มู่หนานจือ - บทที่ 526 สืบ
ไช่ซวงประหลาดใจ
นี่เจียงเซี่ยนเพิ่งจะเข้าเมืองหลวงไม่กี่วัน ก็ถูกเรียกเข้าวังแล้วหรือ?
ดูท่าทางนางจะได้รับความโปรดปรานจากไทฮองไทเฮาตามข่าวลือจริงๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นข้ารอเจ้าแจ้งข่าวและออกมาแล้วกัน! ข้าไปขอเงินเดือนทหารที่กรมคลัง ก่อนหน้านี้พูดไว้ดิบดี ปรากฏว่าข้าไปนานมากแล้วก็ไม่เจอคน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะมีธุระจริงหรือมีธุระปลอม ข้ากำลังรู้สึกหงุดหงิด เดิมทีจองโต๊ะที่หอชุ่ยหวาไว้เรียบร้อยแล้ว…พวกเรากินข้าวและคุยกัน ตอนบ่ายข้ายังต้องไปจับตามองที่กรมคลังอีก!”
ถึงอย่างไรก็ทำงานให้กองบัญชาการกำลังสำรองส่านซี ทำงานให้หลี่เชียน
หลิวตงเยว่เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หากใต้เท้าไม่ให้ข้าดื่มเหล้า ข้าจะไป ข้ารับคำสั่งออกมา ดื่มจนเมากลับไป ท่านหญิงต้องตำหนิอย่างแน่นอน”
ไช่ซวงได้ยินก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในทันใด จึงเอ่ยว่า “กลางคืนเจ้าพักในวังหรือ?”
หลิวตงเยว่รู้ว่าตนเองพูดผิดแล้วทันที
เขาพักในวังจริงๆ ทว่าเวลานี้เขาไม่ใช่ทั้งองครักษ์และขันที ตามหลักไม่สามารถพักในวังได้
“ไทฮองไทเฮาทรงพระเมตตา” เขาเอ่ยแก้ไข “จัดให้ข้าอยู่ห้องเวรขององครักษ์วังฉือหนิง ท่านหญิงมีอะไรก็สั่งได้สะดวกหน่อยเช่นกัน”
ไช่ซวงอยากรู้เรื่องเจียงเซี่ยนมากขึ้นแล้ว
เขาเติบโตในตระกูลที่สร้างความดีความชอบต่อแคว้นอย่างใหญ่หลวง จึงเห็นบุญคุณและความแค้นของตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจมามากมายแล้ว แม้ทุกคนจะพากันบอกว่าไทฮองไทเฮาโปรดปรานท่านหญิงเจียหนาน แต่ด้วยตำแหน่งของเขาที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยติดต่อกับเจียงเซี่ยน จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกงุนงง ก็เหมือนไช่หรูอี้ลูกพี่ลูกน้องที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังข้างนอกและเวลานี้แต่งไปเป็นฮูหยินซื่อจื่อที่จวนจิ้งไห่โหวแล้วของเขา ในมุมมองของคนนอกนางเป็นลูกสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก หน้าตาสะสวย เรียนหนังสือเก่ง น่าจะเป็นคนที่ได้รับความรักจากผู้คนมากมาย ทว่าเพราะตอนที่ฮูหยินจิ้นอันโหวคลอดนางเป็นการคลอดครั้งแรก อายุยังน้อย ไม่รู้ความ และคลอดยาก จนเกือบจะเสียชีวิต ฮูหยินจิ้นอันโหวคิดว่าไช่หรูอี้ดวงไม่ถูกกับนาง จึงอุ้มไช่หรูอี้ไปไกลมากตั้งแต่เด็ก และให้แม่นมกับพวกสาวใช้ที่สุขุมคอยดูแล ภาพภายนอกสดใสและสวยงามมาก ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยขาดของของไช่หรูอี้ แต่กลับไม่เคยอุ้มไช่หรูอี้เองกับมือเลย และไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวกันอย่างสนิทสนมเหมือนแม่ลูกคู่อื่น
ดูท่าทางเจียงเซี่ยนจะได้รับความโปรดปรานจริงๆ
ทว่าเมื่อก่อนเจียงเซี่ยนเหมือนจะไม่ถูกกับหานถงซิน ตอนนี้หานถงซินเป็นฮองเฮาแล้ว ไม่รู้เจียงเซี่ยนจะเสียดายหรือไม่? จะประจบหานถงซินหรือไม่?
ตอนที่กินข้าว เขาหาโอกาสเอ่ยถึงเจียงเซี่ยนกับหลิวตงเยว่ราวกับไม่ได้ตั้งใจ “ท่านหญิงเข้าไปอยู่ในวังกี่วันหรือ? ข้าอย่างมากที่สุดอยู่ได้ถึงช่วงกลางเดือนหน้าก็ต้องกลับเมืองกานแล้ว ถึงเวลานั้นพวกเจ้าจะกลับพร้อมข้าหรือไม่?”
