ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 135 อ่อนเพลียเกินไป / ตอนที่ 136 ได้อนุภรรยามาโดยไม่ต้องทำอะไร
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 135 อ่อนเพลียเกินไป / ตอนที่ 136 ได้อนุภรรยามาโดยไม่ต้องทำอะไร
ตอนที่ 135 อ่อนเพลียเกินไป / ตอนที่ 136 ได้อนุภรรยามาโดยไม่ต้องทำอะไร
ตอนที่ 135 อ่อนเพลียเกินไป
เซี่ยเฉียวมองกลับไปอย่างสงบ นางไม่ได้กลัวคนคนนี้จะโกรธ
คนผู้นี้ตำแหน่งบิดามารดาไม่ตรงมุมพระจันทร์[1] ซึ่งบ่งบอกถึงมารดานั้นเบ้เอียง เขายังมีไฝที่ไม่ดี และหน้าผากแคบอีกด้วย
จากการคำนวณดวงชะตาของนาง เขาต้องเกิดมาจากอนุภรรยา ไม่เช่นนั้นก็เกิดจากการที่บิดาหรือมารดาล่วงประเวณีกับคนนอก
ความน่าจะเป็นของกรณีหลังนั้นมีไม่มาก ตำแหน่งของบิดามารดาของเขายังนับว่ากลมและเรียบ มีความขัดแย้งเล็กน้อย ก่อตัวเป็นลักษณะหยินคู่รางๆ ประมาณว่าอนุภรรยาให้กำเนิดในชื่อนายหญิง แต่ไม่ได้มอบให้นายหญิงเลี้ยงดู
เมิ่งจี๋ฟังเป็นคนประเภทที่อยากเห็นโลกวุ่นวาย ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าคำพูดท้ายๆ ของเซี่ยเฉียวนั้นดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
“แม่นางเซี่ย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเติบโตขึ้นมาในวัดเต๋า หรือว่าเจ้าก็ดูโหงวเฮ้งเป็นด้วย เจ้าบอกว่าหยวนปินเจ้าชู้หมายความว่าอย่างไร” เมิ่งจี๋ฟังหยุดไปครู่หนึ่ง “ยังมีประโยคที่ว่าทำให้ครอบครัวสกปรกอีก…คำนี้ข้าไม่เข้าใจ”
หยวนปินโกรธไม่น้อย “แม่นางเซี่ย ข้าคนนี้ไม่ใช่คนที่จะไม่ใช้กำลังกับผู้หญิงนะ”
“เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายพูดเรื่องครอบครัวของข้าเป็นเรื่องตลก ข้ายังไม่ได้มีการตอบสนองใหญ่โตเหมือนกับท่านเลย” เซี่ยเฉียวแค่นเสียงออกมา
เมื่อครู่คนคนนี้พูดถึงนางว่าอย่างไรนะ
แต่งนางแล้วพากลับบ้านทำอนุภรรยา?
นางเป็นพวกอายุสั้นก็จริงๆ แต่คนอย่างนางก็เลือกผู้ชายนะ อย่างหยวนปินคนนี้ แค่นางเห็นโหงวเฮ้งครั้งแรกก็ไม่ผ่านเกณฑ์รสนิยมของนางแล้ว
ใบหน้าแบบที่นางชอบ แม่น้ำทั้งสี่สาย[2] จะต้องกว้างและลึก ภูเขาทั้งห้า[3] สูงตระหง่าน พูดง่ายๆ คือ ตา หู ปาก และจมูกไม่เบี้ยว หน้าผาก โหนกแก้ม จมูก และคางต้องสมดุลเพื่อความสิริมงคล นี่คือด่านแรกของผู้ชายที่หน้าตาดี
หลังจากผ่านด่านแรกนี้แล้วก็ค่อยดูรูปร่าง หลังจากผ่านด่านรูปร่างแล้วก็ยังต้องดูผิวพรรณและกระดูกทั้งตัวอีก
แต่ทันทีที่เขาอ้าปากพูดก็ราวกับว่าได้ลบข้อกำหนดทั้งหมดของนางทิ้งไปแล้ว ฝันไปเถอะ
เมื่อเห็นเซี่ยเฉียวสงบนิ่งหยวนปินก็ยิ่งโกรธมากขึ้น และเป็นครั้งแรกที่เขาอยากจะทุบตีผู้หญิง “เซี่ยเฉียว คนอื่นกลัวพี่ชายใหญ่ของเจ้า แต่ข้าไม่กลัว! เจ้าเชื่อหรือไม่ข้ากลับไปจะพาคนไปสู่ขอเจ้า! ได้ยินมาว่าเจ้าอยู่ที่บ้านไม่ค่อยได้รับความรักสักเท่าไรนี่ เจ้าว่าหากข้าให้เงินตระกูลเซี่ยนิดหน่อยแล้วให้เจ้ามาเป็นอนุของข้า พี่ชายกับพ่อของเจ้าจะยอมไหม”
