ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 233 ผีเข้าแล้ว / ตอนที่ 234 นี่มันอะไรกัน
ตอนที่ 233 ผีเข้าแล้ว / ตอนที่ 234 นี่มันอะไรกัน
ตอนที่ 233 ผีเข้าแล้ว
เซี่ยเฉียวไม่มีทางเลือกจริงๆ ตอนนี้มีวิญญาณที่ทรงพลังมากมายอยู่รอบๆ ตัวนาง หากพวกเขายืนกรานที่จะสิ่งร่างนางจริงๆ นางก็ทำได้แค่ยอมรับ การคิดบัญชีหลังจากนี้จะมีประโยชน์อะไรเล่า มันไม่สามารถกู้คืนสิ่งที่เสียหายไปได้เสียหน่อย
“ได้สิ แต่พวกเจ้ามีจำนวนมาก ร่างกายของข้าอ่อนแอไม่เหมาะที่จะวิ่งวุ่นไปทั่ว ต้องอยู่ในสำนักศึกษานี้ พวกเจ้า…ขึ้นมาสูดอากาศได้ ข้าจะขอให้ใครสักคนเตรียมของว่างและน้ำชาให้พวกเจ้าได้ชิมแล้วแยกย้ายกันไป พวกเจ้าก็น่าจะรู้ว่าหากทำร้ายชีวิตของข้าก็เท่ากับก่อหนี้กรรมให้ตัวเอง แม้ชาติหน้าจะเกิดเป็นวัวเป็นม้าก็ยังไม่สามารถชดใช้ได้หมด” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
อันที่จริงนางไม่ได้กังวลใจในเรื่องชีวิตของนาง
วิญญาณชรายินดีอย่างดี “เจ้าวางใจได้ พวกเรารู้ดี”
แม้ว่าแม่นางผู้นี้จะเข้าใจเรื่องหยินหยาง แต่นางก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง หากนางตายหรือใกล้ตายเพราะพวกเขาจริงๆ พวกเขาก็ต้องรับกรรม ไม่อาจมีชะตาชีวิตที่ดีในชาติหน้า
การฝึกบำเพ็ญตนของคนที่ตายไปแล้วก็เพื่อชาติหน้า พวกเขาย่อมต้องระมัดระวังอยู่แล้ว
พวกเขาแค่ต้องการสัมผัสรสชาติของการมีชีวิตอยู่สักเล็กน้อยเท่านั้นในตอนนี้
ไม่มีเหลวไหลแน่นอน
“ข้าเป็นลูกสาวขุนนางขั้นสี่ที่เกิดจากภรรยาเอก พวกเจ้าสิงร่างข้าแล้วจะต้องรักษาภาพลักษณ์สถานะของข้าด้วย!” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เวทต์มนต์คาถาคลายลงไปอีกชั้นหนึ่ง
พวกวิญญาณพยักหน้า
วิญญาณที่กล้าเข้าใกล้สำนักศึกษามีพลังหยินไม่แรงกล้าเท่าไรนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวิญญาณที่มีพลังฝ่ายดีในใจหากเป็นวิญญาณแค้นก็คงไม่กล้าเข้ามา
พวกบัณฑิตมีพลังฝ่ายดีแรงกล้า และในสำนักศึกษาก็ยังมีของสามารถยับยั้งพวกเขาได้มากมาย จึงเป็นเหตุผลที่นางจะต้องมาที่สำนักศึกษาให้ได้
เซี่ยเฉียวเดินเข้าไปก่อนแล้วให้คนจัดเตรียมเรือนให้นาง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้ถั่วเงินด้วย
จากนั้นนางจึงให้คนเตรียมอาหาร ของว่าง น้ำชา…
หลังจากที่จัดการทั้งหมดนี้แล้ว ร่างกายของนางก็แน่นิ่งไป สิ้นไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
