ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 169 คือนางเซี่ยเฉียว / ตอนที่ 170 ไม่เคยมีมาก่อน
ตอนที่ 169 คือนางเซี่ยเฉียว / ตอนที่ 170 ไม่เคยมีมาก่อน
ตอนที่ 169 คือนางเซี่ยเฉียว
เผยหว่านเย่ว์ไม่มีทางอื่นแล้ว นางได้แต่ต้องกลับไปยังบ้านหลังเล็กๆ ที่หลูซื่อซื้อให้หลังนั้น ซึ่งภายในเรือนดูว่างเปล่า บ่าวรับใช้ก็เป็นคนมาใหม่กันทั้งนั้นต่างยืนตัวสั่นงันงก
ไม่มีคนรู้จักคุ้นเคยเลยสักคน
นางคิดอะไรเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อยอยู่ทั้งคืน
นางตื่นเช้าขึ้นมาด้วยสีหน้าย่ำแย่ และไปสำนักศึกษาด้วยอาการเหนื่อยล้า นางคิดที่จะปรับสภาพจิตใจเสียหน่อย จนในที่สุดก็คิดได้ว่าจะต้องคบค้าสมาคมกับคนอื่นในสำนักศึกษาบ้าง
แต่ทันทีที่นางเริ่ม…
นางก็ต้องมึนงงไป
ในชั้นเรียน‘สี่’นี้ เกือบทั้งหมดเป็นลูกสาวของพ่อค้าที่ร่ำรวยมั่งคั่ง ทันทีที่อ้าปากพูด พวกนางก็พูดถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เป็นที่นิยมที่สุด หรือไม่ก็เป็นการอวดโม้ถึงคุณชายบ้านไหนเป็นพิเศษ
หญิงสาวที่สำนักศึกษากู่หลันสง่างามกว่ามาก…
“แม่นางเผย ท่านพ่อของเจ้าทำอะไรหรือ เจ้าถึงได้สามารถขอจดหมายแนะนำจากขุนนางขั้นสามได้!” หลังจากที่มีใครบางคนสังเกตเห็นเรื่องนี้ ก็มีคนถามนางขึ้นด้วยความสงสัยในทันที
เผยหว่านเย่ว์ปั้นหน้าไม่ถูก
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “พ่อของข้า…เป็นขุนนางขั้นสี่ แต่ข้าได้จดหมายแนะนำนี้มาจากเพื่อนที่สำนักศึกษากู่หลัน…”
“ขุนนางขั้นสี่?” ทันทีที่นางพูดออกมา หลายคนก็หันมามอง “ไม่น่าจะใช่นะ ลูกสาวขุนนางขั้นสี่ก็ต้องได้อยู่ชั้นเรียนรื่อเย่ว์สิ แม้จะเป็นลูกอนุก็ตาม ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตกมาอยู่ชั้นเรียนสุดท้ายของพวกเราได้”
เผยหว่านเย่ว์เม้มปาก “แม่…แม่ของข้าแต่งงานใหม่…”
“แต่งงานใหม่?” ทุกคนตกตะลึง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเช่นกัน
ราชสำนักเฉียนหยวนสนับสนุนให้ผู้หญิงแต่งงานใหม่ ผู้หญิงที่แต่งงานใหม่หลังจากการหย่าร้างจึงมีค่อนข้างมาก
ที่เป็นครอบครัวขุนนางถึงจะมีก็มีค่อนข้างน้อย เพราะถึงอย่างไรขุนนางก็ยังต้องรักษาหน้าตาไว้อยู่
“เจ้าบอกว่าได้จดหมายแนะนำนี้มาจากเพื่อนเช่นนั้นหรือ แล้วพ่อ…พ่อของเจ้าไม่ช่วยเจ้าหรือ” มีคนถามขึ้นมาอีก
เผยหว่านเย่ว์ส่ายหน้า กระทั่งเผยสีหน้าน้อยใจออกมาเล็กน้อย “พวกเขาไม่ให้ข้ามาเรียนที่สำนักศึกษาหลวงนี่ ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ข้าเองก็ไม่อยากที่จะทิ้งจดหมายแนะนำที่เพื่อนให้มาไปเสียเปล่า ก็เลยยืนยันที่จะมาที่นี้ จนเป็นสาเหตุให้ข้าถูกไล่ออกจากบ้าน”
นี่เป็นข่าวใหญ่ทีเดียว
ทุกคนจ้องมองเธออย่างกระตือรือร้น
“หากอย่างนั้นพ่อของเจ้าคนนี้ก็แย่มากเลยสิ!” ใครบางคนถอนหายใจ
“อาจจะกลัวว่าหากข้ามาที่นี่ แล้วจะทำให้พี่หญิงดูไม่ดีกระมัง” เผยหว่านเย่ว์ถอนหายใจอีก
ทุกคนต่างก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น
บ้านไหนกันนี่ที่โหดร้ายกับลูกติดเช่นนี้ แม้มีจดหมายแนะนำก็ไม่ให้ใช้ กระทั่งไล่นางออกมา นี่มันแย่มากเลยนะ!
