ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 269 ค่อนข้างเหมาะสม / ตอนที่ 270 เวลาน้อยลงไปทุกวัน
ตอนที่ 269 ค่อนข้างเหมาะสม / ตอนที่ 270 เวลาน้อยลงไปทุกวัน
ตอนที่ 269 ค่อนข้างเหมาะสม
ตั้งแต่ฮองเฮาปรากฏกายก็แสดงสีหน้าเมตตาปรานีมาตลอด เมื่อตอนนี้น้ำเสียงนางเปลี่ยนไปเย็นชาจริงจังจึงทำให้คนอื่นรับรู้ได้ว่านางกำลังไม่พอใจ
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกอยู่ในความเงียบ
ซย่าหย่าอวิ๋นถูกคนหามออกไปทันที
เซี่ยเฉียวยังคงนิ่งเงียบมาโดยตลอด
นางกวาดสายตาไปยังงูตัวนั้น แล้วพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
ส่วนวิญญาณที่อยู่ข้างๆ ก็ลิงโลด “สมน้ำหน้า กรรมตามสนอง!”
คนอื่นไม่รู้ว่าเหตุใดซย่าหย่าอวิ๋นจึงถูกงูกัด แต่เซี่ยเฉียวรู้ดี
เมื่อวิญญาณพวกนั้นตามตอแยนาง ใบหน้านั้นก็ถูกพวกวิญญาณกระทุ้งกระแทกอยู่ตั้งหลายครั้ง ทิ้งปราณเอาไว้เข้มข้น พวกสัตว์ก็อ่อนไหวมากเช่นกัน หลังจากที่พวกวิญญาณดึงดูดงูเข้ามาแล้ว งูนั้นก็เข้าจู่โจมนางโดยสัญชาตญาณ…
กระทั่งในสายตางู ซย่าหย่าอวิ๋นในเวลานั้นเองก็นับเป็นของสกปรก ดังนั้นมันจึงฉกเข้าทันที
แน่นอนว่าเซี่ยเฉียวสามารถช่วยนางให้พ้นจากภัยนี้ได้ แต่…เพื่ออะไรเล่า
ก่อนหน้านี้ในร้านอาหารนั้นนางวางเฉยไม่ได้ ถึงอย่างไรระหว่างนางกับฟังมู่เสวี่ยก็ไม่มีความขัดแย้งกัน หากนางไม่ช่วยคนก็จะไม่เป็นผลดีกับนางเอง แต่ซย่าหย่าอวิ๋นผู้นี้ไม่เหมือนกัน เดิมทีนางก็มีความแค้นกันอยู่แล้ว นางจึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องช่วย
เวลานี้คนที่ทำให้ฮองเฮาไม่สำราญพระทัยจากไปแล้ว แต่พระนางก็ไม่มีความสนใจอีกต่อไป
นางเหลือบมองคนที่อยู่เบื้องล่าง
“ทั้งหมดเงยหน้าขึ้น” ฮองเฮารับสั่ง
ทุกคนปฏิบัติตามอย่างรู้ธรรมเนียม แม้ว่าพวกนางจะเงยหน้าขึ้น แต่ก็หลุบสายตาลงอย่างอ่อนน้อม ไม่กล้าสบตาฮองเฮาและเหล่าพระสนม
สีหน้าฮองเฮาเย็นชา นางมองเด็กสาวงดงามเหล่านี้แต่กลับไม่รู้สึกถูกใจ ยกเว้น…
เด็กสาวที่สวมเสื้อผ้าสีสดใสที่ยืนอยู่มุมด้านนอกนั่น
เมื่อครู่ที่นางให้เด็กสาวเหล่านี้ต่อกลอนวาดภาพ นางก็พอมองออกว่าผลงานของพวกนางแทบทั้งหมดเป็นแบบที่องค์ชายสี่ชอบ
องค์ชายสี่มีบุคลิกที่อ่อนโยน บทกวีที่เขาโปรดปรานก็มีความสง่างามเช่นกัน
ส่วนลูกชายของนางนั้นมีบุคลิกนิ่งเฉยเย็นชา เขาไม่ชอบเพลงกลอน แม้นานๆ ครั้งจะมีผลงานออกมาก็ล้วนแล้วแต่เฉียบคมทั้งนั้น
แต่ละนางที่มานี่เหมือนมาคัดเลือกสนมของรัชทายาทที่ไหน
เห็นได้ชัดว่าอยากเป็นสนมขององค์ชายสี่มากกว่า!