“ข้าไม่ได้กินของอร่อยๆ แบบนี้มาหลายปีแล้ว ไม่เลวเลยจริงๆ” วิญญาณชราเริ่มกินอาหารก่อน จากนั้นจึงลูบเคราของเขาโดยสัญชาตญาณ หลังจากที่สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่น เขาก็ต้องชะงักไปทันทีก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสง่าผ่าเผย แล้วจึงเรียกผู้ดูแลเข้ามา “หากข้าต้องการให้ท่านอาจารย์เซียวมาอยู่เป็นเพื่อนวางหมากกับข้าจะต้องใช้ถั่วเงินเท่าไร”
ผู้ดูแลใช้สายตาแปลกประหลาดมอง ‘เซี่ยเฉียว’
วันนี้แม่นางเซี่ยดูผิดปกติ
“แม่นางเซี่ยมีปัญหาอะไรหรือไม่ ท่านเป็นศิษย์ จึงไม่มีเหตุผลใดที่ท่านอาจารย์เซียวจะต้องมาหาท่านไม่ว่าจะใช้ถั่วเงินสักเท่าไรก็ตาม” ผู้ดูแลยังนับว่าสุภาพกับนางอยู่
วิญญาณชราถอนหายใจ จากนั้นก็มองมือของตนเอง
หนุ่มสาว
ในเมื่อไม่สามารถออกไปจากสำนักศึกษาได้ เขาก็ควรที่จะหาอะไรน่าสนใจทำสนุกๆ
“ไปจูงม้ามาให้ข้าหน่อย” วิญญาณชราเอ่ยปาก
“…” ผู้ดูแลหนังตากระตุกทันที “นี่คือสำนักศึกษาหลวง แม่นางเซี่ยต้องไปด้วยตัวเอง”
นางต้องการแสดงบารมีของคุณหนูใหญ่ในสำนักศึกษานี้?
หากต่อไปนางจะต้องถูกหักถั่วเงิน นางก็ไม่กลัวหรือ!
วิญญาณชรารู้สึกว่าตนเองตอนนี้เป็นหนุ่มสาวและแข็งแรง ถึงแม้จะเป็นร่างผู้หญิงก็นับว่าไม่เลว เขาจะต้องได้สัมผัสจิตวิญญาณของหนุ่มสาวจึงไม่ได้สนใจอะไร แล้วก้าวเดินยาวๆ ไปยังสนามฝึกม้าภายใต้การนำของผู้ดูแล
การก้าวยาวๆ ทีละก้าวๆ ที่ผู้ดูแลเห็นนั้นทำให้เขารู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เขาเคยเห็นเซี่ยเฉียวมาก่อน และเซี่ยเฉียวที่อยู่ในความทรงจำของเขาเป็นผู้หญิงที่บุคลิกที่อ่อนโยนและเก็บสีหน้าอาการ เป็นมนุษย์ที่เหมือนเทพเซียน
แต่ตอนนี้ที่เขาเห็น…
ร่างกายที่โงนเงนเล็กน้อย ก้าวเดินที่ค่อนข้างยาว ทำให้รู้สึกว่าไม่เข้ากันกับนางอยู่บ้าง เหตุใดจึงได้แปลกประหลาดเช่นนี้
วิญญาณชราขึ้นหลังม้าอย่างมีความสุขทันทีที่เขามาถึงสนามฝึก และส่งเสียงดัง จย้า จนผู้ดูแลตื่นตกใจ
แม่นางคนนี้แปลกๆ นะ…
ผีเข้าหรือ!
จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ ในใจก็ยิ่งรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันที
เขาไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ให้คนไปเชิญท่านอาจารย์เซียวมา
วันนี้อาจารย์หลายท่านก็หยุดพักผ่อนไม่อยู่เสียด้วย ในสำนักศึกษานี้นอกจากผู้ดูแลสำนักศึกษาและรัชทายาทแล้ว ก็เป็นอาจารย์เซียวที่มักจะอยู่เสมอ
ตอนที่ 234 นี่มันอะไรกัน
วิญญาณชราเพียงแต่รู้สึกว่าเขากำลังจะโบยบิน ควบม้าอย่างบ้าคลั่ง มีความสุขอย่างยิ่ง!