“แม่นางเผย เจ้าไม่ต้องกลัว วางใจได้เลย พวกเราจะไม่ยอมให้เจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมแน่ พี่หญิงของเจ้าคนนั้นก็อยู่ที่สำนักศึกษานี้หรือ เป็นใครกัน ต่อไปหากนางมาหาเรื่องเจ้า พวกเราจะช่วยเจ้าเอง”
เผยหว่านเย่ว์ตื่นตระหนก “ไม่ต้องรบกวนพวกเจ้าหรอก นางไม่ใช่พวกที่จะยั่วโมโหได้ อีกทั้งนางก็เป็นลูกของภรรยาเอกย่อมแตกต่างกับข้าอยู่แล้ว ข้าก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงนางอยู่ แล้วพวกเจ้าก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องนางมาก่อน นางคือเซี่ยเฉียว…”
“เซี่ยเฉียว!?” ทุกคนหนังตาเต้นกระตุกทันที
ไม่ใช่เซี่ยเฉียวคนเดียวกับที่พวกเขาคิดอยู่ใช่หรือไม่
ลูกสาวภรรยาเอกของเซี่ยหนิวซาน พวกอายุสั้นในชั้นเรียนรื่อของเรือนคงกู่ หญิงสาวที่เดิมพันชนะหยวนปินได้แค่คำพูดประโยคเดียว?
คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเผยหว่านเย่ว์จะเป็นญาติกับเซี่ยเฉียว
“หากเป็นคนอื่นยังพอไหว แต่พวกเราไม่กล้ายั่วโมโหเซี่ยเฉียวจริงๆ เจ้าไม่รู้หรอกว่าสุขภาพร่างกายนางไม่ดีอย่างนั้น หากไม่ระวังเกิดเรื่องขึ้นมา พวกเราก็จะพากันซวยไปหมด อีกอย่างเซี่ยผิงกั่ง…เขาเป็นดาวโชคร้าย ส่วนเซี่ยผิงไหวตัวเล็กแต่แสบใช่ย่อย ก็ยากที่จะวุ่นวายกับเขาเช่นกัน”
“ข้ารู้ ตอนนั้นพี่หญิงใหญ่หยิบภาพวาดภาพหนึ่งมาให้ ก็เข้าสำนักศึกษาได้แล้ว คนที่นี่ก็รู้ว่านิสัยของพี่ชายใหญ่เป็นอย่างไร ก็เลยไม่ได้ถือสาหาความ ตอนนี้ข้าถูกไล่ออกมาแล้ว แม้ว่าจะรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่การพึ่งพาตัวเองก็ทำให้ข้าสบายใจ” เผยหว่านเย่ว์รีบเอ่ย
ตอนที่ 170 ไม่เคยมีมาก่อน