“หยวนปิน นางก็แค่พูดว่าเจ้าทำให้ครอบครัวสกปรก ข้ายังรออยู่เลยว่านางจะอธิบายว่าอย่างไร เจ้าจะรีบร้อนไปทำไม” เมิ่งจี๋ฟังเอ่ยอย่างเอ้อระเหยลอยชาย
เซี่ยเฉียวรักษารอยยิ้มสงบเอาไว้อยู่ตลอดเวลา
“ข้าจะไปเข้าใจเรื่องโหงวเฮ้งวิชาขั้นสูงระดับนี้ได้อย่างไร” เซี่ยเฉียวยิ้มอ่อนๆ “ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าสีหน้าของคุณชายหยวนไม่ดีเท่านั้นเอง”
“ทุกคนดูคุณชายหยวนสิ ใต้ตาเขียวคล้ำคงจะเร่าร้อนเกินไป ดวงตาแดงอ่อน แค่มองก็รู้ว่าเจ้าชู้ ฝีเท้าล่องลอย ไม่มีพลังหยาง ผิวดั่งไม้แห้ง ร่างกายเสียหาย” เซี่ยเฉียวร่ายคำสี่พยางค์ออกมาเป็นชุด “ข้าไม่เคยเห็นคุณชายหยวนมาก่อน แต่ดูลักษณะที่อ่อนเพลียของเขาสิ หากไม่ใช่ว่ามีอนุในบ้านถึงสิบเอ็ดสิบสองคน ก็ต้องมีถึงสักหกเจ็ดคนกระมัง”
อย่างไรก็ตามวิธีการพูดของเซี่ยเฉียวก็กลับดูค่อนข้างไร้เดียงสา
ราวกับว่านางแค่อาศัยการคาดเดาเอาเท่านั้น
เซี่ยเฉียวเองก็ลำบาก ในฐานะผู้หญิงก็มีบางสิ่งที่นางพูดไม่ได้
อย่างเช่นว่า นางไม่อาจจะพูดต่อหน้าสาธารณชนได้ว่า หยวนปินผู้นี้หมกมุ่นทั้งวันทั้งคืน ผิดประเวณีและขาดศีลธรรม หากคนอื่นต้องการเข้าใจคำพูดของนาง พวกเขาต้องเดาเอาเอง
ทุกคนก็แค่ยิ้มๆ ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องจริง
พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าสาวน้อยตระกูลเซี่ยผู้นี้ก็แค่โกรธเกินไป นางจึงพูดอะไรออกมาด้วยอารมณ์
“นางพูดก็ถูกต้องอยู่นะ หยวนปินข้าจำได้ว่าในบ้านเจ้าดูเหมือนจะมีอนุเป็นสิบคนใช่หรือไม่ เมื่อเดือนที่แล้วเจ้ายังไปไถ่ตัวมาจากหอนางหนึ่งอยู่เลยไม่ใช่หรือ” เมิ่งจี๋ฟังหัวเราะ
หยวนปินสีหน้าดำคล้ำ “ไม่มีเรื่องเช่นนั้นหรอก”
เขาไม่สามารถนำเรื่องภายในบ้านมาพูดข้างนอกได้ อีกอย่างเขาก็ยังไม่ได้แต่งภรรยาเอกอย่างเป็นทางการ
“ทำก็ทำไปแล้ว เจ้ายังกลัวว่าคนอื่นจะพูดเรื่องนี้อีกหรือ แต่ข้ายังรู้สึกว่าอนุเล็กๆ พวกนี้ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าทำให้บ้านสกปรก คงไม่ใช่ว่า…เจ้ายังทำอะไรอีกหรอกนะ” เมิ่งจี๋ฟังหัวเราะอย่างมีความสุข
ตอนที่ 136 ได้อนุภรรยามาโดยไม่ต้องทำอะไร
เซี่ยเฉียวค่อนข้างตกใจอยู่บ้าง นางนึกไม่ถึงว่าเมิ่งจี๋ฟังจะจริงจังขนาดนี้
“คำพูดเหลวไหลของนางเจ้าก็เชื่อ?” หยวนปินหัวเราะเยาะ “พวกเจ้าที่อยู่ตรงนี้ มีใครไร้ยางอายเท่าตระกูลเซี่ยบ้าง เกิดมาเป็นโจร ในครอบครัวจะมีดีๆ สักคนได้หรือ คนที่ไม่มีทักษะความรู้อะไรเลยเอาแต่เล่นจิ้งหรีด หากกราบท่านอาจารย์เซียวได้สำเร็จ ข้าจะตัดหัวของตัวเองมาให้พวกเจ้าแกล้มเหล้าเลย!”
