ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 197 ค่าตอบแทน / ตอนที่ 198 อยากกลับบ้าน
ตอนที่ 197 ค่าตอบแทน / ตอนที่ 198 อยากกลับบ้าน
ตอนที่ 197 ค่าตอบแทน
เซี่ยเฉียวจะตอบตกลงได้อย่างไร
ศิษย์น้องทั้งห้าของนางบังเอิญรู้ว่านางอายุแค่สิบหกปีเท่านั้น ต่อไปนางจะอยู่อย่างไร!
นางเคยคิดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว รอให้ท่านอาจารย์จากไปแดนเซียนแล้ว นางก็จะอ้างเรื่องจิตใจที่โศกเศร้าด้วยความกตัญญู และตายตามไปอย่างมีเหตุผล ตัวตนของโม่ชูเซิงก็สามารถหายไปได้อย่างไร้ร่องรอย และนางก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการกบฏของพวกศิษย์น้องด้วย
พอถึงเวลานั้นก็น่าจะผ่านไปหลายปีแล้ว ร่างกายของนางนี้จะอยู่ได้อีกกี่ปี นางก็น่าจะรู้แล้ว เวลานั้นนางก็จะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสบายใจในสถานะของตนเอง
ส่วนชื่อของอวิ๋นเวย…
ก็ไม่สามารถประกาศออกไปได้ เพราะนางอยากจะเหลือมรดกทิ้งไว้มากกว่านี้อีกหน่อย
ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง คนหนุ่มสาวและปรมาจารย์สูงวัย ราคาของภาพวาดก็แตกต่างกัน
“เจตนาดีของศิษย์น้องข้าขอรับไว้ แต่ข้าอยู่ที่หอส่องชะตานี่จะดีกว่า ปกติแล้วแล้วข้ามีหลายสิ่งที่ต้องทำ สถานที่สองแห่งที่เจ้าว่ามามีกฎเกณฑ์มากเกินไป” เซี่ยเฉียวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จ้าวเสวียนจิ่งแค่อยากจะดูว่านางจะแสแสร้งไปได้ถึงขั้นไหน
“ตอนนี้ท่านอาจารย์ไม่อยู่ ข้าไม่วางใจที่ศิษย์พี่อยู่ที่นี่คนเดียว ในเมื่อศิษย์พี่ไม่ยอมไป ต่อไปนี้ข้าจะมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็น่าจะคล้ายกัน” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
หนังตาเซี่ยเฉียวกระตุกทันที “คงไม่ดีหรอกกระมัง เจ้ายุ่งขนาดนี้…”
“ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรขนาดนั้นหรอก ข้าก็แค่คอยดูคนอื่นเพื่อจัดการคดีเท่านั้น อีกอย่างศิษย์พี่เข้าใจเรื่องหยินและหยางดี พอข้าเห็นศิษย์พี่แล้ว ข้าก็รู้สึกสงบขึ้นมาก” ดวงตาเรียวยาวของจ้าวเสวียนจิ่งดูสงบนิ่งมาก เขาดูตั้งใจเป็นพิเศษ
ทว่าหนังตาของเซี่ยเฉียวกลับกระตุกไม่หยุด
พวกศิษย์น้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปัญหามากที่สุดในโลกจริงๆ
นางมีตั้งห้าคน!
นี่นางเพิ่งเจอแค่สองคนเองนะ
เซี่ยเฉียวกัดฟันแล้วปล่อยให้คนยกอาหารเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะกินข้าวอย่างหดหู่ จ้าวเสวียนจิ่งกลับนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ยอมไปไหน และไม่ได้พูดอะไร นางก็ไม่รู้ว่าเขามีเจตนาอย่างไรเช่นกัน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาว สามีภรรยาตระกูลเว่ยก็มาถึง พร้อมกันกอดของสิ่งหนึ่งเอาไว้ในอ้อมอก
ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นกล่องเล็กๆ ที่มีผ้าห่อไว้ และด้านบนเปื้อนดิน
“ท่านเซียน ของสิ่งนี้…พวกเรายังไม่ได้เปิด ก็นำมันมาให้ท่านทันที” สองสามีภรรยารีบเอ่ย
ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจของตนเองด้วย
คนข้างนอกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในโรงทำเทียน แต่พวกเขาทั้งสองรู้ดีว่หากท่านเซียนไม่ได้มอบยันต์ให้พวกเขา พวกเขาจะต้องเป็นลมหมดสติลงกับพื้นแน่
แม้ว่าในตอนนี้พวกเพื่อนบ้านทั้งหมดจะฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้ว แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกไม่สบายเพราะหมอกควันนั่น ต่างพากันกลับบ้านไปนอนแล้ว
ยิ่งกว่านั้นหากไม่ได้ท่านเซียนขับไล่วิญญาณชั่วร้ายไป พวกเขาก็อาจจะตายไปแล้ว!