“กุ้ยเฟย องค์ชายสี่เองก็อายุไม่น้อยแล้ว หากเจ้าเห็นว่าในที่นี้มีใครเหมาะสม เจ้าก็เลือกให้เขาเถอะ ก็ควรจะกำหนดตัวเสียแต่เนิ่นๆ เช่นกัน” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของหญิงสาวส่วนมาก็ซับสีเลือดขึ้นมาเล็กน้อย ต่างพากันยืดตัวให้สูงขึ้นอีกนิด
เมิ่งกุ้ยเฟยแย้มยิ้ม
“รัชทายาทเป็นพี่ เขายังไม่ได้แต่งเลย องค์ชายสี่ก็ไม่รีบร้อน เอาไว้ทีหลังเถอะ” เมิงกุ้ยเฟยเอ่ย
“องค์ชายสี่ก็ดื้อดึงไปหน่อย เจ้าเป็นแม่ หากไม่รีบจัดการให้เขา แล้วรอให้เขาชอบพอใครสักคนเอง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอกันไปอีกนานแค่ไหน” ฮองเฮาเอ่ยรับสั่งทันทีก่อนจะเอ่ย “วันนี้ทุกคนก็ตกอกตกใจกันหมดแล้ว กลับไปพักผ่อนกันเถอะ”
นางดูๆ แล้วลูกสาวของตระกูลเซี่ยก็ไม่เลวเท่าไร
นางหน้าตาโดดเด่น บุคลิกนิ่ง ไม่รีบไม่ลน หากคู่กับรัชทายาทถือว่าเหมาะสม บุคลิกนิสัยเช่นนี้เป็นชายาเอกได้
เพียงแต่ฐานะของตระกูลเซี่ยไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก
เซี่ยหนิวซานนั่นมีภูมิหลังเป็นโจร แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นขุนนางแล้ว แต่หลายคนยังจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ หากลูกสาวของเขาแต่งเข้าจวนรัชทายาท พวกขุนนางทั้งหลายจะต้องยื่นฎีกาแน่
นอกจากเซี่ยเฉียวแล้วยังมีคนที่มีสถานะเหมาะสมอีกมาก แต่หลังจากที่เกิดเรื่องเมื่อครู่นี้แล้วฮองเฮาก็อดไม่ได้ที่จะต้องพิถีพิถัน
ขอเวลาคิดอีกหน่อยดีกว่า
พระนางทั้งสามจากไปก่อน
ทันทีที่พวกนางลับหลังไป ทุกคนก็ลุกขึ้นยืน แต่ละคนมีสีหน้าซับซ้อน
ทุกคนก็ไม่ได้โง่ ที่นี่เป็นวังหลวง แม้ภายในใจพวกนางจะมีคำพูดมากมายแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ต่างพากันจากไปอย่างเป็นสงบแต่โดยดี
ตอนที่ 270 เวลาน้อยลงไปทุกวัน
เซี่ยเฉียวอยากจะออกไปให้เร็ว เช่นกัน
ในวังหลวงนี้ไม่เพียงแต่มีวิญญาณจำนวนมาก แต่ละตนยังมีความแค้นรุนแรง นางยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว
นางต้องรอพูดกับรัชทายาทเรื่องฮวงจุ้ยในวังหลวงอย่างละเอียดอีกทีในภายหลัง
ทั้งหมดเข้าวังมาพร้อมๆ กัน หากนางกลับออกไปช้ากว่าคนอื่น แล้วลือกันออกไปก็คงไม่ดี
นางนั่งเกี้ยวที่โยกไปโยนมาจนถึงบ้าน
“เป็นอย่างไรบ้าง รัชทายาทพอใจเจ้าหรือไม่ เจ้าคิดว่าใครจะได้เป็นพระสนมของรัชทายาท” เซี่ยผิงกั่งถึงกับรีบเลิกงานก่อนเวลากลับมาบ้าน ทันทีที่เขาเข้าไปในบ้านได้ก็ตะโกนถามเอะอะ
ในเรือนนี้ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากท่านยายวั่นและชุนเอ๋อร์
“ล้วนเป็นสตรี ดังนั้นรัชทายาทจึงไม่ได้ปรากฏตัวที่นั่น แต่เป็นฮองเฮาและพระสนมสองท่านเป็นประธาน แต่มีเรื่องเกิดขึ้นเล็กน้อย ข้าดูแล้วฮองเฮาไม่ค่อยพอพระทัยเท่าไร ต้องดูว่าสองสามวันนี้จะมีพระราชเสาวนีย์ออกมาหรือไม่ ถ้าหากไม่มี ก็แปลว่าคราวนี้ไม่มีใครเข้าตา” เซี่ยเฉียวเอ่ยตรงไปตรงมา
ไม่ยากเลยที่คาดเดาความคิดของฮองเฮา
สถานการณ์ของรัชทายาทมีความพิเศษ นางย่อมต้องการหาคนที่จริงใจต่อรัชทายาท
“คนตั้งเยอะขนาดนั้นยังไม่เข้าตาสักคนเลยหรือ” เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้ว