หลิวตงเยว่เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านหญิงกลับมาทำพิธีปักปิ่น ฝ่าบาททราบว่าท่านหญิงกลับเมืองหลวงแล้ว ยังเคยตั้งใจกลับวังมาเยี่ยมท่านหญิงโดยเฉพาะด้วย หากไม่มีธุระอื่น ท่านหญิงอาจจะอยู่ในวังจนถึงปีใหม่ ทว่าเรื่องนี้ก็พูดยากเช่นกัน ท่านหญิงยังไม่ได้ตกลงกับใต้เท้าหลี่ ท่านหญิงต้องดูว่าใต้เท้าหลี่คิดอย่างไรอย่างแน่นอน แต่ฝ่าบาทอยากให้ท่านหญิงอยู่อีกสองสามวัน…”
“ฝ่าบาทเคยกลับวังหรือ?!” ไช่ซวงยากที่จะปิดบังความตกตะลึงได้ และเอ่ยว่า “ทำไมข้าไม่รู้?”
“ปกติเรื่องแบบนี้ฝ่าบาทจัดการเสร็จสิ้นแล้วทุกคนถึงจะรู้ว่าฝ่าบาทไปทำอะไรบ้างไม่ใช่หรือ?” หลิวตงเยว่ยิ้มพลางหยอกเขาเล่น
ไม่เลว
หากคุยลึกลงไปอีก ก็กลายเป็น ‘สอดแนมพระราชประสงค์’ แล้ว
ไช่ซวงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ที่แท้ท่านหญิงกลับมาทำพิธีปักปิ่น ไม่ใช่ว่าผู้หญิงแต่งงานแล้วก็เป็นผู้ใหญ่แล้วหรือ? ท่านหญิงยังจัดพิธีปักปิ่นอีกหรือ!”
แน่นอนว่าหลิวตงเยว่ไม่มีทางบอกไช่ซวงว่าหลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนยังไม่ได้เข้าหอ เขาเพียงแค่ยิ้มและเอ่ยว่า “ท่านหญิงกลับเมืองหลวงไม่ใช่หรือ? ไทฮองไทเฮาไม่มีเรื่องอื่นทำ จึงคิดจะจัดพิธีปักปิ่นให้ท่านหญิง โดยจะเชิญฮูหยินฝางของจวนเจิ้นกั๋วกงมาเสียบปิ่นให้ท่านหญิง และฮูหยินโหวจวนเป่ยติ้งโหวเป็นผู้ดำเนินพิธีให้ท่านหญิง”
ยิ่งเป็นลูกสาวของตระกูลที่มั่งคั่ง ยิ่งแต่งงานช้า ปกติพิธีปักปิ่นจะจัดให้ลูกสาวที่ยังไม่แต่งงาน แต่งงานแล้วก็เป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้ใหญ่ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน ปกติจึงไม่จัดพิธีปักปิ่น ทว่าสถานการณ์ของเจียงเซี่ยนก็ค่อนข้างพิเศษ ไทฮองไทเฮาอยากหาความสุข จะจัดพิธีปักปิ่นให้เจียงเซี่ยนก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเช่นกัน
ไช่ซวงหยั่งเชิงอีกว่า “ทำไมไม่เชิญฮองเฮา? ถึงจวนเจิ้นกั๋วกงจะสูงศักดิ์ แต่อย่างไรก็ยังด้อยกว่าฮองเฮาเล็กน้อย…”
หลิวตงเยว่ยิ้มและเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮาตรัสว่า วังฉือหนิงส่วนใหญ่เป็นแม่ม่าย เชิญฮูหยินฝางกับฮูหยินเป่ยติ้งโหวจะดีกว่า”
พวกนางล้วนเป็นสตรีชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ไทฮองไทเฮาคิดว่าให้พวกนางมาจัดการพิธีปักปิ่นจะได้ให้เจียงเซี่ยนสัมผัสบารมีของพวกนาง ถึงอย่างไรในใจของไทฮองไทเฮาก็ยังรู้สึกว่าผู้หญิงควรจะเป็นแบบฮูหยินฝางหรือฮูหยินเป่ยติ้งโหว สามีให้เกียรติ ลูกชายลูกสาวปรนนิบัติบิดามารดาถึงจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุข
แม้หลิวตงเยว่จะพูดจาคลุมเครือ ไช่ซวงก็ยังเข้าใจ
หรือว่าไทฮองไทเฮาดูถูกหานถงซินอย่างนั้นหรือ? หรือรู้ว่าเมื่อก่อนหานถงซินไม่ค่อยถูกกับเจียงเซี่ยน จึงกลัวว่าเจียงเซี่ยนจะไม่สบายใจ?
