ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 209 นิสัยโจร / ตอนที่ 210 ดูตัว
ตอนที่ 209 นิสัยโจร / ตอนที่ 210 ดูตัว
ตอนที่ 209 นิสัยโจร
นายท่านหญิงและคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นเซี่ยเฉียว
พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยแม้แต่น้อย “ผิงกั่ง นี่คือน้องสาวของเจ้าหรือ”
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นท่าทางของพวกเขา “ใช่แล้ว น้องสาวแท้ๆ ของข้าเอง เกิดจากแม่คนเดียวกัน”
คนพวกนี้พูดลับหลังพวกเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าแม่ของเขาเป็นผู้หญิงขี้เหร่!
ผู้หญิงขี้เหร่แล้วอย่างไร
พวกผู้หญิงที่หน้าตางดงามราวกับหยกพวกนั้นให้กำเนิดลูกสาวออกมาก็ยังไม่งดงามเท่าเซี่ยเฉียวเลย
หากจะให้พูดแล้วแม่ของพวกเขาไม่ได้หน้าตาขี้เหร่ เพียงแต่พวกนางคิดว่าสะใภ้เผิงมารดาของมีชาติกำเนิดเป็นโจร จะต้องมีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวราวกับพวกยักษ์มารแน่ๆ
นายหญิงผู้เฒ่าเหลือบมองเซี่ยเฉียว แล้วหันไปมองหลานสาวของตนเอง
ลูกสาวของลูกชายคนโตและลูกชายคนที่สามของนางอายุไม่น้อยแล้ว คนหนึ่งอายุพอๆ กันกับเซี่ยเฉียว ส่วนอีกคนอายุค่อนข้างน้อย แต่ก็ห่างกันแค่สองสามปีเท่านั้น
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าหลานสาวของนางสองคนนี้งดงามราวกับนางฟ้า เป็นคุณหนูที่แท้จริง ตอนนี้พอเห็นเซี่ยเฉียวแล้ว…
เลือดอัดแน่นอยู่ในอกจะกระอักออกมาหรือกลืนลงไปก็ไม่ได้
ความห่างชั้นนี้มีมากเกินไปหน่อย
แค่พูดถึงความขาวผุดผ่อง เด็กสาวสองคนนี้ก็สู้ไม่ได้
เวลานี้เด็กสาวสองคนนั้นยังมึนงงเล็กน้อย
พ่อแม่นางบอกว่า วันนี้จะมีพี่หญิงใหญ่มาด้วย นางเป็นลูกของสะใภ้เผิง หน้าตาจะต้องดูไม่ได้แน่ๆ…
อย่างนี้คือดูไม่ได้หรือ
พวกนางทั้งหมดกลายเป็นดินโคลนในทันทีเมื่อยืนอยู่กับนาง ไหนเลยจะกล้าเงยหน้าขึ้น
เซี่ยหนิวซานตามเข้ามาทันที พอเขาเห็นแม่ผู้ชรา เขาก็รับทำตัวเหมือนลูกกตัญญูอย่างรวดเร็ว
เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ยิ่งเป็นโจรจนเคยชิน เขาเก่งที่สุดคือการแบ่งของที่ริบมาได้ ดังนั้นทันทีเข้าไปเขาก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อและส่งตั๋วเงินที่เตรียมไว้ให้
เมื่อเซี่ยเฉียวเห็นสีหน้าคาดหวังรอคอยของคนที่อยู่ที่นั่น นางก็คิดว่าเมื่อก่อนท่านพ่อของนางก็ทำเช่นนี้
มาแล้วก็ให้เงิน
เซี่ยหนิวซานวางตั๋วเงินลงบนโต๊ะที่อยู่ข้างๆ นายหญิงผู้เฒ่า
นายหญิงผู้เฒ่ากวาดตามองก็ชะงักไป แล้วขมวดคิ้ว “เหตุใดคราวนี้มีแต่แผ่นเดียว”
ก่อนหน้านี้ต้องใส่กล่องที่มีตั๋วเงินร้อยตำลึงสิบกว่าแผ่นนี่!
“ท่านแม่ ช่วงนี้บ้านข้ายากจน ข้าต้องประหยัดการใช้จ่าย ครั้งนี้ข้าให้น้อยลงหน่อย ต่อไปข้าหาเงินได้มากขึ้นค่อยชดเชยให้” เซี่ยหนิวซานหัวเราะอย่างร่าเริง
นายหญิงผู้เฒ่าสีหน้าอึมครึม
“เจ้าเป็นถึงขุนนางขั้นสี่ ให้เงินแสดงความกตัญญูแก่แม่แค่นี้ หากคนนอกรู้เข้าจะไม่เป็นที่ตลกขบขันหรือ พวกเขาไม่รู้ จะคิดได้ว่าเจ้าดูถูกพี่น้องของเจ้า!” หญิงชราเอ่ยพึมพำ
เซี่ยหนิวซานไม่สนใจ “ใครจะกล้าหัวเราะเยาะข้า หากพวกเขาคิดว่าน้อย ก็ให้เขามาเลี้ยงท่านแม่แทนข้าสิ ข้าไม่ห้ามหรอก”
“…” หญิงชราเลิกคิ้วขึ้น
ลูกชายของนางคนนี้ถูกโจรทำลายจนหมดสิ้นแล้ว!