เซี่ยเฉียวรับกล่องมาในทันที
นางเปิดกล่องออกดูต่อหน้าสามีภรรยาทั้งสอง แล้วดวงตาของนางก็เป็นประกายทันที
มีกำไลหยกคู่หนึ่ง มีปิ่นปักผมทองคำและเครื่องประดับทองอีกมากมาย ภายในนั้นยังมีตั๋วเงินสองใบและแท่งเงินจำนวนมาก
สิ่งเหล่านี้รวมกันเป็นมูลค่าอย่างน้อยๆ ก็สองร้อยตำลึงแล้ว
“ถึงแม้จะเยอะไปหน่อย แต่นี่ก็เป็นการตกลงกันกับลูกสาวของพวกเจ้าก่อนแล้ว ส่วนหนึ่งจะใช้ในการเตรียมเครื่องหอมและธูปสำหรับเทพเซียน ไม่สามารถที่จะคืนคำได้” เซี่ยเฉียวอธิบาย
“สมควรแล้ว สมควรแล้ว เราทั้งสองยังกลัวเสียด้วยซ้ำว่าของในกล่องของลูกสาวของเราจะไม่เพียงพอ นี่…” ขณะที่พูดเขาก็หยิบตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมา แล้วส่งให้นาง
“เงินทั้งหมดที่ควรได้รับข้าก็ได้รับแล้ว เงินนี้… หากพวกเจ้ายินดี ก็สามารถนำเงินนี้ไปทำโจ๊กแจกที่นอกเมือง ทำกุศลให้ลูกสาวของพวกเจ้าเพื่อช่วยให้นางกลับชาติมาเกิดได้” เซี่ยเฉียวไม่โลภ
“ขอบคุณท่านเซียน ไม่ทราบว่า… ตอนที่ส่งลูกสาวของพวกเราไปเกิดใหม่ พวกเราจะ…มาดูได้ไหม” สองสามีภรรยาถามอย่างประหม่า
เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจ “ย่อมได้แน่นอน เพียงแต่พวกเจ้าน่าจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย หยินและหยางถูกแยกจากกัน หากพวกเจ้ามองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ โลกนี้ก็จะยุ่งเหยิง”
ตอนที่ 198 อยากกลับบ้าน
อันที่จริงไม่ใช่ว่ามองเห็นไม่ได้ แต่การเห็นภูติผีวิญญาณนั้นก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไร
ตัวอย่างเช่นนางที่มีสุขภาพร่างกายไม่ดี และไม่สามารถใกล้ชิดกับญาติพี่น้องมากเกินไป เพราะนางเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น
นอกจากนี้นางยังต้องตื่นตระหนกตกใจอยู่เสมอ
วิญญาณพวกนั้นไม่รู้จักทาง เมื่อลอยได้ บินได้ ก็เลยไปทั่วทุกที่ ตอนนี้นางวาดยันต์เก่งขึ้นเรื่อยๆ จึงดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย เมื่อตอนที่นางยังเป็นเด็ก นางไม่สามารถต้านทานพลังของพวกวิญญาณได้ ของพวกนั้นยังเคยอยู่บนร่างกายของนางมาก่อนด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าน้อยครั้งมาก
สองสามีภรรยาตระกูลเว่ยดูน่าสงสารมาก
“พวกเรา…รู้สึกผิดต่อลูกสาวที่หาสามีเช่นนี้ให้นาง ไม่ว่าพวกเราจะมองเห็นหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้รู้ว่านางไปเกิดใหม่ได้ เท่านี้พวกเราก็พึงพอใจแล้ว ส่วนตระกูลเจิ้งนั้น…” แววตาของนายท่านเว่ยโหดเหี้ยม “เจิ้งหลู่เซิงฆ่าคนตายเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัย แต่คนอื่นๆ ในตระกูลเจิ้งก็ใช่ว่าจะไร้ความผิดทั้งหมด ในเมื่อเป็นลูกชายของพวกเขาเอง พวกเขาจะไม่รู้เรื่องนี้เลยเชียวหรือ โดยเฉพาะนายท่านเจิ้ง ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขามักไม่อยากเจอหน้าข้าหลังจากที่ลูกสาวของข้าจากไป เกรงว่าเขาจะรู้เรื่องอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกผิด!”
“ตระกูลเว่ยของข้ารู้วิธีทำเทียน ต่อไปข้าจะกลับมาทำใหม่อีกครั้ง ข้าจะไม่มีวันยอมให้ครอบครัวของพวกเขาเอาเปรียบอีกต่อไป!” นายท่านเว่ยเอ่ยขึ้นมาอีก
หากไม่ใช่เพราะลูกสาว เขาก็คงไม่ยอมปล่อยกิจการอีกครึ่งหนึ่งไปหรอก!