“ตกลง ในเมื่อคุณชายหยวนพูดอย่างกล้าหาญขนาดนี้ ข้าเองก็ไม่ควรสูญเสียความกล้าของคนตระกูลเซี่ย” เซี่ยเฉียวแค่นเสียงหนึ่งที “คุณชายหยวนทำตัวเสเพล ข้าพนันไว้เลยว่าภายในสามวัน ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยเพราะเรื่องความเจ้าชู้ ชื่อเสียงฉาวโฉ่ ผู้คนหลีกหนี ถึงเวลานั้นแล้วเจ้าคงไม่สามารถมองหน้าใครได้ และย่อมไม่อาจเห็นวันที่น้องชายของข้ากราบอาจารย์สำเร็จ!”
“เฮอะ” หยวนปินสุขใจแล้ว
การทะเลาะกับผู้หญิงมันน่าเบื่ออย่างนี้นี่เอง
“แค่พูดอะไรกำกวมไม่กี่คำก็คิดว่าตัวเองทำนายดวงชะตาได้อย่างนั้นหรือ ข้าจะเหน็ดเหนื่อยเพราะความเจ้าชู้ ผู้คนพากันหลีกหนี!? สามวันสินะ ได้ หากในสามวันข้าคนนี้ยังอยู่ดี เจ้าก็มาเป็นอนุของข้าเสียเลยดีไหม!” หยวนปินยิ้มเสียดสี
บ้านเขามีอนุหลายคนก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ
ใครบ้างล่ะที่จะไม่มีผู้หญิงไว้หยอกล้อข้างกาย ถึงกับกล้าเสียดสีว่าร่างกายของเขาจะพังเพราะเรื่องนี้!
เซี่ยเฉียวคนนี้อย่างไรก็ยังเป็นคนงาม!
หากนางเป็นลูกที่เกิดจากอนุภรรยา เขาคงจะรับเข้าบ้านในฐานะอนุภรรยาก็อาจจะเป็นไปได้
แต่เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ หากเขาสามารถเกลี้ยกล่อมนางได้สำเร็จต่อไปก็จะได้อยู่กับนางไปตลอดชีวิต เช่นนั้นก็ได้เหมือนกัน!
หยวนปินคิดได้เช่นนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววชั่วร้าย “เอาล่ะ แม่นางเซี่ย หากข้าคนนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ภายในสามวันก็พิสูจน์ได้ว่าเจ้าปรักปรำข้า ทำลายชื่อเสียงของข้า และเจ้าก็ควรจะต้องชดใช้?!”