น่าเสียดายที่ม้ายังวิ่งไปได้ไม่ถึงรอบวิญญาณชราก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาหมดแรง และแทบจะหายใจไม่ออก
ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่าร่างของสาวน้อยคนนี้อ่อนแอมาก!
“นางเป็นถึงนักพรตนะ แต่นี่อะไรยังไมถึงครึ่งรอบก็ไม่ไหวเสียแล้ว! ร่างกายนี้ยังแย่กว่าคนแก่อย่างข้าเสียอีก” วิญญาณชราเสียดายยิ่งนัก
“เฮ้ เจ้าขี่พอแล้วหรือไม่ ควรจะเปลี่ยนข้าบ้างได้แล้วกระมัง” วิญญาณกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจอย่างยิ่ง
ตกลงกันแล้วนี่ว่าแต่ละตนจะได้ครึ่งชั่วยาม
“เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เลยหรือ” วิญญาณชราส่ายศีรษะและถอนหายใจ “เวลาไม่คอยข้าจริงๆ แต่หลังจากผ่านไปหลายปีกลับยังสามารถหายใจได้ รสชาตินี้…”
ไร้คำบรรยายจริงๆ!
การมีชีวิตอยู่ดีกว่าเยอะเลย
ขณะนี้เซียวอวี้หรงกำลังเดินหมากอยู่กับจ้าวเสวียนจิ่งที่วันนี้ศาลตัดสินคดีก็หยุดงานครึ่งวันเช่นกัน เมื่อไม่มีอะไรทำ ชายสองคนจึงต้องมาอยู่ด้วยกันอย่างช่วยไม่ได้
“ท่านอาจารย์ มีศิษย์คนหนึ่งมาที่สำนักศึกษา และเพิ่งจะไปที่สนามม้าเมื่อสักครู่ ดูเหมือนว่าอารมณ์จะผิดปกติ ท่านอยากจะลองไปดูไหม” ผู้ดูแลเดินมาหาเขาด้วยตนเอง
เซี่ยหนิวซานนั่นไม่ใช่คนที่จะพูดคุยได้ง่าย หากแม่นางเซี่ยเกิดเรื่องขึ้นที่สำนักศึกษา เซี่ยหนิวซานอาจจะให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ ถึงตอนนั้นผู้ดูแลสำนักศึกษาก็จะต้องปวดหัวเป็นแน่
“ศิษย์พี่กลายเป็นแม่บ้านผู้ดูแลไปตั้งแต่เมื่อไร” จ้าวเสวียนจิ่งหยอกล้อ
อาจารย์เซียวยังคงใส่ใจศิษย์อยู่มาก เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ย “เป็นศิษย์จากเรือนไหนหรือ”
“เป็นแม่นางเซี่ยเฉียว พี่สาวของเซี่ยผิงไหวที่วันทั้งวันตามตอแยให้ท่านรับเป็นศิษย์ ข้าได้ยินมาว่าแม่นางเซี่ยมีสุขภาพไม่ดี แต่เมื่อสักครู่ไม่รู้ทำไมนางจึงควบม้าอย่างบ้าคลั่ง ข้ากลัวว่าจะเกิดเรื่อง จึง…”
จ้าวเสวียนจิ่งลุกขึ้นและออกไปก่อนที่ผู้ดูแลจะพูดจบเสียอีก
เมื่อเดินไปถึงประตูก็เห็นว่าเซียวอวี้หรงไม่ได้ตามมาด้วย เขาจึงขมวดคิ้ว “พี่ชายของเซี่ยเฉียวก็คือเซี่ยผิงกั่งใช่หรือไม่ เขาทำงานอยู่ที่ศาลตัดสินคดีได้ไม่เลวเลย หากเกิดเรื่องขึ้นกับน้องสาวของเขา พี่ชายอย่างเขาคงไม่มีกะจิตกะใจจะสืบสวนคดี ศิษย์พี่ยังไม่รีบไปดูกับข้าอีกหรือ”
“…” อาจารย์เซียวงุนงง
ตระกูลเซี่ย?
