มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 163 ผู้ใดบังอาจแตะต้องผู้หญิงของข้า
ครืน!
ภายในโพรงภูเขา แผ่นดินสั่นสะเทือน หินผากระเด็นกระดอนกระจายไปทั่ว
การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งขอบเขตราชายุทธ์รุนแรงอย่างยิ่ง ถึงขั้นระเบิดภูเขาไปครึ่งลูก มีเพียงคลังสมบัติหลวงที่หล่อขึ้นจากวัสดุที่ไม่อาจระบุได้ ยังคงแข็งแกร่งแน่นหนาไร้รอยแตกร้าว
พลังกระบี่ฟาดฟันไปทั่วฟากฟ้า ผาหินนับแสนจินถูกหั่นเป็นเสี่ยง ๆ และกระเด็นลอยออกไป
เหล่าราชายุทธ์ทั้งสี่ต่างเริ่มหวาดกลัว ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจจนถึงขีดสุด
แม้หลินลั่วเว่ยจะมีพลังบ่มเพาะเพียงขอบเขตราชายุทธ์ระดับต้นถึงกลางเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าพวกเขาหลายระดับ แต่ภายใต้การล้อมโจมตีของราชายุทธ์ทั้งสี่ นางกลับไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะพลังกระบี่ที่เฉียบคมไร้ขอบเขต ราวกับเป็นเคล็ดวิชายุทธ์สวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด สามารถดึงพลังแห่งฟ้าดินมาบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ภูเขาทรุดตัวลง มังกรพิษของหญิงชราก็ไร้ผลเช่นกัน
“ชิ!”
ดวงตาของหญิงชราฉายแววโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง
นางสบโอกาสพุ่งเข้าหาหลินลั่วเว่ย กระบองหัวมังกรในมือต้านพลังกระบี่ของหลินลั่วเว่ยไว้ได้ แต่นางกลับถูกฝ่ามือของหลินลั่วเว่ยฟาดเข้าที่ทรวงอก
ฟึ่บ!
ในขณะนั้นเอง แสงสีดำแล่นวาบออกมาจากกระบองหัวมังกร
มันคืองูดำตัวจิ๋วหัวสามเหลี่ยม กลิ่นคาวรุนแรง และมีความเร็วสูงอย่างน่าตกใจ
หญิงชราและหลินลั่วเว่ยอยู่ใกล้กันเกินไป อีกทั้งราชายุทธ์อีกสามคนก็ประสานโจมตีพร้อมกัน ราวกับวางแผนล่วงหน้า
ทำให้หลินลั่วเว่ยไร้ทางหลบเลี่ยง
ผัวะ!
งูดำตัวจิ๋วนั้นสามารถทะลวงผ่านพลังปราณป้องกันของหลินลั่วเว่ย และกัดเข้าที่แขนของนาง
“ชั่วช้ายิ่งนัก!”
แววตาของหลินลั่วเว่ยเปล่งประกายเย็นเฉียบ นางยกกระบี่ฟันงูดำขาดสองท่อนทันที
แต่นางกลับรู้สึกว่าแขนเริ่มชา พิษร้ายแรงกำลังแผ่ซ่านเข้าสู่ร่าง และแม้แต่พลังปราณแท้ก็ไม่สามารถกดมันไว้ได้
“ต่อให้เซียนก็ช่วยเจ้าไม่ได้หากถูกอสรพิษเย็นของข้ากัด! หลินลั่วเว่ย เตรียมตัวตายเสียเถอะ!”
หญิงชรากัดฟันแน่น สีหน้าเหี้ยมเกรียม พุ่งเข้าฟาดกระบองหัวมังกรใส่นางอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
งูอสรพิษเย็นในกระบองเป็นอสรพิษพิสดาร มีพิษร้ายแรงและว่องไวราวสายฟ้า นางลงทุนสูงยิ่งเพื่อฝึกเลี้ยงมัน
บัดนี้มันถูกหลินลั่วเว่ยฟันดับ นางจึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง
แต่หลินลั่วเว่ยก็ได้รับพิษเช่นกัน ไม่ต่างกับตายไปแล้ว
ครืน!
ราชายุทธ์ทั้งสี่มีดวงตาเยียบเย็น พลังจิตสังหารพุ่งสูงสุด ต่างพุ่งเข้าใส่นาง
หลินลั่วเว่ยต้องพยายามทั้งกดพิษทั้งต่อต้านการโจมตี จึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันที
ใบหน้าของนางเริ่มคล้ำดำ พิษงูร้ายรุนแรงยิ่งนัก และการใช้พลังปราณขับพิษกลับทำให้พิษแพร่กระจายเร็วขึ้น
จากนั้นพิษก็เริ่มไหลเข้าสู่เส้นชีพจรหัวใจ
หากมันโจมตีถึงหัวใจ นางต้องตายแน่นอน
ผัวะ!