เมื่อตอนที่เขาอายุสิบกว่าปีก็เป็นคนรู้ความและซื่อๆ นี่ เป็นเพราะสะใภ้เผิงหน้าตาขี้เหร่นั่นจับตัวเขาไป ถึงได้มีนิสัยโจรเช่นนี้!
เซี่ยผิงกั่งยิ้มให้เซี่ยเฉียว
ท่านพ่อที่ไร้เดียงสาของเขามีประโยชน์มากที่สุดเมื่อพูดความจริง
ลูกสะใภ้ทั้งสองของหญิงชราเห็นดังนั้นก็หัวเราะแห้งๆ พอเห็นหลูซื่อก็ราวกับได้เห็นคนช่วยชีวิตกระนั้น พวกนางรีบก้าวเข้าไปจับไม้จับมือนาง
“พี่สะใภ้…”
“น้องสะใภ้…”
คนทั้งสองเอ่ยปากพร้อมกัน จากนั้นสะใภ้จย่าซึ่งเป็นสะใภ้คนโตก็หัวเราะขึ้นมาอย่างกระอักกระอ่วน “เจ้าดูสิ น้องรองเข้าใจผิดแล้ว ท่านแม่ไม่ได้รังเกียจว่าเงินเล็กน้อยอะไรหรอก นี่ไม่ใช่เพราะว่าเรามีคนในครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูมากเกินไปหรอกหรือ จึงมักจะหวังว่าน้องชายจะช่วยเหลือกันบ้าง ช่วงนี้ร่างกายท่านแม่ก็ไม่ค่อยดี จะต้องกินยาอะไรต่อมิอะไรอยู่ตลอด ก็เลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะ…ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่บ้าง จู่ๆ เงินแสดงความกตัญญูของน้องรองก็น้อยลงไปมาก ข้ายังคิดอยู่เลยว่า…บ้านของข้าทำอะไรผิดไปหรือไม่…”
ตอนที่ 210 ดูตัว
สะใภ้จย่าพูดไปได้แค่ครึ่งหนึ่งก็มองหลูซื่อด้วยสีหน้าน่าสงสาร “น้องสะใภ้ เจ้าช่วยพวกเราพูดหน่อยสิ อย่าให้น้องรองโกรธพวกเราเลยนะ”
หลูซื่อเหลือบมองเซี่ยหนิวซานก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้คิดมากไปแล้ว หนิวซานก็มีนิสัยเช่นนี้ ครั้งนี้พวกเราให้เงินน้อยไปจริงๆ พวกเราผิดเอง แต่ช่วงนี้ที่บ้านของพวกเราก็ลำบาก ลูกๆ ทั้งสามคนก็ต้องเข้าเรียนแล้ว ที่สำนักศึกษาค่าใช้จ่ายสูง ไม่กี่วันก่อนเซี่ยเฉียวก็ใช้เงินไปห้าพันตำลึง เงินก็หมดลงไปในชั่วครู่เท่านั้น จึงหามาไม่ได้ ครั้งหน้า หากการเงินดีขึ้นหน่อยแล้วจะรีบชดเชยให้”
“ห้าพันตำลึง?! เอาไปกราบอาจารย์หมดเลยหรือ นังหนูไร้เดียงสานี่ยังต้องอ่านเรียนหนังสือด้วย?!” หญิงชราลุกขึ้นยืนทันที
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว
“ต้องเรียนสิ ที่นี่ไม่ใช่บนป่าบนเขาเสียหน่อย ไม่เรียนหนังสือแล้วจะหาคู่ครองได้อย่างไร” เซี่ยหนิวซานขึงตา “อีกอย่างนังหนูหน้าตาดีขนาดนี้ หากไม่ออกไปเรียนหนังสือ เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ใครจะรู้เล่าว่าข้ามีลูกสาวที่งดงามขนาดนี้”
ลูกสาวคนโตของเขาเป็นหน้าเป็นตาของตระกูลเซี่ย!
