ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 173 ออกไปให้หมด / ตอนที่ 174 เป็นไปไม่ได้
ตอนที่ 173 ออกไปให้หมด / ตอนที่ 174 เป็นไปไม่ได้
ตอนที่ 173 ออกไปให้หมด
เซี่ยเฉียวมีนิสัยดีที่ฝึกฝนมาหลายปี โกรธก็ส่วนโกรธ แต่นางไม่แสดงออกทางสีหน้าแม้แต่น้อย
ผ่านไปครู่หนึ่ง อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าก็มาถึง และต้องตกใจเมื่อเห็นฉากนี้
จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาด้วยคำทะมึน “พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ”
“ท่านอาจารย์ เซี่ยเฉียวมอบภาพวาดปลอมให้กับสำนักศึกษา โดยแอบอ้างชื่อปรมาจารย์อวิ๋นเวย ข้าจะไม่ยอมอยู่ร่วมกับคนเช่นนี้” คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความถูกต้องชอบธรรม
“ท่านอาจารย์ การจงใจใส่ความและลบหลู่ดูถูกผู้อื่นควรถูกลงโทษหรือไม่” จู่ๆ เซี่ยเฉียวเอ่ยถามขึ้นมา
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่ามองคนจากเรือนหมู่ตันพวกนั้นก็รู้สึกโกรธอารมณ์ไม่ดี เมื่อได้ยินเซี่ยเฉียวเอ่ยเช่นนี้ขึ้นมา เขาจึงตอบโดยสัญชาตญาณ “แน่นอน”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยิน
“พวกเขาคิดว่าข้าหลอกลวง ข้าพูดอธิบายไปก็ไร้ประโยชน์ จึงขอให้ท่านอาจารย์เชิญผู้ดูแลสำนักศึกษามาพร้อมกับนำภาพวาดที่ข้ามอบเป็นของขวัญมาด้วยเพื่อเป็นพยานร่วมกัน ถ้าหากว่าของของข้านี้ไม่ได้เป็นของปลอม…” เซี่ยเฉียวหยุดไปชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ “ขอให้ท่านอาจารย์ได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าด้วย”
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวก็ปรับลมหายใจของตัวเองอีกครั้ง
“ตกลง” อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าตอบรับทันที
เขาเคยได้ยินข่าวลือนี้แล้วเช่นกัน และคิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระเท่านั้น
ศิษย์เหล่านี้เห็นอาจารย์ของพวกเขาเป็นอย่างไรไปแล้วหรือ ถึงกับคิดว่าพวกเขาจะยอมให้เซี่ยเฉียวมอบภาพวาดปลอมเพื่อเข้าเรียนเพราะเซี่ยผิงกั่ง?
อีกอย่างหากจะพูดเรื่องที่เซี่ยผิงกั่งทำร้ายอาจารย์ตอนนั้นขึ้นมาแล้วล่ะก็…
อาจารย์ท่านนั้นก็ถูกไล่ออกไปจากสำนักศึกษาแล้ว อีกทั้งยังได้เคยอธิบายต่อคนภายนอกแล้วว่า อาจารย์ท่านนี้เสียมารยาทต่อใต้เท้าเซี่ยก่อน จึงนำไปสู่การกระทำของเซี่ยผิงกั่ง แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นทุกคนต่างก็หวาดกลัวเซี่ยหนิวซานในฐานะโจร จึงไม่อาจยอมรับได้
อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าไปเชิญผู้ดูแลสำนักศึกษาด้วยตัวเอง
เซี่ยเฉียวยังคงนั่งอยู่ที่นั่น ในขณะที่บรรดาผู้ที่มาหาเรื่องนางก็ล้อมนางเป็นวงกลมราวกับกลัวว่านางจะหนีไป
อากาศไม่ปลอดโปร่ง เซี่ยเฉียวจึงหยิบพัดขนนกของนางออกมาจากถุงผ้าใบเล็กๆ
นางพัดวีอย่างช้าๆ กระดิ่งวิเศษที่อยู่บนข้อมือนางก็ดังกรุ๋งกริ๋ง เสนาะหูยิ่งนัก และมีผลทำให้สดชื่นและมีสมาธิ
นางรู้สึกสบายขึ้นมาก
ท่าทางเซี่ยเฉียวไม่รีบร้อนเช่นนี้ทำให้คนที่อยู่ในที่นั้นงุนงงอยู่บ้าง
หรือว่า…
พวกเขาจะเข้าใจผิดไปจริงๆ?
“ในเมื่อทุกคนมาที่นี่แล้ว คิดจะจากไปตอนนี้ก็คงสายเกินไป ข้าเป็นคนมีความจำดี ข้าจดจำรูปร่างหน้าตาของทุกคนไว้ในสมอง จะไม่มีทางลืมแน่นอน” เซี่ยเฉียวเอ่ยพลางมองดูพวกนาง
“หลอกใครหรือ” ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย
คนเยอะขนาดนี้ นางจะจำได้หมดแล้ว?