ชายชราผู้สวมชุดเทาโจมตีจากด้านหลัง ฝ่ามือซัดเข้าใส่แผ่นหลังของหลินลั่วเว่ย ร่างของนางสั่นสะท้าน เลือดพุ่งกระเซ็น กระเด็นลอยออกไป
พลังภายในของนางถูกสลายสิ้น พิษงูเริ่มพุ่งเข้าหาเส้นชีพจรหัวใจอย่างไม่อาจต้าน
“ตายซะ!”
หญิงชราฟาดกระบองหัวมังกรลงมาอย่างแรงใส่นาง
“ซูเฉิน ข้า…คงไม่ไหวแล้ว ขอให้เจ้า…ปลอดภัย…”
หลินลั่วเว่ยหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
“ผู้ใดบังอาจแตะต้องผู้หญิงของข้า?!”
ในขณะนั้น เสียงคำรามอันดังกึกก้องสะท้านฟ้าก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงชัดเจนที่เปี่ยมด้วยอำนาจระเบิดก้องทั่วผืนฟ้า
ครืน!
ประตูคลังสมบัติหลวงระเบิดกระจายเป็นเสี่ยงในพริบตา
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายที่น่าสะพรึง พุ่งหมัดออกไปพร้อมเสียงคำรามของมังกร ปะทะกับกระบองหัวมังกรของหญิงชราในชั่วพริบตา
“อ๊ากกก...!”
พร้อมเสียงกรีดร้อง กระบองหัวมังกรระเบิดเป็นผุยผง แขนของหญิงชราฉีกขาดกลายเป็นหมอกเลือด เลือดทะลักจากปาก ร่างลอยกระเด็นออกไปทันที!
“ผู้ใด?!”
ราชายุทธ์อีกสามคนเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความตะลึง
หมัดนั้นร้ายแรงเกินไป!
หญิงชราผู้เป็นถึงราชายุทธ์ มือถือกระบองที่สร้างจากเหล็กเทพนอกโลก กลับถูกทำลายด้วยหมัดเดียว
พลังอันใดกันแน่ถึงน่าสะพรึงขนาดนี้?
ขณะนั้นเอง พวกเขาก็มองเห็นบุรุษผู้นั้นชัดเจน
เป็นชายหนุ่มเรือนผมดำสะบัด พลังกายโลหิตทะยาน สีกายดุจสำริดเรืองแสงทองอ่อน ดวงตาคมกริบเปล่งประกายเจิดจ้า
โลหิตของเขาพวยพุ่งดั่งมังกรพันรอบกาย แผ่ออร่ากายาอมตะ คล้ายอสูรเทพในรูปมนุษย์ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
หากมิใช่ซูเฉินแล้วจะเป็นใครได้!
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
ซูเฉินไม่แม้แต่มองราชายุทธ์ทั้งสี่ ดวงตาเขามองเพียงหลินลั่วเว่ย เขาโอบนางไว้ในอ้อมแขน แววตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิด
หากไม่ใช่นางปกป้องเขา นางคงไม่บาดเจ็บหนักเช่นนี้
“พิษร้ายแรงนัก!”
ซูเฉินเบิกตาคมกล้า มองบาดแผลบนแขนของหลินลั่วเว่ย และไอก๊าซพิษดำคล้ำรอบร่าง รีบหยิบโอสถรักษาออกมาและป้อนให้นางทันที
นั่นคือโอสถชิงหลิงขับพิษที่เขาเคยปรุงไว้ และผ่านการเสริมประสิทธิภาพโดยเตาหลอมฟ้าดิน สามารถขจัดพิษทั้งปวงได้
ผลก็คาดไว้ไม่ผิด หลังจากกลืนโอสถเข้าไป พิษงูที่รุมเร้าร่างของหลินลั่วเว่ยค่อย ๆ จางลงและถูกพลังโอสถขจัดไป
นางก็ฟื้นพละกำลังกลับคืนเล็กน้อย เงยหน้ามองซูเฉิน
“ซูเฉิน…ข้าดีใจที่เจ้ายังปลอดภัย…”
หลินลั่วเว่ยเผยรอยยิ้มบาง ๆ บนมุมปาก เอ่ยเสียงแผ่วเบา
นางนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อครู่
‘ผู้ใดบังอาจแตะต้องผู้หญิงของข้า?’
หัวใจของหลินลั่วเว่ยเต้นระรัวทันที!