น้ำเสียงของเผยหว่านเย่ว์แปลกๆ เด็กสาวเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะโง่กันหมดทุกคน และพวกนางก็รู้สึกได้ทันทีว่าเผยหว่านเย่ว์ตั้งใจพูดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเซี่ยเฉียว
พวกนางจึงอดไม่ได้ที่จะเพิ่มความระมัดระวังต่อเผยหว่านเย่ว์มากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามเรื่องไม่ดีเหล่านี้กลับน่าสนใจมาก
“หยิบภาพวาดภาพหนึ่งมาให้หมายความว่าอย่างไร” ใครบางคนถามด้วยความสงสัย
ตอนที่เซี่ยเฉียวเข้าเรียน นางก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ตอนนั้นหลายคนก็คาดเดาไปว่าพ่อของนางจะยกเงินมาหรือไม่ แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าไม่เพียงแต่จะไม่ได้ยกเงินมา เซี่ยเฉียวกลับนำภาพวาดภาพหนึ่งมามอบให้ เรื่องประณีตสง่างามเช่นภาพวาดและการประดิษฐ์อักษรพวกนี้เข้ากันไม่ได้เลยกับตระกูลเซี่ย
ในเมื่อเผยหว่านเย่ว์พูดขึ้นมาอย่างนี้ หรือว่าภาพวาดนั้นจะมีปัญหา?
เผยหว่านเย่ว์ลังเล “อันที่จริงพี่หญิงใหญ่เติบโตมาในวัดเต๋าในอวิ๋นจิง ก่อนหน้าที่ท่านแม่ของข้าจะไปรับนางกลับมา นางก็ไม่ได้เห็นโลกอะไรมามากมายนัก หลังจากที่มาถึงเมืองหลวงแล้ว เดิมทีที่บ้านก็จะออกเงินเพื่อให้นางเข้าเรียนที่นี่ แต่นางกลับนำผลงานชิ้นใหญ่ของปรมาจารย์อวิ๋นเวยออกมาภาพหนึ่ง ปรมาจารย์อวิ๋นเวยมีผลงานออกมาน้อยมาก ภาพวาดของพี่หญิงใหญ่ภาพนั้น…น่าจะเป็นภาพที่มีคนแอบอ้างชื่อของปรมาจารย์วาดออกมาเสียมากกว่า”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างก็เผยแววตาตกใจและประหลาดใจออกมา
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว
“แม่นางเผย เจ้าไม่ชอบหน้าเซี่ยเฉียว พวกเราก็พอเข้าใจได้ แต่เรื่องเช่นนี้เจ้าจะมาพูดพล่อยๆ ไม่ได้นะ” ใครบางคนขมวดคิ้วพลางเอ่ยขึ้นมาในทันที
มีคนจำนวนมากที่เกลียดเซี่ยเฉียว ก็ใครใช้ให้นางมีหน้าตางดงามสมบูรณ์แบบขนาดนั้นกันเล่า?