จะเป็นไปได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวมีเคล็ดในการจดจำผู้คน คนที่หน้าตาดีเดิมทีก็สะดุดตาอยู่แล้ว นางคิดจะลืมก็คงไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่หน้าตาน่าหน้าเกลียด ส่วนคนที่หน้าตาธรรมดาทั่วไป…
บางคนปากโค้งราวคนธนู บางคนจมูกโตไม่มีเนื้อ บางคนมีไฝบนใบหน้า ในสายตาของนางย่อมมองเห็นอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นออกมาได้เสมอ
นางจึงจำได้เพราะเหตุนี้
เผยหว่านเย่ว์มั่นใจมากในตอนแรก แต่หากเวลานี้ผ่านไปทีละน้อยเช่นนี้ นางก็เริ่มรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
เซี่ยเฉียวไม่กลัวจริงๆ หรือ
นางไม่เคยเห็นว่าเซี่ยเฉียวจะมีสีหน้าตื่นตระหนกเลยสักครั้ง หรือว่านางจะคิดว่าไม่มีใครรู้ได้แน่ว่าภาพนั้นเป็นของปลอม
หรือว่ามันไม่ใช่ของปลอม
เป็นไปไม่ได้ หากเป็นของจริง เหตุใดเซี่ยเฉียวจึงไม่โต้แย้งด้วยเหตุผลขึ้นมาในตอนนั้นเล่า? ผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์อวิ๋นเวยเป็นของดีมาก หากใครได้มันมา ก็น่าจะอยากให้ทุกคนรู้เรื่องนี้สิ!
แต่เซี่ยเฉียวเล่า? หลังจากที่เปิดดูภาพวาดแล้ว นางก็แย่งกลับและเก็บออกไปอย่างรวดเร็ว
นางไม่ยอมให้คนอื่นได้ดูนานๆ เลยแม้แต่น้อย
เมื่อคิดเช่นนี้เผยหว่านเย่ว์ก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น
เนื่องจากเหตุการณ์นี้นางได้ทำความรู้จักกับคนไม่น้อย ดังนั้นขอแค่เซี่ยเฉียวออกไปจากสำนักศึกษา ชีวิตของนางจะง่ายขึ้นแล้ว
จะเป็นการดีที่สุด…เด็กตระกูลเซี่ยสองคนนั้นก็ต้องออกไปด้วย
หากเป็นเช่นนั้นแล้ว นางจึงจะสามารถสลัดชื่อเสียงในฐานะญาติของโจรออกไปได้โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
ตอนที่ 174 เป็นไปไม่ได้
หลังจากผ่านไปสักพักอาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าก็กลับมา
แต่ไม่เห็นผู้ดูแลสำนักศึกษา
ทุกคนต่างก็ต้องตกใจตอนที่หันไปมอง เนื่องจากมีอาจารย์มากกว่าสิบคน รวมไปถึงสวีเหมี่ยนที่เป็นคนรับของขวัญจากเซี่ยเฉียววันนั้นด้วย นอกจากนั้น…รัชทายาทก็มาด้วย
ช่วงนี้…ฝ่าบาทรู้สึกจะชอบดูเรื่องสนุกมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากมีคนมากเกินไปที่จะอยู่ข้างใน ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงออกไปที่ลานบ้าน และยืนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เซี่ยเฉียวและเผยหว่านเย่ว์ รวมไปถึงกลุ่มผู้นำที่มาจากเรือนหมู่ตันยืนอยู่ด้านหน้า
“พวกเจ้าสร้างเรื่องได้เก่งกว่าข้าตอนนั้นอีกนะ” จ้าวเสวียนจิ่งกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม เขามองไปยังคนจากเรือนหมู่ตัน ก่อนจะถอนให้ใจเบา “การบ้านของเรือนหมู่ตันง่ายเกินไปหรือ พวกเจ้าจึงได้มีเวลาว่างมาดูเรื่องสนุกกันถึงเรือนคงกู่”
“…” บรรดาลูกศิษย์ของเรือนหมู่ตันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ไม่รู้เพราะเหตุใดพวกเขามักจะรู้สึกว่า…
วันนี้ฝ่าบาทดูเหมือนจะไม่พอใจพวกเขา?
“ฝ่าบาท ถ้าหากมีคนหลอกหลวงตบตา พวกข้าก็ควรที่จะผลักไสให้คนคนนั้นออกไปจากสำนักศึกษาหลวง คืนความขาวสะอาดให้กับที่นี่ไม่ใช่หรือ หาไม่แล้ว หากสำนึกศึกษาใหญ่อีกสองแห่งล่วงรู้เข้า ก็จะคิดว่าสำนักศึกษาของพวกเราสกปรกยุ่งเหยิง” หนุ่มน้อยใจกล้าคนหนึ่งยืนขึ้นมา
“เจ้าหมายความว่า เซี่ยเฉียวหลอกหลวงตบตา?” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเยาะ “ข้าเข้าใจที่เจ้าพูด ไม่จำเป็นจะต้องอ้อมค้อมต่อหน้าข้าหรอก ต่อไปหากเจ้ารับราชการ ข้าคงไม่อยากอ่านฎีกาของเจ้า เกรงว่าคงเป็นคำพูดไร้สาระเสียแปดในสิบคำ!”