เขาเลี้ยงหมาป่าเนรคุณไว้จริงๆ
แต่ตอนนี้ลูกสาวของเขาก็จากไปแล้ว จะพูดเรื่องพวกนี้ก็สายไปเสียแล้ว
เขาคิดว่าต่อไปจะทำกิจการทำเทียนด้วยเพื่อหาเงินเพิ่ม มาสร้างสะพานและปูถนนเพื่อสะสมบุญให้กับลูกสาวของพวกเขา
เซี่ยเฉียวเพียงแต่พยักหน้าเมื่อนางได้ยินคำพูดของนายท่านเว่ย
เมื่อมองเห็นของดีในกล่องนี้แล้วก็เกิดความลังเลใจ คิดจะว่าจะส่งอาหารให้นางสักมื้อดีหรือไม่…
คนเป็นมองเห็นวิญญาณ…หากเป็นภายใต้สถานการณ์ปกติแล้วไม่มีทางเป็นไปได้ แต่หากผู้มีวิชาอย่างนางอยู่ด้วย มันก็…แตกต่างออกไป
เพียงแต่การเห็นวิญาณมีผลตามมาทีหลัง ซึ่งแตกต่างกันออกไป บางคนใจกล้า เมื่อเห็นแล้วก็ไม่เป็นอะไรเลย แต่สำหรับบางคน เมื่อเห็นแล้วก็มักจะฝันร้าย และมีปัญหากับสุขภาพร่างกาย
เซี่ยเฉียวกำลังลังเลใจ
อย่างไรก็ตามเมื่อเซี่ยวเฉียวเห็นท่าทางของทั้งสองคน นางก็เอ่ยขึ้นว่า “หากพวกเจ้าต้องการพบนางเป็นครั้งสุดท้ายก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่มีเรื่องที่ต้องพึงระวังมากหน่อย ข้าจะอธิบายพวกเจ้าอย่างชัดเจน แล้วพวกเจ้าค่อยตัดสินใจด้วยตัวเองว่าอยากจะพบหรือไม่”
เซี่ยเฉียวอธิบายผลสืบเนื่องจากการได้เห็นวิญญาณหนึ่งรอบ
มีวิญญาณมากมายในวันเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว
สิ่งนั้นไม่ได้ใช้แค่ครั้งเดียว อย่างน้อยในวันนั้นพวกเขาก็อย่าได้คิดว่าจะอยู่อย่างสงบ
ในเมื่อเป็นวิญญาณ จึงมีทุกรูปแบบ บางคนตายอย่างมีเกียรติ หน้าตาก็จะไม่ต่างจากคนทั่วไป บางคนตายอย่างน่าอนาถ วิญญาณจึงน่าขยะแขยงจนทำให้คนกินข้าวไม่ลง ยากที่คนธรรมดาจะทนรับได้
แต่เมื่อเซี่ยเฉียวพูดเช่นนั้นออกมา สองสามีภรรยาตระกูลเว่ยกลับมองนางอย่างตื่นเต้นยินดี
ตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็รวมอยู่ในกล่องเล็กๆ นี้แล้ว เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้เก็บเงินเพิ่มแต่อย่างใด
ตอนนี้ความปรารถนาสุดท้ายของวิญญาณหญิงสาวตระกูลเว่ยก็เกือบจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการส่งวิญญาณไปเกิดใหม่เท่านั้น และดวงวิญญาณที่คอยจับจ้องมองนางอยู่อย่างลับๆ ก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน
เริ่มพากันขึ้นชั้นบนเข้าคิวอย่างเรียบร้อย
จ้าวเสวียนจิ่งเพียงแต่ได้ยินเสียงกระดิ่งใต้ป้ายร้านดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันดูแปลกมาก
ส่วนเซี่ยเฉียว หลังจากที่นางส่งคู่สามีภรรยาตระกูลเว่ยออกไปแล้ว ก็ไม่ได้สนใจเขาอีก และเดินขึ้นไปชั้นบนทันที ซึ่งชั้นบนนี้…ไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าไป
เขาก็เป็นคนนอก
“เจ้าเป็นวิญญาณที่ติดตามรัชทายาทหรือ” เซี่ยเฉียวมองเห็นวิญญาณอีกตนลอยขึ้นมาจากด้านล่าง นางกวักมือเรียกวิญญาณตนนั้น “เจ้าก็มีความปรารถนาสุดท้ายด้วยหรือ”
วิญญาณนั้นมึนงงเล็กน้อย
เพียงแค่ได้กลิ่นของที่แห่งนี้ สมองของเขาก็แจ่มใสขึ้นเล็กน้อย “ข้า ข้าอยากกลับบ้าน…”
นางเป็นวิญญาณผู้หญิงอีกคนแล้ว
นางสวมชุดอย่างในวัง ไม่รู้ว่าเป็นสาวใช้หรือนางสนม ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิง ดวงตาของนางก็ว่างเปล่า