?
“เมื่อไรแม่ทัพฮองฮูจะมาถึงอำเภอกงจ๋ง?”
เล่าเจี้ยงมองไปที่ฮองตง หากฮองฮูสงมาถึงได้ทันเวลา เขาก็จะไม่กดดันมากนัก
“แม่ทัพฮองฮูยังไม่ได้ข้ามแม่น้ำเหลืองมาเลย คาดว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกยี่สิบวัน!”
“อืม…”
เล่าเจี้ยงขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะหวังพึ่งอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว ก่อนเอ่ยความเห็นของตัวเองที่มีต่อกองทัพโพกผ้าเหลือง
“แม้กองทัพโพกผ้าเหลืองอ้างว่ามีสองแสนนาย ตามการคาดการณ์ของข้า คนที่สามารถรบได้อย่างมากสุดก็แค่หนึ่งแสนนาย แม้กองทัพเราจะมีไม่ถึงสี่หมื่นนาย แต่กระนั้นก็เป็นพวกเก่งกาจห้าวหาญ ขวัญกำลังใจเปี่ยมล้น! สามารถสู้ได้หนึ่งต่อสาม แค่นี้ก็เกินพอแล้ว!”
เมื่อพูดอย่างนั้นออกมา นายพลทั้งหลายยังคงดูกังวลอยู่
เล่าเจี้ยงมองไปที่นายกองทหารม้า เขาต้องการรวมกองทหารที่มีอยู่เข้าด้วยกัน
“กองทัพเรามีทหารม้าจากแต่ละนายกองรวมมากกว่าห้าพันนาย ตอนนี้รวมเข้าด้วยกัน และอยู่ภายใต้การบัญชาการโดยตรงของกองทหารม้าข้า!”
“ขอรับ!”
“ไทสูจู้ จูล่งฟังคำสั่ง!”
เล่าเจี้ยงมองไปทางสองคนเขาต้องการควบคุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดนี้ด้วยมือของเขาเอง
“พวกเราอยู่นี่ขอรับ!”
“ข้าขอสั่งให้เจ้าสองคนเป็นผู้บัญชาการกองทหารม้า ปรับทัพทหารม้าทั้งหมด และต้องสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งภายในเวลาที่สั้นที่สุด!”
“รับคำสั่ง!”
“ตอนนี้นายกองรักษาประตูเมืองแต่ละที่เตรียมอาวุธป้องกัน ต้องเฝ้าอำเภอกงจ๋งให้เข้มงวดที่สุด หนนี้เตียวโป้ทุ่มกำลังบุกรุก ต้องทำศึกเร็วแน่! หากใช้เวลายืดเยื้อ เสบียงและหญ้าไม่พอเป็นแน่ ถึงครานั้นลั่นกลองบุก ต้องเอาชนะพวกโจรได้แน่นอน”
“ฮองตง จูล่ง ไทสูจู้ เตียนอุยอยู่ต่อก่อน ที่เหลือให้รีบไปเตรียมตัว!”
“ขอรับ!”
[1] 小黄门 เสี่ยวหวงเหมิน เป็นตำแหน่งขันที
[2] กวนเน่ยโหว เป็นฐานันดรศักดิ์ ซึ่ง ‘โหว’ เป็นตำแหน่งขุนนางขั้นสูงของจีนโบราณ นับเป็นลำดับที่สองของตำแหน่งผู้ครองนครรัฐรองจาก ‘กง’ โดยมีลำดับ ‘กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน’