ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 19 ตีตัวออกห่าง
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 19 ตีตัวออกห่าง
กู้ฉางสุ่ยก็พยักหน้ารับทันที พลางแกะห่อสัมภาระใบใหญ่ของตนออกตามอย่างนาง
ในห่อของเขายิ่งดูอัตคัดเข้าไปใหญ่
ในนั้นมีเพียงฟูกผืนหนึ่ง ซึ่งบางเสียจนแทบไม่ต่างอะไรกับกระดาษ ผ้าห่มและผ้าปูก็ยังมีรอยปะชุนอยู่! เสื้อผ้ามีอยู่ไม่กี่ชิ้น แต่ละชิ้นก็เต็มไปด้วยรอยปะซ้อนรอยปะ จนแทบดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเดิมทีเป็นเสื้อผ้าหน้าตาแบบไหน
ถ้าเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านแต่งตัวแบบนี้ก็ยังว่าไปอย่าง แต่บ้านตระกูลกู้ถือเป็นหนึ่งในครอบครัวร่ำรวยอันดับต้นๆ ของหมู่บ้านกานสุ่ยเชียวนะ! บุตรชายแท้ๆ ของกู้อันกับเจียงซื่ออย่างกู้ฉางเจี๋ยได้ร่ำเรียนหนังสือ ยังไม่ต้องพูดถึงเจียงซื่อกับบุตรสาวทั้งสองอย่างกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ เมื่อมีเทศกาลใดก็ต้องหาซื้อเสื้อผ้าใหม่กันทั้งนั้น ต้นเดือนสองปีนี้ พวกนางก็ออกไปเยี่ยมญาติแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ซ้ำทุกวันติดต่อกันครึ่งเดือน
ครอบครัวนี้แต่งตัวกันหรูหราโอ่อ่าทั้งบ้าน แต่กลับปล่อยให้ลูกบุญธรรมสวมเสื้อผ้าขาดๆ แบบนี้?
เกินไปแล้ว!
ชาวบ้านที่เห็นภาพตรงหน้า ต่างก็หันมองกู้อันกับเจียงซื่อด้วยสายตาดูแคลนและตำหนิอย่างชัดเจน
เจียงซื่อกับกู้อันถึงกับอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี!
เถียนฮวนรอให้กู้ฉางสุ่ยคลี่ของในห่อออกให้ทุกคนเห็นจนหมดเสียก่อน พอแน่ใจว่าไม่มีอะไรที่ลักลอบปะปนมากับของของพวกตนแล้ว จึงหันไปพูดว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ตอนนี้ชาวบ้านก็เห็นกันหมดแล้ว ว่าของในห่อพวกนี้เราจัดกันเอง ของทุกชิ้นก็เป็นของของเราเอง ตอนนี้เหลือแค่พวกน้ำมัน เกลือ ข้าว น้ำส้มสายชูที่น้องสาวสามีให้มา ท่านว่าพวกเราต้องให้ชาวบ้านช่วยตรวจดูอีกหรือไม่เจ้าคะ”
หน้าตากู้อันมืดครึ้มจนแทบจะบีบหมึกออกมาได้อยู่แล้ว
“ไม่ต้อง!” เขากัดฟันตอบ
“ต้อง!”
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากในฝูงชน แล้วก็มีอีกหลายเสียงดังสนับสนุนตามมา
คนในครอบครัวตระกูลกู้อันพอเงยหน้ามองไป ก็เห็นชาวบ้านคนหนึ่งยิ้มแย้มพูดว่า
“เถ้าแก่กู้ อย่าใจแคบเช่นนี้เลย! บุตรชายโตแล้วจะแยกบ้านก็เป็นเรื่องธรรมดา ไหนๆ ของที่แบ่งให้พวกเขาเราก็เห็นไปครึ่งหนึ่งแล้ว งั้นก็ให้ดูอีกครึ่งหนึ่งให้จบไปเลยสิ! ทำดีก็ทำให้สุด ส่งคนก็ต้องส่งถึงตะวันออกไม่ใช่หรือ พวกเราจะได้เห็นกันชัดๆ ไปเลยว่าท่านกับเจียงซื่อเตรียมของดีอะไรไว้ให้สองสามีภรรยาคู่นี้บ้าง!”