ศิษย์พี่คุ้นเคยกันดีกับคนตระกูลเซี่ยนี่
เขาจึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนที่ทั้งสองคนมาถึงสนามม้าก็เห็นว่าเซี่ยเฉียวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
ก่อนที่ผู้ดูแลจากเดินออกไป ได้ทิ้งคนไว้คอยดูแลเนื่องจากกลัวว่าเซี่ยเฉียวจะเป็นอะไรไป แต่ตอนนี้คนคนนั้นได้กลายเป็นม้าใช้ให้กับ ‘เซี่ยเฉียว’ ไปเสียแล้ว
“แม่นางเซี่ย เหล้ามาแล้ว” คนผู้นั้นเอ่ย
‘เซี่ยเฉียว’ ถอนหายใจ “ในเรือนเล็กที่ข้าไปเล่นเมื่อสักครู่มีของกินอร่อยๆ มากมาย แต่ข้าไม่อาจเสียเวลาได้ ข้าดื่มไปเดินไปดีกว่า พอถึงที่นั่นก็ยังพอมีเวลากินได้อีกหน่อย”
หลังจากนั้นนางก็เปิดขวดเหล้าขนาดเล็กดื่มลงไปสองอึก “เอื๊อกๆ” แล้วลุกขึ้นอย่างมึนงง ก่อนจะเดินกลับไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“…” หนังตาของเซียวอวี้หรงกระตุกทันที “นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
ไม่ใช่ว่าจะดื่มเหล้าไม่ได้ แต่เซี่ยเฉียวเป็นผู้หญิง นางทำตัวแบบนี้ดูเลอะเทอะเหลวไหลไปหน่อยจริงๆ!
เขาเพิ่งจะสะบัดแขนเสื้อ เซี่ยเฉียวก็ลูบแขนเสื้อของนาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและจิบอีกสองสามอึก จนเห็นเหล้าที่ใสแจ๋วนั้นหกไหลผ่านคางของนางไปจนถึงคอ และเปื้อนเสื้อผ้าไปไม่น้อย
หลังจากที่นางเดินไปได้สองก้าวก็เห็นเซียวอวี้หรงและจ้าวเสวียนจิ่ง
“หึ” แค่นเสียงเย็นออกมาหนึ่งที “เหล้าดี เหล้าดี!”
“…” เซียวอวี้หรง
“…” จ้าวเสวียนจิ่ง
“ท่านดูสิ ไม่รู้ว่าแม่นางเซี่ยคนนี้ไปโดนอะไรมา…” ผู้ดูแลเอ่ยอย่างจนใจ “ข้าได้ยินมาว่านางร่างกายของนางแย่มาก เมื่อครู่ก็เพิ่งขี่ม้า ตอนนี้นางยังดื่มเหล้าเย็นๆ นี้เข้าไปอีก ก็ไม่รู้ว่าร่างกายของนาง…”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว “นางเช่าเรือนไว้หลังหนึ่งหรือ”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ค่าเช่าเรือนหลังนั้นหนึ่งวันต้องใช้ถั่วเงินหนึ่งร้อยเมล็ด…” ผู้ดูแลต่างก็รู้สึกว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้เสียสติไปแล้ว “นางยังต้องการอาหารจำนวนมาก และบอกว่าให้นำอาหารใหม่ๆ เข้าไปให้นางทุกๆ หนึ่งชั่วยามด้วยพ่ะย่ะค่ะ”