ไช่ซวงครุ่นคิดในใจ แต่กลับไม่แสดงออกมาทางสีหน้า และหยั่งเชิงหลิวตงเยว่ต่อ “ท่านหญิงเข้าพิธีปักปิ่น ฮองเฮากลับมาหรือไม่?”
ปกติพิธีปักปิ่นเป็นเรื่องของผู้หญิง ผู้ชายจะไม่ไปชมพิธีและจะไม่เข้าร่วม!
“ไม่รู้สิ!” หลิวตงเยว่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แต่ของขวัญของฝ่าบาทส่งมาแล้ว และไม่ได้เอ่ยถึงของฮองเฮา อาจจะกลับมาร่วมพิธีปักปิ่นของท่านหญิง ทว่าก็ไม่แน่เช่นกัน ว่ากันว่าการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงจะจบวันที่สี่เดือนหน้า บางทีฮองเฮาอาจจะต้องอยู่เป็นเพื่อนฝ่าบาท จึงไม่กลับมา!”
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย วันเดือนปีและเวลาเกิดเป็นสิ่งที่จะให้คนรู้ง่ายๆ ไม่ได้ หลิวตงเยว่ก็ไม่มีทางที่จะบอกไช่ซวงว่าเจียงเซี่ยนกำหนดจัดพิธีปักปิ่นวันไหนเช่นกัน
ไช่ซวงก็ไม่ได้ถามเช่นกัน พอกลับถึงบ้าน ก็ให้มารดาเตรียมของขวัญชุดหนึ่งส่งไปจวนเจิ้นกั๋วกง
ฮูหยินฝางต้องเข้าวังพอดี จึงรีบพบมารดาของไช่ซวง และรับของขวัญไว้ แล้วกำชับให้แม่นมอวี๋จำเรื่องนี้ไว้ พอกลับมาจากในวังก็บอกพ่อบ้านที่รับผิดชอบงานต่างๆ ของจวนเจิ้นกั๋วกงให้จดไว้ในสมุดบัญชี พอถึงตอนที่บ้านของไช่ซวงมีงานมงคลและงานอวมงคล ก็ส่งของขวัญไป
แม่นมอวี๋ขานรับ และช่วยฮูหยินฝางจัดเสื้อผ้ากับเครื่องประดับ ถึงจะประคองฮูหยินฝางขึ้นเกี้ยว
ไทฮองไทเฮาให้คนของสำนักหอดูดาวหลวงคำนวณแล้ว พิธีปักปิ่นของเจียงเซี่ยนจะจัดในเวลาพลบค่ำ คืนนี้นางจะพักในวังคืนหนึ่ง พรุ่งนี้ถึงจะออกจากวัง
พอไช่ซวงรู้ว่าตอนที่มารดาส่งของขวัญได้เจอฮูหยินฝางโดยตรง และฮูหยินฝางเป็นคนรับของขวัญด้วยตนเอง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจ
คนที่อยากประจบตระกูลเจียงมีมากมาย แต่คนที่สามารถทำให้คนของตระกูลเจียงประทับใจได้จริงๆ มีน้อยมาก
เขารู้สึกว่าตนเองโชคดีทีเดียว แล้วไปที่จวนจิ้นอันโหว
ได้ยินว่าหลังจากไช่หรูอี้แต่งไปก็ให้เกียรติกันและกัน และเข้ากับจ้าวเซี่ยวได้ไม่เลว เขาคิดว่าไช่ติ้งจงอาของเขาต้องดีใจมากอย่างแน่นอน เขาตัดสินใจไปคุยกับไช่ติ้งจง ดูว่าจะขอให้ไช่ติ้งจงออกหน้าคุยกับกรมคลัง ให้เขาขอเงินเดือนของกองบัญชาการกำลังสำรองส่านซีมาได้หรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็ทำงานคนเดียวเป็นครั้งแรก หากทำได้ดีก็เป็นผลดีต่อเส้นทางในการเป็นขุนนางของเขา
ใครจะรู้ว่าหลังจากเขาไปถึงจวนจิ้นอันโหว ผู้ติดตามประจำตัวของไช่ติ้งจงกลับบอกเขาว่า ไช่ติ้งจงกำลังคุยกับพวกผู้ช่วยอยู่ในห้องหนังสือ และเอ่ยว่า “หากใต้เท้ารอได้ก็รอสักครู่ หากรอไม่ได้ ค่อยมาพรุ่งนี้ก็ได้ ท่านโหวออกมาแล้ว ข้าจะบอกท่านโหวว่าท่านเพิ่งกลับไป”
———————————–