“นั่นน่ะสิ! ให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาหน่อย!” มีคนคล้อยตามทันที
อีกคนก็ตะโกนว่า “ตอนแรกพวกท่านแต่งงานกันสี่ห้าปียังไม่มีลูก ไหว้เทพเซียนก็แล้ว หาหมอก็แล้วแต่ไม่เป็นผล ถึงขั้นจะเสียเงินรับอนุภรรยาอีกคนเผื่อว่านางจะมีลูก เรื่องนี้ท่านกับภรรยาทะเลาะกันทุกวัน บ้านไร้ความสงบสุข จนกระทั่งผู้เฒ่ากู้เก็บสุ่ยเกอเอ๋อร์กลับมา ภรรยาท่านถึงได้เริ่มตั้งครรภ์ จากนั้นก็คลอดลูกให้ท่านตั้งสามคน สุ่ยเกอเอ๋อร์เป็นเทพนำโชคของพวกท่านเสียด้วยซ้ำ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาช่วยทำงานให้พวกท่านมากมาย พวกข้าเห็นอยู่เต็มสองตา บัดนี้เขาจะแยกบ้าน พวกท่านคงไม่คิดจะเอาเปรียบพวกเขาหรอกนะ?”
เมื่อคำพูดนี้จบลง ชาวบ้านทุกคนก็ล้วนเห็นด้วย
กู้อันแทบอยากฉีกอกภรรยากับบุตรสาวเสียเดี๋ยวนั้น!
พวกไร้ความสามารถ ซ้ำยังชอบสร้างปัญหา!
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนางหาเรื่องก่อน เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจะก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้หรือ
ทีนี้พอแยกบ้านขึ้นมา กลับกลายเป็นว่าคนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมด เขาเสียหน้าไปหมดแล้ว!
ทว่าต่อให้ชาวบ้านจะตำหนิเพียงใด เขาก็ไม่มีวันหยิบของให้กู้ฉางสุ่ยเพิ่มแน่นอน
เงินพวกนี้เขาตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกแท้ๆ ของตนเองเรียนหนังสือเข้าสอบเป็นขุนนางทั้งนั้น! หากบุตรชายสอบได้แล้วก็ยังต้องใช้เงินวิ่งเต้นอีก ไหนจะต้องใช้เงินส่งเสริมสนับสนุนอีกสารพัด เรื่องพวกนี้เขาต้องเตรียมไว้ให้พร้อม!
เพราะฉะนั้น ต่อให้คนพวกนี้จะส่งเสียงเอะอะกันแค่ไหน เขาก็ได้แต่หน้าดำคร่ำเครียดพยักหน้ารับ
“เช่นนั้นก็นำออกมาให้พวกเขาดูเถอะ!”
เขาคิดว่าแค่เลี้ยงกู้ฉางสุ่ยมาจนโต ยังจัดการให้มีภรรยาให้มีบ้าน ตอนแยกบ้านก็แบ่งที่ดินกับเรือนให้อีก นี่ก็นับว่าทำดีที่สุดแล้ว! อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยคิดจะให้ลูกบุญธรรมดูแลตนยามแก่เฒ่า เขาไม่จำเป็นต้องทำดีกับกู้ฉางสุ่ยนักหรอก
กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนก็เอาข้าวสาร แป้ง น้ำมัน อาหารแห้งต่างๆ ที่กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์จัดเตรียมไว้ให้ออกมาให้ชาวบ้านดูทีละอย่าง
พอของออกมาหมด ชาวบ้านก็พากันส่งเสียงวิจารณ์ทันที
ของแค่นี้จะพอให้สองสามีภรรยาอยู่รอดไปได้สักเดือนหรือไม่ยังไม่รู้เลย! แบบนี้คงต้องไปยืนกินลมตะวันตกเฉียงเหนือแทนกระมัง!
ไม่ว่าจะถูกชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์เพียงใด กู้อันกับเจียงซื่อก็ยังคงใจแข็งไม่ยอมเปลี่ยนใจ
อย่างไรเสีย สิ่งของที่พวกเขาจะให้กับกู้ฉางสุ่ยและภรรยาได้ก็มีแค่นี้ จะให้มากกว่านี้ไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว!
ความจริงแล้วเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยไม่ได้ต้องการบีบบังคับให้พวกเขามอบสิ่งใดเพิ่ม
กู้ฉางสุ่ยได้นำของทุกชิ้นที่บ้านตระกูลกู้มอบให้ออกมาแสดงต่อหน้าชาวบ้านจนครบถ้วน จากนั้นจึงหันไปยอบกายคารวะพร้อมเอ่ยเสียงดัง จากนั้นก็หันไปค้อมกายคารวะทุกคนพร้อมกล่าวเสียงดังว่า
“วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นพยานให้พวกเรา การแยกบ้านครานี้ เราสองคนจะนำของเหล่านี้ติดตัวออกไปจากบ้าน ทุกท่านก็เห็นกับตาแล้ว หากต่อจากนี้ เมื่อพวกเราออกไปแล้ว หากของในบ้านตระกูลกู้หายไป หรือบ้านพวกเรามีของเพิ่มขึ้นมา ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งสิ้น!”