ให้ซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปข้างนอกไม่ได้หรอก
นายหญิงชราแทบรู้สึกชาไปทั้งร่าง “เช่นนั้น เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้นนี่…”
“ไม่ได้มากมายอะไร หากแค่เงินจะให้ลูกสาวไปเรียนหนังสือ ข้ายังออกให้ไม่ได้ ข้ายังจะนับเป็นลูกผู้ชายได้อีกหรือ” เซี่ยหนิวซานฮึดฮัด เอ่ยตรงไปตรงมา
ตอนนั้นเซี่ยเฉียวเข้าเรียนได้ด้วยภาพวาด แต่นางก็ไปเบิกเงินจากบัญชีมาเพื่อเปิดร้าน
นางไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรในเวลานี้
อย่างไรก็ตามในสายตาของหญิงชราคนนี้เงินก็ถูกใช้ไปแล้ว
“ไอ้หยา เงินให้นังหนูใหญ่ไปเรียนหนังสือยังมากกว่าเงินที่ให้ท่านแม่หลายปีนี้เสียอีก” สะใภ้จย่าบ่นพึมพำ
“ท่านแม่จะไปเทียบกับนังหนูได้อย่างไร ท่านแม่อยู่แต่ในบ้านก็มีแต่เรื่องกินดื่ม จะต้องใช้เงินสักเท่าไรกัน แต่ไม่เหมือนนังหนู นางอายุยังน้อยจะมามัวประหยัดไม่ได้” เซี่ยหนิวซานเอ่ยอีก
ใบหน้าของหญิงชรากระตุกทันที
นางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
นางไปอาศัยอยู่ที่บ้านของลูกชายคนรองบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่มาก เพราะนางรู้สึกไม่เป็นอิสระ
เนื่องจากเซี่ยผิงกั่งผู้เป็นหลานชายร้ายกาจและดุร้ายเกินไป มักรู้สึกว่าข่มนางอยู่เสมอ อีกอย่างที่นั่นก็มีบ่าวรับใช้มากมาย พวกบ่าวหญิงชราพวกนั้นมีความเป็นเจ้าบ้านมากกว่านางเสียอีก ทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ
ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว นางจึงยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้
อย่างไรก็ตามแม้ว่านางจะมีเพื่อนบ้านซ้ายขวา แต่กลับเข้ากันไม่ได้
ลูกชายของนางเป็นขุนนาง แต่เพื่อนบ้านพวกนั้นเป็นคนธรรมดา ไหนเลยจะพูดเรื่องเดียวกันได้
ดังนั้นจึงเป็นดังเช่นที่ลูกชายคนรองของนางพูด แต่ละวันนางก็อยู่แต่ในบ้านกินๆ นอนๆ เงินทองก็ไม่ได้ใช้ไปไหน
แต่นางสามารถให้ลูกชายอีกสองคนและพวกหลานๆ ได้นี่?!
แต่นางพูดออกไปตรงๆ ไม่ได้
หญิงชราขึงตาเขม็ง และยังคงยืนอยู่ ได้แต่ต้องกัดฟันยอมรับ “ช่างเถอะ เงินน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร ข้ายังจะอยู่ได้อีกกี่ปีเล่า เงินพวกนี้ไม่ใช่ว่าข้าจะเก็บไว้เพื่อลูกไม่เอาไหนอย่างพวกเจ้าสามคนหรอกหรือ โดยเฉพาะเจ้า เจ้ารอง ใช้จ่ายไม่คิด จะให้ข้าวางใจได้อย่างไร!”
ก่อนหน้านี้นางคิดที่จะควบคุมดูแลบ้านแทนลูกชายคนรอง
แต่น่าเสียดายที่นางไม่รู้หนังสือ
เรื่องเงินนางคำนวณได้ แต่นางไม่เข้าใจเรื่องบัญชีพวกนั้น
“ทั้งหมดนั่งลงเถอะ!” หญิงชราเอ่ยอีก
บอกว่าให้ทั้งหมดนั่งลง แต่ความเป็นจริงแล้วหมายถึงแค่เซี่ยหนิวซาน หลูซื่อ และพวกผู้อาวุโสทั้งหลายเท่านั้น พวกเซี่ยเฉียวและเซี่ยผิงกั่งทั้งหมดยังต้องยืนอยู่
อย่างไรก็ตามเซี่ยผิงกั่งยังไม่ลืมว่าร่างกายน้องสาวของเขาอ่อนแอ เมื่อเห็นว่ายังมีที่นั่งว่างอยู่หนึ่งที่ เขาก็ให้นางนั่งลงที่นั่นทันที เซี่ยเฉียวเองก็ไม่เกรงใจ
หลูซื่อกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
แต่คนของบ้านพี่น้องทั้งสองคนนั้นต่างก็จับจ้องอยู่ที่เซี่ยเฉียว
“นังหนูก็อายุไม่น้อยแล้ว คิดจะดูตัวเมื่อไหร่น่ะ” สะใภ้จย่ามองเซี่ยหนิวซานด้วยรอยยิ้ม “หลานชายฝั่งแม่ของข้าก็ไม่เลวนะ ข้าว่าเหมาะสมกับนังหนูอยู่ไม่น้อย…”