เมิ่งจี๋ฟังขมวดคิ้ว
คนอื่นก็ยังคิดว่าหยวนปินคนนี้ออกจะพาลอยู่บ้าง
แม่นางน้อยแค่โกรธเรื่องน้องชายของนางจึงพูดเรื่องอะไรเหลวไหลไปบ้างเท่านั้น ทำไมเขาถึงได้ตอแยนางเช่นนี้
อีกอย่าง…
ในความเป็นจริงแล้วคำพูดของเซี่ยเฉียวดูเหมือนจะถูกต้อง ฝีเท้าของหยวนปินล่องลอยจริงๆ ดูราวกับว่าเขาจะ ‘ปลดปล่อยมากเกินไป’ กระนั้น
“ตกลง” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างจริงจัง “หากในสามวัน ชื่อเสียงของเจ้ายังดีเท่ากับตอนนี้ ข้าจะเป็นอนุภรรยาของเจ้า แต่หากคุณชายหยวนกลายเป็นคนที่ทุกคนรังเกียจล่ะ เจ้าก็ควรที่จะขอโทษข้าและน้องชายของข้าใช่หรือไม่ ข้อเรียกร้องของข้ามิได้มีอะไรมากมาย แค่โขกศีรษะให้พวกเราสิบครั้งก็พอแล้ว”
ทันทีที่นางพูดจบ สายตาคนอื่นๆ ที่มองนางราวกับมองเห็นคนโง่กระนั้น
แม่นางเซี่ยคนนี้คงไม่ใช่ว่าโง่เหมือนน้องสาวของนางหรอกนะ
ก็เป็นไปได้ ถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องกัน…ต่างก็เป็นลูกของเซี่ยหนิวซานทั้งนั้น
หยวนปินมีความสุขทันที
เขาจะได้นางมาเป็นอนุภรรยาโดยไม่ต้องทำอะไร!
ทั้งยังเป็นลูกสาวของภรรยาเอกของขุนนางขั้นสี่ ที่มีหน้าตางดงาม ถึงแม้เขาจะมิได้ชอบนิสัยของคนงามคนนี้เท่าไรนัก แต่นางก็หน้าตาสะสวยนี่ ลองดูขาเล็กเรียวนั่นสิ จุ๊ๆๆ หากได้กอดก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร
“ทุกคนก็ได้ยินกันหมดแล้วนะ ว่านางเป็นคนพูดออกมาเอง! สามวันหลังจากนี้ข้าจะส่งเกี้ยวไปรับนาง พวกเจ้าจะมาพูดว่าข้ารังแกนางไม่ได้นะ!” หยวนปินตะโกนเสียงดัง
เมิ่งจี๋ฟังมองเซี่ยเฉียวด้วยแววตาสงสาร
เขายังอยากจะให้นางสอนเขาฝึกม้าอยู่เลย!
คนพวกนี้ต่างก็ยืนอยู่นอกเรือนของท่านอาจารย์เซียว เซี่ยผิงไหวจึงไม่ได้ยินว่าผู้คนข้างนอกพูดคุยอะไรกัน เพียงแต่รู้สึกว่าข้างนอกเสียงดังวุ่นวาย ในใจก็รู้สึกขมขื่นจนบรรยายไม่ถูก
คนพวกนี้ต้องกำลังหัวเราะเยาะเขาแน่!
เซี่ยผิงไหวยังคงคุกเข่าต่อไปอีกสักพัก แต่ก็พบว่าไร้ประโยชน์ ใกล้จะได้เวลาเริ่มคาบเรียนแล้ว เขาจึงออกมาจากเรือน แต่ทันทีที่เขาออกมาเขาก็ต้องตะลึงไป
เนื่องจากคนมากมายบอกเขาว่าพี่หญิงใหญ่ของเขาจะกลายเป็นอนุภรรยาของหยวนปินแล้ว!
หยวนปินเป็นใครกัน!
เจ้าสุนัขตัวนั้นช่างไร้ยางอายที่สุด ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ตอนที่เขามาเรียนที่สำนักศึกษาเป็นครั้งแรก มันชอบที่จะรังแกเขาที่สุด เพียงแค่เพราะว่ามันโตกว่าเขาไม่กี่ปี ทั้งยังทุบตีเขาด้วย!
—————-
[1] มุมพระจันทร์ เป็นตำแหน่งกึ่งกลางหน้าผากเหนือคิ้วด้านขวา บ่งบอกถึงลักษณะของมารดา
[2] แม่น้ำทั้งสี่สาย ในทางโหงวเฮ้งหมายถึงตา หู จมูก และปาก
[3] ภูเขาทั้งห้า ในทางโหงวเฮ้งหมายถึง หน้าผาก โหนกแก้ม จมูก และปลายคาง