ช่างเลือกเสียจริง
“รัชทายาทเป็นว่าที่ฮ่องเต้ พระชายาจะเป็นมารดาของแคว้นต่อไปในอนาคต ไหนเลยจะเลือกออกมาสักคนแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยยิ้มๆ
ภูมิหลังของครอบครัว รูปลักษณ์ และอุปนิสัย ย่อมขาดไปไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว
ชาติตระกูลของฮองเฮาองค์ปัจจุบันไม่ได้สูงส่งกระทั่งว่าตกต่ำ แต่ฮ่องเต้และฮองเฮารู้จักกันมาตั้งแต่ยังเล็ก และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พิเศษไม่ธรรมดา ดังนั้นจึงละเลยเรื่องภูมิหลังของครอบครัวไปได้
เซี่ยผิงกั่งถอนหายใจ จากนั้นจึงหยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ “ข้าคาดว่าเจ้าคงไม่ได้รับเลือก ดังนั้นจึงไปหาแม่สื่อเอาภาพเหมือนมาให้เจ้า เจ้าลองเลือกดูดีๆ ก็แล้วกัน”
มีชีวิตอยู่หนึ่งวัน เวลาก็น้อยลงไปอีกหนึ่งวัน ไม่ควรปล่อยเวลาให้สูญเปล่า
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว ในขณะที่เซี่ยผิงกั่งเปิดหน้าแรกขึ้นมา “คนนี้เป็นบัณฑิต เจ้าดูสิ ดูสะอาดสะอ้านและร่างกายค่อนข้างแข็งแรง กระดูกแน่นมีเนื้อหนัง แค่ไม่มีสมบัติตระกูล ค่อนข้างยากจน แต่ก็ไม่เป็นไร แม้ว่าบ้านเราจะไม่มีเงิน แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นขุนนาง หากเจ้ามีลูก เขายังสามารถเลี้ยงดูลูกได้ด้วยความช่วยเหลือของข้า”
“ไม่ได้ คนคนนี้มองดูก็รู้แล้วว่าอาจจะตบตีภรรยาได้ ท้องว่างๆ แปลว่าไม่มีความรู้จริงๆ หรอก” เซี่ยเฉียวส่ายศีรษะ
แค่ดูภาพเหมือนของเขาก็รู้แล้วว่าไม่ดีเลย คนคนนี้ก็มีศีรษะเหลี่ยม หน้าผากแคบ ยอดศีรษะแหลม คิ้วหนา ตากลม และสายตาดุร้าย
เซี่ยผิงกั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด
ตบตีภรรยา?
มันกล้าหรือ!
อย่างไรก็ตามท่าทางรังเกียจของเซี่ยเฉียวนี้จริงแท้แน่นอน เขาจึงอดทนเปิดแผ่นต่อไป “คนนี้เล่าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าเอง เพิ่งจะเสียภรรยาไป อย่างอื่นก็ไม่เลวเลย”
แม้ว่าเขาจะสูญเสียภรรยาไป แต่เพื่อนร่วมงานของเขาก็ถือว่ามีความสามารถ ต่อไปจะต้องได้เลื่อนตำแหน่งและมั่งคั่งแน่นอน
ครอบครัวของเขาพอจะมีที่นาอยู่บ้าง นอกจากนี้ครอบครัวก็ยังเรียบง่าย
“โหงวเฮ้งสูญเสียภรรยาและลูก พี่ใหญ่ท่านหาปรมาจารย์มาดูให้เขาหน่อยเถอะ น่าจะไม่ง่าย” เซี่ยเฉียวเหลือบมองอย่างเห็นอกเห็นใจ
“เสียลูกชาย เจ้ารู้ได้อย่างไร…” เซี่ยผิงกั่งสำลักแล้ว
ภรรยาของเพื่อนร่วมงานเขาตายเพราะคลอดลูกยาก ศพเดียวแต่สองชีวิต
“คนนี้ล่ะ…” เซี่ยผิงกั่งชี้ต่อไป
เซี่ยเฉียวทอดถอนใจ “ค่อนข้างดี แต่พี่น้องเยอะไปหน่อย วุ่นวาย”
“…” เซี่ยผิงกั่งเหลือบมองนาง
ใช่แล้ว คนคนนี้…มีพี่น้องหลายคน และเขาเป็นคนที่เจ็ด!
เพียงแต่มันไม่ได้เขียนไว้บนภาพนี่ นังหนูนี่คำนวณออกมาหรือ!
เซี่ยผิงกั่งไม่เชื่อในเรื่องพวกนี้ จากนั้นจึงชี้ไปยังคนที่ไม่โดดเด่นและอบอุ่นที่สุด
เซี่ยเฉียวเหลือบมอง “อืม โหงวเฮ้งค่อนข้างดี เพียงแต่…คนคนนี้โหงวเฮ้งบอกว่าต้องเดินทางไกลไปบ้านเกิดในต่างแดน หากข้าแต่งกับเขาจริงๆ เกรงว่าจะต้องตายที่บ้านเกิดเขาแล้ว ต่อให้ท่านคิดจะดูแลลูกๆ แทนข้าก็กลัวว่าจะอยู่ห่างไกลกันเกินไป”