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่มีใครกล้าที่จะสงสัยว่านางทำของปลอมขึ้นมา
“ใช่แล้ว แม้ผลงานของปรมาจารย์จะมีน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะหาซื้อไม่ได้นี่ เจ้ามีหลักฐานอะไรว่าภาพวาดของพี่สาวเจ้าเป็นของปลอมอย่างนั้นหรือ”
เผยหว่านเย่ว์เองก็รู้ตัวว่านางพูดเรื่องเหล่านี้ออกไปด้วยความหุนหันพลันแล่น
การเข้ามาเรียนที่นี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นางควรที่จะสร้างสายสัมพันธ์เอาไว้ก่อน
แต่ที่นี่คือชั้นเรียนที่สี่ ที่ถึงแม้จะมีบางคนก็ไม่ได้มาจากตระกูลพ่อค้าร่ำรวย แต่ก็เป็นเพียงแค่ลูกสาวของขุนนางระดับล่าง นางจะผูกมิตรกับพวกนางไปเพื่ออะไร
เป็นมิตรกับพวกนาง ไม่สู้นางอยู่บ้านตระกูลเซี่ยเสียยังดีกว่า การเสียสละของนางสูญเปล่าแล้ว
ตอนนี้มีเพียงแต่ต้องให้คนอื่นสนใจนางเท่านั้น นางจึงจะมีโอกาสได้โดดเด่น
นอกจากนั้นภาพวาดของเซียเฉียวภาพนั้นจะต้องเป็นของปลอมอย่างแน่นอน
ตอนที่นางนำภาพวาดนั้นออกมา เซี่ยหนิวซานก็ยังสงสัยว่าภาพนั้นไม่ใช่ของจริงเลยนี่
“ภาพวาดของพี่หญิงใหญ่ภาพนั้นเป็นรูปไก่รูปวัว ดูธรรมดาอย่างยิ่ง อีกอย่างตอนที่อยู่ที่บ้านนางยังเคยนำออกมาให้ท่านพ่อท่านแม่ดู ท่านพ่อท่านแม่ก็บอกว่าไม่ให้นางนำภาพนี้มาเป็นของขวัญเข้าเรียน แต่นางก็ยังยืนกรานที่จะทำเช่นนั้น” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยขึ้นอีก
คนบางส่วนเริ่มมีจิตใจโอนเอนแล้ว
แต่ก็มีบางคนที่มีความคิดจิตใจละเอียดอ่อน พวกเขาเริ่มรู้สึกรังเกียจเผยหว่านเย่ว์มากขึ้นบ้างแล้ว
เผยหว่านเย่ว์เรียกเซี่ยเฉียวว่าพี่สาวทุกคำ แต่ทุกคำพูดที่กล่าวออกมานี้เหมือนคำพูดของน้องสาวตรงไหน
กลับดูเหมือนว่านางแทบอยากจะเหยียบย่ำเซี่ยเฉียวราวกับโคลนเลนทันทีอย่างไรอย่างนั้น
แต่คำพูดของเผยหว่านเย่ว์ก็ยังคงใช้การได้
เรื่องราวเหล่านี้ได้แพร่กระจายออกไปในวันเดียวกันนั้นเอง
การจะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงนี้ไม่ใช่ง่ายๆ ทุกคนต่างก็ต้องมอบของขวัญเข้าเรียน เซี่ยเฉียวเป็นใครหรือ นางจึงทำไม่เหมือนกันได้?!
นอกจากนี้สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจมากกว่ากลับไม่ใช่เฉพาะเรื่องของขวัญเข้าเรียน แต่เป็นเรื่องของปลอมต่างหาก!
สำนักศึกษาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หากมีการฉ้อฉลหลอกหลวงภายในสำนักศึกษา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ก็สมควรต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง!
รอบกายเซี่ยเฉียวเริ่มมีเสียงไม่น่าฟังดังขึ้นทันที
“คนบางคนก็ยังหน้าด้านอยู่ในสำนักศึกษาได้อีกหนอ”
“ได้ยินมาว่านางออกมาจากวัดกันดารห่างไกล ไม่เคยได้เห็นของอะไรดีๆ เลย ก็เลยทึกทักเอาของปลอมว่าเป็นของล้ำค่า ถึงกับเอามามอบให้ท่านอาจารย์ด้วยนะ”
“ตอนนั้นเป็นท่านอาจารย์สวีที่อยู่เวรนี่ ทำไมเขาถึงมองไม่ออกว่ามันเป็นของปลอมเล่า จะมีความเข้าใจผิดอะไรกันหรือไม่”
“จะเข้าใจผิดอะไรได้ ปรมาจารย์อวิ๋นเวยเพิ่งจะมีชื่อเสียงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง และมีผลงานที่สามารถหาได้ในเหมืองหลวงนี่เพียงไม่กี่ชิ้น ตระกูลเซี่ยหยาบกระด้างขนาดนั้น จะยอมเสียเงินซื้อภาพวาดมาได้อย่างไร”