“แน่นอน! ของที่พวกเจ้าเอาไป พวกข้าก็เห็นอยู่เต็มตา ถ้าพวกเขามาหาเรื่องพวกเจ้าภายหลัง พวกข้าจะเป็นพยานให้เอง!” ชาวบ้านใจดีคนหนึ่งรีบเอ่ยช่วย
เมื่อเถียนฮวนได้ยินเช่นนั้น นางก็ยกชายกระโปรงขึ้นยอบกายคารวะ
ท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานทำให้ชาวบ้านที่มองอยู่ถึงกับอดไม่ได้ที่จะนึกเวทนา
สตรีดีๆ เช่นนี้ แต่งเข้าตระกูลกู้ได้เพียงสี่วัน กลับต้องแยกบ้าน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
จากนั้นทั้งสองก็หันกลับไปคุกเข่าต่อหน้ากู้อันกับเจียงซื่อพร้อมกัน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ตลอดสิบกว่าปีมานี้ ขอบคุณที่ท่านทั้งสองช่วยเลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่ บุญคุณนี้ ข้าจะจำใส่ใจไว้ตลอดไป บัดนี้ข้าขอตัวลา จากนี้ไปคงไม่อาจปรนนิบัติรับใช้พวกท่าน ขอให้ท่านทั้งสองดูแลสุขภาพให้ดี ตอนกลางคืนห่มผ้าให้อบอุ่น แต่ละมื้อกินข้าวให้เต็มอิ่ม ตราบใดที่รู้ว่าท่านทั้งสองยังอยู่ดี ข้าก็วางใจแล้ว”
สิ้นเสียง กู้ฉางสุ่ยก็โน้มตัวลงโขกศีรษะกับพื้นสามครั้ง เถียนฮวนเองก็โขกศีรษะลงพร้อมกันกับเขาโดยไม่กล่าวสิ่งใด
หลังจากคำนับเสร็จ สองสามีภรรยาก็ช่วยกันพยุงลุกขึ้น แบกห่อสัมภาระ หิ้วกระสอบข้าว แล้วหันหลังเดินจากไป
“เฮ้อ…!”
เมื่อเห็นดังนั้น ชาวบ้านก็พากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย
“พวกเขาเป็นคนดีนะ น่าเสียดายยิ่งนัก!”
ขณะพูดกัน พวกเขาก็หันไปจ้องพวกกู้อันด้วยสายตาเคืองแค้น ทว่าเจียงซื่อก็ถลึงตาใส่กลับทันที
“คนก็ไปกันหมดแล้ว มองอันใดกัน ถ้าผู้ใดกล้าเอาแต่มองกันแบบนี้ ระวังข้าจะไม่ขายน้ำมันให้พวกเจ้าอีก!”
ปากก็ด่าปาวๆ มือก็คว้าบานประตูมาปิดดังโครมแล้วลงกลอนแน่นหนา ตัดสายตาทุกคู่ที่มองเข้ามาจากภายนอกได้เสียที
แต่เมื่อปิดประตูลงแล้ว พอหันกลับไป นางก็เห็นว่ากู้อันยังยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงนั้น
นางอดไม่ได้ที่จะด่าอีกครั้ง “เพราะนังแพศยาเถียนซื่อ! ตั้งแต่นางเข้าบ้านมา สุ่ยเกอเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไป! แต่ก่อนยังเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ดูเอาเถิด ตอนนี้ถูกนางยุแยงจนกลายเป็นเช่นนี้! ข้าขอแช่งให้นางหัวแตก เท้าเน่า แก่ไปก็อย่าได้ตายดี!”
“หุบปาก! เรื่องทั้งหมดนี้ เจ้าต่างหากที่เป็นคนก่อ!”
กู้อันตะคอกกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนหันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้านาง
เจียงซื่อถูกคนในและคนนอกด่า ก็ได้แต่กระทืบเท้าอย่างแค้นเคือง
“กู้ฉางสุ่ย! เถียนซื่อ! พวกเจ้าคอยดูก็แล้วกัน!”
ด้านนอกบ้านตระกูลกู้ เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจูงมือกันเดินออกไปจนพ้นสายตาผู้คน จากนั้นทั้งคู่ก็พร้อมใจกันยักไหล่ก่อนถอนหายใจออกมายาวๆ โดยพร้อมเพรียง
“เจ้า…”
“ข้า…”
ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมกัน
พรืด!
เพียงครู่เดียว พวกเขาก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่