หนุ่มน้อยคนนั้นหน้าซีดในทันที
คำพูดนี้ของรัชทายาทออกจะตรงไปตรงมาเล็กน้อย
และยังบอกอีกว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า…เขาก็จะเป็นฮ่องเต้…
แต่ฮ่องเต้โปรดปรานเขา การพูดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ หากล่วงรู้ไปถึงหูฮ่องเต้ ไม่แน่พระองค์อาจจะคิดว่าเขาพูดออกมาอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ เป็นความจริงอย่างที่สุดแล้วก็ได้
เด็กหนุ่มคนนั้นก้าวถอยหลังไปด้วยความคับข้องใจ
ช่างน่าสงสาร
“ขอรัชทายทได้โปรดให้ความเป็นธรรมด้วย เซี่ยเฉียวแอบอ้างปลอมแปลงผลงานของปรมาจารย์อวิ๋นเวย ช่างน่ารังเกียจจริงๆ” ศิษย์ที่เป็นผู้นำก้าวออกมา
เขาดูสง่างามมาก
เซี่ยเฉียวยังต้องเหลือบมองดูเขาซ้ำ
รูปร่างหน้าตาค่อนข้างดี โหงวเฮ้งค่อนข้างดี ชะตาชีวิตวุ่นวายกับเรื่องรักๆ ใคร่ และเรื่องเพศตรงข้าม ไม่มีอะไรดีหรอก
“แค่ก” เซี่ยเฉียวอดไอออกมาไม่ได้ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
คนพวกนี้แย่งอากาศของนางไป
“ขอที่นั่งให้แม่นางเซี่ยหน่อย” จ้าวเสวียนจิ่งดูเหมือนจะพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นเขาก็หันไปมองชายคนที่เพิ่งพูดอีกครั้ง ประกายแสงวาบขึ้นในดวงตาของเขาก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าเป็นลูกชายบ้านไหน”
“ข้าชื่อชีไหว บิดาเป็นทูตเมืองชิงเจิ้งพ่ะย่ะค่ะ” ชีไหวรีบทูลตอบ
จ้าวเสวียนจิ่งพยักหน้า “ข้าจำได้ พ่อของเจ้าไม่พอใจใต้เท้าเซี่ยมาก ยื่นฎีกาฟ้องเขาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เจ้าก็ดูมีท่าทางเหมือนพ่อของเจ้า”
ผู้ใหญ่หาเรื่องเซี่ยหนิวซานในท้องพระโรง ส่วนผู้น้อยก็หาเรื่องเซี่ยเฉียวในสำนักศึกษา
ว่างมากสินะ
เซี่ยเฉียวไม่รู้สึกแปลกใจ คนที่ถวายฎีกาเรื่องพ่อของเขาน่าจะมีไม่น้อย และนี่ก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น
หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อของนางไม่ได้ทำอะไรผิดใหญ่โตในช่วงหลายปีมานี้ เขาก็คงถูกตัดหัวไปนานแล้ว
ชีไหวมีสีหน้าหวาดหวั่น เขารู้สึกงุนงงอยู่บ้าง ด้วยไม่รู้ว่ารัชทายาทกำลังชมเขาหรือว่ากำลัง…สั่งสอนเขาอยู่กันแน่
“สวีเหมี่ยน เจ้าจะว่าอย่างไร” น้ำเสียงจ้าวเสวียนจิ่งนิ่งเรียบ
ภาพวาดอยู่ในมือของสวี่เหมี่ยน
“ฝ่าบาท ข่าวลือที่ว่าเซี่ยผิงกั่งข่มขู่กระหม่อมไม่เป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ…” สวี่เหมี่ยนยิ้มอย่างจนใจ “กระหม่อมเป็นคนจัดการให้แม่นางเซี่ยเข้าเรียนที่เรือนคงกู่เองพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างไรด้วยวัยของแม่นางเซี่ยให้นางไปอยู่เรือนอื่นก็คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก นอกจากนี้ตอนที่สอบเข้า ภาษาสันสกฤตของแม่นางเซี่ยนั้นยอดเยี่ยมมาก ให้นางอยู่เรือนคงกู่จึงไม่มีปัญหาอันใด”
หากดูแค่ผลการสอบก็ไม่มีปัญหาแน่นอน
“ส่วนเรื่องภาพวาดนี้” หน้าตาสวีเหมี่ยนจริงจัง “เป็นผลงานของปรมาจารย์อวิ๋นเวยแท้จริงพ่ะย่ะค่ะ!”
“เป็นไปไม่ได้!” เผยหว่านเย่ว์ตะโกนเสียงดังขึ้นมาทันที